เข้าสู่ระบบ“กลางดึกของค่ำคืนหนึ่งในปลายฤดูฝน ขณะที่พ่อ.เอ่อ..น้ารวมทั้งพ่อแม่ของเลออน กำลังติวหนังสือเพื่อเตรียมสอบอยู่ลานกีฬาสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัย” น้าศักดิ์เริ่มเล่าย้อนไปเมื่อสามสิบปีที่แล้วด้วยแววตาที่ยากจะอ่านความรู้สึกนั้นออก
แต่ยิ่งเมื่อมองไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาของห้องทำงาน มือสองข้างของเธอนั้นพลันสั่นระริกจนต้องกำชายเสื้อชุดนอนแน่น พลันรู้สึกเวทนาสงสาร มือที่ดูเหี่ยวย่นตามวันเวลาเอื้อมจะไปจับด้วยความห่วงใย แต่เจ้าตัวกลับขยับตัวหนี
สังวาลจึงเอื้อมมือมาวางที่ขาสามีพลางบีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ
ศักดิ์กุมมือภรรยาอ่อนโยน แล้วยิ้มบางให้สังวาลที่ดวงตาเริ่มมีน้ำใส ๆ คลอที่หน่วยตาก่อนจะเล่าต่อ
“ไหมเคยเป็นคนรักของน้า เราสองคนคบกันตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่ง” แพรวาเผลอหันหน้ามองด้วยความลืมตัวกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ศักดิ์ยิ้มบางเมื่อนึกถึงช่วงเวลานั้น มันเป็นความรู้สึกที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เขายังคงเก็บมันไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ
“แต่หลังจากปิดภาคเรียนปีสอง น้าไปส่งไหมที่สนามบินเพื่อกลับไทย วันนั้นจำได้ว่าน้ารวบรวมความกล้าแล้วขอกอดไหม เธอระบายยิ้มบนใบหน้าก่อนจะเดินมาสวมกอดน้า ความรู้สึกนั้นราวกับว่าโลกหยุดหมุน หัวใจเต้นแรงแทบจะทะลุออกจากอก แต่ใครจะรู้ว่านั่นจะเป็นกอดครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย~”
พลันเสียงของศักดิ์ก็ขาดห้วงไป แม้เขาจะพยายามเค้นมันออกมาอย่างยากเย็น ก่อนเขาจะพ่นลมหายใจออกมาเพื่อคลายความรู้สึกที่บีบอัดอยู่เต็มอก
“แล้วใครคือพ่อของหนู?” แพรวาโพล่งถามออกไปเพราะฟังดูมันไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับคนที่อยากรู้ และตอนนี้เธอก็ไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือดกับชายตรงหน้า แม้มันจะเป็นความจริงที่บีบหัวใจ แต่ตอนนี้นั่นไม่ใช่สิ่งที่อยากรู้
ศักดิ์ยิ้มเจื่อนเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังออกนอกเรื่องพลางนึกย้อนถึง
เหตุการณ์ในคืนนั้น “ ศักดิ์ช่วยไหมด้วย ช่วยด้วย" เสียงหอบหายใจถี่รัวและน้ำเสียงพยายามข่มกลั้นความเจ็บปวด จนคนฟังยังรู้สึกทรมานลอดออกมาจากปลายสาย
“ไหมเหรอ ไหมเป็นอะไร ไหมอยู่ที่ไหน เราจะไปหาเดี๋ยวนี้!?” เมื่อทุกคนได้ยินชื่อของเพื่อนที่ขาดการติดต่อไปเกือบปี ทั้งสามคน รีบกรูกันมานั่งฟังด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อศักดิ์เปิดสปีคโฟน ทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นตกใจไม่แพ้กัน
“นะ เนินเขาเอเทนส์สามสิบสาม ตืด ตืด” แล้วสายก็ถูกตัดไป ทุกคนต่างตกใจ แต่ก็รีบทิ้งทุกอย่างตรงหน้าแล้วบึ่งรถออกไปทันทีโดยไม่รู้ว่าหลักกิโลเมตรหมายเลขสามสิบสามอยู่ตรงไหน รู้เพียงแต่ชื่อภูเขาเอเทนส์ที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย
แม้จะใช้เวลาในการตามหาไหมเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง แต่สำหรับคนรออย่างร้อนใจนั้นกลับรู้สึกว่าเนิ่นนานเหมือนจะขาดใจ คำขอความช่วยเหลือแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่ดี ทุกคนบนรถได้แต่ภาวนาให้ไหมอดทนต่อทุกอย่างที่กำลังประสบพบเจอ
เอี๊ยด!!!
ศักดิ์เหยียบเบรกจนล้อสะบัด ทุกคนในรถเซถลาล้มลงไปข้างหน้า เมื่อแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องกำลังปะทะเข้ากับบางสิ่งบางอย่างบริเวณโพรงหญ้าข้างถนน และเมื่อคนขับเพ่งมองดูดี ๆ กลับเป็นคนที่พวกเขากำลังตามหาอยู่
แม้สภาพใบหน้าของไหมจะเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่แววตาคู่นั้นยามที่กระทบกับแสงไฟหน้ารถ ศักดิ์ยังจดจำมันได้ดี ว่าเธอคนนี้คือหญิงที่เคยรักของเขา สองเท้ารีบลงจากรถปรี่เข้าหาคนที่นั่งพิงตอไม้นิ่งอยู่ริมถนนทันที
“ไหม ทำไมเป็นแบบนี้ ทำใจดี ๆ ไว้นะไหม!!” ศักดิ์ประคองร่างอดีตคนรักไว้แนบอก ก่อนจะเห็นว่าไหมไม่ได้อยู่ตรงนี้เพียงคนเดียว ข้างกายของเธอกลับมีทารกเพศหญิงนอนตาแป๋วอยู่ในอ้อมแขน
เสื้อยืดสีขาวถูกถอดมาคลุมทารกตัวน้อยที่นอนตัวซีดอยู่ในอ้อมกอดของมารดาทันที มือหนาอันสั่นเทาลูบไปตามใบหน้าที่ดูซีดเผือดไม่ต่างจากทารกน้อยด้วยความทะนุถนอมเพื่อซับหยดน้ำเนื่องจากละอองฝนบวกกับสายลมของต้นฤดูหนาวนั้นทำให้อุณหภูมิแตะอยู่ที่เลขหลักเดียว
“ไหมเกิดอะไรขึ้น ทะ ทำไม!!” เสียงของเคธีสั่นเครือ สังวาลรีบวิ่งกลับไปยังรถเพื่อหาขวดน้ำดื่มและผ้าขนหนูที่กลุ่มพวกเธอมักจะพกติดรถเสมอ เพราะว่างเมื่อไหร่มักชวนกันไปนอนอาบแดดเป็นว่าเล่น
ส่วนคาลอสนั้นวิ่งมาตามหลังเพราะมัวแต่หาร่มกันฝน ก่อนท้องไส้จะเกิดอาการปั่นป่วนจนเกือบอาเจียนเมื่อกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วบริเวณ ขณะที่ภาพตรงหน้าทำให้น้ำตาลูกผู้ชายอกสามศอกไหลลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เขารีบเอาร่มไปกางบังฝนให้เพื่อนรักด้วยความเป็นห่วงจนลืมกลิ่นคาวเลือดนั้น
สังวาลเปิดฝาน้ำอุ่นรีบยื่นให้ศักดิ์ เขารับมาก่อนจะค่อย ๆ ประคองศีรษะของคนในอ้อมกอดให้ตั้งตรงขณะที่ริมฝีปากสีม่วงคล้ำ รีบกลืนน้ำ อึก อึก
“ไหม ค่อย ๆ จิบ” สังวาลบอกพร้อมกับเอาผ้าขนหนูมาห่อทารกน้อยขึ้นมาอุ้มแนบอกเพื่อแผ่ไออุ่นให้เด็กตัวน้อยที่เริ่มกระดิกตัวเข้าหาความอบอุ่น
แค่ก แค่ก
พรวด
เลือดสด ๆ ทะลักลอดผ่านกระโปรงสีขาวที่ก่อนหน้านี้ถูกฝนชำระล้างไหลไปตามเรียวขาเป็นทาง ทำเอาเคธีกลัวจนเข่าอ่อน มือไม้สั่นไปหมด
“ไหม ทำใจดีไว้ ทำใจดี ๆ ไว้ เราจะพาไหมไปโรงพยาบาล” ศักดิ์พูดทั้งน้ำตานองหน้า ยิ่งเห็นอดีตคนรักหอบหายใจโรยริน หัวใจเขายิ่งบีบแน่นเหมือนมีใครกำลังควักมันออกมา
และขณะที่ศักดิ์กำลังตั้งท่าจะอุ้มไหมขึ้นมา มือที่แทบไร้เรี่ยวแรงได้ยื่นมาจับมือของศักดิ์ไปกุมที่มือของสังวาลเพื่อนรักเอาไว้เบา ๆ “ไหมฝากสังวาล ด้วยนะศักดิ์”
สังวาลนั่งคุกเข่านิ่ง หันไปมองสบสายตากับคนที่กุมมือของเธอเอาไว้ด้วยสีหน้าอึ้ง “ฝากอะไรละไหม ไหมสิต้องอยู่ให้ศักดิ์ดูแล” น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใยและเจ็บปวด เมื่อคนฟังพยายามฝืนยิ้มออกมา
“ไหมคงไม่มีวันนั้นหรอก” ร่างที่หอบหายใจโรยรินยกมืออีกข้างที่กำบางอย่างไว้แน่น ก่อนจะวางกล่องกำมะหยี่รูปหัวใจสีน้ำเงินบนมือของคนทั้งสอง
“มันเป็นใครไหม มันเป็นใคร เราจะเอาเลือดหัวมันมาล้างตีนให้ไหมเอง มันเป็นใคร? ฮึก..ฮือ” เสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสะอื้นไห้ราวจะขาดใจ ดวงตาแดงก่ำวาวโรจน์ด้วยความโกรธ อยากจะบดขยี้หัวใจคนที่มันบังอาจมาทำร้ายคนที่เขาเฝ้าดูแลทะนุถนอมมาอย่างดี
ไหมเพียงฝืนยิ้มทั้งน้ำตา ดวงตาสีน้ำตาลที่มีร่องรอยของความเจ็บปวดอ่อนแสงลง
“มันเป็นมาเฟียแก๊งไหน เราจะไปลากมันมาเดี๋ยวนี้” ศักดิ์เหมือนคนจะเป็นบ้า สติจะหลุดยากจะควบคุมความโกรธที่อัดแน่นจนล้นอก
ร่างของคนที่นอนไร้เรี่ยวแรงยกมือที่ซีดเซียววางบนแขนแกร่ง “ทะ..ทันทีที่ไหมจากโลกนี้ไปแล้ว ลูกต้องไม่อยู่ที่นี่ ลูกจะอยู่ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาดนะศักดิ์ ลูกต้องไม่อยู่ที่นี่” แววตาที่บวมเป่งมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางขลาดกลัว
“ให้ความลับทุกอย่างมันตายไปพร้อมกับไหม ยะ อย่าให้ลูกต้องมีชะตากรรมเหมือนแม่ของเขา~” คนในอ้อมกอดพยายามหาเสียงสุดท้ายอย่างยากลำบาก พร้อมกับลมหายใจที่เริ่มเต้นช้าลง
“ไม่นะไหม ไหมทำใจดี ๆ ไว้ เราจะพาไหมไปหาหมอ ไหมต้องอยู่กับเรานะไหม” ปากหนาสั่นระริก ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจับใจ เมื่อเจ้าของร่างตัวเย็นเฉียบลงเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงลมหายใจที่ขาดห้วง
“ไหม ทำใจดี ๆ ไว้ ทำใจดี ๆ ไว้ มะ..หมอกำลังมาไหม ไหม~” คาลอสทรุดลงนั่งคุกเข่า มือที่กางร่มสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ ความกลัวเข้าครอบงำว่าคนตรงหน้าจะจากไป
“ชะ..ใช่ไหม รถพยาบาลกำลังมา อดทนไว้นะ อดทนไว้ ฮึก ฮึก” เคธีพูดปากสั่น รู้สึกจุกราวกับจะหายใจไม่ออก ดวงตาสองข้างบวมเป่ง คาลอสใช้มืออีกข้างโน้มคนปากสั่นมาไว้แนบอก อกที่แข็งแกร่งนั้นทำเอาเคธีปล่อยร้องไห้โฮ
ใบหน้าที่ไร้สีเลือดระบายรอยยิ้มที่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายให้กับ
เพื่อนรักทั้งสี่คน ไม่ว่าชีวิตที่ผ่านมาเธอจะมีทั้งทุกข์และเจ็บปวดขนาดไหน แต่เพื่อนทั้งสี่คนนี้ที่ทำให้เธออยากมีลมหายใจต่อ และหวังว่าจะมีโอกาสอยู่ด้วยกันจนผมเปลี่ยนเป็นสีขาว แต่ตอนนี้เธอไปต่อไม่ได้แล้ว..
“มะ ไหมดีใจที่เกิดมาได้มีเพื่อนรักอย่าง สังวาล เคธี คาลอสและศักดิ์ ชาตินี้คงไม่มีให้หวังแล้ว หวังว่า ชะ..ชาติหน้าเราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนะ” น้ำเสียงแผ่วเบาขาดห้วง
“ฝากบอกคุณยายอร ว่ามะ ไหมรักที่สุดและดูแลสุขภาพให้ดี ส่วนเด็กคนนี้ ไหมให้เขาชื่อแพรวา แพรวากับใยไหม ฝากลูกด้วยนะศักดิ์ สังวาล ไหมระ รัก~” มือสั่นระริกพยายามยกขึ้น สังวาลรีบเอาเด็กทารกไปไว้แนบอก วงแขนของมารดาโอบอุ้มมองทารกน้อยด้วยความรักสุดหัวใจ ริมฝีปากสีม่วงคลี่ยิ้มทั้งน้ำตาก่อนร่างที่เย็นเฉียบจะไร้ซึ่งลมหายใจในอ้อมกอดคนที่เป็นรักแรกของเธอ
ติ๊ง น้ำอุ่นหยดลงบนแก้มของทารกน้อยที่ลืมตาแป๋วก่อนตามมาด้วยเสียง อุแว้ ๆ ที่ดังจนบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของคนทั้งสี่
ห้องนอนขนาดใหญ่ในคฤหาสน์โจนส์ ถูกตกแต่งไว้ด้วยสิ่งของเครื่องใช้ที่ราคาแพงหูฉี่ แม้แต่พรมที่ทำจากขนแกะและเส้นไหมในสมัยปลายศตวรรษที่ 16 ของราชวงศ์ที่ถูกประมูลมาในราคาร้อยกว่าล้านก็ถูกวางอยู่ที่ห้องนี่“นายนี่ใช้เงินโคตรฟุ่มเฟือยเลยถึงจะหามาง่ายก็เถอะ” แพรวาชมไปดอกหนึ่งเมื่อเห็นพรมเปอร์เซียวางอยู่หน้าโซฟาแทนที่ราคานี้ควรจะอัดกรอบแขวนบนฝาผนังด้วยซ้ำ“ถ้าไม่อยากให้ผมฟุ่มเฟือยก็มาเป็นเมียผมสิ” คนตัวสูงได้ทีก็หว่านล้อมมันโต้ง ๆ นี่ละ ทำเอาคนฟังหน้าเห่อร้อนไปถึงใบหูขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น“พูดบ้าอะไรของนาย ว่าแต่มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉัน?” แอรอนได้แต่ใช้มือนวดขมับไปมาเมื่อแผนที่หนึ่งดูท่าจะไม่สำเร็จ แถมเจ้าตัวยังไม่เก็ทมุกอีก“คุณคิดยังไงกับนิทานที่แด๊ดเล่า?” คนถามหรี่สายตามองหญิงสาวที่กำลังพยายามตีสีหน้าไม่สนใจ แต่เขาที่ตีบทแตกเป็นเริ่ดมีหรือจะมองไม่ออกว่าแพรวากำลังรู้สึกยังไง“ก็
หนึ่งเดือนต่อมาคฤหาสน์โจน ก็จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่มีคนมาร่วมงานหลายพันคน“ไหนนายบอกว่างานเล็ก ๆ เชิญแต่ญาติและคนรู้จักมาไง?”“แล้วมีใครบ้างที่นายหญิงไม่รู้จัก?” แอรอนลอบมองด้วยใบหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม เมื่อลานหญ้าหน้าบ้านในคฤหาสน์เต็มไปด้วยโต๊ะรับแขกที่แน่นขนัดตา“ไหนนายบอกว่ายังแต่งงานตอนนี้ไม่ได้ นี่มันใหญ่เกินกว่างานแต่งด้วยซ้ำ”“นี่มันแค่สามแก๊งเท่านั้นเอง ยังไม่รวม”“พอเลย ฉันปวดหัว” แพรวาที่อยู่ในชุดเกาะไหล่สีขาวบริสุทธิ์ที่ปนความเซ็กซี่เล็กน้อยโดยการเปลือยไหล่ทั้งสองข้าง กระโปรงบานคลุมเข่าเล็กน้อยทำให้สวยหวานและน่ารักจน ชายที่ยืนอยู่ข้างกันมองไม่ละสายตา เมื่อแพรวาเดินตรงเข้าไปภายในคฤหาสน์“ต้องให้กูเทรนก่อนเสียเวอร์จิ้นไหมวะ ฮาฮ่า” มาร์ชโพล่งถามขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มขบขันพร้อมกับสมาชิกในวงที่เพิ่งเดินทางมาถึงรวมทั้งทอมและพอลลี่“ไอ้ห่ามาร์ช น้ำหน้าอย่างมึงที่พกตุ๊กตาหมีแทนตุ๊กตายาง ยังมีหน้าเสือกจะมาสอนเพื่อน” ไคกิสวนขวับทันทีทำเอาคนพกตุ๊กตาหมีแทนตุ๊กตายางพลันหน้าเข้มขึ้น“ไคกิว่าแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ ต้องเรียกว่าฟันหญิงแล้วทิ้งถึงจ
“แพรวาเป็นไงบ้างลูก” สังวาลวิ่งมากอดแพรวา เด็กน้อยที่เธอรักเหมือนลูกสาวตั้งแต่วันที่ได้อุ้มเด็กทารกในตอนนั้นไว้แนบอก เธอก็ปฏิญาณตนไว้แล้วว่าจะเลี้ยงแพรวาให้เติบโตมาอย่างดี“แพรไม่เป็นไรค่ะน้าสังวาล” คนถูกกอดรู้สึกร้อนที่ขอบตา ดวงตาเริ่มพร่ามัวจากม่านน้ำร้อน ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอย่างรู้สึกเสียใจที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะมองข้ามความหวังดีของสองคนนี้ไป“ปลอดภัยแล้วนะลูก” สมศักดิ์เดินเข้ามาลูบหัวแผ่วเบานั่นทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลเป็นทะลักราวกับเขื่อนแตก“ภรรเมีย สากลับมาแล้วครับ” เลออนทิ้งกระเป๋าแขนสองข้างกางมือกว้าง วิ่งตรงดิ่งมาหาเมียรักตั้งแต่หน้าบันไดทางขึ้น“พี่แพร ต้อนรับกลับบ้านเรานะคะ” ไวน์เลือกที่จะเมินสามีที่ยืนยิ้มเหงือกแห้งอยู่ไม่ไกล สี่คนโอบกอดกันแน่นเพื่อซึมซับความอบอุ่นและความห่วงหา“เอวาคิดถึงดาด้ามากใช่ไหมครับ” เลออนยกมือจะไปอุ้มลูกสาวจากแอนนา “แพ แพ” ทำเอาคนเป็นพ่อช๊อตฟิลครั้งที่สองได้แต่หน้าเขียวเข้มกอดอกอย่างไม่ชอบใจ“ไอ้ห่ารอน
“ไอ้น้องเวร กูบอกแล้วใช่ไหมว่าให้รอ” มาถึงเลออนก็ชกเข้าที่สันกรามด้วยความเดือดพล่านจนแอรอนล้มคว่ำไปกับพื้นปูนหยาบ แพรวาและชินรีบเข้าไปประคองให้ลุกขึ้น“นี่กินจิงโจ้มารีไง มาถึงก็เดินดุ่ม ๆ มาซัดน้องนุ่ง” แอรอนรู้สึกเจ็บจนชาไปทั้งหน้า เขาสะบัดหัวไล่ความมึนงงไปสองสามที“รนหาที่ตายยังไม่สำนึก”“ขอโทษได้ไหมล่ะ” เลออนถึงกับหน้าเลิ่กลั่กไปไม่ถูก เมื่อจู่ ๆ น้องเวรก็พูดขอโทษออกมาง่าย ๆ ทั้งที่เกิดมามันยังไม่เคยขอโทษพี่อย่างเขาสักคำ พายุที่เกรี้ยวกราดเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าสดใสทันที“ไปไม่เป็นเลยสิท่า” นิโคไลตบไหล่เบา เลออนจึงทำได้แต่ถอนหายใจยาว จำต้องกลืนคำด่าที่เตรียมมาตั้งแต่รู้ว่าน้องชายขัดคำสั่งกลืนลงคอคืน“แพรวา..อะ..อาขอโทษ..อาละอายเกินที่จะหายใจบนโลกนี้แล้ว” ซัวเรสคลี่ยิ้มบางที่แสนอ่อนโยนและขมขื่นมองไปยังคนที่จะมาเป็นนายหญิงคนต่อไป“ซัวเรส แกอย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ นะ” แววตาตัดพ้อจากนัยน์ตาสีมะกอกตอนที่มองไปยังผู้หญิงที่เขารักจนยอมทำทุกอย่างขอเพียง
หลังจากการยิงปะทะไม่ถึงสิบนาทีคนของดาร์คเดวิลก็ยกมือขึ้นยอมจำนนพร้อมกับนั่งคุกเข่าก้มหน้า ทันทีที่ชายผมสีเกรย์ปรากฏตัว“ฮึฮึ ไม่เจอกันนานเลยนะซัวเรส อลิซาเบธ” ชายรูปร่างสูงสมส่วนดูสมาร์ท นัยน์ตาสีเกรย์สีเดียวกับผม แค่นยิ้มเมื่อเจอกับเพื่อนยากที่ไม่ได้พบกันมาหลายสิบปีเขาหรี่ตามองสาวรูปร่างเพรียวเสื้อขาดวิ่นนั่งกอดเข่าตัวสั่นระริกด้วยความกลัว แววตาพลันเหี้ยมขึ้นมา ก่อนเสื้อสูทตัวใหญ่จะคลุมที่ไหล่บาง แพรวาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ เจ้าของเสื้อไม่พูดอะไรเพียงแค่ส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ“ห้ามให้มันตาย” รองเท้าของแอรอนเหยียบไปที่กลางอกของเรนเดลที่ใบหน้าช้ำสีเลือดแล้วบดขยี้ตรงกลางอกจนคนถูกเหยียบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เรื่องอาวุธเขาอาจจะไม่ถนัด แต่ถ้าเรื่องใช้กำลังแชมป์ยูโดสองสมัยอย่างเขาไม่มีทางเป็นรองใคร ก่อนรีบวิ่งมาหาแพรวาแม้จะเนื้อตัวสะบักสะบอมจนแทบไม่เหลือเค้าของไอดอลเขารีบแก้มัดเชือกออกด้วยมือสั่นเทายิ่งเมื่อเห็นข้อมือแดงเถือกนั้นถลอกจนมีเลือดซิปนั้น “เจ็บมากไหม ผะ ผมพาไปหาหมอน่ะ” ดวงตาอ่อนโยนที่มองมาเจือด้วยความเป็
“แสดงว่าพวกมันหักหลังกันเองครับ” ทันทีที่แอรอนก้าวขาลงมาจากรถก็พบศพนอนตายเกลื่อนผืนทราย บ้างก็ตาเบิกโพลง บ้างก็นอนคว่ำหน้า “น่าจะเพิ่งตายได้สามสี่ชั่วโมง” ชินเดินไปสำรวจใช้มือที่สวมถุงมือยางสัมผัสที่ขาอ่อนปวกเปียกสีแดงช้ำของผู้ตาย“มึงไปล้างแอลกอฮอล์เดี๋ยวนี้ เกิดกูติดเชื้อขึ้นมามึงรู้ไหมว่าเงินบริษัทจะหายไปกี่ร้อยล้านไอ้ห่า” ชินได้แต่อ้าปากค้างมองมือตัวเองที่ถูกหุ้มด้วยถุงมืออย่างดีสลับกับหน้านายที่ทำท่ารังเกียจเขา“แล้วพวกเวรนี่มันจะตายตอนไหนมันเกี่ยวอะไรกับกูวะไอ้ชิน คนที่กูต้องรีบไปช่วยคือแพรวา มึงจะมาช่วยหรือมาขวางกันแน่”“เพราะพวกมันอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณแพรวาที่หายตัวไปครับ” แอรอนชะงักกึก แต่มันไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเขาตอนนี้“งั้นมึงก็บอก ผบ.ตร. โน่น ให้มาทำหน้าที่ ไม่ใช่มัวพาญาติไปขี่รถเล่น”ก่อนจะก้าวขึ้นเรือยอร์ตหรูมูลค่าหลายร้อยล้านที่ขนาดสามารถบรรจุคนได้เป็นร้อยจอดเทียบท่ารออยู่“เลือกที่ได้ซอมซ่อเหมือนกับพวกหนูที่ชอบมุดหัวอยู่ในรูจริง ๆ” แอรอน


![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




