เข้าสู่ระบบเช้าวันหนึ่งในฤดูฝนท้องฟ้าที่เคยทอแสงสีส้มในยามเช้าตรู่ของทุกวัน พลันมืดครึ้มขึ้น เสียงเหล่านกกาสองสามฝูงบินว่อนบนท้องฟ้า ตามมาด้วยลมแรงที่พัดก้อนเมฆหลายสิบก้อนรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ต้นไม้เล็กใหญ่พัดลู่ไปตามแรงลมที่ค่อย ๆ แรงขึ้นจนใบไม้ปลิดปลิวไปตามทิศทางลม ตามมาด้วยฟ้าแลบ ซึ่งส่งสัญญาณว่าอีกไม่นานฝนจะตกลงมา
เปรี้ยง!
เพล้ง! หญิงสาวที่กำลังนอนหลับสบายสะดุ้งตื่นตกใจ ดวงตาคู่เฉี่ยวกะพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับสายตา ขณะลุกจากที่นอนด้วยความงัวเงียเพื่อหาต้นเหตุของเสียง
เสียงแรงลมกระทบหน้าต่างกระจกจนดังปึ้ง ๆ เพราะถูกแรงปะทะของพายุ ท้องฟ้าข้างนอกถูกปกคลุมด้วยความมืดทั่วทั้งเมืองเหมือนภาพยนตร์วันสิ้นโลกก่อนจะมีฟ้าแลบเป็นระยะ ประหนึ่งกลางคืนแต่เมื่อมองนาฬิกาที่แขวนบนฝาผนังปรากฏว่าเข็มสั้นชี้ที่เลขแปด
บนพื้นมีเศษกระจกน้อยใหญ่แตกกระจัดกระจาย ใกล้กันนั้นมีกรอบไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัสสีแดงเนื้อดีตกอยู่
หญิงสาวพลันตาเบิกกว้าง เธอรีบก้มลงหยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมาแนบอกด้วยความรักและหวงแหน
ทันใดนั้นรูปภาพขาวดำที่มีรอยพับหลุดออกจากกรอบก่อนปลิวลงบนพื้น ปรากฏใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งรูปร่างสูงกำยำกว่าคนเอเชียยืนอยู่บนชายหาดแห่งหนึ่ง ผมสั้นหยักศก ใบหน้ารูปไข่สันกรามชัดมีหนวดและเคราที่ถูกตกแต่งมาอย่างดี จมูกโด่งฮัมสูง นัยน์ตาลึกสีมะกอกที่ดูมีอำนาจแต่เจือไปด้วยความอบอุ่นกำลังมองมาที่เธอด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
หญิงสาวมองภาพนั้นนิ่งเหมือนถูกสะกด คิ้วเรียวผูกเป็นโบด้วยความสงสัย จำได้ว่าไม่เคยเห็นชายคนนี้จากที่ไหนมาก่อนเลย
แต่เอ๊ะ! ไม่สิ รูปนี้ต้องเป็นรูปถ่ายของแม่เธอเพียงคนเดียวหนิ ทำไมถึงมีรูปผู้ชายคนนี้ละ
ตึก ตึก เสียงหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ มือเล็กสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นขณะหยิบภาพที่ถูกพับครึ่ง ก่อนจะคลี่มันออกมา
ภาพตรงหน้าทำเอาแพรวาแทบหยุดหายใจ มือของเธอสั่นไหวจนกรอบรูปร่วงหลุดออกจากมือ แต่หญิงสาวหาได้สนใจ
เมื่อภาพชายคนนั้นโอบกอดจากด้านหลังของมารดา มืออีกข้างสัมผัสยังหน้าท้องที่นูนป่องเล็กน้อยอย่างทะนุถนอม
เขาคือใคร? ทำไมถึงได้มีรูปถ่ายกับแม่ที่ดูสนิทสนมกันขนาดนี้ แทนที่จะเป็นพ่อศักดิ์ของเธอ มันเกิดอะไรขึ้น ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบไม่ได้และคนที่จะตอบคำถามนี้ได้คือเจ้าของบ้านหลังนี้ ยังไงวันนี้แพรวาต้องรู้ให้ได้
คิดได้ดังนั้นแพรวาก็จับรูปภาพนั้นแน่น ก่อนจะรีบเดินไปเปิดประตูตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของศักดิ์
.
.
“พรุ่งนี้ก็จะครบสามสิบปีแล้วสินะที่คุณจากไป” เสียงของชายวัยกลางคนพูดแผ่วเบาน้ำเสียงเจือไปด้วยร่องรอยของเสียงสะอื้นในลำคอ สองมือที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกอบกุมมือของสามีพลางบีบเบา ๆ ด้วยความห่วงใย ศักดิ์เงยหน้าส่งยิ้มเล็กน้อยให้ภรรยาพลางกล่าวกับรูปภาพนั้น
“ไหม ถ้าคุณยังอยู่ คุณต้องภูมิใจในตัวลูกสาวของคุณมาก”
“ของเราค่ะ แพรวาเป็นลูกสาวของเรา” เสียงของหญิงวัยห้าสิบกว่าปีพูดขึ้นขณะที่มองไปยังอัลบั้มรูปถ่ายที่ผ่านกาลเวลามาหลายทศวรรษ
“ใช่ลูกของเรา~ ไม่ต้องเป็นห่วงนะไหม พวกเราจะรักและทะนุถนอมแพรวาให้เหมือนลูกแท้ ๆ จะไม่ทำให้ลูกต้องรู้สึกต้อยต่ำกว่าใครหรือน้อยหน้าใครทั้งนั้น” แม้น้ำเสียงจะฟังดูแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและมั่นคง
ฮึก~ ฮึก~ หญิงสาวยกมือปิดปากตัวเองแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไห้กลัวว่าจะมีใครได้ยินเสียงก่อนที่ร่างเพรียวบางจะทรุดลงนั่งบนพื้นที่เย็นเฉียบ สองขาไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะทรงตัว มืออีกข้างกำจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินด้วยมืออันสั่นระริก
ดวงตาคู่เฉี่ยวพร่ามัว พยายามกลั้นน้ำสีใสไม่ให้ไหลลงมาแต่สุดท้าย...
“แพรวา!” สังวาลปรี่เข้าไปประคองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าซบลงกับเข่าจนตัวโยน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเงยขึ้นมองสองสามีภรรยาด้วยความรู้สึกมากมาย สังวาลยื่นมือสั่นไหวไปปาดคราบน้ำตาให้แผ่วเบาด้วยหัวใจที่เจ็บปวด
แพรวากลับเบือนหน้าหนีทันทีก่อนที่มืออ่อนโยนนั้นจะแตะมาที่ดวงตาที่บวมเป่ง เธอยกสองมือปาดคราบน้ำตาตัวเองลวก ๆ ขณะลุกขึ้นยืนช้า ๆ
“มีใครพอจะอธิบายให้หนูฟังได้บ้าง..!”
สองสามีภรรยามองหน้ากันอย่างชั่งใจอยู่พักหนึ่ง สังวาลหันไปมองอีกคนด้วยแววตาที่เจ็บปวดไม่ต่างกัน เพราะรู้ว่าแพรวานั้นเข้าใจมาตลอดว่าศักดิ์เป็นพ่อแท้ ๆ ของตนมาโดยตลอด ซึ่งพวกเธอก็ไม่เคยจะปฏิเสธเพราะตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกและตลอดไป แต่...
“มันคงถึงเวลาที่แพรวาจะต้องรู้ความจริงแล้วค่ะ”
ห้องนอนขนาดใหญ่ในคฤหาสน์โจนส์ ถูกตกแต่งไว้ด้วยสิ่งของเครื่องใช้ที่ราคาแพงหูฉี่ แม้แต่พรมที่ทำจากขนแกะและเส้นไหมในสมัยปลายศตวรรษที่ 16 ของราชวงศ์ที่ถูกประมูลมาในราคาร้อยกว่าล้านก็ถูกวางอยู่ที่ห้องนี่“นายนี่ใช้เงินโคตรฟุ่มเฟือยเลยถึงจะหามาง่ายก็เถอะ” แพรวาชมไปดอกหนึ่งเมื่อเห็นพรมเปอร์เซียวางอยู่หน้าโซฟาแทนที่ราคานี้ควรจะอัดกรอบแขวนบนฝาผนังด้วยซ้ำ“ถ้าไม่อยากให้ผมฟุ่มเฟือยก็มาเป็นเมียผมสิ” คนตัวสูงได้ทีก็หว่านล้อมมันโต้ง ๆ นี่ละ ทำเอาคนฟังหน้าเห่อร้อนไปถึงใบหูขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น“พูดบ้าอะไรของนาย ว่าแต่มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉัน?” แอรอนได้แต่ใช้มือนวดขมับไปมาเมื่อแผนที่หนึ่งดูท่าจะไม่สำเร็จ แถมเจ้าตัวยังไม่เก็ทมุกอีก“คุณคิดยังไงกับนิทานที่แด๊ดเล่า?” คนถามหรี่สายตามองหญิงสาวที่กำลังพยายามตีสีหน้าไม่สนใจ แต่เขาที่ตีบทแตกเป็นเริ่ดมีหรือจะมองไม่ออกว่าแพรวากำลังรู้สึกยังไง“ก็
หนึ่งเดือนต่อมาคฤหาสน์โจน ก็จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่มีคนมาร่วมงานหลายพันคน“ไหนนายบอกว่างานเล็ก ๆ เชิญแต่ญาติและคนรู้จักมาไง?”“แล้วมีใครบ้างที่นายหญิงไม่รู้จัก?” แอรอนลอบมองด้วยใบหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม เมื่อลานหญ้าหน้าบ้านในคฤหาสน์เต็มไปด้วยโต๊ะรับแขกที่แน่นขนัดตา“ไหนนายบอกว่ายังแต่งงานตอนนี้ไม่ได้ นี่มันใหญ่เกินกว่างานแต่งด้วยซ้ำ”“นี่มันแค่สามแก๊งเท่านั้นเอง ยังไม่รวม”“พอเลย ฉันปวดหัว” แพรวาที่อยู่ในชุดเกาะไหล่สีขาวบริสุทธิ์ที่ปนความเซ็กซี่เล็กน้อยโดยการเปลือยไหล่ทั้งสองข้าง กระโปรงบานคลุมเข่าเล็กน้อยทำให้สวยหวานและน่ารักจน ชายที่ยืนอยู่ข้างกันมองไม่ละสายตา เมื่อแพรวาเดินตรงเข้าไปภายในคฤหาสน์“ต้องให้กูเทรนก่อนเสียเวอร์จิ้นไหมวะ ฮาฮ่า” มาร์ชโพล่งถามขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มขบขันพร้อมกับสมาชิกในวงที่เพิ่งเดินทางมาถึงรวมทั้งทอมและพอลลี่“ไอ้ห่ามาร์ช น้ำหน้าอย่างมึงที่พกตุ๊กตาหมีแทนตุ๊กตายาง ยังมีหน้าเสือกจะมาสอนเพื่อน” ไคกิสวนขวับทันทีทำเอาคนพกตุ๊กตาหมีแทนตุ๊กตายางพลันหน้าเข้มขึ้น“ไคกิว่าแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ ต้องเรียกว่าฟันหญิงแล้วทิ้งถึงจ
“แพรวาเป็นไงบ้างลูก” สังวาลวิ่งมากอดแพรวา เด็กน้อยที่เธอรักเหมือนลูกสาวตั้งแต่วันที่ได้อุ้มเด็กทารกในตอนนั้นไว้แนบอก เธอก็ปฏิญาณตนไว้แล้วว่าจะเลี้ยงแพรวาให้เติบโตมาอย่างดี“แพรไม่เป็นไรค่ะน้าสังวาล” คนถูกกอดรู้สึกร้อนที่ขอบตา ดวงตาเริ่มพร่ามัวจากม่านน้ำร้อน ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอย่างรู้สึกเสียใจที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะมองข้ามความหวังดีของสองคนนี้ไป“ปลอดภัยแล้วนะลูก” สมศักดิ์เดินเข้ามาลูบหัวแผ่วเบานั่นทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลเป็นทะลักราวกับเขื่อนแตก“ภรรเมีย สากลับมาแล้วครับ” เลออนทิ้งกระเป๋าแขนสองข้างกางมือกว้าง วิ่งตรงดิ่งมาหาเมียรักตั้งแต่หน้าบันไดทางขึ้น“พี่แพร ต้อนรับกลับบ้านเรานะคะ” ไวน์เลือกที่จะเมินสามีที่ยืนยิ้มเหงือกแห้งอยู่ไม่ไกล สี่คนโอบกอดกันแน่นเพื่อซึมซับความอบอุ่นและความห่วงหา“เอวาคิดถึงดาด้ามากใช่ไหมครับ” เลออนยกมือจะไปอุ้มลูกสาวจากแอนนา “แพ แพ” ทำเอาคนเป็นพ่อช๊อตฟิลครั้งที่สองได้แต่หน้าเขียวเข้มกอดอกอย่างไม่ชอบใจ“ไอ้ห่ารอน
“ไอ้น้องเวร กูบอกแล้วใช่ไหมว่าให้รอ” มาถึงเลออนก็ชกเข้าที่สันกรามด้วยความเดือดพล่านจนแอรอนล้มคว่ำไปกับพื้นปูนหยาบ แพรวาและชินรีบเข้าไปประคองให้ลุกขึ้น“นี่กินจิงโจ้มารีไง มาถึงก็เดินดุ่ม ๆ มาซัดน้องนุ่ง” แอรอนรู้สึกเจ็บจนชาไปทั้งหน้า เขาสะบัดหัวไล่ความมึนงงไปสองสามที“รนหาที่ตายยังไม่สำนึก”“ขอโทษได้ไหมล่ะ” เลออนถึงกับหน้าเลิ่กลั่กไปไม่ถูก เมื่อจู่ ๆ น้องเวรก็พูดขอโทษออกมาง่าย ๆ ทั้งที่เกิดมามันยังไม่เคยขอโทษพี่อย่างเขาสักคำ พายุที่เกรี้ยวกราดเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าสดใสทันที“ไปไม่เป็นเลยสิท่า” นิโคไลตบไหล่เบา เลออนจึงทำได้แต่ถอนหายใจยาว จำต้องกลืนคำด่าที่เตรียมมาตั้งแต่รู้ว่าน้องชายขัดคำสั่งกลืนลงคอคืน“แพรวา..อะ..อาขอโทษ..อาละอายเกินที่จะหายใจบนโลกนี้แล้ว” ซัวเรสคลี่ยิ้มบางที่แสนอ่อนโยนและขมขื่นมองไปยังคนที่จะมาเป็นนายหญิงคนต่อไป“ซัวเรส แกอย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ นะ” แววตาตัดพ้อจากนัยน์ตาสีมะกอกตอนที่มองไปยังผู้หญิงที่เขารักจนยอมทำทุกอย่างขอเพียง
หลังจากการยิงปะทะไม่ถึงสิบนาทีคนของดาร์คเดวิลก็ยกมือขึ้นยอมจำนนพร้อมกับนั่งคุกเข่าก้มหน้า ทันทีที่ชายผมสีเกรย์ปรากฏตัว“ฮึฮึ ไม่เจอกันนานเลยนะซัวเรส อลิซาเบธ” ชายรูปร่างสูงสมส่วนดูสมาร์ท นัยน์ตาสีเกรย์สีเดียวกับผม แค่นยิ้มเมื่อเจอกับเพื่อนยากที่ไม่ได้พบกันมาหลายสิบปีเขาหรี่ตามองสาวรูปร่างเพรียวเสื้อขาดวิ่นนั่งกอดเข่าตัวสั่นระริกด้วยความกลัว แววตาพลันเหี้ยมขึ้นมา ก่อนเสื้อสูทตัวใหญ่จะคลุมที่ไหล่บาง แพรวาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ เจ้าของเสื้อไม่พูดอะไรเพียงแค่ส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ“ห้ามให้มันตาย” รองเท้าของแอรอนเหยียบไปที่กลางอกของเรนเดลที่ใบหน้าช้ำสีเลือดแล้วบดขยี้ตรงกลางอกจนคนถูกเหยียบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เรื่องอาวุธเขาอาจจะไม่ถนัด แต่ถ้าเรื่องใช้กำลังแชมป์ยูโดสองสมัยอย่างเขาไม่มีทางเป็นรองใคร ก่อนรีบวิ่งมาหาแพรวาแม้จะเนื้อตัวสะบักสะบอมจนแทบไม่เหลือเค้าของไอดอลเขารีบแก้มัดเชือกออกด้วยมือสั่นเทายิ่งเมื่อเห็นข้อมือแดงเถือกนั้นถลอกจนมีเลือดซิปนั้น “เจ็บมากไหม ผะ ผมพาไปหาหมอน่ะ” ดวงตาอ่อนโยนที่มองมาเจือด้วยความเป็
“แสดงว่าพวกมันหักหลังกันเองครับ” ทันทีที่แอรอนก้าวขาลงมาจากรถก็พบศพนอนตายเกลื่อนผืนทราย บ้างก็ตาเบิกโพลง บ้างก็นอนคว่ำหน้า “น่าจะเพิ่งตายได้สามสี่ชั่วโมง” ชินเดินไปสำรวจใช้มือที่สวมถุงมือยางสัมผัสที่ขาอ่อนปวกเปียกสีแดงช้ำของผู้ตาย“มึงไปล้างแอลกอฮอล์เดี๋ยวนี้ เกิดกูติดเชื้อขึ้นมามึงรู้ไหมว่าเงินบริษัทจะหายไปกี่ร้อยล้านไอ้ห่า” ชินได้แต่อ้าปากค้างมองมือตัวเองที่ถูกหุ้มด้วยถุงมืออย่างดีสลับกับหน้านายที่ทำท่ารังเกียจเขา“แล้วพวกเวรนี่มันจะตายตอนไหนมันเกี่ยวอะไรกับกูวะไอ้ชิน คนที่กูต้องรีบไปช่วยคือแพรวา มึงจะมาช่วยหรือมาขวางกันแน่”“เพราะพวกมันอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณแพรวาที่หายตัวไปครับ” แอรอนชะงักกึก แต่มันไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเขาตอนนี้“งั้นมึงก็บอก ผบ.ตร. โน่น ให้มาทำหน้าที่ ไม่ใช่มัวพาญาติไปขี่รถเล่น”ก่อนจะก้าวขึ้นเรือยอร์ตหรูมูลค่าหลายร้อยล้านที่ขนาดสามารถบรรจุคนได้เป็นร้อยจอดเทียบท่ารออยู่“เลือกที่ได้ซอมซ่อเหมือนกับพวกหนูที่ชอบมุดหัวอยู่ในรูจริง ๆ” แอรอน







