LOGINเพราะสายเลือดไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ แต่เขาจะเลือกที่จะปฏิเสธหรือยอมรับมัน! แอรอน ทายาทอันดับสองของ Lone walk Pack จะทำอย่างไรเมื่อหนึ่งในสองทางเลือกนั้น กลับเป็นสิ่งที่ใครบางคนตามหา
View Moreใครจะคิดว่าวันหนึ่งเขากลับต้องมายืนอยู่บนจุดสูงสุดนี้ ทั้งที่ชาตินี้เขาไม่เคยคิดที่จะเหยียบมันด้วยซ้ำ เมื่อทายาทอันดับสองของแก๊งค์ Lone walk Pack ต้องขึ้นรับตำแหน่งแทนพี่ชายกะทันหัน
คนที่ไม่เคยยินดียินร้ายกับธุรกิจสีเทาของครอบครัวอย่าง แอรอน จึงต้องทำบางอย่างเพื่อหลุดพ้นจากพันธะนี้ แต่...เขาหารู้ไม่ว่านั่นมันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น!!!
และทางรอดที่จะหลุดพ้นจากม่านหมอกสีเทา นั่นก็คือแสงสว่างที่เป็นเหมือนพระอาทิตย์ที่หลายคนหลงใหลและบูชา DeFaint จึงกำเนิดขึ้นมาจากทั้งพรสวรรค์และพรแสวง รวมถึงการทุ่มทุนมหาศาลและอำนาจในการก่อตั้งค่ายเพลงที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน >>>
ไม่รู้ว่าฟ้าประทาน หรือถีบส่งให้สาวสวยมากความสามารถที่พกไอคิวสูงปรี๊ดพ่วงดีกรีมหาวิทยาลัยเมืองนอกที่เป็นทั้งผู้ช่วยและเป็นตัวภาระเขาในเวลาเดียวกัน ...
“คุณหายหัวไปไหนมา หัดแหกตาดูเวลาบ้างว่ามันกี่โมงแล้ว” เสียงปลายสายพยายามข่มกลั้นด้วยความอดทน แต่เจ้าของโทรศัพท์กลับไม่ได้ดูรู้สึกผิดหรือสะทก ปล่อยให้ปลายสายเหน็บแนมอย่างที่เคยทำประจำ
“ใครใช้ให้คุณโทรละ?”
“อ้อ! นี่คุณถามเจ้านายว่าใครใช้ให้ผมโทรเหรอ นี่สรุปใครเป็นนายใครเป็นลูกจ้างไม่ทราบ”
“ก็แล้วแต่คุณจะคิด”
“แพรวา!!!”น้ำเสียงเหลืออดของปลายสายดังจนเพื่อนในกลุ่มต้องหันมามองกันเลิ่กลั่ก ไม่ต้องบอกชื่อก็รู้ว่าใคร มีคนเดียวเท่านั้นที่กล้าท้าทายความอดทนของซีอีโอตาสีน้ำข้าว
“ปากสวย ๆ นี่ใช่ไหมที่เถียงผมฉอด ๆ เมื่อกี้?” แอรอนแสยะยิ้มมุมปากขณะย่างสามขุมเหมือนนายพรานที่กำลังต้อนเหยื่อ แพรวาก้าวถอยหลัง ถอยหลัง จนแผ่นหลังชนกับฝาผนังเย็นเฉียบ
“หึ!”
“อย่า~”
Devil
“เดี๋ยวนะ อีผู้จัดเวรนี่เอาอีกแล้ว มันจะเปิดบัตรสองรอบนี่มันจะตายไหมวะ”
“มันนะไม่ตายหรอก แต่ตอนนี้พวกเรานี่แหละจะตายก่อนมัน” เสียงกลุ่มเด็กวัยรุ่นหลายกลุ่มกำลังดูท่าทางไม่สบอารมณ์ เมื่อพวกเขายอมควักเงินเป็นหมื่นเพื่อซื้อที่นั่งระดับวีไอพี หวังจะดูศิลปินที่ตนรักอยู่ใกล้ ๆ ได้เต็มตา แต่กลับตรงกันข้าม เมื่อเก้าอี้ที่นั่งถูกจัดให้เบียดเสียดจนแทบจะไม่มีทางเดิน
แม้อากาศข้างนอกจะเย็นสบายด้วยอุณหภูมิยี่สิบองศาเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่อุณหภูมิข้างในกลับร้อนอบอ้าว เมื่อผู้คนถูกอัดแน่นกันดูเบียดเสียดยังกับปลากระป๋องจนทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ระหว่างที่กำลังไม่สบอารมณ์อยู่นั้นจู่ ๆ
Welcome DeFaint in Thailand
กรี๊ดดดดด กรี๊ดดส์~
DeFaint DeFaint
เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มแต่กลับไม่สามารถกลบเสียงกรี๊ดร้องของสาวรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ไปจนถึงรุ่นอาม่าแต่หัวใจสิบแปดบวกไม่ได้ พื้นที่สนามกีฬาขนาดใหญ่ของประเทศดูเล็กลงไปขนัดตาเมื่อต้องบรรจุผู้คนราว ๆ แสนคน
แต่ในความเป็นนั้นจริงบรรจุได้ไม่ถึงแสนคนด้วยซ้ำ นั่นทำให้แต่ละคนมีใบหน้าที่ดูเมื่อยล้าเนื่องจากต้องฝ่าฟันรถติดแถมยังต้องมาต่อคิวกว่าจะได้เจอนักร้องคนโปรดก็ปาไปครึ่งค่อนวันแล้ว เมคอัพที่บรรจงแต่งมาก็ละลายไปกับเม็ดเหงื่อและกลืนหายตั้งแต่ตะวันไม่ตกดินด้วยซ้ำ
แต่ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว สีหน้าที่ดูเหนื่อยล้าและอารมณ์ที่คุกรุ่นก็หายไปทันที ดวงตานับแสนคู่ต่างจับจ้องมองพวกเขาเหล่านั้นด้วยดวงตาเพ้อฝันเหมือนถูกสะกดให้ไม่สามารถละสายตาจากชายหนุ่มทั้งสี่คนที่ยืนเปล่งประกายราวกับเทวดามาจุติบนโลกมนุษย์ แม้แต่น้ำยาซักผ้าขาวยังต้องถอยให้กับความขาว สว่างใสจ้าราวกับบริโภคหลอดไฟเป็นอาหาร
ด้านข้างประตูทางออกไม่ห่างจากเวทีมากนัก หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวราวกับนางแบบ ผิวสีแทนเนียนละเอียดสุขภาพดีสะท้อนแสงไฟสเตจไลท์ติ้งที่ถูกสาดมาจากด้านหน้าเวที เส้นผมสีน้ำตาลหม่นถูกรวบเป็นหางม้ายาวเหยียดตรงครึ่งหลังดูคล่องตัวโชว์กรอบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเรียวเล็กได้รูปเชิดขึ้นเล็กน้อย รับกับแว่นตากันแดดสีดำยี่ห้อดัง กำลังยืนกอดอกจ้องมองใครคนหนึ่งที่ยืนเด่นบนเวทีขนาดใหญ่ รวมทั้งบรรดาสาว ๆ ต่างจับจ้องชายคนนั้นไม่วางตา
“มึง! นี่แหละพ่อของลูกกู”
“พ่อของลูกกูต่างหาก มึงอ่ะหยุดเพ้อเจ้อกี่โมง” สาววัยรุ่นผมสั้นกำลังเถียงกันเพื่อแย่งพ่อของลูก ในขณะที่คนจะมาเป็นพ่อของลูกนั้นไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ยังคงร้องและเต้นบนเวทีต่อไปด้วยใบหน้าที่กระชากใจสาววัยทีนและวัยทอง~
“กูว่าคิวคงยาวไปนอกโลกโน่น” หญิงสาวหน้าตาน่ารัก ยืนเท้าสะเอว สองมือเล็กกำลังไถโทรศัพท์ส่องไอดอลวงโปรดสัญชาติรามยอน ด้วยใบหน้าดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ อาจเพราะไม่ใช่วงโปรดแต่เพื่อนลากมาก็ต้องมา ดูได้จากตุ๊กตาศิลปินคนโปรดที่ห้อยอยู่กับกระเป๋าสะพายหลังแกว่งไปมา
“ถ้ากูได้พี่มาร์ชมาเป็นผัวนะ ต่อให้ชาติหน้าต้องเกิดมาเป็นหมากูก็ยอม แต่ว่าพี่เขาก็ต้องเกิดเป็นหมาคู่กับกูนะ ฮิฮิ”
“พี่เขาจะจับมึงฉีดยากันพิษสุนัขบ้าก่อนนะสิ อย่าลืมว่าพี่แกจบอะไรมา ฮาฮ่า” ทุกคนในกลุ่มละสายตาจากเวทีขนาดใหญ่หันมาสบตากันชั่ววินาที ก่อนจะพยายามกลั้นขำขณะชูแท่งไฟรูปไม้กางเขนที่เป็นสัญลักษณ์ของวง ขณะกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงสลับขาวไปมาจนทั่วทั้งสนามเหมือนกับทะเลแดงสลับกับทะเลหมอก
“มึงว่าไหม” ขณะที่สายตาคู่หนึ่งมองไปยังแท่งไฟนับแสนดวงท่ามกลางท้องฟ้าในคืนมืดมิด “ หากเราใช้หัวใจมองแท่งไฟเหล่านั้น สีแดงคือความร้อนแรงเหมือนเปลวไฟ สลับกับสีขาวที่แฝงไปด้วยสันติภาพ ความว่างเปล่าและการหลุดพ้น เหมือนที่สุลต่านเคยพูดไว้เนอะ”
“ท่านชีคต่างหาก” เสียงเล็กใสพูดแทรกออกมาด้วยใบหน้าเพ้อฝัน
“ใครจะยังไงก็ช่าง แต่แอรอนต้องเป็นของกูคนเดียวเท่านั้น คนอื่นอย่าสะเออะ” สาวหน้าหมวย รูปร่างผอมบางพูดด้วยเสียงที่ดังฟังชัด จนหลายคนหันมามองค้อน
โป๊ก!!!
“นี่แน่ะ อีเบ มึงดูสาระร่างมึงก่อนไหมคะ พี่เขาชอบสาวอินเตอร์
ผิวสีน้ำผึ้งจ้าแม่คุณ ไม่ใช่ผิวขาวซีดเป็นหยวกกล้วยเหมือนมึงค่ะ” เพื่อนในกลุ่มเหน็บแนมสาวมั่นยืนหนึ่งที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้า
“มึงคิดเหรอว่าสามีกูเขาชอบแบบนั้นจริง ๆ เขาก็แค่พูดให้กำลังใจพวกที่สีผิวต่ำกว่าบิวตี้แสตนดาร์ดให้ดีใจไปก็เท่านั้นแหละ เชอะ” คนมั่นหน้าพูดพลางเอามือลูบหัวป้อย ๆ เมื่อถูกเพื่อนเขกกะโหลกให้หนึ่งที
“อีเบ กูว่ามึงควรหุบปาก จะตายคาตีนก่อนได้ผัวยังไม่รู้ตัวอีก” สาวผมสั้นดึงชายเสื้อเพื่อนเพื่อเรียกสติ เมื่อเห็นว่าหลายคนเริ่มหันมามองเพื่อนในกลุ่มด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเท่าที่ควร
“ใครแคร์” คนถูกมองจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว ของแบบนี้ใครดีใครได้ต่างหาก ขณะที่คนสองฝั่งกำลังทำสงครามเย็นกันอย่างเงียบ ๆ ทางสายตาอยู่นั้น
“สวัสดีครับ พวกเรา DeFaint ครับ”
และนั่นก็เป็นเหมือนเสียงสวรรค์ที่ทำให้ทุกคนกลับเข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง แต่...
ยกเว้นสาวชุดเดรสสั้นสีดำโชว์เรียวขาสวย สวมทับด้วยเสื้อหนังสุดเท่ รองเท้าบูตส้นสูงปรี๊ดยืนพิงประตูฝั่งทางออก ปากสีแดงสดกำลังเคี้ยวหมากฝรั่ง ขณะยกมือขยับแว่นกันแดดสีดำ พลางเหยียดยิ้มเยาะ
“หึ สามีเดวิลสิไม่ว่า”
ห้องนอนขนาดใหญ่ในคฤหาสน์โจนส์ ถูกตกแต่งไว้ด้วยสิ่งของเครื่องใช้ที่ราคาแพงหูฉี่ แม้แต่พรมที่ทำจากขนแกะและเส้นไหมในสมัยปลายศตวรรษที่ 16 ของราชวงศ์ที่ถูกประมูลมาในราคาร้อยกว่าล้านก็ถูกวางอยู่ที่ห้องนี่“นายนี่ใช้เงินโคตรฟุ่มเฟือยเลยถึงจะหามาง่ายก็เถอะ” แพรวาชมไปดอกหนึ่งเมื่อเห็นพรมเปอร์เซียวางอยู่หน้าโซฟาแทนที่ราคานี้ควรจะอัดกรอบแขวนบนฝาผนังด้วยซ้ำ“ถ้าไม่อยากให้ผมฟุ่มเฟือยก็มาเป็นเมียผมสิ” คนตัวสูงได้ทีก็หว่านล้อมมันโต้ง ๆ นี่ละ ทำเอาคนฟังหน้าเห่อร้อนไปถึงใบหูขณะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น“พูดบ้าอะไรของนาย ว่าแต่มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉัน?” แอรอนได้แต่ใช้มือนวดขมับไปมาเมื่อแผนที่หนึ่งดูท่าจะไม่สำเร็จ แถมเจ้าตัวยังไม่เก็ทมุกอีก“คุณคิดยังไงกับนิทานที่แด๊ดเล่า?” คนถามหรี่สายตามองหญิงสาวที่กำลังพยายามตีสีหน้าไม่สนใจ แต่เขาที่ตีบทแตกเป็นเริ่ดมีหรือจะมองไม่ออกว่าแพรวากำลังรู้สึกยังไง“ก็
หนึ่งเดือนต่อมาคฤหาสน์โจน ก็จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่มีคนมาร่วมงานหลายพันคน“ไหนนายบอกว่างานเล็ก ๆ เชิญแต่ญาติและคนรู้จักมาไง?”“แล้วมีใครบ้างที่นายหญิงไม่รู้จัก?” แอรอนลอบมองด้วยใบหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม เมื่อลานหญ้าหน้าบ้านในคฤหาสน์เต็มไปด้วยโต๊ะรับแขกที่แน่นขนัดตา“ไหนนายบอกว่ายังแต่งงานตอนนี้ไม่ได้ นี่มันใหญ่เกินกว่างานแต่งด้วยซ้ำ”“นี่มันแค่สามแก๊งเท่านั้นเอง ยังไม่รวม”“พอเลย ฉันปวดหัว” แพรวาที่อยู่ในชุดเกาะไหล่สีขาวบริสุทธิ์ที่ปนความเซ็กซี่เล็กน้อยโดยการเปลือยไหล่ทั้งสองข้าง กระโปรงบานคลุมเข่าเล็กน้อยทำให้สวยหวานและน่ารักจน ชายที่ยืนอยู่ข้างกันมองไม่ละสายตา เมื่อแพรวาเดินตรงเข้าไปภายในคฤหาสน์“ต้องให้กูเทรนก่อนเสียเวอร์จิ้นไหมวะ ฮาฮ่า” มาร์ชโพล่งถามขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มขบขันพร้อมกับสมาชิกในวงที่เพิ่งเดินทางมาถึงรวมทั้งทอมและพอลลี่“ไอ้ห่ามาร์ช น้ำหน้าอย่างมึงที่พกตุ๊กตาหมีแทนตุ๊กตายาง ยังมีหน้าเสือกจะมาสอนเพื่อน” ไคกิสวนขวับทันทีทำเอาคนพกตุ๊กตาหมีแทนตุ๊กตายางพลันหน้าเข้มขึ้น“ไคกิว่าแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ ต้องเรียกว่าฟันหญิงแล้วทิ้งถึงจ
“แพรวาเป็นไงบ้างลูก” สังวาลวิ่งมากอดแพรวา เด็กน้อยที่เธอรักเหมือนลูกสาวตั้งแต่วันที่ได้อุ้มเด็กทารกในตอนนั้นไว้แนบอก เธอก็ปฏิญาณตนไว้แล้วว่าจะเลี้ยงแพรวาให้เติบโตมาอย่างดี“แพรไม่เป็นไรค่ะน้าสังวาล” คนถูกกอดรู้สึกร้อนที่ขอบตา ดวงตาเริ่มพร่ามัวจากม่านน้ำร้อน ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอย่างรู้สึกเสียใจที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะมองข้ามความหวังดีของสองคนนี้ไป“ปลอดภัยแล้วนะลูก” สมศักดิ์เดินเข้ามาลูบหัวแผ่วเบานั่นทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลเป็นทะลักราวกับเขื่อนแตก“ภรรเมีย สากลับมาแล้วครับ” เลออนทิ้งกระเป๋าแขนสองข้างกางมือกว้าง วิ่งตรงดิ่งมาหาเมียรักตั้งแต่หน้าบันไดทางขึ้น“พี่แพร ต้อนรับกลับบ้านเรานะคะ” ไวน์เลือกที่จะเมินสามีที่ยืนยิ้มเหงือกแห้งอยู่ไม่ไกล สี่คนโอบกอดกันแน่นเพื่อซึมซับความอบอุ่นและความห่วงหา“เอวาคิดถึงดาด้ามากใช่ไหมครับ” เลออนยกมือจะไปอุ้มลูกสาวจากแอนนา “แพ แพ” ทำเอาคนเป็นพ่อช๊อตฟิลครั้งที่สองได้แต่หน้าเขียวเข้มกอดอกอย่างไม่ชอบใจ“ไอ้ห่ารอน
“ไอ้น้องเวร กูบอกแล้วใช่ไหมว่าให้รอ” มาถึงเลออนก็ชกเข้าที่สันกรามด้วยความเดือดพล่านจนแอรอนล้มคว่ำไปกับพื้นปูนหยาบ แพรวาและชินรีบเข้าไปประคองให้ลุกขึ้น“นี่กินจิงโจ้มารีไง มาถึงก็เดินดุ่ม ๆ มาซัดน้องนุ่ง” แอรอนรู้สึกเจ็บจนชาไปทั้งหน้า เขาสะบัดหัวไล่ความมึนงงไปสองสามที“รนหาที่ตายยังไม่สำนึก”“ขอโทษได้ไหมล่ะ” เลออนถึงกับหน้าเลิ่กลั่กไปไม่ถูก เมื่อจู่ ๆ น้องเวรก็พูดขอโทษออกมาง่าย ๆ ทั้งที่เกิดมามันยังไม่เคยขอโทษพี่อย่างเขาสักคำ พายุที่เกรี้ยวกราดเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าสดใสทันที“ไปไม่เป็นเลยสิท่า” นิโคไลตบไหล่เบา เลออนจึงทำได้แต่ถอนหายใจยาว จำต้องกลืนคำด่าที่เตรียมมาตั้งแต่รู้ว่าน้องชายขัดคำสั่งกลืนลงคอคืน“แพรวา..อะ..อาขอโทษ..อาละอายเกินที่จะหายใจบนโลกนี้แล้ว” ซัวเรสคลี่ยิ้มบางที่แสนอ่อนโยนและขมขื่นมองไปยังคนที่จะมาเป็นนายหญิงคนต่อไป“ซัวเรส แกอย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ นะ” แววตาตัดพ้อจากนัยน์ตาสีมะกอกตอนที่มองไปยังผู้หญิงที่เขารักจนยอมทำทุกอย่างขอเพียง