Accueil / โรแมนติก / ม่านรักครองพนา / ม่านรักครองพนา ตอนที่ 4

Partager

ม่านรักครองพนา ตอนที่ 4

last update Date de publication: 2026-03-27 21:22:40

“หากข้ารักษาเอ็งไม่ได้ ข้าก็ไม่ควรอยู่ตรงนี้ให้ผู้ใดกราบไหว้อีก”

“ข้าไม่อยากให้พ่อครูช่วยข้าแล้ว”

“...”

“พ่อครูต้องเจ็บและทนทุกข์ทรมานเพราะช่วยข้ามามากพอแล้ว”

“อย่าได้คิดเชื่อคำแม่เฒ่า คนที่เอ็งควรเชื่อฟังมีเพียงข้า”

“...”

“เว้นเสียแต่ว่า เอ็งไม่อยากพบหน้าข้าอีก”

“...”

“ข้าใจร้ายกับเอ็งรึ”

“พ่อครูไม่เคยใจร้าย”

เดือนอ้ายตอบกลับเสียงเบาและรู้สึกว่าใบหน้าของพ่อครูแสงไฟเลื่อนเข้ามาใกล้เธอเรื่อย ๆ

เดือนอ้ายรับรู้เพียงแค่หัวใจของตัวเองเต้นแรงและเขินอายในทุกครั้งที่ใกล้ชิดพ่อครูแสงไฟ แต่กลับไม่เคยรู้ว่าตัวเขาต้องใช้ความอดทนและอดกลั้นเพียงใดเมื่ออยู่กับเธอ

“ข้าไม่ชอบที่เอ็งหลบหน้า จนนึกอยากใจร้ายกับเอ็งสักครั้ง”

“ใจร้ายอย่างไร”

“หากเอ็งอยากรู้ ก็หลบหน้าข้าอีกสิ”

“...เอ่อ กำไลนี้ช่วยอะไรรึ”

เดือนอ้ายที่รู้สึกแปลก ๆ กับคำพูดของพ่อครูแสงไฟรีบก้มหน้าหลบสายตาเขา แล้วเอ่ยถามถึงสรรพคุณของกำไลเส้นนี้เพื่อกลบเกลื่อนอาการทำตัวไม่ถูกของตัวเอง

“ป้องกันภูตผี สิ่งไม่ดีรอบตัว”

“ป้องกันพี่เสือได้รึไม่”

“กำไลป้องกันไม่ได้ แต่ข้าปกป้องเอ็งได้”

“พ่อครูไม่ได้อยู่กับข้าตลอด”

“ตลอดที่เอ็งก้าวเท้าออกมาจากเรือน”

“พ่อครูแสงดีกับข้านัก จนข้าตายก็ไม่อาจจะตอบแทนได้หมด”

“...”

“หากมีสิ่งใดที่พ่อครูต้องการ หรืออยากให้ข้าทำ ได้โปรดเอ่ยปากบอกข้า”

“อย่าได้คิดมาก ทุกอย่างมีเวลาของมัน”

มือใหญ่ลูบหัวเดือนอ้ายเบา ๆ ก่อนจะดึงกลับมาวางลงบนต้นขา เดือนอ้ายจึงพนมมือแล้วก้มกราบลงไปที่พื้น

พ่อครูแสงไฟมองเดือนอ้ายที่คลานเข่าถอยหลังก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังประตูเพื่อออกไปข้างนอก ซึ่งหลังจากที่เดือนอ้ายออกไปแล้ว กุมารใบบุญที่แนบหูแอบฟังเสียงอยู่นอกประตูก็ปรากฏตัวนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าพ่อครูแสงไฟแทนที่เดือนอ้ายทันที

“พ่อจ๋ายิ้มอยู่ใช่รึไม่”

“...”

“พ่อจ๋ายิ้มได้ ใบบุญก็สุขใจ”

“หายไปอยู่ที่ใดมา”

น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปแตกต่างจากตอนที่พูดคุยกับเดือนอ้ายอย่างสิ้นเชิง ทำให้เด็กน้อยที่นุ่งโจงกระเบนสีขาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วมองหน้าพ่อครูแสงไฟอย่างรู้ทัน ว่าพ่อจ๋ากำลังเปลี่ยนเรื่อง

“ใบบุญไม่ได้เถลไถล ใบบุญไปเฝ้าแม่เฒ่ามาจ้ะ”

“...”

“แม่เฒ่ามองพ่อจ๋ากับเดือนอ้ายไม่ละสายตาเลย”

“อืม”

“แม่เฒ่าไม่ยอมให้เดือนอ้ายมายุ่งกับพ่อจ๋าแน่”

“หากคิดว่าทำได้ ก็ทำ”

ตกดึก

เรือนเดือนอ้าย

เรือนร่างอรชรที่ใบหน้าไร้ซึ่งหัวสวมนอนตะแคงอยู่บนผ้าปูรองนอนสีแดงชิดติดริมผนัง หันหน้ามายังหิ้งบูชาที่ตั้งอยู่ชิดติดผนังอีกฝั่งโดยมีผ้าม่านผืนแดงปิดกั้น เนื่องจากเดือนอ้ายมักจะฝันร้ายจึงทำให้เธอเป็นคนขี้ระแวง ยามนอนหลับที่ไร้ซึ่งสติและไม่สามารถปกป้องดูแลตัวเองได้ ก็จะนอนหันหลังชิดติดผนังเพื่อให้รู้สึกอุ่นใจว่าจะไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดแอบเข้ามาทางด้านหลังเธอ

แต่ในค่ำคืนนี้ที่เดือนอ้ายเข้านอนด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเพราะมีความสุขมาตลอดทั้งวันจึงทำให้เธอหลับสนิท กลับมีสิ่งหนึ่งกำลังคืบคลานเข้าไปใกล้ มันเข้าไปใกล้แล้วนั่งยิงยองคร่อมอกของเดือนอ้าย

เพราะช่วงเวลาที่มันสามารถเข้าใกล้เดือนอ้ายและทำในสิ่งที่ต้องการได้มีเพียงแค่ตอนที่เธอถอดหัวสวมออกเท่านั้น

แต่เมื่อมันก้มหน้าเข้าไปหาใบหน้าสวยกลับกระเด็นออกห่าง และรู้สึกเจ็บปวดจนต้องหนีหายเข้าไปป่าที่มืดมิด

หลงเหลือไว้เพียงคราบน้ำลายที่หยดอยู่บนพื้นเพราะมันนั่งมองเดือนอ้ายอยู่ใกล้ ๆ มาโดยตลอด

เช้า

ทันทีที่ตื่นนอนเดือนอ้ายก็รีบขยับลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปยังพื้นเรือนข้างผ้าที่ปูนอน ทำให้เห็นว่ามีคราบน้ำที่ดูเหนียวหยดอยู่บนพื้นหลายหยดและครั้งนี้มันหยดลงบนผ้าผืนแดงที่เดือนอ้ายปูรองนอนบ่งบอกว่ามันเข้ามาใกล้เธอมากกว่าครั้งก่อน ๆ

ซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เดือนอ้ายเห็นจึงทำให้เธอต้องคอยมองสังเกตในทุกเช้าที่ตื่นนอน แต่ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาที่เดือนอ้ายไม่ได้ไปหาพ่อครูแสงไฟให้ช่วยรักษา เธอก็พบเจอบางสิ่งบางอย่างบ่อยมากขึ้น และชัดเจนมากขึ้นว่ามันเข้ามาใกล้เธอเรื่อย ๆ ทั้งยามที่ถอดหัวสวมและยามที่ไม่ถอด

เดือนอ้ายยกมือข้างซ้ายที่สวมใส่กำไลของพ่อครูแสงไฟขึ้นมาจับและแนบอกไว้พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“หากพ่อครูเชื่อว่าข้าจะหายดี ข้าก็จะเชื่อพ่อครู”

ความอ่อนแอและความรู้สึกเหนื่อยล้าที่จะสู้ราวกับถูกปัดเป่าให้เลือนหายไปและถูกแทนที่ด้วยกำลังใจที่ได้รับจากชายผู้หนึ่ง ชายผู้ซึ่งเป็นดั่งความหวังและที่ยึดเหนี่ยวของเดือนอ้าย เธอจะสู้เพื่อให้ตัวเองได้มีชีวิตอยู่เลี้ยงดูพ่อแม่ และหวังว่าจะมีโชคชะตาวาสนา ได้เคียงคู่อยู่ข้าง ๆ พ่อครูแสงไฟ

เมื่ออาบน้ำผลัดผ้าและออกไปนั่งกินปลาย่างที่เรือนพ่อกับแม่จนอิ่มแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการกินอาหารร่วมกันในรอบหลายเดือนจึงทำให้พ่อและแม่ของเดือนอ้ายมีความสุขที่เห็นลูกสาวออกมาจากเรือนและกินได้เยอะ 

เดือนอ้ายก็เดินถือตะกร้าผ้าของพ่อครูแสงไฟที่เอามาจากเรือนเขาเมื่อวานนี้ไปยังลำธารด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม

แต่เมื่อเห็นแม่เฒ่าเดินมาขวางทางก็ทำให้เดือนอ้ายเริ่มหน้าซีด ราวกับคนที่มีชนักติดหลัง

“จะไปซักผ้าให้พ่อครูแสงรึ”

“...จ้ะ”

“ส่งมาให้ข้าเถิด ไม่ใช่สิ่งที่เอ็งพึงทำ”

“ข้าเพียงแค่ตอบแทนที่พ่อครูช่วยรักษาข้า ข้าไม่เคยคิดล่วงเกินพ่อครูแสงเลยจ้ะ”

“เอ็งไม่คิด แต่ผู้อื่นที่เห็น มีผู้ใดบ้างที่ไม่คิดเช่นเอ็ง”

เดือนอ้ายก้มหน้ามองผ้าผืนสีขาวที่อยู่ในตะกร้าและกำมือจับขอบตะกร้าไว้แน่นด้วยความรู้สึกที่ทั้งอึดอัดและกดดัน จากหญิงชราที่ยืนถือไม้เท้าแล้วมองมายังเธอนิ่ง ๆ

“แม่เฒ่า”

เดือนอ้ายเงยหน้าขึ้นมองแม่เฒ่าและเอ่ยเรียกออกมาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แต่แววตาของเธอกลับแน่วแน่และไม่คิดยอมแพ้อีกต่อไป

“ข้ารักพ่อครูแสงไฟจ้ะ”

“...”

“แม่เฒ่าได้โปรดอย่าขัดขวาง อย่าสั่งไม่ให้ข้าพบหน้าพ่อครูแสงอีกเลยนะจ๊ะ”

“หากชายผู้นั้นไม่ใช่พ่อครู และไม่ใช่ลูกชายของข้า ข้าจะไม่ห้ามและไม่เข้าไปยุ่ง”

“...”

“ขึ้นชื่อว่าพ่อครูจะต้องปกป้องผู้คนที่นี่”

เดือนอ้ายมองแม่เฒ่าก้าวเดินเข้ามาหาด้วยดวงตาที่สั่นระริก มองมือเหี่ยวย่นที่วางลงบนหลังมือของเธอด้วยความกลัว กลัวในสิ่งที่แม่เฒ่ากำลังจะพูดออกมา

“แต่เดือนอ้าย สิ่งที่เอ็งเป็นไม่ว่าข้าหรือพ่อครูคนก่อนจนมาถึงพ่อครูแสงไฟก็ไม่อาจจะรักษาเอ็งได้ จนปัญญานัก”

“...”

“และหากพ่อครูแสงยังดื้อรั้นหาทางรักษาเอ็งต่อไป ที่แห่งนี้จะเสียเขาไปและข้าก็จะต้องเสียลูกชาย”

“ฮึก”

เสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวตัวเล็กผู้เคราะห์ร้ายที่มีโชคชะตาแสนอาภัพทำให้หัวใจของแม่เฒ่านั้นเจ็บปวด แต่จำต้องใจแข็งและใจร้ายเอ่ยพูดต่อไปราวกับคนที่ไร้ซึ่งหัวใจและความรู้สึก

“ในเมื่อรู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นแล้ว ก็อย่าได้คิดสู้ในหนทางที่เห็นแก่ตัว”

“...”

“เอ็งกับพ่อครูแสงไฟมิใช่คู่กัน”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 10

    เช้ามืดเพราะคำบอกกล่าวของผู้เป็นแม่ที่กำชับว่าให้เดือนอ้ายออกจากเรือนแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในป่าก่อนตะวันจะขึ้น ทำให้ตอนนี้เดือนอ้ายที่มีผ้าผืนแดงคลุมหัวและสะพายห่อผ้าอยู่ที่ไหล่เล็กเดินเข้าไปในป่า ไปในเส้นทางที่เธอพอจะคุ้นเคยเพราะเคยเข้าไปเก็บผลไม้กับผู้เป็นพ่อและแม่แม้ว่าจะไม่บ่อยก็ตาม พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวง เพราะตอนนี้บรรยากาศรอบตัวของเดือนอ้ายมันมืดพอสมควรแม้ว่าใกล้จะเช้าแล้วก็ตาม“แล้วข้าจะต้องเดินไปทางใด”เดือนอ้ายหยุดยืนอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่แล้วหันมองซ้ายขวาอย่างคิดไม่ตกว่าจะต้องเดินไปทางใด เพราะทางที่พอจะจำได้เธอก็เดินมาจนสุดทางแล้ว“ก็ฉันคิดถึงเธอ มันคิดถึง...”“...”“ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร”เสียงของชายหนุ่มที่เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงยานครางทำให้เดือนอ้ายสะดุ้งและหันมองไปรอบ ๆ อย่างลนลาน อีกทั้งยังไม่ได้มีแค่เสียงแต่คล้ายว่าจะมีเสียงเครื่องดนตรีประกอบ ซึ่งเดือนอ้ายนั้นไม่อาจจะรู้ได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีชนิดใดเพราะเสียงไม่คล้ายกับที่หมู่บ้านของเธอนั้นมีแต่เมื่อตั้งสติและยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ เดือนอ้ายก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยิ

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 9

    เรือนเดือนอ้าย“มันผีเข้า แต่ว่ามันยังมีบุญจึงไปหาพ่อครูแสงไฟให้ช่วยได้ทัน มิเช่นนั้นป่านนี้พ่อกับแม่ของมันคงจะแบกร่างไร้ลมหายใจของลูกสาวกลับเรือน”“ผีเข้ารึ”เดือนอ้ายที่นั่งพับเพียบอยู่หน้าประตูแล้วสอดส่องสายตามองออกไปข้างนอกผ่านช่องเล็ก ๆ ของบานประตูที่เปิดแง้มเพื่อรอผู้เป็นแม่กลับมาอย่างใจจดใจจ่อ เอ่ยพูดกับตัวเองเสียงเบาเมื่อได้ยินเสียงของหญิงวัยกลางคนโจษจันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านเช้านี้เดือนอ้ายขยับนั่งหลังตรงแล้วปิดประตูเรือน ใบหน้าสวยก็หันกลับมามองภายในเรือนของตนอย่างรู้สึกหวาดกลัว“เดือนอ้าย”“เฮือก! แม่!”เดือนอ้ายที่นั่งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรือนพร้อมกับขบคิดเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ในหัวพลันสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงคนเอ่ยเรียก และเมื่อหันกลับมามองแล้วพบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือผู้เป็นแม่ก็ยกมือขึ้นทาบอกแล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง“เหตุใดถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ แล้วข้าเรียกอยู่นานเอ็งไม่ได้ยินรึถึงได้สะดุ้งจนตัวโยน”“ข้า ข้าคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจ้ะแม่”“...”“ข้านั่งรอแม่นั่นแหละ มาดักรอว่าแม่จะกลับมาเมื่อใด”“เหตุใดถึงต้องรอ รอกินผลไม้รึ”“...จ้ะ”“มิใช่ว่ารอฟังจากปากข

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 8

    “ผู้ต่ำต้อยเช่นมึง กล้าดีอย่างไรมาลองดีกับกู!”น้ำเสียงเข้มคล้ายชายแก่ตะคอกใส่พ่อครูแสงไฟที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าหิ้งบูชาด้วยท่าทางนิ่งสงบ โดยที่สองแขนของขวัญถูกพ่อและแม่จับตรึงแขนไว้คนละข้างไม่ให้ลูกสาวของตนที่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นอะไรพุ่งเข้าไปหาพ่อครูแสงไฟแม้ว่าก่อนหน้านี้พ่อครูจะสวดท่องบริกรรมคาถาเพื่อขับไล่ แต่บางอย่างที่สิงสู่อยู่ในตัวของขวัญกลับไม่ยอมออกไปพ่อครูแสงไฟหันไปหยิบม้วนสายสิญจน์แล้วนำมาพันรอบหัวของขวัญ ซึ่งเธอก็ยังคงมีท่าทีพยศและต่อต้านไม่ยอมให้พ่อครูแสงไฟทำในสิ่งที่ต้องการได้โดยง่าย ฝ่ามือใหญ่จึงวางลงที่หัวทับสายสิญจน์สีขาวที่พันส่วนอีกมือก็ยกขันน้ำมนต์ที่ถูกปลุกเสกแล้วมาถือไว้พร้อมกับสวดท่องบริกรรมคาถา“มึงจะลองดีกับกูรึ!”“มะโทรัง อะตะระโร เวสะวะโน นะหากปิ ปิสาคะตาวาโหมิ มหายักขะ เทพะอนุตะรัง เทพะดา เทพะเอรักขัง ยังยังอิติ เวสะวะนัน ภูตัง มหาลักชามะนง มะภูอารักขะ นะพุททิมะมัตตะนัง กาลปะติทิศาสัพเพยักขา ปะลายัตตะนิ”สิ้นเสียงสวดท่องพ่อครูแสงไฟก็ยกขันน้ำมนต์เทราดตั้งแต่หัวจนเปียกชุ่มไปทั้งตัวของขวัญ ทำให้หญิงสาวตัวเล็กกรีดร้องและดิ้นทุรนทุรายจนผู้เป็นพ่อและแม่แทบจะสู

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 7

    สองวันต่อมาเรือนเดือนอ้ายใบหน้าของหัวสวมที่มีลวดลายการวาดเขียนและแกะสลักงดงามไม่ต่างไปจากใบหน้าที่ถูกปิดบัง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ ดวงตาทั้งสองข้างเรียวรีและวาดเขียนเป็นรูปดอกทัดรักทัดยังใบหูซ้าย ก้มหน้ามองสิ่งของที่ถูกทำอย่างประณีตในมือเรียวทั้งสองเดือนอ้ายมองพวงดอกพุ่มแดงที่ทำจนเสร็จสิ้นในมือด้วยความใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แม้ว่าแววตาจะเศร้าหมองไม่ได้เป็นประกายสดใสเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ทำไปถวายพ่อครูแสงไฟเพื่อกราบไหว้หัวสวมด้วยตัวเองซึ่งพวงดอกพุ่มแดงนั้นจะถูกทำขึ้นเพื่อใช้ในพิธีเลือกคู่ แต่นอกเหนือจากนั้นก็ยังใช้เป็นเครื่องกราบไหว้หัวสวม โดยปกติแล้ววันนาแม่ของลัลนาจะเป็นผู้ที่ทำเครื่องสักการะไปถวายพ่อครูแสงไฟและพ่อครูเปลวเทียนซึ่งแต่ละปีจะทำการเปลี่ยนเพียงแค่หนึ่งครั้ง แต่เดือนอ้ายผู้ที่ชอบร้อยพวงดอกพุ่มแดงมักจะทำเปลี่ยนให้พ่อครูแสงไฟอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าพวงเก่าจะไม่ได้แห้งหรือเหี่ยวเฉาก็ตามซึ่งพ่อครูแสงไฟก็ไม่ได้ว่าอะไร หากเดือนอ้ายอยากทำถวายเขาก็พร้อมที่จะรับไว้ด้วยความเต็มใจ แต่เมื่อผู้อื่นทำให้เขากลับไม่รับ“เดือนอ้าย”“เสร็จแล้วจ้ะแม่”เมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นแม่ดั

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 6

    ในขณะที่พูดเดือนอ้ายไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองพ่อครูที่ก้าวเดินมาหยุดยืนตรงหน้า แต่เพียงไม่นานร่างเล็กก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินเข้าไปหาพ่อครูแสงไฟ ใบหน้างดงามที่ถูกปิดบังไว้ด้วยหัวสวมก็มองพ่อครูแสงไฟที่ใบหน้าที่แท้จริงหลบซ่อนอยู่ในหัวสวมเช่นเดียวกันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม“พ่อครูจ๋า”“ต้องการสิ่งใด บอกข้า”สิ้นเสียงทุ้มพ่อครูแสงไฟก็เป็นฝ่ายก้าวเดินเข้าหาเดือนอ้าย สายตาก็จับจ้องมองเธอไม่วางตาทำให้เดือนอ้ายก้าวเดินถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับต้นไม้ใหญ่ไร้ซึ่งหนทางหลบหนีแขนข้างขวาที่ไร้ซึ่งผ้าผืนสีขาวคล้องแขนไว้เช่นทุกครั้งถูกยกขึ้นไปวางมือยังลำต้นเหนือหัวของเดือนอ้ายมืออีกข้างก็วางแตะยังสะโพกผาย แล้วก้มหน้าลงมาใกล้ทำให้เดือนอ้ายต้องยกมือเล็กข้างซ้ายที่สั่นเทาขึ้นดันหน้าท้องแข็งของพ่อครูแสงไฟเอาไว้เบา ๆ“ข้า ต้องการให้พ่อครูแสงไฟอย่ายุ่งกับข้าอีก”“...”“อยู่ให้ห่างจากข้า”“หากข้าไม่ทำล่ะ”“พ่อครูจะต้องเสียใจ”“...”“หากไม่อยากแปดเปื้อนด่างพร้อยเพราะข้า อย่า ยุ่ง กับ ข้า อีก”ท้ายประโยคเสียงหวานเอ่ยพูดเน้นย้ำทีละคำด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แต่กลับรู้สึกว่าหน้าท้องแข็งที่มือเล็กของเธอวางมือผลัก

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 5

    ตกดึกเสียงบานประตูไม้ไผ่ฝั่งตำหนักถูกเปิดออกในช่วงกลางดึกที่บรรยากาศรอบเรือนไม้สงบเงียบและปกคลุมไปด้วยความมืด มีเพียงแค่แสงจากดวงจันทร์และแสงจากคบไฟหน้าเรือนที่มีชาวบ้านแวะเวียนมาจุดให้พ่อครูแสงไฟเป็นประจำเท่านั้น ที่ทำให้บริเวณหน้าเรือนของพ่อครูแสงไฟที่เจ้าของเพิ่งจะเปิดประตูแล้วก้าวเดินออกมาสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนพอสมควรทุกอย่างยังคงถูกวางไว้ที่เดิม รวมทั้งตะกร้าสานที่มีผ้าผืนสีขาวถูกพับเรียงไว้ในนั้นอย่างเรียบร้อยวางอยู่หน้าเรือนนอนของพ่อครูแสงไฟใบหน้าหล่อคมคายนิ่งเรียบ สายตาไร้ซึ่งความคิดให้คาดเดา มองไปยังตะกร้าสานพร้อมกับขายาวที่ก้าวเดินเข้าไปหาและก้มลงไปยกมันขึ้นมาเพื่อนำกลับเข้าไปในเรือนนอนของตนซึ่งก่อนหน้านี้นับตั้งแต่เช้าที่เดือนอ้ายออกไปจากเรือนเขา พ่อครูแสงไฟก็เข้าฌานทำสมาธิตัดขาดจากโลกภายนอก โดยมีกุมารใบบุญคอยเป็นหูเป็นตาหากเกิดเหตุใดขึ้นก็จะเป็นผู้ที่ปลุกเขาให้ออกจากสมาธิแต่เรื่องบางเรื่องกุมารใบบุญก็ไม่อาจจะปริปากพูดได้ ด้วยเกรงว่าจะถูกคนที่มีอำนาจเหนือกว่าเอ็ดดุและลงโทษพ่อครูแสงไฟนำตะกร้าสานมาวางลงไว้ข้างหีบผ้าที่อยู่มุมเรือน ร่างสูงย่อตัวลงนั่งคุกเข่าแล้วย

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 3

    เรือนพ่อครูแสงไฟเดือนอ้ายก้มหน้าเดินตามหลังพ่อครูแสงไฟกลับมาที่เรือน หลังจากที่ก่อนหน้านี้พ่อครูแสงไฟอยู่กับเธอจนซักผ้าเสร็จ และเมื่อเดือนอ้ายกลับมาตากผ้าที่หลังเรือนของตน พ่อครูแสงไฟก็เดินเอามือไพล่หลังตามเธอมาและหยุดยืนมองเข้าไปในป่าอยู่ไม่ไกลจากเดือนอ้าย โดยไม่ยอมกลับเรือนตัวเองเดือนอ้ายที่ตาก

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 2

    เดือนอ้ายยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดตัวเองไว้เมื่อเสือเดินออกมายืนปรากฏตัวให้เธอเห็นแบบชัดเจนพร้อมกับกระหน่ำปาก้อนหินใส่ตัวของเดือนอ้าย เพราะในร่างกายของผู้คนที่นี่จุดที่อ่อนแอที่สุดก็คือตามร่างกาย จุดที่แข็งที่สุดก็คือหัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าร่างกายจะบอบบางจนโดนกระทบกระแทกนิดหน่อยแล้วเจ็บเพราะหัวสวมนั้นปก

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 1

    เช้าเรือนเดือนอ้ายดวงตาคู่สวยที่แฝงเร้นไปด้วยความเศร้าหมองมองหีบผ้านุ่งที่บัดนี้มันว่างเปล่าเนื่องจากเป็นเวลานานหลายวันแล้วที่เดือนอ้ายไม่ได้ออกไปซักผ้าและเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในเรือน เนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองถูกจ้องมองตลอดเวลาที่ออกไปข้างนอกจึงทำให้กลัวและระแวงจนไม่อยากออกไปที่ใดทั้งกลัว เสือ ชายห

  • ม่านรักครองพนา   อารัมภบท

    สามเดือนผ่านไปเรือนแม่หมอ (ช่วงค่ำ)“น้ำอบ ลัลนาคลอดแล้วรึ”เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของ เดือนอ้าย เอ่ยถาม น้ำอบ หญิงสาวที่ยืนลูบท้องที่เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ของตนอยู่ข้าง เดโช คนรักของเธอ ทำให้น้ำอบหันมามองเดือนอ้ายและตอบกลับเสียงใสด้วยความดีใจและแสนยินดี“คลอดแล้ว เอ็งไม่ต้องห่วงมันแข็งแร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status