Beranda / โรแมนติก / ม่านรักครองพนา / ม่านรักครองพนา ตอนที่ 1

Share

ม่านรักครองพนา ตอนที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2026-03-27 21:21:49

เช้า

เรือนเดือนอ้าย

ดวงตาคู่สวยที่แฝงเร้นไปด้วยความเศร้าหมองมองหีบผ้านุ่งที่บัดนี้มันว่างเปล่าเนื่องจากเป็นเวลานานหลายวันแล้วที่เดือนอ้ายไม่ได้ออกไปซักผ้าและเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในเรือน เนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองถูกจ้องมองตลอดเวลาที่ออกไปข้างนอกจึงทำให้กลัวและระแวงจนไม่อยากออกไปที่ใด

ทั้งกลัว เสือ ชายหนุ่มจิตไม่ปกติและ คนผู้นั้น ที่เดือนอ้ายพยายามหลบหน้าเขาตั้งแต่วันที่ถูกแม่เฒ่าสั่งห้าม

“ยามนี้เช้าแล้ว ผู้คนพลุกพล่าน คงจะไม่มีอะไร”

เอ่ยพูดกับตัวเองเสียงเบาแล้วขยับลุกขึ้นเดินไปนั่งยังพื้นเรือนหน้าหิ้งบูชา สายตาก็มองหัวสวมของตัวเองที่เมื่อใดที่เธอไปหาพ่อครูแสงไฟที่เรือน เขาจะเป่าหัวและพูดบอกเสมอว่า หายดีในเร็ววัน

“หายดีงั้นรึ ข้าคงจะหายไปจากภพชาตินี้ก่อน”

แววตาของเดือนอ้ายพลันเศร้าหมองมากกว่าเดิมหลังจากเอื้อนเอ่ยประโยคทำร้ายจิตใจตนเองจบ แล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะพนมมือขึ้นไว้กลางอกเพื่อสวดท่องบทสวด ซึ่งจะต้องท่องทุกครั้งก่อนที่จะยกหัวสวมมาใส่

เมื่อหัวสวมครอบลงยังศีรษะเล็กเดือนอ้ายก็ก้มลงกราบที่พื้นอีกครั้ง เมื่อเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นไปยกตะกร้าสานที่มีผ้าผืนแดงอยู่ในนั้นจนพูนขึ้นมา และด้วยกลัวว่าผู้อื่นที่พบเห็นจะกล่าวหาว่าเธอขี้เกียจเพราะพวกเขาไม่รู้เหตุผลที่แท้จริง มือเรียวก็กดผ้าลงไปในตะกร้าแต่ด้วยความที่ผ้านั้นมีเยอะจึงทำให้มันแทบจะไม่ได้ลดลงจากเดิมเลย

“เดือนอ้าย จะไปที่ใดลูก”

เดือนงาม ผู้เป็นแม่ของเดือนอ้ายพูดทักทายทันทีที่เห็นลูกสาวเพียงคนเดียวของตนเดินลงมาจากเรือน เดือนอ้ายจึงเดินเข้าไปหาด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มดีใจเพราะเธอเองก็คิดถึงพ่อและแม่ แต่จิตใจที่ห่อเหี่ยวและบอบช้ำก็ทำให้เธอไม่อยากออกจากเรือนมาพบเจอผู้ใด โดยเฉพาะพวกเขาทั้งสองคนเนื่องจากไม่อยากทำให้พ่อและแม่ต้องทุกข์ใจกับอาการป่วยทางร่างกายและจิตใจของเธอ

“ไปซักผ้าจ้ะ แม่ไปที่ใดมารึ”

“ไปเรือนพ่อครูแสงมา เมื่อวานพ่อเอ็งไปเก็บผลไม้ได้มาหลายอย่าง จึงนำไปถวายพ่อครูแล้วพ่อครูแสงก็บอกให้แม่ไปเอากลับมาวันนี้”

“...เหตุใดถึงให้แม่ไปเอากลับมาล่ะจ๊ะ แม่ถวายพ่อครูแสงแล้วไม่ใช่รึ”

เดือนอ้ายเอ่ยถามเสียงเบาเพราะเพียงแค่พูดชื่อพ่อครูแสงไฟออกมาเธอก็รู้สึกเจ็บหน่วงที่หัวใจแล้ว เนื่องจากเดือนอ้ายคิดถึงพ่อครูแสงไฟเหลือเกินแต่ก็ไม่อาจจะไปพบหน้าได้

เดือนงามที่ได้ยินลูกสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงความเศร้าก็ยกมือขึ้นมาลูบหัวเดือนอ้ายด้วยความอ่อนโยน สายตาที่มองเธอก็เต็มไปด้วยความสงสารที่เดือนอ้ายต้องเกิดมาพร้อมกับอาการเจ็บป่วยที่รักษาไม่หายขาดเสียที

“พ่อครูบอกให้เอากลับมาให้เอ็งกิน จะได้หายนะลูก”

“...”

“แม่จะเอาไปไว้ที่เรือนเอ็ง กินนะลูก อย่าได้หมดหวังแม่เชื่อว่าพ่อครูแสงจะต้องช่วยเอ็งได้”

“...”

“เหตุใดถึงส่ายหน้า”

เดือนงามที่ยืนถือกระจาดผลไม้ มองเดือนอ้ายด้วยความไม่เข้าใจเมื่อเห็นเธอส่ายหน้าหลังจากที่ได้ยินผู้เป็นแม่พูดจบ

“ข้าจะไม่รักษาแล้ว เหตุใดจะเกิดก็ให้มันเกิด เกือบสิบปีที่ผ่านมาพ่อครูแสงก็ช่วยข้าได้เพียงแค่ให้อาการทุเลา แล้วตัวพ่อครูก็แย่ตามข้าไปด้วย”

“เอ็งหมายความว่าอย่างไร”

“ข้าเคยเห็นเลือดเปื้อนผ้าขาวของพ่อครูแสงอยู่บ่อย ๆ ยามที่เอาผ้าไปซัก และครั้งก่อนข้าก็เห็นกับตาว่าพ่อครูแสงมีเลือดออกทั้งทางปากและจมูก”

“...”

“หากข้ายังดื้อรั้นเห็นแก่ตัว เกรงว่าข้าจะไม่ได้ตายผู้เดียว”

“...”

“ตัวข้านั้นหากตายไปก็ไม่ได้กระทบผู้ใด แต่ที่แห่งนี้ไม่มีพ่อครูแสงไม่ได้”

“เอ็งอย่าได้พูดเช่นนี้ เอ็งเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อและแม่ หากเอ็งตายพ่อกับแม่จะอยู่อย่างไร”

“ไม่มีผู้ใดหนีความตายได้หรอกแม่ ข้าไม่กลัวสักนิด ข้าอยากให้พ่อและแม่เข้มแข็งเพราะข้ารู้สึกว่า มันอีกไม่นาน

พูดจบเดือนอ้ายก็ก้มหน้าเดินจากไปทิ้งให้เดือนงามมองตามแผ่นหลังเล็กด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด เจ็บที่ไม่อาจจะช่วยอะไรลูกสาวได้ และเจ็บที่คิดว่าเด็กน้อยตัวเล็กที่เธออุ้มชูเลี้ยงดูมาด้วยความรักกำลังจะจากไป

“แม่จะช่วยเอ็งได้อย่างไร ลูกเอ๊ย”

ลำธาร

เดือนอ้ายเดินถือตะกร้าผ้ามาจนถึงลำธารแล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ที่ไร้ซึ่งผู้คน ทำให้บริเวณลำธารเงียบเชียบได้ยินเพียงแค่เสียงน้ำที่ตกจากที่สูงลงมายังลำธารข้างล่าง และเสียงนกที่ราวกับพวกมันกำลังสื่อสารกัน

ขาเรียวเดินลงมาหยุดยืนอยู่ริมฝั่งแล้วหลับตาลงเพื่อสูดอากาศ และเมื่อลืมตาขึ้นก็มองสายน้ำด้วยดวงตาที่เป็นประกายเพราะเดือนอ้ายชอบเล่นน้ำมากแต่ด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรง ทำให้ถูกพ่อครูแสงไฟสั่งห้ามไม่ให้เธอลงไปแช่น้ำนาน

“เหตุใดถึงได้เอาแต่คิดถึง”

เดือนอ้ายสะบัดหน้าไปมาเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านแล้วย่อตัวนั่งลงยังหินก้อนเล็กริมฝั่งแล้วเทผ้าในตะกร้าลงไว้บนพื้น มือเรียวจุ่มผ้าลงไปในน้ำแล้วลงมือขยี้ไปเรื่อย ๆ แต่เพียงไม่นานความรู้สึกที่เหมือนมีใครกำลังแอบมองเธอก็กลับมาอีกครั้ง ทำให้เดือนอ้ายต้องเงยหน้าขึ้นมองไปยังฝั่งตรงข้ามที่ปกคลุมไปด้วยพวงดอกพุ่มแดง แต่กลับไม่พบผู้ใด

หัวใจในอกข้างซ้ายของเดือนอ้ายพลันเต้นแรงเพราะแม้ว่าจะไม่พบเห็นผู้ใด แต่ความรู้สึกนั้นยังคงอยู่

ตุบ!

“โอ๊ย!”

เดือนอ้ายร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บเมื่อมีบางอย่างถูกขว้างปามาด้วยความแรงกระแทกเข้าที่ต้นแขนข้างขวาของเธอ และเมื่อเดือนอ้ายหันไปมองที่พื้นฝั่งขวาหลังจากได้ยินเสียงของสิ่งนั้นตกลงก็ทำให้รู้ว่ามันคือ หินก้อนใหญ่

“หึ”

อีกทั้งยังได้ยินเสียงหัวเราะราวกับผู้กระทำนั้นพอใจ เดือนอ้ายจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ทำให้เห็นดวงตาของหัวสวมที่เดือนอ้ายจำได้ว่าคนผู้นี้เป็นใคร หลบซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่แล้วกำลังมองมาที่เธอ

“พี่เสือ”

ตุบ!ตุบ!ตุบ!

“โอ๊ย หยุดนะ!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 10

    เช้ามืดเพราะคำบอกกล่าวของผู้เป็นแม่ที่กำชับว่าให้เดือนอ้ายออกจากเรือนแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในป่าก่อนตะวันจะขึ้น ทำให้ตอนนี้เดือนอ้ายที่มีผ้าผืนแดงคลุมหัวและสะพายห่อผ้าอยู่ที่ไหล่เล็กเดินเข้าไปในป่า ไปในเส้นทางที่เธอพอจะคุ้นเคยเพราะเคยเข้าไปเก็บผลไม้กับผู้เป็นพ่อและแม่แม้ว่าจะไม่บ่อยก็ตาม พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวง เพราะตอนนี้บรรยากาศรอบตัวของเดือนอ้ายมันมืดพอสมควรแม้ว่าใกล้จะเช้าแล้วก็ตาม“แล้วข้าจะต้องเดินไปทางใด”เดือนอ้ายหยุดยืนอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่แล้วหันมองซ้ายขวาอย่างคิดไม่ตกว่าจะต้องเดินไปทางใด เพราะทางที่พอจะจำได้เธอก็เดินมาจนสุดทางแล้ว“ก็ฉันคิดถึงเธอ มันคิดถึง...”“...”“ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร”เสียงของชายหนุ่มที่เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงยานครางทำให้เดือนอ้ายสะดุ้งและหันมองไปรอบ ๆ อย่างลนลาน อีกทั้งยังไม่ได้มีแค่เสียงแต่คล้ายว่าจะมีเสียงเครื่องดนตรีประกอบ ซึ่งเดือนอ้ายนั้นไม่อาจจะรู้ได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีชนิดใดเพราะเสียงไม่คล้ายกับที่หมู่บ้านของเธอนั้นมีแต่เมื่อตั้งสติและยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ เดือนอ้ายก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยิ

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 9

    เรือนเดือนอ้าย“มันผีเข้า แต่ว่ามันยังมีบุญจึงไปหาพ่อครูแสงไฟให้ช่วยได้ทัน มิเช่นนั้นป่านนี้พ่อกับแม่ของมันคงจะแบกร่างไร้ลมหายใจของลูกสาวกลับเรือน”“ผีเข้ารึ”เดือนอ้ายที่นั่งพับเพียบอยู่หน้าประตูแล้วสอดส่องสายตามองออกไปข้างนอกผ่านช่องเล็ก ๆ ของบานประตูที่เปิดแง้มเพื่อรอผู้เป็นแม่กลับมาอย่างใจจดใจจ่อ เอ่ยพูดกับตัวเองเสียงเบาเมื่อได้ยินเสียงของหญิงวัยกลางคนโจษจันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านเช้านี้เดือนอ้ายขยับนั่งหลังตรงแล้วปิดประตูเรือน ใบหน้าสวยก็หันกลับมามองภายในเรือนของตนอย่างรู้สึกหวาดกลัว“เดือนอ้าย”“เฮือก! แม่!”เดือนอ้ายที่นั่งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรือนพร้อมกับขบคิดเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ในหัวพลันสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงคนเอ่ยเรียก และเมื่อหันกลับมามองแล้วพบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือผู้เป็นแม่ก็ยกมือขึ้นทาบอกแล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง“เหตุใดถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ แล้วข้าเรียกอยู่นานเอ็งไม่ได้ยินรึถึงได้สะดุ้งจนตัวโยน”“ข้า ข้าคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจ้ะแม่”“...”“ข้านั่งรอแม่นั่นแหละ มาดักรอว่าแม่จะกลับมาเมื่อใด”“เหตุใดถึงต้องรอ รอกินผลไม้รึ”“...จ้ะ”“มิใช่ว่ารอฟังจากปากข

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 8

    “ผู้ต่ำต้อยเช่นมึง กล้าดีอย่างไรมาลองดีกับกู!”น้ำเสียงเข้มคล้ายชายแก่ตะคอกใส่พ่อครูแสงไฟที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าหิ้งบูชาด้วยท่าทางนิ่งสงบ โดยที่สองแขนของขวัญถูกพ่อและแม่จับตรึงแขนไว้คนละข้างไม่ให้ลูกสาวของตนที่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นอะไรพุ่งเข้าไปหาพ่อครูแสงไฟแม้ว่าก่อนหน้านี้พ่อครูจะสวดท่องบริกรรมคาถาเพื่อขับไล่ แต่บางอย่างที่สิงสู่อยู่ในตัวของขวัญกลับไม่ยอมออกไปพ่อครูแสงไฟหันไปหยิบม้วนสายสิญจน์แล้วนำมาพันรอบหัวของขวัญ ซึ่งเธอก็ยังคงมีท่าทีพยศและต่อต้านไม่ยอมให้พ่อครูแสงไฟทำในสิ่งที่ต้องการได้โดยง่าย ฝ่ามือใหญ่จึงวางลงที่หัวทับสายสิญจน์สีขาวที่พันส่วนอีกมือก็ยกขันน้ำมนต์ที่ถูกปลุกเสกแล้วมาถือไว้พร้อมกับสวดท่องบริกรรมคาถา“มึงจะลองดีกับกูรึ!”“มะโทรัง อะตะระโร เวสะวะโน นะหากปิ ปิสาคะตาวาโหมิ มหายักขะ เทพะอนุตะรัง เทพะดา เทพะเอรักขัง ยังยังอิติ เวสะวะนัน ภูตัง มหาลักชามะนง มะภูอารักขะ นะพุททิมะมัตตะนัง กาลปะติทิศาสัพเพยักขา ปะลายัตตะนิ”สิ้นเสียงสวดท่องพ่อครูแสงไฟก็ยกขันน้ำมนต์เทราดตั้งแต่หัวจนเปียกชุ่มไปทั้งตัวของขวัญ ทำให้หญิงสาวตัวเล็กกรีดร้องและดิ้นทุรนทุรายจนผู้เป็นพ่อและแม่แทบจะสู

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 7

    สองวันต่อมาเรือนเดือนอ้ายใบหน้าของหัวสวมที่มีลวดลายการวาดเขียนและแกะสลักงดงามไม่ต่างไปจากใบหน้าที่ถูกปิดบัง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ ดวงตาทั้งสองข้างเรียวรีและวาดเขียนเป็นรูปดอกทัดรักทัดยังใบหูซ้าย ก้มหน้ามองสิ่งของที่ถูกทำอย่างประณีตในมือเรียวทั้งสองเดือนอ้ายมองพวงดอกพุ่มแดงที่ทำจนเสร็จสิ้นในมือด้วยความใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แม้ว่าแววตาจะเศร้าหมองไม่ได้เป็นประกายสดใสเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ทำไปถวายพ่อครูแสงไฟเพื่อกราบไหว้หัวสวมด้วยตัวเองซึ่งพวงดอกพุ่มแดงนั้นจะถูกทำขึ้นเพื่อใช้ในพิธีเลือกคู่ แต่นอกเหนือจากนั้นก็ยังใช้เป็นเครื่องกราบไหว้หัวสวม โดยปกติแล้ววันนาแม่ของลัลนาจะเป็นผู้ที่ทำเครื่องสักการะไปถวายพ่อครูแสงไฟและพ่อครูเปลวเทียนซึ่งแต่ละปีจะทำการเปลี่ยนเพียงแค่หนึ่งครั้ง แต่เดือนอ้ายผู้ที่ชอบร้อยพวงดอกพุ่มแดงมักจะทำเปลี่ยนให้พ่อครูแสงไฟอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าพวงเก่าจะไม่ได้แห้งหรือเหี่ยวเฉาก็ตามซึ่งพ่อครูแสงไฟก็ไม่ได้ว่าอะไร หากเดือนอ้ายอยากทำถวายเขาก็พร้อมที่จะรับไว้ด้วยความเต็มใจ แต่เมื่อผู้อื่นทำให้เขากลับไม่รับ“เดือนอ้าย”“เสร็จแล้วจ้ะแม่”เมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นแม่ดั

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 6

    ในขณะที่พูดเดือนอ้ายไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองพ่อครูที่ก้าวเดินมาหยุดยืนตรงหน้า แต่เพียงไม่นานร่างเล็กก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินเข้าไปหาพ่อครูแสงไฟ ใบหน้างดงามที่ถูกปิดบังไว้ด้วยหัวสวมก็มองพ่อครูแสงไฟที่ใบหน้าที่แท้จริงหลบซ่อนอยู่ในหัวสวมเช่นเดียวกันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม“พ่อครูจ๋า”“ต้องการสิ่งใด บอกข้า”สิ้นเสียงทุ้มพ่อครูแสงไฟก็เป็นฝ่ายก้าวเดินเข้าหาเดือนอ้าย สายตาก็จับจ้องมองเธอไม่วางตาทำให้เดือนอ้ายก้าวเดินถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับต้นไม้ใหญ่ไร้ซึ่งหนทางหลบหนีแขนข้างขวาที่ไร้ซึ่งผ้าผืนสีขาวคล้องแขนไว้เช่นทุกครั้งถูกยกขึ้นไปวางมือยังลำต้นเหนือหัวของเดือนอ้ายมืออีกข้างก็วางแตะยังสะโพกผาย แล้วก้มหน้าลงมาใกล้ทำให้เดือนอ้ายต้องยกมือเล็กข้างซ้ายที่สั่นเทาขึ้นดันหน้าท้องแข็งของพ่อครูแสงไฟเอาไว้เบา ๆ“ข้า ต้องการให้พ่อครูแสงไฟอย่ายุ่งกับข้าอีก”“...”“อยู่ให้ห่างจากข้า”“หากข้าไม่ทำล่ะ”“พ่อครูจะต้องเสียใจ”“...”“หากไม่อยากแปดเปื้อนด่างพร้อยเพราะข้า อย่า ยุ่ง กับ ข้า อีก”ท้ายประโยคเสียงหวานเอ่ยพูดเน้นย้ำทีละคำด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แต่กลับรู้สึกว่าหน้าท้องแข็งที่มือเล็กของเธอวางมือผลัก

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 5

    ตกดึกเสียงบานประตูไม้ไผ่ฝั่งตำหนักถูกเปิดออกในช่วงกลางดึกที่บรรยากาศรอบเรือนไม้สงบเงียบและปกคลุมไปด้วยความมืด มีเพียงแค่แสงจากดวงจันทร์และแสงจากคบไฟหน้าเรือนที่มีชาวบ้านแวะเวียนมาจุดให้พ่อครูแสงไฟเป็นประจำเท่านั้น ที่ทำให้บริเวณหน้าเรือนของพ่อครูแสงไฟที่เจ้าของเพิ่งจะเปิดประตูแล้วก้าวเดินออกมาสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนพอสมควรทุกอย่างยังคงถูกวางไว้ที่เดิม รวมทั้งตะกร้าสานที่มีผ้าผืนสีขาวถูกพับเรียงไว้ในนั้นอย่างเรียบร้อยวางอยู่หน้าเรือนนอนของพ่อครูแสงไฟใบหน้าหล่อคมคายนิ่งเรียบ สายตาไร้ซึ่งความคิดให้คาดเดา มองไปยังตะกร้าสานพร้อมกับขายาวที่ก้าวเดินเข้าไปหาและก้มลงไปยกมันขึ้นมาเพื่อนำกลับเข้าไปในเรือนนอนของตนซึ่งก่อนหน้านี้นับตั้งแต่เช้าที่เดือนอ้ายออกไปจากเรือนเขา พ่อครูแสงไฟก็เข้าฌานทำสมาธิตัดขาดจากโลกภายนอก โดยมีกุมารใบบุญคอยเป็นหูเป็นตาหากเกิดเหตุใดขึ้นก็จะเป็นผู้ที่ปลุกเขาให้ออกจากสมาธิแต่เรื่องบางเรื่องกุมารใบบุญก็ไม่อาจจะปริปากพูดได้ ด้วยเกรงว่าจะถูกคนที่มีอำนาจเหนือกว่าเอ็ดดุและลงโทษพ่อครูแสงไฟนำตะกร้าสานมาวางลงไว้ข้างหีบผ้าที่อยู่มุมเรือน ร่างสูงย่อตัวลงนั่งคุกเข่าแล้วย

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 4

    “หากข้ารักษาเอ็งไม่ได้ ข้าก็ไม่ควรอยู่ตรงนี้ให้ผู้ใดกราบไหว้อีก”“ข้าไม่อยากให้พ่อครูช่วยข้าแล้ว”“...”“พ่อครูต้องเจ็บและทนทุกข์ทรมานเพราะช่วยข้ามามากพอแล้ว”“อย่าได้คิดเชื่อคำแม่เฒ่า คนที่เอ็งควรเชื่อฟังมีเพียงข้า”“...”“เว้นเสียแต่ว่า เอ็งไม่อยากพบหน้าข้าอีก”“...”“ข้าใจร้ายกับเอ็งรึ”“พ่อครูไ

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 3

    เรือนพ่อครูแสงไฟเดือนอ้ายก้มหน้าเดินตามหลังพ่อครูแสงไฟกลับมาที่เรือน หลังจากที่ก่อนหน้านี้พ่อครูแสงไฟอยู่กับเธอจนซักผ้าเสร็จ และเมื่อเดือนอ้ายกลับมาตากผ้าที่หลังเรือนของตน พ่อครูแสงไฟก็เดินเอามือไพล่หลังตามเธอมาและหยุดยืนมองเข้าไปในป่าอยู่ไม่ไกลจากเดือนอ้าย โดยไม่ยอมกลับเรือนตัวเองเดือนอ้ายที่ตาก

  • ม่านรักครองพนา   อารัมภบท

    สามเดือนผ่านไปเรือนแม่หมอ (ช่วงค่ำ)“น้ำอบ ลัลนาคลอดแล้วรึ”เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของ เดือนอ้าย เอ่ยถาม น้ำอบ หญิงสาวที่ยืนลูบท้องที่เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ของตนอยู่ข้าง เดโช คนรักของเธอ ทำให้น้ำอบหันมามองเดือนอ้ายและตอบกลับเสียงใสด้วยความดีใจและแสนยินดี“คลอดแล้ว เอ็งไม่ต้องห่วงมันแข็งแร

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 2

    เดือนอ้ายยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดตัวเองไว้เมื่อเสือเดินออกมายืนปรากฏตัวให้เธอเห็นแบบชัดเจนพร้อมกับกระหน่ำปาก้อนหินใส่ตัวของเดือนอ้าย เพราะในร่างกายของผู้คนที่นี่จุดที่อ่อนแอที่สุดก็คือตามร่างกาย จุดที่แข็งที่สุดก็คือหัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าร่างกายจะบอบบางจนโดนกระทบกระแทกนิดหน่อยแล้วเจ็บเพราะหัวสวมนั้นปก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status