Share

ม่านรักครองพนา
ม่านรักครองพนา
Penulis: นูน่าเลิฟหมูทะ

อารัมภบท

last update Tanggal publikasi: 2026-03-27 21:21:12

สามเดือนผ่านไป

เรือนแม่หมอ (ช่วงค่ำ)

“น้ำอบ ลัลนาคลอดแล้วรึ”

เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของ เดือนอ้าย เอ่ยถาม น้ำอบ หญิงสาวที่ยืนลูบท้องที่เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ของตนอยู่ข้าง เดโช คนรักของเธอ ทำให้น้ำอบหันมามองเดือนอ้ายและตอบกลับเสียงใสด้วยความดีใจและแสนยินดี

“คลอดแล้ว เอ็งไม่ต้องห่วงมันแข็งแรงดีทั้งแม่ทั้งลูก ข้าได้ยินเสียงแม่หมอพูดว่ามันได้ลูกชาย”

“จริงรึ ลัลนาเก่งเหลือเกิน”

ดวงตาคู่สวยที่คราแรกเต็มไปด้วยความกังวลของเดือนอ้ายแต่เมื่อได้ยินว่าเพื่อนรักอย่าง ลัลนา คลอดลูกแล้วอีกทั้งยังปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกก็ทำให้เธอรู้สึกเบาใจ สายตาก็เป็นประกายริมฝีปากเล็กสีชมพูระเรื่อเป็นธรรมชาติก็คลี่ยิ้มและชะเง้อมองขึ้นไปบนเรือนแม่หมอด้วยความดีใจ

ซึ่งเดือนอ้ายรู้ข่าวว่าลัลนาและควันธูปย้ายจากเรือนมาอยู่เรือนแม่หมอเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ไม่รู้ว่าคลอดวันนี้จึงไม่ได้มาดูตั้งแต่แรกแต่เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยของชาวบ้านว่าลัลนาส่งเสียงเจ็บปวดเห็นทีจะคลอดวันนี้ก็ทำให้เดือนอ้ายออกจากเรือนมาหาทันที แม้จะช่วยอะไรไม่ได้แต่ก็อยากมาเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างเพื่อนของเธอ

และเหตุที่เดือนอ้ายไม่ค่อยรู้ข่าวคราวของผู้ใดเพราะเธอเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในเรือน แทบไม่เคยออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน จะออกจากเรือนก็แค่ตอนค่ำที่ผู้คนหลับใหลเพื่อไปอาบน้ำยังลำธาร เพราะเธอไม่ค่อยแข็งแรงและเป็นเพราะ...

“เอ็งขึ้นไปดูสิ ไพรพายก็อยู่บนเรือน”

“ขึ้นไปได้รึ”

“ขึ้นได้ แต่ข้าท้องอยู่พ่อครูไม่ให้ขึ้นไป”

“พ่อครูรึ”

“พ่อครูเปลวเทียน”

“มีผู้อื่นอีกรึไม่”

เดือนอ้ายเอ่ยถามเสียงเบาทำให้น้ำอบมองหน้าเธออย่างนึกรู้ว่าเหตุใดเดือนอ้ายถึงถามเช่นนี้ เพราะเรื่องที่เดือนอ้ายหลบหน้าพ่อครูแสงไฟมาตลอดหลายเดือนทุกคนต่างรู้และสังเกตได้

“พ่อครูทั้งสองนั่นแหละ เพราะลัลนามันคลอดตอนค่ำ เกรงว่าจะมีสิ่งไม่ดีมากล้ำกราย”

“งั้นรึ เช่นนั้นข้ารออยู่ข้างล่างดีกว่า ขึ้นไปจะเกะกะเสียเปล่า ๆ”

สิ้นเสียงหวานดวงตาคู่สวยของเดือนอ้ายที่มองขึ้นไปบนเรือนแม่หมอแล้วเห็นร่างสูงของชายผู้หนึ่งที่นุ่งผ้าโสร่งสีขาวก้าวเดินออกมาหยุดยืนอยู่บริเวณชานเรือน ก็รีบก้มหน้าและเดินไปยืนอยู่ข้างหลังเดโชและน้ำอบ

ทำให้ พ่อครูแสงไฟ ที่มองลงมายังกลุ่มคนด้านล่าง มองด้วยสายตาและใบหน้าที่นิ่งเรียบ

ขายาวก้าวเดินลงบันไดด้วยท่าทางนิ่งสงบและแสนสง่า แขนแกร่งข้างขวายกขึ้นมากำมือไว้ที่บริเวณขอบผ้านุ่ง แขนอีกข้างตกอยู่ข้างลำตัวและบ่าซ้ายมีผ้าสีขาวสะอาดวางพาด ใบหน้าและสายตามองตรงไปยังทางเบื้องหน้า พ่อครูแสงไฟเดินผ่านคนที่ยืนอยู่ด้านล่างไปโดยไม่แม้แต่จะหันมอง

เดือนอ้ายยืนก้มหน้ามองเท้าของพ่อครูแสงไฟที่เดินผ่านไปด้วยหัวใจที่เจ็บหน่วง จนกระทั่งมั่นใจว่าพ่อครูแสงไฟเดินจากไปไกลแล้วจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย

“น้ำอบขึ้นมาได้แล้ว! เดือนอ้าย!”

เสียงของไพรพายที่ดังขึ้นเรียกสติเดือนอ้ายที่ยืนมองพ่อครูแสงไฟราวกับคนที่ตกอยู่ในภวังค์ให้หันกลับไปมอง และเมื่อไพรพายเห็นเดือนอ้ายเธอก็รีบส่งเสียงเรียกด้วยความดีใจและรีบเดินลงมาหาในทันที

“จะตกเรือน!”

แต่น้ำเสียงเข้มที่พูดดุตามหลังไพรพายมานั้นก็ทำให้ทั้งสามคนที่กำลังจะเดินเข้าไปหาไพรพายชะงัก แต่ไพรพายกลับหันไปส่งยิ้มหวานให้พ่อครูเปลวเทียนอย่างไม่กลัว

“ข้าจะไปบอกเอ็งที่เรือนอยู่เชียว”

“เหตุใดไม่บอกข้าตั้งแต่แรก”

เดือนอ้ายเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจเมื่อไพรพายเดินลงมาหาและจับมือเธอไปกุมไว้ ทำให้ไพรพายมองเพื่อนรักด้วยสายตาที่อ่อนโยน

“ลัลนามันสั่งไว้ กลัวเอ็งจะเป็นห่วงเช่นนี้”

“จะไม่ห่วงได้อย่างไรเพื่อนข้าทั้งคน แล้วมันเจ็บท้องนานรึไม่”

“ตั้งแต่โพล้เพล้ แต่ก็ไม่นานหรอก เลิกห่วงมันได้แล้ว! มันแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก ตอนนี้อุ้มลูกซุกอกผัวอยู่ สบายใจเชียว”

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว เอ็งก็อย่าวิ่ง ท้องยังอ่อนอยู่”

เดือนอ้ายพยักหน้ารับรู้ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและไม่ลืมที่จะกำชับไพรพายด้วยน้ำเสียงเอ็ดดุ เพราะตอนนี้ไพรพายท้องแล้ว

ซึ่งคนที่เป็นห่วงไพรพายเสียยิ่งกว่าใครก็คือชายหนุ่มที่นุ่งโสร่งสีดำยืนอยู่บนชานเรือนอย่าง พ่อครูเปลวเทียน แล้วมองไพรพายไม่ละสายตาทำให้คนอื่น ๆ ที่อยู่รอบตัวไพรพายรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

พ่อครูเปลวเทียนยืนมองไพรพายพาเดือนอ้าย น้ำอบและเดโชขึ้นมาบนเรือนแล้วเดินไปจับมือเล็กของไพรพายมากุมไว้ด้วยความหวงแหนไม่อยากให้เธออยู่ห่างตัว แต่ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินเข้าไปในเรือนแม่หมอ พ่อครูเปลวเทียนก็มองไปเห็น กุมารใบบุญ ยืนแอบมองอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ จึงยกยิ้มมุมปากสายตาก็เป็นประกายแสนเจ้าเล่ห์

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 10

    เช้ามืดเพราะคำบอกกล่าวของผู้เป็นแม่ที่กำชับว่าให้เดือนอ้ายออกจากเรือนแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในป่าก่อนตะวันจะขึ้น ทำให้ตอนนี้เดือนอ้ายที่มีผ้าผืนแดงคลุมหัวและสะพายห่อผ้าอยู่ที่ไหล่เล็กเดินเข้าไปในป่า ไปในเส้นทางที่เธอพอจะคุ้นเคยเพราะเคยเข้าไปเก็บผลไม้กับผู้เป็นพ่อและแม่แม้ว่าจะไม่บ่อยก็ตาม พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวง เพราะตอนนี้บรรยากาศรอบตัวของเดือนอ้ายมันมืดพอสมควรแม้ว่าใกล้จะเช้าแล้วก็ตาม“แล้วข้าจะต้องเดินไปทางใด”เดือนอ้ายหยุดยืนอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่แล้วหันมองซ้ายขวาอย่างคิดไม่ตกว่าจะต้องเดินไปทางใด เพราะทางที่พอจะจำได้เธอก็เดินมาจนสุดทางแล้ว“ก็ฉันคิดถึงเธอ มันคิดถึง...”“...”“ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร”เสียงของชายหนุ่มที่เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงยานครางทำให้เดือนอ้ายสะดุ้งและหันมองไปรอบ ๆ อย่างลนลาน อีกทั้งยังไม่ได้มีแค่เสียงแต่คล้ายว่าจะมีเสียงเครื่องดนตรีประกอบ ซึ่งเดือนอ้ายนั้นไม่อาจจะรู้ได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีชนิดใดเพราะเสียงไม่คล้ายกับที่หมู่บ้านของเธอนั้นมีแต่เมื่อตั้งสติและยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ เดือนอ้ายก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยิ

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 9

    เรือนเดือนอ้าย“มันผีเข้า แต่ว่ามันยังมีบุญจึงไปหาพ่อครูแสงไฟให้ช่วยได้ทัน มิเช่นนั้นป่านนี้พ่อกับแม่ของมันคงจะแบกร่างไร้ลมหายใจของลูกสาวกลับเรือน”“ผีเข้ารึ”เดือนอ้ายที่นั่งพับเพียบอยู่หน้าประตูแล้วสอดส่องสายตามองออกไปข้างนอกผ่านช่องเล็ก ๆ ของบานประตูที่เปิดแง้มเพื่อรอผู้เป็นแม่กลับมาอย่างใจจดใจจ่อ เอ่ยพูดกับตัวเองเสียงเบาเมื่อได้ยินเสียงของหญิงวัยกลางคนโจษจันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านเช้านี้เดือนอ้ายขยับนั่งหลังตรงแล้วปิดประตูเรือน ใบหน้าสวยก็หันกลับมามองภายในเรือนของตนอย่างรู้สึกหวาดกลัว“เดือนอ้าย”“เฮือก! แม่!”เดือนอ้ายที่นั่งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรือนพร้อมกับขบคิดเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ในหัวพลันสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงคนเอ่ยเรียก และเมื่อหันกลับมามองแล้วพบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือผู้เป็นแม่ก็ยกมือขึ้นทาบอกแล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง“เหตุใดถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ แล้วข้าเรียกอยู่นานเอ็งไม่ได้ยินรึถึงได้สะดุ้งจนตัวโยน”“ข้า ข้าคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจ้ะแม่”“...”“ข้านั่งรอแม่นั่นแหละ มาดักรอว่าแม่จะกลับมาเมื่อใด”“เหตุใดถึงต้องรอ รอกินผลไม้รึ”“...จ้ะ”“มิใช่ว่ารอฟังจากปากข

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 8

    “ผู้ต่ำต้อยเช่นมึง กล้าดีอย่างไรมาลองดีกับกู!”น้ำเสียงเข้มคล้ายชายแก่ตะคอกใส่พ่อครูแสงไฟที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าหิ้งบูชาด้วยท่าทางนิ่งสงบ โดยที่สองแขนของขวัญถูกพ่อและแม่จับตรึงแขนไว้คนละข้างไม่ให้ลูกสาวของตนที่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นอะไรพุ่งเข้าไปหาพ่อครูแสงไฟแม้ว่าก่อนหน้านี้พ่อครูจะสวดท่องบริกรรมคาถาเพื่อขับไล่ แต่บางอย่างที่สิงสู่อยู่ในตัวของขวัญกลับไม่ยอมออกไปพ่อครูแสงไฟหันไปหยิบม้วนสายสิญจน์แล้วนำมาพันรอบหัวของขวัญ ซึ่งเธอก็ยังคงมีท่าทีพยศและต่อต้านไม่ยอมให้พ่อครูแสงไฟทำในสิ่งที่ต้องการได้โดยง่าย ฝ่ามือใหญ่จึงวางลงที่หัวทับสายสิญจน์สีขาวที่พันส่วนอีกมือก็ยกขันน้ำมนต์ที่ถูกปลุกเสกแล้วมาถือไว้พร้อมกับสวดท่องบริกรรมคาถา“มึงจะลองดีกับกูรึ!”“มะโทรัง อะตะระโร เวสะวะโน นะหากปิ ปิสาคะตาวาโหมิ มหายักขะ เทพะอนุตะรัง เทพะดา เทพะเอรักขัง ยังยังอิติ เวสะวะนัน ภูตัง มหาลักชามะนง มะภูอารักขะ นะพุททิมะมัตตะนัง กาลปะติทิศาสัพเพยักขา ปะลายัตตะนิ”สิ้นเสียงสวดท่องพ่อครูแสงไฟก็ยกขันน้ำมนต์เทราดตั้งแต่หัวจนเปียกชุ่มไปทั้งตัวของขวัญ ทำให้หญิงสาวตัวเล็กกรีดร้องและดิ้นทุรนทุรายจนผู้เป็นพ่อและแม่แทบจะสู

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 7

    สองวันต่อมาเรือนเดือนอ้ายใบหน้าของหัวสวมที่มีลวดลายการวาดเขียนและแกะสลักงดงามไม่ต่างไปจากใบหน้าที่ถูกปิดบัง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ ดวงตาทั้งสองข้างเรียวรีและวาดเขียนเป็นรูปดอกทัดรักทัดยังใบหูซ้าย ก้มหน้ามองสิ่งของที่ถูกทำอย่างประณีตในมือเรียวทั้งสองเดือนอ้ายมองพวงดอกพุ่มแดงที่ทำจนเสร็จสิ้นในมือด้วยความใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แม้ว่าแววตาจะเศร้าหมองไม่ได้เป็นประกายสดใสเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ทำไปถวายพ่อครูแสงไฟเพื่อกราบไหว้หัวสวมด้วยตัวเองซึ่งพวงดอกพุ่มแดงนั้นจะถูกทำขึ้นเพื่อใช้ในพิธีเลือกคู่ แต่นอกเหนือจากนั้นก็ยังใช้เป็นเครื่องกราบไหว้หัวสวม โดยปกติแล้ววันนาแม่ของลัลนาจะเป็นผู้ที่ทำเครื่องสักการะไปถวายพ่อครูแสงไฟและพ่อครูเปลวเทียนซึ่งแต่ละปีจะทำการเปลี่ยนเพียงแค่หนึ่งครั้ง แต่เดือนอ้ายผู้ที่ชอบร้อยพวงดอกพุ่มแดงมักจะทำเปลี่ยนให้พ่อครูแสงไฟอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าพวงเก่าจะไม่ได้แห้งหรือเหี่ยวเฉาก็ตามซึ่งพ่อครูแสงไฟก็ไม่ได้ว่าอะไร หากเดือนอ้ายอยากทำถวายเขาก็พร้อมที่จะรับไว้ด้วยความเต็มใจ แต่เมื่อผู้อื่นทำให้เขากลับไม่รับ“เดือนอ้าย”“เสร็จแล้วจ้ะแม่”เมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นแม่ดั

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 6

    ในขณะที่พูดเดือนอ้ายไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองพ่อครูที่ก้าวเดินมาหยุดยืนตรงหน้า แต่เพียงไม่นานร่างเล็กก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินเข้าไปหาพ่อครูแสงไฟ ใบหน้างดงามที่ถูกปิดบังไว้ด้วยหัวสวมก็มองพ่อครูแสงไฟที่ใบหน้าที่แท้จริงหลบซ่อนอยู่ในหัวสวมเช่นเดียวกันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม“พ่อครูจ๋า”“ต้องการสิ่งใด บอกข้า”สิ้นเสียงทุ้มพ่อครูแสงไฟก็เป็นฝ่ายก้าวเดินเข้าหาเดือนอ้าย สายตาก็จับจ้องมองเธอไม่วางตาทำให้เดือนอ้ายก้าวเดินถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับต้นไม้ใหญ่ไร้ซึ่งหนทางหลบหนีแขนข้างขวาที่ไร้ซึ่งผ้าผืนสีขาวคล้องแขนไว้เช่นทุกครั้งถูกยกขึ้นไปวางมือยังลำต้นเหนือหัวของเดือนอ้ายมืออีกข้างก็วางแตะยังสะโพกผาย แล้วก้มหน้าลงมาใกล้ทำให้เดือนอ้ายต้องยกมือเล็กข้างซ้ายที่สั่นเทาขึ้นดันหน้าท้องแข็งของพ่อครูแสงไฟเอาไว้เบา ๆ“ข้า ต้องการให้พ่อครูแสงไฟอย่ายุ่งกับข้าอีก”“...”“อยู่ให้ห่างจากข้า”“หากข้าไม่ทำล่ะ”“พ่อครูจะต้องเสียใจ”“...”“หากไม่อยากแปดเปื้อนด่างพร้อยเพราะข้า อย่า ยุ่ง กับ ข้า อีก”ท้ายประโยคเสียงหวานเอ่ยพูดเน้นย้ำทีละคำด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แต่กลับรู้สึกว่าหน้าท้องแข็งที่มือเล็กของเธอวางมือผลัก

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 5

    ตกดึกเสียงบานประตูไม้ไผ่ฝั่งตำหนักถูกเปิดออกในช่วงกลางดึกที่บรรยากาศรอบเรือนไม้สงบเงียบและปกคลุมไปด้วยความมืด มีเพียงแค่แสงจากดวงจันทร์และแสงจากคบไฟหน้าเรือนที่มีชาวบ้านแวะเวียนมาจุดให้พ่อครูแสงไฟเป็นประจำเท่านั้น ที่ทำให้บริเวณหน้าเรือนของพ่อครูแสงไฟที่เจ้าของเพิ่งจะเปิดประตูแล้วก้าวเดินออกมาสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนพอสมควรทุกอย่างยังคงถูกวางไว้ที่เดิม รวมทั้งตะกร้าสานที่มีผ้าผืนสีขาวถูกพับเรียงไว้ในนั้นอย่างเรียบร้อยวางอยู่หน้าเรือนนอนของพ่อครูแสงไฟใบหน้าหล่อคมคายนิ่งเรียบ สายตาไร้ซึ่งความคิดให้คาดเดา มองไปยังตะกร้าสานพร้อมกับขายาวที่ก้าวเดินเข้าไปหาและก้มลงไปยกมันขึ้นมาเพื่อนำกลับเข้าไปในเรือนนอนของตนซึ่งก่อนหน้านี้นับตั้งแต่เช้าที่เดือนอ้ายออกไปจากเรือนเขา พ่อครูแสงไฟก็เข้าฌานทำสมาธิตัดขาดจากโลกภายนอก โดยมีกุมารใบบุญคอยเป็นหูเป็นตาหากเกิดเหตุใดขึ้นก็จะเป็นผู้ที่ปลุกเขาให้ออกจากสมาธิแต่เรื่องบางเรื่องกุมารใบบุญก็ไม่อาจจะปริปากพูดได้ ด้วยเกรงว่าจะถูกคนที่มีอำนาจเหนือกว่าเอ็ดดุและลงโทษพ่อครูแสงไฟนำตะกร้าสานมาวางลงไว้ข้างหีบผ้าที่อยู่มุมเรือน ร่างสูงย่อตัวลงนั่งคุกเข่าแล้วย

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 4

    “หากข้ารักษาเอ็งไม่ได้ ข้าก็ไม่ควรอยู่ตรงนี้ให้ผู้ใดกราบไหว้อีก”“ข้าไม่อยากให้พ่อครูช่วยข้าแล้ว”“...”“พ่อครูต้องเจ็บและทนทุกข์ทรมานเพราะช่วยข้ามามากพอแล้ว”“อย่าได้คิดเชื่อคำแม่เฒ่า คนที่เอ็งควรเชื่อฟังมีเพียงข้า”“...”“เว้นเสียแต่ว่า เอ็งไม่อยากพบหน้าข้าอีก”“...”“ข้าใจร้ายกับเอ็งรึ”“พ่อครูไ

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 3

    เรือนพ่อครูแสงไฟเดือนอ้ายก้มหน้าเดินตามหลังพ่อครูแสงไฟกลับมาที่เรือน หลังจากที่ก่อนหน้านี้พ่อครูแสงไฟอยู่กับเธอจนซักผ้าเสร็จ และเมื่อเดือนอ้ายกลับมาตากผ้าที่หลังเรือนของตน พ่อครูแสงไฟก็เดินเอามือไพล่หลังตามเธอมาและหยุดยืนมองเข้าไปในป่าอยู่ไม่ไกลจากเดือนอ้าย โดยไม่ยอมกลับเรือนตัวเองเดือนอ้ายที่ตาก

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 2

    เดือนอ้ายยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดตัวเองไว้เมื่อเสือเดินออกมายืนปรากฏตัวให้เธอเห็นแบบชัดเจนพร้อมกับกระหน่ำปาก้อนหินใส่ตัวของเดือนอ้าย เพราะในร่างกายของผู้คนที่นี่จุดที่อ่อนแอที่สุดก็คือตามร่างกาย จุดที่แข็งที่สุดก็คือหัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าร่างกายจะบอบบางจนโดนกระทบกระแทกนิดหน่อยแล้วเจ็บเพราะหัวสวมนั้นปก

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 1

    เช้าเรือนเดือนอ้ายดวงตาคู่สวยที่แฝงเร้นไปด้วยความเศร้าหมองมองหีบผ้านุ่งที่บัดนี้มันว่างเปล่าเนื่องจากเป็นเวลานานหลายวันแล้วที่เดือนอ้ายไม่ได้ออกไปซักผ้าและเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในเรือน เนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองถูกจ้องมองตลอดเวลาที่ออกไปข้างนอกจึงทำให้กลัวและระแวงจนไม่อยากออกไปที่ใดทั้งกลัว เสือ ชายห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status