หน้าหลัก / โรแมนติก / ม่านรักครองพนา / ม่านรักครองพนา ตอนที่ 8

แชร์

ม่านรักครองพนา ตอนที่ 8

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-27 21:24:54

“ผู้ต่ำต้อยเช่นมึง กล้าดีอย่างไรมาลองดีกับกู!”

น้ำเสียงเข้มคล้ายชายแก่ตะคอกใส่พ่อครูแสงไฟที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าหิ้งบูชาด้วยท่าทางนิ่งสงบ โดยที่สองแขนของขวัญถูกพ่อและแม่จับตรึงแขนไว้คนละข้างไม่ให้ลูกสาวของตนที่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นอะไรพุ่งเข้าไปหาพ่อครูแสงไฟ

แม้ว่าก่อนหน้านี้พ่อครูจะสวดท่องบริกรรมคาถาเพื่อขับไล่ แต่บางอย่างที่สิงสู่อยู่ในตัวของขวัญกลับไม่ยอมออกไป

พ่อครูแสงไฟหันไปหยิบม้วนสายสิญจน์แล้วนำมาพันรอบหัวของขวัญ ซึ่งเธอก็ยังคงมีท่าทีพยศและต่อต้านไม่ยอมให้พ่อครูแสงไฟทำในสิ่งที่ต้องการได้โดยง่าย ฝ่ามือใหญ่จึงวางลงที่หัวทับสายสิญจน์สีขาวที่พันส่วนอีกมือก็ยกขันน้ำมนต์ที่ถูกปลุกเสกแล้วมาถือไว้พร้อมกับสวดท่องบริกรรมคาถา

“มึงจะลองดีกับกูรึ!”

“มะโทรัง อะตะระโร เวสะวะโน นะหากปิ ปิสาคะตาวาโหมิ มหายักขะ เทพะอนุตะรัง เทพะดา เทพะเอรักขัง ยังยังอิติ เวสะวะนัน ภูตัง มหาลักชามะนง มะภูอารักขะ นะพุททิมะมัตตะนัง กาลปะติทิศาสัพเพยักขา ปะลายัตตะนิ”

สิ้นเสียงสวดท่องพ่อครูแสงไฟก็ยกขันน้ำมนต์เทราดตั้งแต่หัวจนเปียกชุ่มไปทั้งตัวของขวัญ ทำให้หญิงสาวตัวเล็กกรีดร้องและดิ้นทุรนทุรายจนผู้เป็นพ่อและแม่แทบจะสู้แรงไม่ไหว 

ซึ่งแรงนั้นมันมากเกินกว่าจะเป็นแรงของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจจะสู้แรงจากฝ่ามือใหญ่ข้างขวาเพียงข้างเดียวของพ่อครูแสงไฟที่จับหัวของเธอได้

สิ้นเสียงกรีดร้อง ขวัญที่นั่งขัดสมาธิอยู่ที่พื้นตรงหน้าพ่อครูแสงไฟก็ก้มหน้าลงแล้วหมดสติแน่นิ่งไป ทำให้ผู้เป็นพ่อกับแม่รีบปรี่เข้ามาประคองลูกสาวพร้อมกับส่งเสียงเรียกสติด้วยกลัวว่าลูกของตนจะเป็นอะไรไป

“ออกไปแล้ว”

“ผีเข้ามันรึพ่อครู”

“อืม”

“ผี ผีมันมาจากที่ใดพ่อครู”

“ในป่า มันปากไม่ดีส่งเสียงทักเรียกกลับเรือน มันจึงตามมา”

“อีลูกโง่!”

ผู้เป็นแม่ส่งเสียงก่นด่าพร้อมกับยกมือขึ้นหมายจะตบตีลูกสาว แต่ถูกผู้เป็นพ่อยกแขนขึ้นบังไว้

“ตบตีมันตอนนี้มันก็ไม่รู้! รอมันฟื้นขึ้นมาก่อนค่อยสั่งสอน”

“มันจะฟื้นขึ้นมาเมื่อใดพ่อครู แล้วผีป่าตนนั้นจะกลับมาสิงสู่มันอีกรึไม่”

“ไม่กี่ชั่วยามมันก็ฟื้น เอ็งเอาว่านพะตะบะนี้ไปโปรยไว้ให้รอบเรือนมัน ใส่ไว้ใต้หมอนและที่นอนของมันด้วย”

“จ้ะพ่อครู ขอบพระคุณนะจ๊ะที่ช่วยมัน หากไม่ได้พ่อครูแสงช่วย ลูกข้าคงจะตายเป็นแน่”

เจ้าของใบหน้าหล่อคมคายพยักหน้าให้แล้วมองผู้เป็นพ่อและแม่ของขวัญที่ยกมือขึ้นประนมไหว้แล้วก้มลงกราบที่พื้น และนึกทดไว้ในใจเป็นบุญคุณที่ชายผู้นี้ช่วยเหลือครอบครัวของพวกเขา

พ่อครูแสงไฟมองผู้เป็นพ่ออุ้มลูกสาวที่สลบไสลไร้สติขึ้นไว้ในอ้อมแขนแล้วพาออกไปจากตำหนัก แล้วทำการม้วนเก็บสายสิญจน์รวมทั้งขันน้ำมนต์ที่ว่างเปล่าไปไว้ที่เดิม แล้วลุกเดินตามหลังออกไปหยุดยืนอยู่ข้างนอก ทำให้ผู้คนที่ชะเง้อมองสองผัวเมียที่อุ้มลูกสาวออกมาต่างรีบก้มหน้าและแยกย้ายออกไปจากหน้าเรือนของพ่อครูแสงไฟ

สายตาคมกริบนิ่งเรียบมองไปยังเดือนงามผู้เป็นแม่ของเดือนอ้ายแล้วพยักหน้าให้เบา ๆ ทำให้เดือนงามที่ยืนมองเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก รีบเดินมายังเรือนพ่อครูแสงไฟในทันที

เมื่อเข้ามาในเรือนแล้วเดือนงามก็มองไปยังพื้นเรือนที่เปียกชุ่มแล้วค่อย ๆ นั่งลงห่างจากบริเวณนั้นอย่างนึกกลัว ซึ่งพ่อครูแสงไฟที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าหิ้งก็มองเดือนงามนิ่ง ๆ โดยไม่ได้พูดอะไรออกมา

“เอ่อ ข้านำผลไม้มาถวายพ่อครูแสงจ้ะ”

“อืม”

“แต่พวงดอกพุ่มแดงสองพวงนี้ของเดือนอ้ายจ้ะ มันฝากข้ามาถวายพ่อครู”

“...”

“หากมันทำไม่ถูกไม่ควร ข้าจะนำกลับไปแล้วบอกให้มันทำแบบเก่ามาถวายพ่อครูนะจ๊ะ”

เดือนงามที่เห็นพ่อครูแสงไฟนั่งมองพวงดอกพุ่มแดงที่อยู่ในมือของเธอนิ่ง ๆ ก็คิดว่าเดือนอ้ายทำผิดไม่เหมาะไม่ควรที่จะนำมากราบไหว้หัวสวมซึ่งเป็นของสูงพ่อครูแสงไฟจึงไม่รับไว้ จึงค่อย ๆ ลดมือลงแล้วจะนำไปวางไว้ที่พื้นแล้วถวายเพียงแค่ผลไม้ แต่น้ำเสียงนิ่งเรียบของพ่อครูแสงไฟก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ถวายมา ทั้งหมด”

“พวงดอกพุ่มแดงนี้ด้วยรึ”

“อืม”

เดือนงามพยักหน้าแล้วค่อย ๆ คลานเข่าเข้ามานั่งลงตรงหน้าพ่อครูแสงไฟเพื่อถวายกระจาดผลไม้และพวงดอกพุ่มแดงที่วางไว้ข้างบน ซึ่งพ่อครูแสงไฟก็รับไว้แล้วยกกระจาดผลไม้ไปวางไว้ข้างตัว

ร่างสูงลุกขึ้นยืนหันหน้าเข้าหาหิ้งบูชาซึ่งมีเทียนเล่มเล็กสีขาวถูกจุดให้แสงสว่างภายในเรือนที่ปิดหน้าต่างและประตูไว้ตลอด ส่วนด้านบนสุดของหิ้งก็จะไว้สำหรับวางหัวสวมเพราะบ่อยครั้งพ่อครูแสงไฟก็มักจะนอนอยู่ในตำหนักนี้มากกว่าเรือนนอนที่อยู่ข้าง ๆ

อีกทั้งยังมีไม้มงคลถูกวางเรียงไว้เพื่อไว้สำหรับวางสายสิญจน์ที่ทำการปลุกเสกแล้วอยู่ตรงกลาง และมีพานเครื่องสักการะขนาดต่าง ๆ ที่วันนาเป็นคนทำแล้วนำมาถวายอยู่บนหิ้งทั้งสองฝั่งซ้ายและขวา

ซึ่งหิ้งไม้นั้นถูกวางตั้งอยู่บนแคร่ไม้ตัวยาวที่พ่อครูแสงไฟใช้นั่งทำพิธี และมีงาช้างหนึ่งคู่วางตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังของพ่อครู ซึ่งงาช้างคู่นี้เป็นพญาช้างสารที่ล้มตายตามธรรมชาติเพราะกายสังขารที่ร่วงโรยและมันมาล้มลงอยู่หลังเรือนของพ่อครูแสงไฟ แต่คืนก่อนที่มันจะตายได้มาเข้าฝันพ่อครูเพื่อขอให้นำงาของมันเก็บไว้ที่นี่

พ่อครูแสงไฟวางพวงดอกพุ่มแดงของเดือนอ้ายไว้บนฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างแล้วมองด้วยสายตานิ่งเรียบ แล้วนำไปคล้องไว้ยังงาช้างทั้งสองข้างทำให้เดือนงามผู้เป็นแม่ที่เห็นยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

“วันพรุ่ง”

“...”

“ให้เดือนอ้ายเข้าป่าไปถือศีลทำสมาธิในถ้ำเจ็ดวัน”

“ถือศีลทำสมาธิในถ้ำรึ ถ้ำใดรึพ่อครู”

“ก่อนตะวันขึ้นให้ออกจากเรือน จะมีผู้นำทางมันไป”

“ข้าไปกับเดือนอ้ายได้รึไม่ ข้ากลัวว่า...”

“เพียงผู้เดียว”

พูดจบพ่อครูแสงไฟก็หันหน้ากลับมามองเดือนงามด้วยใบหน้าและสายตานิ่งเรียบ และเอ่ยพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เดือนงามไม่กล้าทักท้วงอะไรออกมาอีก

“ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 10

    เช้ามืดเพราะคำบอกกล่าวของผู้เป็นแม่ที่กำชับว่าให้เดือนอ้ายออกจากเรือนแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในป่าก่อนตะวันจะขึ้น ทำให้ตอนนี้เดือนอ้ายที่มีผ้าผืนแดงคลุมหัวและสะพายห่อผ้าอยู่ที่ไหล่เล็กเดินเข้าไปในป่า ไปในเส้นทางที่เธอพอจะคุ้นเคยเพราะเคยเข้าไปเก็บผลไม้กับผู้เป็นพ่อและแม่แม้ว่าจะไม่บ่อยก็ตาม พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวง เพราะตอนนี้บรรยากาศรอบตัวของเดือนอ้ายมันมืดพอสมควรแม้ว่าใกล้จะเช้าแล้วก็ตาม“แล้วข้าจะต้องเดินไปทางใด”เดือนอ้ายหยุดยืนอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่แล้วหันมองซ้ายขวาอย่างคิดไม่ตกว่าจะต้องเดินไปทางใด เพราะทางที่พอจะจำได้เธอก็เดินมาจนสุดทางแล้ว“ก็ฉันคิดถึงเธอ มันคิดถึง...”“...”“ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร”เสียงของชายหนุ่มที่เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงยานครางทำให้เดือนอ้ายสะดุ้งและหันมองไปรอบ ๆ อย่างลนลาน อีกทั้งยังไม่ได้มีแค่เสียงแต่คล้ายว่าจะมีเสียงเครื่องดนตรีประกอบ ซึ่งเดือนอ้ายนั้นไม่อาจจะรู้ได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีชนิดใดเพราะเสียงไม่คล้ายกับที่หมู่บ้านของเธอนั้นมีแต่เมื่อตั้งสติและยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ เดือนอ้ายก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยิ

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 9

    เรือนเดือนอ้าย“มันผีเข้า แต่ว่ามันยังมีบุญจึงไปหาพ่อครูแสงไฟให้ช่วยได้ทัน มิเช่นนั้นป่านนี้พ่อกับแม่ของมันคงจะแบกร่างไร้ลมหายใจของลูกสาวกลับเรือน”“ผีเข้ารึ”เดือนอ้ายที่นั่งพับเพียบอยู่หน้าประตูแล้วสอดส่องสายตามองออกไปข้างนอกผ่านช่องเล็ก ๆ ของบานประตูที่เปิดแง้มเพื่อรอผู้เป็นแม่กลับมาอย่างใจจดใจจ่อ เอ่ยพูดกับตัวเองเสียงเบาเมื่อได้ยินเสียงของหญิงวัยกลางคนโจษจันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้านเช้านี้เดือนอ้ายขยับนั่งหลังตรงแล้วปิดประตูเรือน ใบหน้าสวยก็หันกลับมามองภายในเรือนของตนอย่างรู้สึกหวาดกลัว“เดือนอ้าย”“เฮือก! แม่!”เดือนอ้ายที่นั่งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เรือนพร้อมกับขบคิดเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ในหัวพลันสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงคนเอ่ยเรียก และเมื่อหันกลับมามองแล้วพบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือผู้เป็นแม่ก็ยกมือขึ้นทาบอกแล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง“เหตุใดถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ แล้วข้าเรียกอยู่นานเอ็งไม่ได้ยินรึถึงได้สะดุ้งจนตัวโยน”“ข้า ข้าคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจ้ะแม่”“...”“ข้านั่งรอแม่นั่นแหละ มาดักรอว่าแม่จะกลับมาเมื่อใด”“เหตุใดถึงต้องรอ รอกินผลไม้รึ”“...จ้ะ”“มิใช่ว่ารอฟังจากปากข

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 8

    “ผู้ต่ำต้อยเช่นมึง กล้าดีอย่างไรมาลองดีกับกู!”น้ำเสียงเข้มคล้ายชายแก่ตะคอกใส่พ่อครูแสงไฟที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าหิ้งบูชาด้วยท่าทางนิ่งสงบ โดยที่สองแขนของขวัญถูกพ่อและแม่จับตรึงแขนไว้คนละข้างไม่ให้ลูกสาวของตนที่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นอะไรพุ่งเข้าไปหาพ่อครูแสงไฟแม้ว่าก่อนหน้านี้พ่อครูจะสวดท่องบริกรรมคาถาเพื่อขับไล่ แต่บางอย่างที่สิงสู่อยู่ในตัวของขวัญกลับไม่ยอมออกไปพ่อครูแสงไฟหันไปหยิบม้วนสายสิญจน์แล้วนำมาพันรอบหัวของขวัญ ซึ่งเธอก็ยังคงมีท่าทีพยศและต่อต้านไม่ยอมให้พ่อครูแสงไฟทำในสิ่งที่ต้องการได้โดยง่าย ฝ่ามือใหญ่จึงวางลงที่หัวทับสายสิญจน์สีขาวที่พันส่วนอีกมือก็ยกขันน้ำมนต์ที่ถูกปลุกเสกแล้วมาถือไว้พร้อมกับสวดท่องบริกรรมคาถา“มึงจะลองดีกับกูรึ!”“มะโทรัง อะตะระโร เวสะวะโน นะหากปิ ปิสาคะตาวาโหมิ มหายักขะ เทพะอนุตะรัง เทพะดา เทพะเอรักขัง ยังยังอิติ เวสะวะนัน ภูตัง มหาลักชามะนง มะภูอารักขะ นะพุททิมะมัตตะนัง กาลปะติทิศาสัพเพยักขา ปะลายัตตะนิ”สิ้นเสียงสวดท่องพ่อครูแสงไฟก็ยกขันน้ำมนต์เทราดตั้งแต่หัวจนเปียกชุ่มไปทั้งตัวของขวัญ ทำให้หญิงสาวตัวเล็กกรีดร้องและดิ้นทุรนทุรายจนผู้เป็นพ่อและแม่แทบจะสู

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 7

    สองวันต่อมาเรือนเดือนอ้ายใบหน้าของหัวสวมที่มีลวดลายการวาดเขียนและแกะสลักงดงามไม่ต่างไปจากใบหน้าที่ถูกปิดบัง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ ดวงตาทั้งสองข้างเรียวรีและวาดเขียนเป็นรูปดอกทัดรักทัดยังใบหูซ้าย ก้มหน้ามองสิ่งของที่ถูกทำอย่างประณีตในมือเรียวทั้งสองเดือนอ้ายมองพวงดอกพุ่มแดงที่ทำจนเสร็จสิ้นในมือด้วยความใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แม้ว่าแววตาจะเศร้าหมองไม่ได้เป็นประกายสดใสเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ทำไปถวายพ่อครูแสงไฟเพื่อกราบไหว้หัวสวมด้วยตัวเองซึ่งพวงดอกพุ่มแดงนั้นจะถูกทำขึ้นเพื่อใช้ในพิธีเลือกคู่ แต่นอกเหนือจากนั้นก็ยังใช้เป็นเครื่องกราบไหว้หัวสวม โดยปกติแล้ววันนาแม่ของลัลนาจะเป็นผู้ที่ทำเครื่องสักการะไปถวายพ่อครูแสงไฟและพ่อครูเปลวเทียนซึ่งแต่ละปีจะทำการเปลี่ยนเพียงแค่หนึ่งครั้ง แต่เดือนอ้ายผู้ที่ชอบร้อยพวงดอกพุ่มแดงมักจะทำเปลี่ยนให้พ่อครูแสงไฟอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าพวงเก่าจะไม่ได้แห้งหรือเหี่ยวเฉาก็ตามซึ่งพ่อครูแสงไฟก็ไม่ได้ว่าอะไร หากเดือนอ้ายอยากทำถวายเขาก็พร้อมที่จะรับไว้ด้วยความเต็มใจ แต่เมื่อผู้อื่นทำให้เขากลับไม่รับ“เดือนอ้าย”“เสร็จแล้วจ้ะแม่”เมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็นแม่ดั

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 6

    ในขณะที่พูดเดือนอ้ายไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองพ่อครูที่ก้าวเดินมาหยุดยืนตรงหน้า แต่เพียงไม่นานร่างเล็กก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินเข้าไปหาพ่อครูแสงไฟ ใบหน้างดงามที่ถูกปิดบังไว้ด้วยหัวสวมก็มองพ่อครูแสงไฟที่ใบหน้าที่แท้จริงหลบซ่อนอยู่ในหัวสวมเช่นเดียวกันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม“พ่อครูจ๋า”“ต้องการสิ่งใด บอกข้า”สิ้นเสียงทุ้มพ่อครูแสงไฟก็เป็นฝ่ายก้าวเดินเข้าหาเดือนอ้าย สายตาก็จับจ้องมองเธอไม่วางตาทำให้เดือนอ้ายก้าวเดินถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับต้นไม้ใหญ่ไร้ซึ่งหนทางหลบหนีแขนข้างขวาที่ไร้ซึ่งผ้าผืนสีขาวคล้องแขนไว้เช่นทุกครั้งถูกยกขึ้นไปวางมือยังลำต้นเหนือหัวของเดือนอ้ายมืออีกข้างก็วางแตะยังสะโพกผาย แล้วก้มหน้าลงมาใกล้ทำให้เดือนอ้ายต้องยกมือเล็กข้างซ้ายที่สั่นเทาขึ้นดันหน้าท้องแข็งของพ่อครูแสงไฟเอาไว้เบา ๆ“ข้า ต้องการให้พ่อครูแสงไฟอย่ายุ่งกับข้าอีก”“...”“อยู่ให้ห่างจากข้า”“หากข้าไม่ทำล่ะ”“พ่อครูจะต้องเสียใจ”“...”“หากไม่อยากแปดเปื้อนด่างพร้อยเพราะข้า อย่า ยุ่ง กับ ข้า อีก”ท้ายประโยคเสียงหวานเอ่ยพูดเน้นย้ำทีละคำด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แต่กลับรู้สึกว่าหน้าท้องแข็งที่มือเล็กของเธอวางมือผลัก

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 5

    ตกดึกเสียงบานประตูไม้ไผ่ฝั่งตำหนักถูกเปิดออกในช่วงกลางดึกที่บรรยากาศรอบเรือนไม้สงบเงียบและปกคลุมไปด้วยความมืด มีเพียงแค่แสงจากดวงจันทร์และแสงจากคบไฟหน้าเรือนที่มีชาวบ้านแวะเวียนมาจุดให้พ่อครูแสงไฟเป็นประจำเท่านั้น ที่ทำให้บริเวณหน้าเรือนของพ่อครูแสงไฟที่เจ้าของเพิ่งจะเปิดประตูแล้วก้าวเดินออกมาสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนพอสมควรทุกอย่างยังคงถูกวางไว้ที่เดิม รวมทั้งตะกร้าสานที่มีผ้าผืนสีขาวถูกพับเรียงไว้ในนั้นอย่างเรียบร้อยวางอยู่หน้าเรือนนอนของพ่อครูแสงไฟใบหน้าหล่อคมคายนิ่งเรียบ สายตาไร้ซึ่งความคิดให้คาดเดา มองไปยังตะกร้าสานพร้อมกับขายาวที่ก้าวเดินเข้าไปหาและก้มลงไปยกมันขึ้นมาเพื่อนำกลับเข้าไปในเรือนนอนของตนซึ่งก่อนหน้านี้นับตั้งแต่เช้าที่เดือนอ้ายออกไปจากเรือนเขา พ่อครูแสงไฟก็เข้าฌานทำสมาธิตัดขาดจากโลกภายนอก โดยมีกุมารใบบุญคอยเป็นหูเป็นตาหากเกิดเหตุใดขึ้นก็จะเป็นผู้ที่ปลุกเขาให้ออกจากสมาธิแต่เรื่องบางเรื่องกุมารใบบุญก็ไม่อาจจะปริปากพูดได้ ด้วยเกรงว่าจะถูกคนที่มีอำนาจเหนือกว่าเอ็ดดุและลงโทษพ่อครูแสงไฟนำตะกร้าสานมาวางลงไว้ข้างหีบผ้าที่อยู่มุมเรือน ร่างสูงย่อตัวลงนั่งคุกเข่าแล้วย

  • ม่านรักครองพนา   อารัมภบท

    สามเดือนผ่านไปเรือนแม่หมอ (ช่วงค่ำ)“น้ำอบ ลัลนาคลอดแล้วรึ”เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของ เดือนอ้าย เอ่ยถาม น้ำอบ หญิงสาวที่ยืนลูบท้องที่เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ของตนอยู่ข้าง เดโช คนรักของเธอ ทำให้น้ำอบหันมามองเดือนอ้ายและตอบกลับเสียงใสด้วยความดีใจและแสนยินดี“คลอดแล้ว เอ็งไม่ต้องห่วงมันแข็งแร

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 4

    “หากข้ารักษาเอ็งไม่ได้ ข้าก็ไม่ควรอยู่ตรงนี้ให้ผู้ใดกราบไหว้อีก”“ข้าไม่อยากให้พ่อครูช่วยข้าแล้ว”“...”“พ่อครูต้องเจ็บและทนทุกข์ทรมานเพราะช่วยข้ามามากพอแล้ว”“อย่าได้คิดเชื่อคำแม่เฒ่า คนที่เอ็งควรเชื่อฟังมีเพียงข้า”“...”“เว้นเสียแต่ว่า เอ็งไม่อยากพบหน้าข้าอีก”“...”“ข้าใจร้ายกับเอ็งรึ”“พ่อครูไ

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 3

    เรือนพ่อครูแสงไฟเดือนอ้ายก้มหน้าเดินตามหลังพ่อครูแสงไฟกลับมาที่เรือน หลังจากที่ก่อนหน้านี้พ่อครูแสงไฟอยู่กับเธอจนซักผ้าเสร็จ และเมื่อเดือนอ้ายกลับมาตากผ้าที่หลังเรือนของตน พ่อครูแสงไฟก็เดินเอามือไพล่หลังตามเธอมาและหยุดยืนมองเข้าไปในป่าอยู่ไม่ไกลจากเดือนอ้าย โดยไม่ยอมกลับเรือนตัวเองเดือนอ้ายที่ตาก

  • ม่านรักครองพนา   ม่านรักครองพนา ตอนที่ 2

    เดือนอ้ายยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดตัวเองไว้เมื่อเสือเดินออกมายืนปรากฏตัวให้เธอเห็นแบบชัดเจนพร้อมกับกระหน่ำปาก้อนหินใส่ตัวของเดือนอ้าย เพราะในร่างกายของผู้คนที่นี่จุดที่อ่อนแอที่สุดก็คือตามร่างกาย จุดที่แข็งที่สุดก็คือหัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าร่างกายจะบอบบางจนโดนกระทบกระแทกนิดหน่อยแล้วเจ็บเพราะหัวสวมนั้นปก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status