LOGINดวงตากลมโตที่โผล่พ้นช่องว่างของผ้าผืนแดงจับจ้องมองร่างสูงที่กำลังเดินกลับหมู่บ้านด้วยท่าทางสบาย ๆ อย่างนึกหมั่นไส้ ริมฝีปากเล็กก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใบหน้าและสายตาก็เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเอ่ยพูดเสียงเบาที่มีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่ได้ยิน
“น้องรึ เสียใจรึ เหอะ! พอแล้วงั้นรึ อยากจะทำตัวอย่างไรข้าก็ไม่ได้สนใจเอ็งสักนิด!”
น้ำอบมองเดโชตาขวางแล้วกอดอกสะบัดหน้ามองไปทางอื่น แต่เพียงไม่นานสองมือก็วางจับลำต้นของต้นไม้ใหญ่แล้วออกแรงเขย่าเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังมาคุอยู่ในอกของเธอ
เช้า
อากาศในยามเช้าที่ดวงตะวันเพิ่งจะขึ้นสาดแสงขับไล่ความมืดช่างแสนจะเย็นสบาย เพราะสายลมพัดพาหอบความเย็นจากสายน้ำและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของธรรมชาติ มากระทบใบหน้าของชาวบ้านที่เดินออกมาจากเรือนแล้วพากันหลับตาพร้อมกับสูดอากาศเข้าปอด
หนึ่งในนั้นก็คือเดโชที่เดินลงบันไดมาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนแล้วกวาดสายตามองไปยังผู้คนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและดวงตาก็เป็นประกาย เขาหลงใหลธรรมชาติและการเดินป่ามาตั้งแต่ยังเด็ก แล้วยิ่งตอนนี้ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมไปด้วยผืนป่าก็ยิ่งทำให้เขามีความสุขและหลงรักที่นี่ รวมถึงผู้คนที่นี่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
“วันนี้จะไปที่ใด”
น้ำเสียงใจดีของแม่เฒ่าที่ทักทายขึ้นในยามเช้าทำให้เดโชรีบหันหน้าไปมองพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ ซึ่งแม่เฒ่าก็พยักหน้ารับด้วยใบหน้าที่เคลือบไปด้วยรอยยิ้มบาง ๆ อยู่ภายใต้หัวสวม ก่อนที่แม่เฒ่าจะเดินมานั่งลงยังแคร่ไม้หน้าเรือนของเดโชแต่พอร่างสูงของเขาทำท่าจะนั่งคุกเข่าลงที่พื้น แม่เฒ่าก็ยกไม้เท้าขึ้นไปขวางหน้าทำให้เดโชต้องเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความไม่เข้าใจ
“มานั่งข้าง ๆ ข้า”
“...”
“ไม่ได้ทำพิธีใด อย่าได้คิดมาก”
“ครับ”
เดโชขานรับพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่อย่างน้อยแม่เฒ่าคนที่เขารักและเคารพไม่ต่างไปจากยายแท้ ๆ ของตัวเอง ไม่เคยแสดงออกว่าเกลียดชังเขาและไม่เคยพูดจาว่าร้ายทั้ง ๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะหันหลังให้เขาก็ตาม
“เป็นอย่างไร”
“ครับ?”
“อยู่ที่นี่ เป็นอย่างไร”
“สบายใจ มีความสุขมากครับ”
“จนกระทั่งถึงเมื่อวานใช่รึไม่”
“...ประมาณนั้นครับ”
เดโชยอมรับออกไปตามตรง เพราะก่อนหน้านี้แม้ว่าเขาจะโดนใช้งานอย่างหนักจนแทบจะไม่ได้หยุดพักราวกับถูกกลั่นแกล้ง แต่เดโชก็ไม่เคยคิดโกรธหรือรู้สึกทุกข์ใจเขากลับสนุกและเต็มใจที่จะทำจนกระทั่งถึงเมื่อวานที่โดนพ่อครูเปลวเทียนเอ่ยทักเรื่องคู่ ยอมรับว่าคำพูดเหล่านั้นทำให้เขามึนงงไปพักหนึ่งเหมือนกัน
แต่เพราะเดโชเกิดและเติบโตมากับสังคมข้างนอกป่า แม้ว่าเขาจะเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ว่ามีอยู่จริงนับตั้งแต่เข้ามาในป่าแห่งนี้ ทำให้เดโชยังมีความคิดที่ค้านต่อคำพูดนั้นเพราะเขามั่นใจในตัวเอง ว่าหากรักษาตัวอย่างดีและใช้ชีวิตไม่ประมาท อย่างไรเสียก็คงจะพอทำให้อายุยืนยาวไม่จำเป็นจะต้องแก้ดวงแก้เคราะห์ด้วยวิธีเช่นนั้นให้คนรักของเขาต้องเสียใจ
“แล้วเอ็งจะทำอย่างไร”
“ไม่ทำครับ ผมรักใครก็ยังจะรักแค่คนเดียว ถ้าตายก็ตาย แต่ก่อนตายผมจะพยายามทำงานหาเงินอย่างหนัก เพื่อที่เธอจะได้มีใช้ไม่ต้องลำบากเมื่อผมไม่อยู่”
“งั้นรึ”
“ครับ”
แม่เฒ่าเมื่อได้ยินคำพูดออกมาจากปากของชายหนุ่มแปลกหน้าที่เข้ามาคลุกคลีกับผู้คนในหมู่บ้านจนแทบจะนับได้ว่าเป็นคนที่นี่ไปแล้ว ก็ระบายยิ้มออกมาบาง ๆ และหากไม่เกิดเรื่องขึ้นในครั้งนั้นป่านนี้เดโชคงจะถูกหญิงสาวแย่งชิงไปเป็นคู่ของตัวเองแล้ว
แต่ก็ไม่ใช่ว่าตอนนี้จะไม่มีใครอยากได้เขา เพราะยังคงมีอยู่มากแทบไม่ได้ต่างไปจากเดิมหรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพียงแต่พวกเธอยังคงเกรงกลัวพ่อครูทั้งสองจะดุว่าจึงแอบมองอยู่ห่าง ๆ ทุกครั้งที่เห็นเดโช
หากเมื่อใดที่พ่อครูให้อภัยและกลับไปวางใจเขาเช่นเดิม เมื่อนั้นเดโชคงจะต้องปวดหัวกับความวุ่นวายเป็นแน่
“แม่เฒ่าครับ”
“...”
“ผมมีเรื่องสงสัยอยากถามน่ะครับ”
“อืม”
“คือปกติแล้วพิธีเลือกคู่ หนึ่งปีจะมีหนึ่งครั้งใช่ไหมครับ”
แม่เฒ่าพยักหน้าให้แทนคำตอบเดโชจึงพยายามเรียบเรียงคำพูดในหัวด้วยความระวังเพราะแม้ว่าแม่เฒ่าจะดูใจดีกับเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ได้ ดีไม่ดีหากพูดอะไรออกไปสะกิดใจและสร้างความเข้าใจผิด ต่อให้มีสีฝุ่นเป็นร้อยคนก็ยังช่วยเขาไม่ได้
“ผู้ชายเป็นคนเลือก ส่วนผู้หญิงถ้ามีใจชอบพอในตัวผู้ชายคนนั้นก็ให้เดินออกมายืนรอใช่ไหมครับ”
“ใช่”
แม่เฒ่าตอบกลับพร้อมกับมองเข้าไปในหมู่บ้านเมื่อดวงตาที่เริ่มฝ้าฟางมองเห็นใครบางคนกำลังแฝงตัวหลบซ่อนอยู่ข้างเรือนของชาวบ้าน แล้วแอบมองมายังแม่เฒ่าและเดโชที่นั่งคุยกันอยู่ แต่เมื่อเห็นว่าแม่เฒ่ามองไปก็รีบหลบหลีกจนแม่เฒ่าหัวเราะในลำคออย่างนึกเอ็นดูในความอยากรู้อยากเห็นไปเสียหมดของเธอ น้ำอบ
“ผมขอถามตรง ๆ เลยนะครับ”
“ข้ารอฟังอยู่”
“ผมไม่ใช่คนที่เกิดที่นี่ แต่ผมอยากได้เมียซึ่งเป็นคนที่นี่ ผมหรือเธอจะต้องเป็นคนเลือกครับ”
และไม่เพียงแค่มองแต่เดโชกลับอ้าแขนรอรับร่างเล็กที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ทำให้ตัวของน้ำอบตกกระแทกใส่ตัวของเดโชและล้มลงไปนอนทับกันอยู่บนพื้นด้วยความแรงน้ำอบหลับตาและซุกหน้าเข้าหาแผงอกกว้าง สองมือเล็กก็ออกแรงจับต้นแขนของเดโชเอาไว้แน่นอีกทั้งตัวของเธอยังสั่นด้วยความกลัวและตกใจ เพราะครั้งสุดท้ายที่น้ำอบเคยร่วงต้นไม้ก็ตั้งแต่เมื่อยังเป็นเด็กจนเมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงเพียงแค่รู้สึกจุกเนื่องจากตกลงมาจากที่สูงและกระแทกเข้ากับตัวเขา น้ำอบก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองคนที่เธอกำลังนอนทับซึ่งสิ่งแรกที่กระแทกตาของเธอเต็ม ๆ ก็คือแผงอกกว้างขาวผ่อง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเดโชนอนหลับตาด้วยใบหน้าที่ราวกับว่าเขากำลังเจ็บปวด“เอ็งใจร้ายเกินไปแล้ว!”เสียงของกล้วยไม้ที่ดังขึ้นเรียกสติของน้ำอบที่กำลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูกให้กลับเข้าร่าง ก่อนจะถูกกล้วยไม้ที่ลุกเดินเข้ามาหาจับกระชากไหล่เล็กของน้ำอบให้ลุกออกไปจากตัวของเดโชด้วยความแรง“อย่า!”“พี่เดโชพี่เป็นอย่างไรบ้าง”กล้วยไม้ทำทีเป็นไม่ได้ยินเสียงของเดโชที่เอ่ยพูดด้วยความไม่พอใจที่เธอกระชากน้ำอบ ก่อนจะค่อย ๆ โอบประคองเขาให้ลุกขึ้นนั่งแต่เดโ
ภายในป่าที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นจนหนาทึบ แต่เมื่อเดินไปตามทางที่ถูกถางจนโล่งเตียนซึ่งกว้างพอสมควรทอดยาวไปถึงมุมหนึ่งก็ทำให้พบเข้ากับต้นกล้วยที่ขึ้นเรียงรายเป็นแถวมากมายนับหลายสิบต้นซึ่งตอนแรกก็ยังไม่ได้มีเยอะมากขนาดนี้ แต่เพราะจำนวนที่มีน้อยนิดนั้นไม่เพียงพอต่อจำนวนชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ชาวบ้านพยายามค้นหาหนทางที่จะขยายเพิ่มจำนวนต้นกล้วยโดยวิธีการนำผลกล้วยไปฝังดินแต่ก็พบว่ามันไร้ผล ต่อมาจึงนำเอาเม็ดแข็ง ๆ ที่อยู่ในกล้วยมาฝังดินแทนผลกล้วยแต่มันก็ยังไม่เจริญเติบโตเหมือนเดิม สุดท้ายเมื่อเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของหนึ่งในชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาหลายปีเขาจึงอาสาเป็นคนมาปลูกต้นกล้วยด้วยตัวเองโดยการนำหน่อกล้วยที่สมบูรณ์มาฝังลงในหลุมที่มีความลึกประมาณสิบถึงยี่สิบเซนติเมตรก่อนจะกลบดินให้แน่น แต่ให้ดินที่กลบนั้นสูงขึ้นมาจากพื้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้ำขัง หลังจากนั้นเพียงไม่นานกล้วยที่พวกเขาพยายามหาทางขยายเพิ่มพันธุ์ก็แตกใบและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆทำให้จนถึงตอนนี้พวกเขามีผลไม้เพียงพอให้สำหรับทุกคนในหมู่บ้านได้หากิน แต่ทุกคนที่นี่เมื่อใดที่ออกมาหาของกินก็จะเก็บผลไม้
“หึ ข้างนอกป่านั้น ไม่มีหญิงใดถูกใจจนเข้ามาอยู่ในหัวใจของเอ็งได้เลยงั้นรึ”“ไม่มีครับ”“แต่กลับมาชอบพอมีใจให้หญิงรูปกายภายนอกแตกต่างจากเอ็งงั้นรึ”“แรก ๆ ผมเอ็นดูน้องครับ แต่พอได้เจอกันบ่อย ๆ ได้คุยบ่อย ๆ ผมรู้สึกว่าน้องน่ารัก จนรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกดีเกินกว่าคำว่าเอ็นดูแบบน้องสาวไปแล้ว”“แล้วมันมีใจให้เอ็งรึไม่”แม้จะรู้อยู่แล้วแต่แม่เฒ่าก็เลือกที่จะถามออกไปด้วยใบหน้าที่ยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้เดโชมองหน้าแม่เฒ่าพร้อมกับเงียบไปสักพักเพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน“น่าจะมีนะครับ”“หึ งั้นรึ”“แล้ว ถ้าผมกับน้องชอบพอกันมาก ๆ จนอยากอยู่ด้วยกันเป็นผัวเมีย ใครจะต้องเลือกครับ”“เอ็งจะต้องเป็นผู้เลือก”“ผมเหรอครับ”“แต่เอ็งจะต้องผ่านพิธีสาบานให้ได้เสียก่อน”“พิธีสาบาน?”“อืม แต่ที่นิลตราและสีฝุ่นไม่ต้องผ่านพิธีสาบานเพราะมันเป็นหญิง เพียงแต่เมื่อใดที่มันทำผิดต่อผัวเมื่อนั้นมันจะถูกขับไล่ออกไปและไม่อาจจะกลับมาเหยียบที่นี่ได้อีก ต่อให้มันมีลูกก็ไม่อาจจะได้พบหน้า”“...”“แต่หากคนนอกผู้นั้นเป็นชายจะต้องผ่านพิธีสาบาน เนื่องจากชายเช่นเอ็งนั้นมันมากไปด้วยกำลังและความคิดที่น่ากลัว หากใจไม่บริสุ
ดวงตากลมโตที่โผล่พ้นช่องว่างของผ้าผืนแดงจับจ้องมองร่างสูงที่กำลังเดินกลับหมู่บ้านด้วยท่าทางสบาย ๆ อย่างนึกหมั่นไส้ ริมฝีปากเล็กก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใบหน้าและสายตาก็เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเอ่ยพูดเสียงเบาที่มีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่ได้ยิน“น้องรึ เสียใจรึ เหอะ! พอแล้วงั้นรึ อยากจะทำตัวอย่างไรข้าก็ไม่ได้สนใจเอ็งสักนิด!”น้ำอบมองเดโชตาขวางแล้วกอดอกสะบัดหน้ามองไปทางอื่น แต่เพียงไม่นานสองมือก็วางจับลำต้นของต้นไม้ใหญ่แล้วออกแรงเขย่าเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังมาคุอยู่ในอกของเธอเช้าอากาศในยามเช้าที่ดวงตะวันเพิ่งจะขึ้นสาดแสงขับไล่ความมืดช่างแสนจะเย็นสบาย เพราะสายลมพัดพาหอบความเย็นจากสายน้ำและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของธรรมชาติ มากระทบใบหน้าของชาวบ้านที่เดินออกมาจากเรือนแล้วพากันหลับตาพร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดหนึ่งในนั้นก็คือเดโชที่เดินลงบันไดมาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนแล้วกวาดสายตามองไปยังผู้คนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและดวงตาก็เป็นประกาย เขาหลงใหลธรรมชาติและการเดินป่ามาตั้งแต่ยังเด็ก แล้วยิ่งตอนนี้ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมไปด้วยผืนป่าก็ยิ่งทำให้เขามีความสุขและหลงรักที่นี่ รวมถึงผู้คนที่นี่
ทุรนทุรายกับตัวเองราวกับคนบ้าสักพักน้ำอบก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วคลานไปนั่งคุกเข่าเกาะขอบหน้าต่าง สายตาก็สอดส่องมองออกไปข้างนอกบริเวณช่องว่างระหว่างบานหน้าต่างกับขอบหน้าต่างเพื่อดูว่าเรือนอื่น ๆ ดับไฟนอนกันหมดหรือยังซึ่งเมื่อเห็นว่าภายนอกถูกความมืดปกคลุมและผู้คนพากันเข้าเรือนไปจนหมดแล้ว ก็เดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงยังหีบผ้าแล้วเปิดมันออกเพื่อหยิบเสื้อผ้าที่สีฝุ่นให้มาออกมาวางเรียงกัน แต่ในตอนที่หันกลับมาเพื่อจะปิดกลับมองไปเห็นเสื้อผ้าอีกหนึ่งชุดที่เดโชเป็นคนให้มาน้ำอบมองมันอยู่สักพักแต่พอเอื้อมมือจะไปหยิบก็พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเลือกที่จะชักมือกลับและปิดหีบผ้าเอาไว้เหมือนเดิม“หากข้าใส่ มันก็รู้น่ะสิว่าเป็นข้า”น้ำอบเบะปากใส่หีบผ้าแล้วนั่งกอดอกลอยหน้าลอยตาด้วยความภูมิใจในความฉลาดของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองเสื้อผ้าที่สีฝุ่นเอามาฝากเพื่อเลือกดูว่าวันนี้เธอจะใส่ชุดไหน เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้ำอบใส่เสื้อผ้าเหล่านี้ออกไปนั่งรับลมอยู่ข้างนอกหมู่บ้านเพราะเมื่อเธอได้ใกล้ชิดกับสีฝุ่นและนิลตรา ได้เห็นพวกเธอแต่งตัวและแต่งหน้าด้วยเสื้อผ้าชุดสวย ๆ ก็เกิดความอยากลอง เพราะหากถอดหัวสวมออ
คำพูดที่ออกมาจากใจอย่างตรงไปตรงมาของเดโช ทำเอาน้ำอบถึงกับตาโตอ้าปากค้างด้วยความอึ้งเพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดออกมา เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่ที่น้ำอบรู้จักกับเขาเดโชเป็นคนที่เงียบและดูจะขี้อายไม่กล้าพูดคุยกับใครจนเธอและเขาได้รู้จักกันมากขึ้นเพราะทุกครั้งที่เดโชเข้ามาที่หมู่บ้านจะเอาของมาฝากเธอเสมอ ทำให้เขาและเธอได้พูดคุยกันบ่อยขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นเดโชก็ไม่เคยแสดงออกว่าชอบเธอ จะมีก็เพียงแค่สายตาและรอยยิ้มที่เขาส่งมาให้ยามที่เผลอหันหน้ามามองกันและเป็นเธอที่เฝ้าฝันรอเขาอยู่ฝ่ายเดียวเดโชเข้ามาที่หมู่บ้านแห่งนี้ไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเข้ามาก็จะอยู่สองถึงสามอาทิตย์ก่อนจากลาโดยไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาอีกเมื่อใด ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เดโชมาก่อนที่จะเกิดเรื่องเขาก็จากลาไปเกือบปีแต่พอกลับมาอีกครั้ง กลับมาสร้างเรื่องราวที่ทำให้ความรักและความไว้ใจที่มีก่อนหน้านี้ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น“แต่ข้าไม่อยากได้พี่เป็นผัว ผัวชั่ว ๆ ที่ไม่ได้มีข้าเพียงผู้เดียว ข้าไม่เอา”“ถ้ามีเมียเดียวแล้วต้องตายพี่ก็ยอม ขอเพียงแค่ก่อนตายเอ็งกอดพี่แนบอกไว้ได้ไหมครับ”“ไปตายที่อื่น ไป!”“เสียงดังจังครับ แต่ก่อนไม่ดื้อกับพี่แบบนี้”“เมื่อ
แต่มองหน้าเขาได้ไม่นานเท่าไหร่ร่างสูงที่อุ้มเธอแนบชิดไปกับตัวเขาจนเท้าเล็กของน้ำอบไม่แตะพื้นก็เกิดเสียหลักล้ม เพราะเท้าใหญ่ที่ก้าวเดินในน้ำดันเหยียบย่ำลงยังความว่างเปล่าที่ไม่มีก้อนหินรองรับจนเธอและเขาหน้าคว่ำลงไปในน้ำ“ไอ้บ้าเอ๊ย! แค่ก ๆ”น้ำอบยกมือขึ้นมาลูบน้ำออกจากใบหน้าพร้อมกับต่อว่าเดโชด้วยควา
น้ำอบเดินออกมาจากหมู่บ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังน้ำตกหน้าถ้ำด้วยใบหน้าที่งอง้ำ ภายในหัวก็คิดเรื่องต่าง ๆ มากมายจนจิตใจร้อนรุ่มและทำให้พานโมโหทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า จึงทำให้ตลอดทั้งทางที่น้ำอบนั้นเดินผ่านมือเรียวก็เอื้อมไปคว้าจับใบไม้แล้วดึงกระชากจนพื้นดินต่างเต็มไปด้วยเศษใบไม้สีเขียวเกลื่อนพื้นแต่เมื่
แม่เฒ่าเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่ราวกับเหนื่อยใจพร้อมกับหันมามองหน้าพ่อครูเปลวเทียนนิ่ง ๆ แต่พ่อครูเปลวเทียนก็ไม่ได้สนใจ แล้วเอาแต่มองไปยังเดโชด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบแต่สายตากลับเป็นประกายเจ้าเล่ห์อยู่ภายใต้หัวสวมซึ่งเดโชก็เงยหน้ามองพ่อครูเช่นเดียวกันพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่บอกเขาว่า จะต้องเกิดเ
เรือนเดโชภายในเรือนไม้หลังเล็กที่เดิมทีเป็นเรือนของลัลนาแต่เมื่อเธอได้เข้าร่วมพิธีเลือกคู่และสมหวังกับควันธูปก็ย้ายออกไปอยู่เรือนเขา ทำให้เรือนหลังนี้ว่างเปล่าไร้ผู้อยู่อาศัยแต่ก็ยังมีวันนาแม่ของลัลนาที่เข้ามาทำความสะอาดไม่เคยขาดจวบจนกระทั่งมีชายแปลกหน้าผู้หนึ่งเข้ามาในป่าแห่งนี้พร้อมกับหญิงผู้หน