LOGINอยู่เมืองกรุงเป็นหนุ่มเนื้อหอมแสนสบาย แต่เพราะใจฝักใฝ่ยึดติดกับคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในพนาที่ลึกลับและห่างไกลจึงหวนย้อนกลับไปเพื่อแก้ไขเรื่องที่ผิดพลาด แต่เธอผู้นั้นกลับเกลียดชังเขาแม้แต่เงาก็ไม่อยากแล
View Moreเรือนเดโช
ภายในเรือนไม้หลังเล็กที่เดิมทีเป็นเรือนของลัลนาแต่เมื่อเธอได้เข้าร่วมพิธีเลือกคู่และสมหวังกับควันธูปก็ย้ายออกไปอยู่เรือนเขา ทำให้เรือนหลังนี้ว่างเปล่าไร้ผู้อยู่อาศัยแต่ก็ยังมีวันนาแม่ของลัลนาที่เข้ามาทำความสะอาดไม่เคยขาด
จวบจนกระทั่งมีชายแปลกหน้าผู้หนึ่งเข้ามาในป่าแห่งนี้พร้อมกับหญิงผู้หนึ่งซึ่งก็คือ สีฝุ่น แต่เธอคนนั้นมีคู่ครองเป็นชายหนุ่มในหมู่บ้านนามว่า ผืนฟ้า ทำให้ชายผู้นั้นที่มากับเธอ ชายที่โดนสั่งให้อยู่ในสายตาของผืนฟ้าและอยู่เรือนเดียวกันกับเขาเหตุเพราะเคยพากลุ่มคนชั่วเข้ามาทำร้ายคนในหมู่บ้านจนพวกเขาไม่ไว้ใจ จำต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น และที่อยู่อาศัยใหม่ของเขาก็คือเรือนเก่าของลัลนาแห่งนี้
เดโช ชายหนุ่มที่มีอาชีพเป็นไกด์นำทางให้แก่นักท่องเที่ยวที่มีใจรักในธรรมชาติโดยเฉพาะเข้ามาเดินป่าบ้างก็ตั้งเต็นท์พักค้างแรม ซึ่งเดโชนั้นหลงใหลในธรรมชาติและชอบเดินป่ามาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ
จนกระทั่งเมื่อโตขึ้นก็ได้เดินทางไปยังป่ามากมายหลายแห่งพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของคนเป็นพ่อ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือพรานอิน คุณตาของนิลตราจนทำให้เขาได้มีโอกาสเข้ามาที่นี่
หมู่บ้านลึกลับที่ตั้งอยู่ในป่า ซึ่งหากจะมาจะต้องเดินเข้ามาในถ้ำแต่ก็ไม่มีสิ่งใดการันตีได้ว่าเมื่อคุณเดินออกมาจากถ้ำแล้วจะไปโผล่ที่ใดภายในป่าแห่งนี้ เพราะคุณอาจจะกลับไปที่เดิมหรืออาจจะทะลุมายังป่าอีกฝั่งซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านแห่งนี้ แต่หากเข้ามาได้แล้วคุณก็ไม่อาจจะเข้ามาเดินเตร่เที่ยวชมหมู่บ้านได้อย่างตามใจหากพวกเขาไม่อนุญาต
ดวงตาคู่คมของเดโชหลับลงพร้อมกับเอนหลังพิงกรอบหน้าต่างในขณะที่หูก็มีหูฟังสีขาวเสียบเชื่อมต่อสายเข้ากับเครื่องเล่นเพลงแบบใส่ถ่านอยู่ในมือใหญ่ ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นวันแรกนับตั้งแต่ที่เดโชเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ที่เขาไม่ได้ถูกเรียกตัวไปใช้งานในตอนเช้าเนื่องจากเมื่อวานไปช่วยชาวบ้านตัดไม้สำหรับเอาไว้ใช้ก่อไฟตั้งแต่ดวงตะวันขึ้นจนดวงตะวันลาลับขอบฟ้า แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะถูกเรียกไปใช้งานเมื่อใด
เพราะบางวันดึกดื่นค่อนคืนแล้วเขายังถูกเรียกให้ไปตักน้ำจากลำธารมาใส่ตุ่มดินที่เรือนอยู่เลย ซึ่งคนที่ใช้ก็คือพ่อครูเปลวเทียนแต่ตัวของพ่อครูไม่ได้มาเรียกเองแต่ให้บางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นมาเข้าฝันเรียก ทำให้เดโชนอนหลับไม่สนิทไปหลายคืนเพราะระแวงและยังไม่ชินกับสิ่งที่ต้องพบเจอ
แต่เดโชก็ไม่ได้โกรธเคืองหรือรำคาญเลยแม้แต่น้อยกลับทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจและออกจะชอบด้วยซ้ำ ที่ได้มีโอกาสรับผิดชอบและแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองทำเพื่อที่อย่างน้อยพวกเขาจะเปิดใจรับฟังและเชื่อว่าเขาไม่เคยคิดร้ายกับทุกคนที่นี่ในสักวัน
เพราะเดโชไม่อยากถูกผู้คนที่นี่เกลียดชังและอยากกลับไปเป็นเดโชคนเดิมที่พวกเขาต่างดีใจทุกครั้งที่เห็นหน้า และรักจนไม่อยากให้กลับออกไปเหมือนแต่ก่อนที่มากับกลุ่มของพรานอิน โดยเฉพาะเธอคนนั้น
จึก จึก
แต่นั่งฟังเพลงไปได้สักพักบริเวณต้นแขนซ้ายก็ถูกนิ้วของใครบางคนจิ้มลงมาเบา ๆ สองสามครั้งเพื่อเรียกทำให้ดวงตาคู่คมลืมขึ้นแล้วหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็หยิบหูฟังออกจากหูแล้วส่งยิ้มไปให้เธอบาง ๆ กล้วยไม้ หญิงสาวในหมู่บ้านที่ชอบพอในตัวเดโชตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้
“ขอโทษจ้ะ แต่ข้าเรียกพี่อยู่นาน พี่ก็ไม่ตื่น”
“ไม่เป็นไรครับ ผมฟังเพลงน่ะ”
เดโชเอ่ยพูดพร้อมกับชูหูฟังในมือขึ้นให้กล้วยไม้ดู ซึ่งคำพูดของเดโชก็ทำให้กล้วยไม้ยิ้มรับบาง ๆ แต่ภายในใจกลับรู้สึกห่อเหี่ยวที่เขาไม่แม้แต่จะแทนตัวเองว่า พี่ กับเธอ ไม่เหมือนใครอีกคนที่เดโชพูดแทนตัวเองว่าพี่ด้วยเสมอ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ มีงานให้ผมไปช่วยเหรอ”
“เอ่อ ไม่มีจ้ะ ข้า ข้าแค่จะมาชวนพี่ไปดูเส้นมือกับแม่หมอ”
“ดูเส้นมือ คืออะไรครับ”
เดโชเอ่ยถามด้วยความสงสัยพร้อมกับขยับตัวออกห่างจากหน้าต่าง ที่กล้วยไม้ยืนเกาะขอบหน้าต่างและเลื่อนหน้าเข้ามาพูดกับเขาอยู่ข้างนอก
“เส้นมือก็คือเส้นที่อยู่บนมือจ้ะ”
กล้วยไม้ยกมือข้างซ้ายขึ้นมาแบพร้อมกับใช้มืออีกข้างจิ้มนิ้วลงบนฝ่ามือของตัวเองให้เดโชดูว่าเส้นมือที่เธอกำลังพูดถึงนั้นคืออะไร เดโชที่มองตามจึงพยักหน้าเป็นการรับรู้
“อ๋อ ดูดวง”
“พี่เรียกว่าดูดวงรึ แต่ผู้คนที่นี่เรียกว่าดูเส้นมือจ้ะ เพราะวันนี้เป็นวันฟ้าเปิดพวกข้าเลยขอให้แม่เฒ่าดูเส้นมือให้ หากผู้ใดเส้นมือไม่ดีแม่เฒ่าก็จะบอก แม่เฒ่าเนี่ยเก่งมากเลยนะพูดตรงทุกอย่าง เพราะไม่ว่าจะดีรึร้ายหลังจากนั้นไม่เกินสามวันเจ็ดวัน จะเป็นไปตามที่แม่เฒ่าพูดทั้งหมด”
“ทั้งหมดเลยเหรอ”
“บางคนก็นานกว่านั้นจ้ะ แต่ไม่ว่าอย่างไรในสักวันสิ่งแม่เฒ่าพูดก็จะเกิดขึ้นจ้ะ”
“งั้นเหรอ แม่เฒ่าอยู่ที่ไหนเหรอครับ”
เรือนแม่เฒ่า
“เรื่องอื่นข้าไม่อยากรู้ ข้าอยากรู้เพียงแค่เรื่องเดียวว่าข้าจะมีคู่เมื่อใด”
“เอ็งนี่มัน ข้าดูให้กี่ครั้งกี่หนก็ถามแต่เรื่องคู่”
“เช่นนั้นแม่เฒ่าก็บอกข้ามาเถอะ ข้าจะได้ไม่ต้องถามให้แม่เฒ่ารำคาญใจในครั้งต่อไปอีก”
น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของ น้ำอบ ที่ดังขึ้นบริเวณหน้าเรือนแม่เฒ่า ทำให้เดโชที่เดินตามหลังกล้วยไม้มาห่าง ๆ ระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู แม้ว่าเรื่องที่เธออยากรู้นั้นจะฟังไม่ค่อยเข้าหูเขาก็ตาม
ในขณะเดียวกันน้ำอบก็เหลือบมองไปยังกล้วยไม้ที่เดินเข้ามาใหม่ผ่านทางหางตา และเมื่อเห็นว่ากล้วยไม้เอาแต่มองไปยังข้างหลังก็รีบหันหน้ามองตามในทันที จึงทำให้เห็นว่าตอนนี้ มีร่างสูงของคนที่เธอไม่อยากเห็นหน้า กำลังยืนกอดอกและมองมาที่เธออยู่เช่นเดียวกัน
ทำให้เกิดคำถามขึ้นภายในใจของน้ำอบทันทีว่า เหตุใดสองคนนี้ถึงได้มาพร้อมกัน!
และไม่เพียงแค่มองแต่เดโชกลับอ้าแขนรอรับร่างเล็กที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ทำให้ตัวของน้ำอบตกกระแทกใส่ตัวของเดโชและล้มลงไปนอนทับกันอยู่บนพื้นด้วยความแรงน้ำอบหลับตาและซุกหน้าเข้าหาแผงอกกว้าง สองมือเล็กก็ออกแรงจับต้นแขนของเดโชเอาไว้แน่นอีกทั้งตัวของเธอยังสั่นด้วยความกลัวและตกใจ เพราะครั้งสุดท้ายที่น้ำอบเคยร่วงต้นไม้ก็ตั้งแต่เมื่อยังเป็นเด็กจนเมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงเพียงแค่รู้สึกจุกเนื่องจากตกลงมาจากที่สูงและกระแทกเข้ากับตัวเขา น้ำอบก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองคนที่เธอกำลังนอนทับซึ่งสิ่งแรกที่กระแทกตาของเธอเต็ม ๆ ก็คือแผงอกกว้างขาวผ่อง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเดโชนอนหลับตาด้วยใบหน้าที่ราวกับว่าเขากำลังเจ็บปวด“เอ็งใจร้ายเกินไปแล้ว!”เสียงของกล้วยไม้ที่ดังขึ้นเรียกสติของน้ำอบที่กำลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูกให้กลับเข้าร่าง ก่อนจะถูกกล้วยไม้ที่ลุกเดินเข้ามาหาจับกระชากไหล่เล็กของน้ำอบให้ลุกออกไปจากตัวของเดโชด้วยความแรง“อย่า!”“พี่เดโชพี่เป็นอย่างไรบ้าง”กล้วยไม้ทำทีเป็นไม่ได้ยินเสียงของเดโชที่เอ่ยพูดด้วยความไม่พอใจที่เธอกระชากน้ำอบ ก่อนจะค่อย ๆ โอบประคองเขาให้ลุกขึ้นนั่งแต่เดโ
ภายในป่าที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นจนหนาทึบ แต่เมื่อเดินไปตามทางที่ถูกถางจนโล่งเตียนซึ่งกว้างพอสมควรทอดยาวไปถึงมุมหนึ่งก็ทำให้พบเข้ากับต้นกล้วยที่ขึ้นเรียงรายเป็นแถวมากมายนับหลายสิบต้นซึ่งตอนแรกก็ยังไม่ได้มีเยอะมากขนาดนี้ แต่เพราะจำนวนที่มีน้อยนิดนั้นไม่เพียงพอต่อจำนวนชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ชาวบ้านพยายามค้นหาหนทางที่จะขยายเพิ่มจำนวนต้นกล้วยโดยวิธีการนำผลกล้วยไปฝังดินแต่ก็พบว่ามันไร้ผล ต่อมาจึงนำเอาเม็ดแข็ง ๆ ที่อยู่ในกล้วยมาฝังดินแทนผลกล้วยแต่มันก็ยังไม่เจริญเติบโตเหมือนเดิม สุดท้ายเมื่อเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของหนึ่งในชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาหลายปีเขาจึงอาสาเป็นคนมาปลูกต้นกล้วยด้วยตัวเองโดยการนำหน่อกล้วยที่สมบูรณ์มาฝังลงในหลุมที่มีความลึกประมาณสิบถึงยี่สิบเซนติเมตรก่อนจะกลบดินให้แน่น แต่ให้ดินที่กลบนั้นสูงขึ้นมาจากพื้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้ำขัง หลังจากนั้นเพียงไม่นานกล้วยที่พวกเขาพยายามหาทางขยายเพิ่มพันธุ์ก็แตกใบและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆทำให้จนถึงตอนนี้พวกเขามีผลไม้เพียงพอให้สำหรับทุกคนในหมู่บ้านได้หากิน แต่ทุกคนที่นี่เมื่อใดที่ออกมาหาของกินก็จะเก็บผลไม้
“หึ ข้างนอกป่านั้น ไม่มีหญิงใดถูกใจจนเข้ามาอยู่ในหัวใจของเอ็งได้เลยงั้นรึ”“ไม่มีครับ”“แต่กลับมาชอบพอมีใจให้หญิงรูปกายภายนอกแตกต่างจากเอ็งงั้นรึ”“แรก ๆ ผมเอ็นดูน้องครับ แต่พอได้เจอกันบ่อย ๆ ได้คุยบ่อย ๆ ผมรู้สึกว่าน้องน่ารัก จนรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกดีเกินกว่าคำว่าเอ็นดูแบบน้องสาวไปแล้ว”“แล้วมันมีใจให้เอ็งรึไม่”แม้จะรู้อยู่แล้วแต่แม่เฒ่าก็เลือกที่จะถามออกไปด้วยใบหน้าที่ยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้เดโชมองหน้าแม่เฒ่าพร้อมกับเงียบไปสักพักเพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน“น่าจะมีนะครับ”“หึ งั้นรึ”“แล้ว ถ้าผมกับน้องชอบพอกันมาก ๆ จนอยากอยู่ด้วยกันเป็นผัวเมีย ใครจะต้องเลือกครับ”“เอ็งจะต้องเป็นผู้เลือก”“ผมเหรอครับ”“แต่เอ็งจะต้องผ่านพิธีสาบานให้ได้เสียก่อน”“พิธีสาบาน?”“อืม แต่ที่นิลตราและสีฝุ่นไม่ต้องผ่านพิธีสาบานเพราะมันเป็นหญิง เพียงแต่เมื่อใดที่มันทำผิดต่อผัวเมื่อนั้นมันจะถูกขับไล่ออกไปและไม่อาจจะกลับมาเหยียบที่นี่ได้อีก ต่อให้มันมีลูกก็ไม่อาจจะได้พบหน้า”“...”“แต่หากคนนอกผู้นั้นเป็นชายจะต้องผ่านพิธีสาบาน เนื่องจากชายเช่นเอ็งนั้นมันมากไปด้วยกำลังและความคิดที่น่ากลัว หากใจไม่บริสุ
ดวงตากลมโตที่โผล่พ้นช่องว่างของผ้าผืนแดงจับจ้องมองร่างสูงที่กำลังเดินกลับหมู่บ้านด้วยท่าทางสบาย ๆ อย่างนึกหมั่นไส้ ริมฝีปากเล็กก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใบหน้าและสายตาก็เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเอ่ยพูดเสียงเบาที่มีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่ได้ยิน“น้องรึ เสียใจรึ เหอะ! พอแล้วงั้นรึ อยากจะทำตัวอย่างไรข้าก็ไม่ได้สนใจเอ็งสักนิด!”น้ำอบมองเดโชตาขวางแล้วกอดอกสะบัดหน้ามองไปทางอื่น แต่เพียงไม่นานสองมือก็วางจับลำต้นของต้นไม้ใหญ่แล้วออกแรงเขย่าเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังมาคุอยู่ในอกของเธอเช้าอากาศในยามเช้าที่ดวงตะวันเพิ่งจะขึ้นสาดแสงขับไล่ความมืดช่างแสนจะเย็นสบาย เพราะสายลมพัดพาหอบความเย็นจากสายน้ำและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของธรรมชาติ มากระทบใบหน้าของชาวบ้านที่เดินออกมาจากเรือนแล้วพากันหลับตาพร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดหนึ่งในนั้นก็คือเดโชที่เดินลงบันไดมาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนแล้วกวาดสายตามองไปยังผู้คนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและดวงตาก็เป็นประกาย เขาหลงใหลธรรมชาติและการเดินป่ามาตั้งแต่ยังเด็ก แล้วยิ่งตอนนี้ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมไปด้วยผืนป่าก็ยิ่งทำให้เขามีความสุขและหลงรักที่นี่ รวมถึงผู้คนที่นี่