Masukอยู่เมืองกรุงเป็นหนุ่มเนื้อหอมแสนสบาย แต่เพราะใจฝักใฝ่ยึดติดกับคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในพนาที่ลึกลับและห่างไกลจึงหวนย้อนกลับไปเพื่อแก้ไขเรื่องที่ผิดพลาด แต่เธอผู้นั้นกลับเกลียดชังเขาแม้แต่เงาก็ไม่อยากแล
Lihat lebih banyakและไม่เพียงแค่มองแต่เดโชกลับอ้าแขนรอรับร่างเล็กที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ทำให้ตัวของน้ำอบตกกระแทกใส่ตัวของเดโชและล้มลงไปนอนทับกันอยู่บนพื้นด้วยความแรงน้ำอบหลับตาและซุกหน้าเข้าหาแผงอกกว้าง สองมือเล็กก็ออกแรงจับต้นแขนของเดโชเอาไว้แน่นอีกทั้งตัวของเธอยังสั่นด้วยความกลัวและตกใจ เพราะครั้งสุดท้ายที่น้ำอบเคยร่วงต้นไม้ก็ตั้งแต่เมื่อยังเป็นเด็กจนเมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงเพียงแค่รู้สึกจุกเนื่องจากตกลงมาจากที่สูงและกระแทกเข้ากับตัวเขา น้ำอบก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองคนที่เธอกำลังนอนทับซึ่งสิ่งแรกที่กระแทกตาของเธอเต็ม ๆ ก็คือแผงอกกว้างขาวผ่อง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเดโชนอนหลับตาด้วยใบหน้าที่ราวกับว่าเขากำลังเจ็บปวด“เอ็งใจร้ายเกินไปแล้ว!”เสียงของกล้วยไม้ที่ดังขึ้นเรียกสติของน้ำอบที่กำลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูกให้กลับเข้าร่าง ก่อนจะถูกกล้วยไม้ที่ลุกเดินเข้ามาหาจับกระชากไหล่เล็กของน้ำอบให้ลุกออกไปจากตัวของเดโชด้วยความแรง“อย่า!”“พี่เดโชพี่เป็นอย่างไรบ้าง”กล้วยไม้ทำทีเป็นไม่ได้ยินเสียงของเดโชที่เอ่ยพูดด้วยความไม่พอใจที่เธอกระชากน้ำอบ ก่อนจะค่อย ๆ โอบประคองเขาให้ลุกขึ้นนั่งแต่เดโ
ภายในป่าที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นจนหนาทึบ แต่เมื่อเดินไปตามทางที่ถูกถางจนโล่งเตียนซึ่งกว้างพอสมควรทอดยาวไปถึงมุมหนึ่งก็ทำให้พบเข้ากับต้นกล้วยที่ขึ้นเรียงรายเป็นแถวมากมายนับหลายสิบต้นซึ่งตอนแรกก็ยังไม่ได้มีเยอะมากขนาดนี้ แต่เพราะจำนวนที่มีน้อยนิดนั้นไม่เพียงพอต่อจำนวนชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ชาวบ้านพยายามค้นหาหนทางที่จะขยายเพิ่มจำนวนต้นกล้วยโดยวิธีการนำผลกล้วยไปฝังดินแต่ก็พบว่ามันไร้ผล ต่อมาจึงนำเอาเม็ดแข็ง ๆ ที่อยู่ในกล้วยมาฝังดินแทนผลกล้วยแต่มันก็ยังไม่เจริญเติบโตเหมือนเดิม สุดท้ายเมื่อเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของหนึ่งในชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาหลายปีเขาจึงอาสาเป็นคนมาปลูกต้นกล้วยด้วยตัวเองโดยการนำหน่อกล้วยที่สมบูรณ์มาฝังลงในหลุมที่มีความลึกประมาณสิบถึงยี่สิบเซนติเมตรก่อนจะกลบดินให้แน่น แต่ให้ดินที่กลบนั้นสูงขึ้นมาจากพื้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้ำขัง หลังจากนั้นเพียงไม่นานกล้วยที่พวกเขาพยายามหาทางขยายเพิ่มพันธุ์ก็แตกใบและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆทำให้จนถึงตอนนี้พวกเขามีผลไม้เพียงพอให้สำหรับทุกคนในหมู่บ้านได้หากิน แต่ทุกคนที่นี่เมื่อใดที่ออกมาหาของกินก็จะเก็บผลไม้
“หึ ข้างนอกป่านั้น ไม่มีหญิงใดถูกใจจนเข้ามาอยู่ในหัวใจของเอ็งได้เลยงั้นรึ”“ไม่มีครับ”“แต่กลับมาชอบพอมีใจให้หญิงรูปกายภายนอกแตกต่างจากเอ็งงั้นรึ”“แรก ๆ ผมเอ็นดูน้องครับ แต่พอได้เจอกันบ่อย ๆ ได้คุยบ่อย ๆ ผมรู้สึกว่าน้องน่ารัก จนรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกดีเกินกว่าคำว่าเอ็นดูแบบน้องสาวไปแล้ว”“แล้วมันมีใจให้เอ็งรึไม่”แม้จะรู้อยู่แล้วแต่แม่เฒ่าก็เลือกที่จะถามออกไปด้วยใบหน้าที่ยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้เดโชมองหน้าแม่เฒ่าพร้อมกับเงียบไปสักพักเพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน“น่าจะมีนะครับ”“หึ งั้นรึ”“แล้ว ถ้าผมกับน้องชอบพอกันมาก ๆ จนอยากอยู่ด้วยกันเป็นผัวเมีย ใครจะต้องเลือกครับ”“เอ็งจะต้องเป็นผู้เลือก”“ผมเหรอครับ”“แต่เอ็งจะต้องผ่านพิธีสาบานให้ได้เสียก่อน”“พิธีสาบาน?”“อืม แต่ที่นิลตราและสีฝุ่นไม่ต้องผ่านพิธีสาบานเพราะมันเป็นหญิง เพียงแต่เมื่อใดที่มันทำผิดต่อผัวเมื่อนั้นมันจะถูกขับไล่ออกไปและไม่อาจจะกลับมาเหยียบที่นี่ได้อีก ต่อให้มันมีลูกก็ไม่อาจจะได้พบหน้า”“...”“แต่หากคนนอกผู้นั้นเป็นชายจะต้องผ่านพิธีสาบาน เนื่องจากชายเช่นเอ็งนั้นมันมากไปด้วยกำลังและความคิดที่น่ากลัว หากใจไม่บริสุ
ดวงตากลมโตที่โผล่พ้นช่องว่างของผ้าผืนแดงจับจ้องมองร่างสูงที่กำลังเดินกลับหมู่บ้านด้วยท่าทางสบาย ๆ อย่างนึกหมั่นไส้ ริมฝีปากเล็กก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใบหน้าและสายตาก็เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเอ่ยพูดเสียงเบาที่มีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่ได้ยิน“น้องรึ เสียใจรึ เหอะ! พอแล้วงั้นรึ อยากจะทำตัวอย่างไรข้าก็ไม่ได้สนใจเอ็งสักนิด!”น้ำอบมองเดโชตาขวางแล้วกอดอกสะบัดหน้ามองไปทางอื่น แต่เพียงไม่นานสองมือก็วางจับลำต้นของต้นไม้ใหญ่แล้วออกแรงเขย่าเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังมาคุอยู่ในอกของเธอเช้าอากาศในยามเช้าที่ดวงตะวันเพิ่งจะขึ้นสาดแสงขับไล่ความมืดช่างแสนจะเย็นสบาย เพราะสายลมพัดพาหอบความเย็นจากสายน้ำและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของธรรมชาติ มากระทบใบหน้าของชาวบ้านที่เดินออกมาจากเรือนแล้วพากันหลับตาพร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดหนึ่งในนั้นก็คือเดโชที่เดินลงบันไดมาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนแล้วกวาดสายตามองไปยังผู้คนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและดวงตาก็เป็นประกาย เขาหลงใหลธรรมชาติและการเดินป่ามาตั้งแต่ยังเด็ก แล้วยิ่งตอนนี้ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมไปด้วยผืนป่าก็ยิ่งทำให้เขามีความสุขและหลงรักที่นี่ รวมถึงผู้คนที่นี่
ทุรนทุรายกับตัวเองราวกับคนบ้าสักพักน้ำอบก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วคลานไปนั่งคุกเข่าเกาะขอบหน้าต่าง สายตาก็สอดส่องมองออกไปข้างนอกบริเวณช่องว่างระหว่างบานหน้าต่างกับขอบหน้าต่างเพื่อดูว่าเรือนอื่น ๆ ดับไฟนอนกันหมดหรือยังซึ่งเมื่อเห็นว่าภายนอกถูกความมืดปกคลุมและผู้คนพากันเข้าเรือนไปจนหมดแล้ว ก็เดินกลับมา
คำพูดที่ออกมาจากใจอย่างตรงไปตรงมาของเดโช ทำเอาน้ำอบถึงกับตาโตอ้าปากค้างด้วยความอึ้งเพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดออกมา เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่ที่น้ำอบรู้จักกับเขาเดโชเป็นคนที่เงียบและดูจะขี้อายไม่กล้าพูดคุยกับใครจนเธอและเขาได้รู้จักกันมากขึ้นเพราะทุกครั้งที่เดโชเข้ามาที่หมู่บ้านจะเอาของมาฝากเธอเสมอ
แต่มองหน้าเขาได้ไม่นานเท่าไหร่ร่างสูงที่อุ้มเธอแนบชิดไปกับตัวเขาจนเท้าเล็กของน้ำอบไม่แตะพื้นก็เกิดเสียหลักล้ม เพราะเท้าใหญ่ที่ก้าวเดินในน้ำดันเหยียบย่ำลงยังความว่างเปล่าที่ไม่มีก้อนหินรองรับจนเธอและเขาหน้าคว่ำลงไปในน้ำ“ไอ้บ้าเอ๊ย! แค่ก ๆ”น้ำอบยกมือขึ้นมาลูบน้ำออกจากใบหน้าพร้อมกับต่อว่าเดโชด้วยควา
น้ำอบเดินออกมาจากหมู่บ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังน้ำตกหน้าถ้ำด้วยใบหน้าที่งอง้ำ ภายในหัวก็คิดเรื่องต่าง ๆ มากมายจนจิตใจร้อนรุ่มและทำให้พานโมโหทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า จึงทำให้ตลอดทั้งทางที่น้ำอบนั้นเดินผ่านมือเรียวก็เอื้อมไปคว้าจับใบไม้แล้วดึงกระชากจนพื้นดินต่างเต็มไปด้วยเศษใบไม้สีเขียวเกลื่อนพื้นแต่เมื่