LOGINคำพูดที่ออกมาจากใจอย่างตรงไปตรงมาของเดโช ทำเอาน้ำอบถึงกับตาโตอ้าปากค้างด้วยความอึ้งเพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดออกมา เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่ที่น้ำอบรู้จักกับเขาเดโชเป็นคนที่เงียบและดูจะขี้อายไม่กล้าพูดคุยกับใคร
จนเธอและเขาได้รู้จักกันมากขึ้นเพราะทุกครั้งที่เดโชเข้ามาที่หมู่บ้านจะเอาของมาฝากเธอเสมอ ทำให้เขาและเธอได้พูดคุยกันบ่อยขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นเดโชก็ไม่เคยแสดงออกว่าชอบเธอ จะมีก็เพียงแค่สายตาและรอยยิ้มที่เขาส่งมาให้ยามที่เผลอหันหน้ามามองกันและเป็นเธอที่เฝ้าฝันรอเขาอยู่ฝ่ายเดียว
เดโชเข้ามาที่หมู่บ้านแห่งนี้ไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเข้ามาก็จะอยู่สองถึงสามอาทิตย์ก่อนจากลาโดยไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาอีกเมื่อใด ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เดโชมาก่อนที่จะเกิดเรื่องเขาก็จากลาไปเกือบปีแต่พอกลับมาอีกครั้ง กลับมาสร้างเรื่องราวที่ทำให้ความรักและความไว้ใจที่มีก่อนหน้านี้ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น
“แต่ข้าไม่อยากได้พี่เป็นผัว ผัวชั่ว ๆ ที่ไม่ได้มีข้าเพียงผู้เดียว ข้าไม่เอา”
“ถ้ามีเมียเดียวแล้วต้องตายพี่ก็ยอม ขอเพียงแค่ก่อนตายเอ็งกอดพี่แนบอกไว้ได้ไหมครับ”
“ไปตายที่อื่น ไป!”
“เสียงดังจังครับ แต่ก่อนไม่ดื้อกับพี่แบบนี้”
“เมื่อก่อนเอ็งก็ไม่ได้ชั่วเช่นนี้ ปล่อยข้าเสียที”
“พี่ขอโทษ พี่มันโง่ที่ปล่อยให้พวกมันเข้ามาได้ พี่ยอมรับว่าพี่ผิด แต่พี่ไม่เคยคิดร้ายกับทุกคนที่นี่เลย”
“แต่พี่ก็ไม่ช่วย! ข้ากับนิลตราโดนพวกมันยิงจนสลบ หากพ่อครูเปลวเทียนไม่มาช่วย ข้าไม่กล้าคิดว่าตัวเองและนิลตราจะเป็นอย่างไร!”
เมื่อคิดไปถึงเรื่องในวันเก่าก็ทำให้น้ำอบรู้สึกน้อยใจและผิดหวังในตัวเดโชจนนึกขยะแขยงไม่อยากให้เขาแตะต้อง จึงพยายามจิกข่วนเพื่อหวังให้เขาเจ็บจะได้ปล่อยเธอแต่เดโชก็ไม่ยอมปล่อยเพราะกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้อธิบาย
ซึ่งตอนนั้นเขาเองก็กำลังพยายามที่จะมาช่วย แต่เนื่องจากกลุ่มคนชั่วนั้นมีมากกว่าตัวเขาที่มีเพียงตัวคนเดียว อีกทั้งยังต้องคอยควบคุมสถานการณ์ไม่ให้คนพวกนั้นทำร้ายคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านที่เข้ามาช่วย เนื่องจากพวกมันมีปืนแถมยังเป็นปืนที่บรรจุลูกกระสุนซึ่งผ่านการทำพิธีมาแล้ว
“พี่ไม่มีวันปล่อยให้มันทำอะไรน้ำอบกับนิลตราเด็ดขาด”
“ข้าไม่เชื่อ! ปล่อยข้า! งั่ม!”
“โอ๊ย!”
น้ำอบที่พยายามออกแรงจนเริ่มเหนื่อยก้มหน้าลงมาฝังฟันคมกัดที่หัวไหล่หนาด้วยความแรง ทำให้เดโชถึงกับร้องเสียงหลงและคลายแรงที่กอดรัดเนื้อตัวนุ่มนิ่มออก ทำให้น้ำอบนั้นเป็นอิสระจึงรีบขยับเคลื่อนตัวว่ายน้ำหนีห่างจนกระทั่งกลับขึ้นไปยืนบนฝั่งได้สำเร็จ
ร่างเล็กที่เปียกตั้งแต่หัวจรดเท้ายืนเท้าเอวแล้วชี้นิ้วมายังเดโชด้วยท่าทางเอาเรื่อง บ่งบอกถึงความโกรธเคืองเมื่อวันนี้เดโชได้สร้างเรื่องเพิ่มความผิดให้ตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมอีกแล้ว
“เอ็งฟังข้า! น้ำอบผู้นี้ไม่มีวันเอาเอ็งทำผัวเด็ดขาด! ผัวที่ตายไว ผัวที่จะต้องมีอีกเมียมาเหยียบหน้าข้า ข้าไม่เอา!”
เมื่อพูดจบน้ำอบก็หมุนตัวหันหลังให้เพื่อจะเดินกลับหมู่บ้าน แต่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันกลับมามองเดโชที่ยังคงยืนอยู่ในน้ำแล้วมองมาที่เธอด้วยสายตาและใบหน้าที่นิ่งเรียบ
“อีกทั้งยังเล็กเพียงแค่นี้ ข้าควานหาเสียตั้งนานกว่าจะเจอ!”
น้ำอบชูนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้าเพื่อให้เดโชเห็นว่าขนาดของเขาที่เธอจับนั้นมันมีขนาดแค่ไหน เมื่อได้พูดทุกอย่างออกมาจนหมดสมใจก็สะบัดหน้าเดินหนีกลับหมู่บ้านด้วยอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นไม่หาย
“หึ เล็กก็เล็กครับ แต่อย่ามาร้องบอกให้หยุดเพราะเจ็บก็แล้วกัน”
เดโชเอ่ยพูดตามหลังกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินขึ้นมาบนฝั่งแล้วมองตามหลังร่างเล็กที่แทบจะวิ่งกลับหมู่บ้านคงเพราะกลัวว่าเขาจะเดินตามไปทันด้วยความเอ็นดู ริมฝีปากสีสดก็ยกยิ้มมุมปากและก้มลงมองเป้าของตัวเองที่จนถึงตอนนี้ก็ยังแข็งอยู่ด้วยสายตาแพรวพราว
ตกค่ำ
น้ำอบนอนมองมือข้างขวาของตัวเองด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี ทั้งพวงแก้มใสและผิวกายขาวผ่องอมชมพูที่บัดนี้มันแดงระเรื่อไปหมดทั้งตัว เหตุเพราะในหัวของเธอเอาแต่คิดจินตนาการไปถึงบางสิ่งบางอย่างที่เพิ่งเคยได้จับเป็นครั้งแรกในชีวิต
เรียวคิ้วสวยเส้นเล็กที่แม้จะไม่ได้ตัดแต่งหรือกันคิ้วให้มีรูปทรงที่สวยงาม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังแต่งแต้มอยู่บนหน้าผากใสได้อย่างพอเหมาะ สันจมูกเล็กก็โด่งสวยรับกับปลายจมูกแหลมที่เชิดขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความดื้อรั้นและไม่ยอมคน พวงแก้มนิ่มก็เนียนใสแม้จะไม่เคยบำรุงด้วยเครื่องประทินผิวใด ๆ ริมฝีปากอิ่มก็ชุ่มชื่นเป็นสีชมพูระเรื่อธรรมชาติ ทุกอย่างบนใบหน้าของน้ำอบหลังจากที่ไร้ซึ่งหัวสวมบดบังช่างงดงามจนยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบเปรย
“คิดว่าให้จับแล้วข้าจะใจอ่อนรึ”
“...”
“ข้าไม่ใจอ่อนเด็ดขาด แต่ข้า...แค่อยากเห็น กรี๊ด! ข้าเป็นบ้าไปแล้วรึ!”
น้ำอบยกมือขึ้นมาปิดหน้าก่อนจะพลิกตัวกลิ้งไปกับพื้นเรือนหลายตลบ แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ามือที่ปิดหน้าตัวเองอยู่ตอนนี้เป็นมือที่จับของเขามา ก็รีบเอามือออกแล้วส่งเสียงกรีดร้องอยู่ในลำคอหนักกว่าเดิม
และไม่เพียงแค่มองแต่เดโชกลับอ้าแขนรอรับร่างเล็กที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ ทำให้ตัวของน้ำอบตกกระแทกใส่ตัวของเดโชและล้มลงไปนอนทับกันอยู่บนพื้นด้วยความแรงน้ำอบหลับตาและซุกหน้าเข้าหาแผงอกกว้าง สองมือเล็กก็ออกแรงจับต้นแขนของเดโชเอาไว้แน่นอีกทั้งตัวของเธอยังสั่นด้วยความกลัวและตกใจ เพราะครั้งสุดท้ายที่น้ำอบเคยร่วงต้นไม้ก็ตั้งแต่เมื่อยังเป็นเด็กจนเมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงเพียงแค่รู้สึกจุกเนื่องจากตกลงมาจากที่สูงและกระแทกเข้ากับตัวเขา น้ำอบก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองคนที่เธอกำลังนอนทับซึ่งสิ่งแรกที่กระแทกตาของเธอเต็ม ๆ ก็คือแผงอกกว้างขาวผ่อง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเดโชนอนหลับตาด้วยใบหน้าที่ราวกับว่าเขากำลังเจ็บปวด“เอ็งใจร้ายเกินไปแล้ว!”เสียงของกล้วยไม้ที่ดังขึ้นเรียกสติของน้ำอบที่กำลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูกให้กลับเข้าร่าง ก่อนจะถูกกล้วยไม้ที่ลุกเดินเข้ามาหาจับกระชากไหล่เล็กของน้ำอบให้ลุกออกไปจากตัวของเดโชด้วยความแรง“อย่า!”“พี่เดโชพี่เป็นอย่างไรบ้าง”กล้วยไม้ทำทีเป็นไม่ได้ยินเสียงของเดโชที่เอ่ยพูดด้วยความไม่พอใจที่เธอกระชากน้ำอบ ก่อนจะค่อย ๆ โอบประคองเขาให้ลุกขึ้นนั่งแต่เดโ
ภายในป่าที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นจนหนาทึบ แต่เมื่อเดินไปตามทางที่ถูกถางจนโล่งเตียนซึ่งกว้างพอสมควรทอดยาวไปถึงมุมหนึ่งก็ทำให้พบเข้ากับต้นกล้วยที่ขึ้นเรียงรายเป็นแถวมากมายนับหลายสิบต้นซึ่งตอนแรกก็ยังไม่ได้มีเยอะมากขนาดนี้ แต่เพราะจำนวนที่มีน้อยนิดนั้นไม่เพียงพอต่อจำนวนชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ชาวบ้านพยายามค้นหาหนทางที่จะขยายเพิ่มจำนวนต้นกล้วยโดยวิธีการนำผลกล้วยไปฝังดินแต่ก็พบว่ามันไร้ผล ต่อมาจึงนำเอาเม็ดแข็ง ๆ ที่อยู่ในกล้วยมาฝังดินแทนผลกล้วยแต่มันก็ยังไม่เจริญเติบโตเหมือนเดิม สุดท้ายเมื่อเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของหนึ่งในชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาหลายปีเขาจึงอาสาเป็นคนมาปลูกต้นกล้วยด้วยตัวเองโดยการนำหน่อกล้วยที่สมบูรณ์มาฝังลงในหลุมที่มีความลึกประมาณสิบถึงยี่สิบเซนติเมตรก่อนจะกลบดินให้แน่น แต่ให้ดินที่กลบนั้นสูงขึ้นมาจากพื้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้ำขัง หลังจากนั้นเพียงไม่นานกล้วยที่พวกเขาพยายามหาทางขยายเพิ่มพันธุ์ก็แตกใบและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆทำให้จนถึงตอนนี้พวกเขามีผลไม้เพียงพอให้สำหรับทุกคนในหมู่บ้านได้หากิน แต่ทุกคนที่นี่เมื่อใดที่ออกมาหาของกินก็จะเก็บผลไม้
“หึ ข้างนอกป่านั้น ไม่มีหญิงใดถูกใจจนเข้ามาอยู่ในหัวใจของเอ็งได้เลยงั้นรึ”“ไม่มีครับ”“แต่กลับมาชอบพอมีใจให้หญิงรูปกายภายนอกแตกต่างจากเอ็งงั้นรึ”“แรก ๆ ผมเอ็นดูน้องครับ แต่พอได้เจอกันบ่อย ๆ ได้คุยบ่อย ๆ ผมรู้สึกว่าน้องน่ารัก จนรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกดีเกินกว่าคำว่าเอ็นดูแบบน้องสาวไปแล้ว”“แล้วมันมีใจให้เอ็งรึไม่”แม้จะรู้อยู่แล้วแต่แม่เฒ่าก็เลือกที่จะถามออกไปด้วยใบหน้าที่ยังคงแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้เดโชมองหน้าแม่เฒ่าพร้อมกับเงียบไปสักพักเพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน“น่าจะมีนะครับ”“หึ งั้นรึ”“แล้ว ถ้าผมกับน้องชอบพอกันมาก ๆ จนอยากอยู่ด้วยกันเป็นผัวเมีย ใครจะต้องเลือกครับ”“เอ็งจะต้องเป็นผู้เลือก”“ผมเหรอครับ”“แต่เอ็งจะต้องผ่านพิธีสาบานให้ได้เสียก่อน”“พิธีสาบาน?”“อืม แต่ที่นิลตราและสีฝุ่นไม่ต้องผ่านพิธีสาบานเพราะมันเป็นหญิง เพียงแต่เมื่อใดที่มันทำผิดต่อผัวเมื่อนั้นมันจะถูกขับไล่ออกไปและไม่อาจจะกลับมาเหยียบที่นี่ได้อีก ต่อให้มันมีลูกก็ไม่อาจจะได้พบหน้า”“...”“แต่หากคนนอกผู้นั้นเป็นชายจะต้องผ่านพิธีสาบาน เนื่องจากชายเช่นเอ็งนั้นมันมากไปด้วยกำลังและความคิดที่น่ากลัว หากใจไม่บริสุ
ดวงตากลมโตที่โผล่พ้นช่องว่างของผ้าผืนแดงจับจ้องมองร่างสูงที่กำลังเดินกลับหมู่บ้านด้วยท่าทางสบาย ๆ อย่างนึกหมั่นไส้ ริมฝีปากเล็กก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใบหน้าและสายตาก็เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเอ่ยพูดเสียงเบาที่มีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่ได้ยิน“น้องรึ เสียใจรึ เหอะ! พอแล้วงั้นรึ อยากจะทำตัวอย่างไรข้าก็ไม่ได้สนใจเอ็งสักนิด!”น้ำอบมองเดโชตาขวางแล้วกอดอกสะบัดหน้ามองไปทางอื่น แต่เพียงไม่นานสองมือก็วางจับลำต้นของต้นไม้ใหญ่แล้วออกแรงเขย่าเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังมาคุอยู่ในอกของเธอเช้าอากาศในยามเช้าที่ดวงตะวันเพิ่งจะขึ้นสาดแสงขับไล่ความมืดช่างแสนจะเย็นสบาย เพราะสายลมพัดพาหอบความเย็นจากสายน้ำและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของธรรมชาติ มากระทบใบหน้าของชาวบ้านที่เดินออกมาจากเรือนแล้วพากันหลับตาพร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดหนึ่งในนั้นก็คือเดโชที่เดินลงบันไดมาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนแล้วกวาดสายตามองไปยังผู้คนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและดวงตาก็เป็นประกาย เขาหลงใหลธรรมชาติและการเดินป่ามาตั้งแต่ยังเด็ก แล้วยิ่งตอนนี้ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมไปด้วยผืนป่าก็ยิ่งทำให้เขามีความสุขและหลงรักที่นี่ รวมถึงผู้คนที่นี่
ทุรนทุรายกับตัวเองราวกับคนบ้าสักพักน้ำอบก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วคลานไปนั่งคุกเข่าเกาะขอบหน้าต่าง สายตาก็สอดส่องมองออกไปข้างนอกบริเวณช่องว่างระหว่างบานหน้าต่างกับขอบหน้าต่างเพื่อดูว่าเรือนอื่น ๆ ดับไฟนอนกันหมดหรือยังซึ่งเมื่อเห็นว่าภายนอกถูกความมืดปกคลุมและผู้คนพากันเข้าเรือนไปจนหมดแล้ว ก็เดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงยังหีบผ้าแล้วเปิดมันออกเพื่อหยิบเสื้อผ้าที่สีฝุ่นให้มาออกมาวางเรียงกัน แต่ในตอนที่หันกลับมาเพื่อจะปิดกลับมองไปเห็นเสื้อผ้าอีกหนึ่งชุดที่เดโชเป็นคนให้มาน้ำอบมองมันอยู่สักพักแต่พอเอื้อมมือจะไปหยิบก็พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเลือกที่จะชักมือกลับและปิดหีบผ้าเอาไว้เหมือนเดิม“หากข้าใส่ มันก็รู้น่ะสิว่าเป็นข้า”น้ำอบเบะปากใส่หีบผ้าแล้วนั่งกอดอกลอยหน้าลอยตาด้วยความภูมิใจในความฉลาดของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองเสื้อผ้าที่สีฝุ่นเอามาฝากเพื่อเลือกดูว่าวันนี้เธอจะใส่ชุดไหน เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้ำอบใส่เสื้อผ้าเหล่านี้ออกไปนั่งรับลมอยู่ข้างนอกหมู่บ้านเพราะเมื่อเธอได้ใกล้ชิดกับสีฝุ่นและนิลตรา ได้เห็นพวกเธอแต่งตัวและแต่งหน้าด้วยเสื้อผ้าชุดสวย ๆ ก็เกิดความอยากลอง เพราะหากถอดหัวสวมออ
คำพูดที่ออกมาจากใจอย่างตรงไปตรงมาของเดโช ทำเอาน้ำอบถึงกับตาโตอ้าปากค้างด้วยความอึ้งเพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดออกมา เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่ที่น้ำอบรู้จักกับเขาเดโชเป็นคนที่เงียบและดูจะขี้อายไม่กล้าพูดคุยกับใครจนเธอและเขาได้รู้จักกันมากขึ้นเพราะทุกครั้งที่เดโชเข้ามาที่หมู่บ้านจะเอาของมาฝากเธอเสมอ ทำให้เขาและเธอได้พูดคุยกันบ่อยขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นเดโชก็ไม่เคยแสดงออกว่าชอบเธอ จะมีก็เพียงแค่สายตาและรอยยิ้มที่เขาส่งมาให้ยามที่เผลอหันหน้ามามองกันและเป็นเธอที่เฝ้าฝันรอเขาอยู่ฝ่ายเดียวเดโชเข้ามาที่หมู่บ้านแห่งนี้ไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเข้ามาก็จะอยู่สองถึงสามอาทิตย์ก่อนจากลาโดยไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาอีกเมื่อใด ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เดโชมาก่อนที่จะเกิดเรื่องเขาก็จากลาไปเกือบปีแต่พอกลับมาอีกครั้ง กลับมาสร้างเรื่องราวที่ทำให้ความรักและความไว้ใจที่มีก่อนหน้านี้ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น“แต่ข้าไม่อยากได้พี่เป็นผัว ผัวชั่ว ๆ ที่ไม่ได้มีข้าเพียงผู้เดียว ข้าไม่เอา”“ถ้ามีเมียเดียวแล้วต้องตายพี่ก็ยอม ขอเพียงแค่ก่อนตายเอ็งกอดพี่แนบอกไว้ได้ไหมครับ”“ไปตายที่อื่น ไป!”“เสียงดังจังครับ แต่ก่อนไม่ดื้อกับพี่แบบนี้”“เมื่อ
เมื่อเห็นว่ากล้วยไม้และเดโชปรากฏตัวยังบริเวณหน้าเรือนแม่เฒ่าพร้อมกัน ก็ทำให้ภายในอกของน้ำอบรู้สึกร้อนรุ่มและคิดไปต่างๆ นานา จนไม่ได้สนใจฟังเสียงของแม่เฒ่าที่เอ่ยพูดกับตัวเองเลย“แม่เฒ่าไม่บอกก็ไม่เป็นไร เพราะตัวข้ารู้สึกได้เองว่าอีกไม่ช้าไม่นานข้าจะมีคู่”“งั้นรึ พอมันมาเอ็งก็รู้สึกเชียวรึ”“แม่เฒ่
เรือนเดโชภายในเรือนไม้หลังเล็กที่เดิมทีเป็นเรือนของลัลนาแต่เมื่อเธอได้เข้าร่วมพิธีเลือกคู่และสมหวังกับควันธูปก็ย้ายออกไปอยู่เรือนเขา ทำให้เรือนหลังนี้ว่างเปล่าไร้ผู้อยู่อาศัยแต่ก็ยังมีวันนาแม่ของลัลนาที่เข้ามาทำความสะอาดไม่เคยขาดจวบจนกระทั่งมีชายแปลกหน้าผู้หนึ่งเข้ามาในป่าแห่งนี้พร้อมกับหญิงผู้หน
แต่มองหน้าเขาได้ไม่นานเท่าไหร่ร่างสูงที่อุ้มเธอแนบชิดไปกับตัวเขาจนเท้าเล็กของน้ำอบไม่แตะพื้นก็เกิดเสียหลักล้ม เพราะเท้าใหญ่ที่ก้าวเดินในน้ำดันเหยียบย่ำลงยังความว่างเปล่าที่ไม่มีก้อนหินรองรับจนเธอและเขาหน้าคว่ำลงไปในน้ำ“ไอ้บ้าเอ๊ย! แค่ก ๆ”น้ำอบยกมือขึ้นมาลูบน้ำออกจากใบหน้าพร้อมกับต่อว่าเดโชด้วยควา
น้ำอบเดินออกมาจากหมู่บ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังน้ำตกหน้าถ้ำด้วยใบหน้าที่งอง้ำ ภายในหัวก็คิดเรื่องต่าง ๆ มากมายจนจิตใจร้อนรุ่มและทำให้พานโมโหทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า จึงทำให้ตลอดทั้งทางที่น้ำอบนั้นเดินผ่านมือเรียวก็เอื้อมไปคว้าจับใบไม้แล้วดึงกระชากจนพื้นดินต่างเต็มไปด้วยเศษใบไม้สีเขียวเกลื่อนพื้นแต่เมื่






![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
