LOGINเหอฟ่านชิงเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้างุนงง ว่าตนเองไปทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรให้กับคนสกุลเหอบ้านใหญ่ จนทำให้ต้องยกกันมาถึงที่บ้านของนาง
"หึ ก็แกเมื่อวานไปนอนกกกอดกับผู้ชายบนเขาจนถึงเช้าไม่ใช่หรืออย่างไรกัน"
เป็นนางจางที่เป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของหลานสาวที่นางไม่เคยคิดจะรัก
"หะ! เมื่อวานข้าเพียงขึ้นเขาไปล่าสัตว์ แต่พอตอนจะกลับลงมาฝนดันตกหนักจนมองไม่เห็นเส้นทางจึงได้พากันไปหลบฝน"
"อีกทั้งมันยังตกหนักยาวนานกว่าจะหยุดก็เกือบรุ่งเช้าแล้ว ข้ากับพี่หยางฉีไม่ได้นัดกันขึ้นเขาไปพอดรักกันเสียหน่อยนะเจ้าคะท่านย่า"
เหอฟ่านชิงเอ่าบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปตามความจริงให้กับทุกคนได้รับรู้
แต่ว่าจะมีคนเชื่อถือหรือไม่ก็สุดแล้วแต่พวกเขาเถิด นางเองก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมานั่งสนใจคำพูดของผู้ที่ไม่ได้หาเลี้ยงดูนางและครอบครัวอยู่แล้ว
"เหอะ แล้วไหนเล่าหลักฐานที่จะเอามายืนยันว่าพวกเจ้าทั้งสองไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียกัน ชายหญิงอยู่กันเพียงลำพังบนเขา ซ้ำฝนยังตกหนักเช่นนั้นอีก"
แต่แล้วจู่ ๆ คำพูดที่ดูจะกร้านโลกนี้ของเหอลี่ถิงก็ดังขึ้น นางพูดออกมาเป็นหลักการและเป็นขั้นเป็นตอนจนชาวบ้านบางคนก็อดที่จะคิดตามคำพูดนั้นของหญิงสาวไม่ได้
"พี่สาวคนดีของข้า ท่านช่างชำนาญและเชี่ยวชาญเรื่องราวเหล่านี้ดีถึงเพียงนี้ ข้าเกรงว่าข้าคงคิเไม่ได้ถึงเพียงนี้เป็นแน่เจ้าค่ะ"
คำพูดของเหอฟ่านชิงที่ดูเหมือนจะยกยออีกฝ่ายนั้น
แต่มันคือคำพูดที่แปลออกมาว่านางนั้นช่างเก่งเรื่องล่อลวงผู้ชายเป็นอย่างยิ่ง สร้างความรู้สึกไม่พอใจให้กับเหอลี่ถิงที่ตนเองถูกตอกหน้ากลับอย่างเจ็บแสบ
"น้องสาว ทำไมถึงได้พูดกับพี่เช่นนั้นเล่า พี่เพียงแต่คาดเดาไปตามสถานการณ์ พี่ไม่ได้มีเจตนาที่จะว่าร้ายเจ้าเสียหน่อย"
"อีกอย่างต่อให้เจ้ากับชายหนุ่มผู้นั้นจะไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียจริง ๆ แต่ชื่อเสียงของเจ้ากับสกุลเหอของเราเล่าจะทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบกัน" เหอลี่ถิงที่ได้โอกาสเหยียบย่ำคนที่นางเกลียดชังให้ย่อยยับ
นางจึงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปอีกทั้งยังเล่นบทพี่สาวผู้แสนดีเอ่ยถึงสกุลเหอว่าเรื่องนี้ส่งผลต่อสกุลมากเพียงใด อย่างน้อยนางก็ขอทำลายขื่อเสียงของนังเด็กสารเลวนี้ลงให้ได้
"ข้าจะรับผิดชอบนางเอง"
แต่แล้วเสียงของหยางฉีก็ดังขึ้นจากทางด้านข้างของทุกคน พร้อม ๆ กับคนในครอบครัวหยางที่เดินตรงมายังครอบครัวของเหอหลวนซานอย่างพร้อมหน้า
ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองยังครอบครัวหยางที่ย้ายเข้ามาเมื่อสิบกว่าปีก่อนนี้ด้วยความสนใจ อาจจะด้วยพวกชาวบ้านเองก็ไม่ค่อยได้พบเจอครอบครัวนี้พร้อมหน้าเช่นนี้มาก่อน และอาจจะด้วยใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูจะอัปลักษณ์ในสายตาของพวกเขา จึงทำให้ทุกคนจ้องมองยังใบหน้าที่เป็นกระดำกระด่างของร่างแกร่งที่ในตอนนี้เดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ของเด็กสาวเป็นที่เรียบร้อย
"เจ้าเป็นใครกัน"
คำถามนี้เป็นของเหอหานตงที่ไม่เคยพบหน้าตาของเด็กหนุ่มที่เอ่ยว่าจะรับผิดชอบชื่อเสียงของหลาวสาวคนเล็กของตนเองด้วยสีหน้าสงสัย
"คารวะท่านผู้เฒ่าเหอขอรับ ข้าหยางฉีบุรุษที่ทุกคนกำลังพูดถึงอยู่"
ชายหนุ่มเอ่ยทำความเคารพด้วยท่าทางองอาจ อีกทั้งยังพูดจาชัดถ้อยชัดคำ มีความมั่นคงในดวงตา เมื่อเหอหานตงได้เห็นแบบนั้นก็รู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะต้องสามารถดูแลหลานสาวคนเล็กของตนเองได้อย่างแน่นอนจึงได้ผ่อนคลายความตึงเครียดลงไปในทันที
"อืม...เช่นนั้นก็ดี ข้านั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่เจ้าจะต้องพูดคุยกับบิดาของนางเสียให้รู้เรื่อง"
ชายชราเอ่ยบอกกับเด็กหนุ่มที่ดูแล้วอายุคงพอ ๆ กับเหอชงหยวนหลานชายคนรองของเขาเป็นแน่
"ขอรับ"
"อาซานแล้วเจ้ากับน้องสะใภ้เล่ามีคำตอบสำหรับการสู่ขอหมั้นหมายเมื่อครั้งที่ข้าเคยเอ่ยปากถามหรือยัง"
หยางเฟิงเลือกที่จะเอ่ยถามถึงการหมั้นหมายที่ตนเคยเอ่ยปากสู่ขอเด็กสาวจากบิดามารดาของนางก่อนที่จะเกิดเรื่องราวในวันนี้ออกไป เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ว่าทั้งสองคนนั้นเคยมีการทำการทาบทามมาก่อนหน้านี้แล้ว
"ขอรับพี่หยาง ข้ากับน้องหญิงได้คิดมาสักพักแล้วว่าจะไปตอบตกลงกับท่าน เพียงแต่ยังไม่มีเวลาในเมื่อวันนี้ทุกคนก็อยู่ที่แห่งนี้แล้วก็ถือเสียว่ามาเป็นพยายานในการสู่ขอหมั้นหมายระหว่างอาฉีกับชิงเอ๋อร์ของข้าเลยก็แล้วกันนะ"
ประโยคแรกนั้นเหอหลวนซานได้เอ่ยบอกกับหยางเฟิงพี่ชายที่เขาเคารพรักยิ่งกว่าพี่ชายแท้ ๆ ของตนเองเสียอีก
ส่วนประโยคหลังนั้นเขาได้หันไปเอ่ยบอกกับเหล่าชาวบ้านที่มาร่วมชมความสนุกสนานแต่เป็นความทุกข์ของผู้อื่นเสียอย่างนั้น ทำเอาพวกชาวบ้านต้องตอบตกลงและพากันแยกย้ายไปจนหมด จะเหลือก็เพียงคนสกุลเหอจากบ้านใหญ่เท่านั้นที่ยังคงยืนปักหลักไม่ยอมขยับไปไหน
เมื่อเหอหลวนซานเห็นว่าสถานการณ์ที่แสนจะเลวร้ายเมื่อครู่ถูกจัดการด้วยเพียงแค่การมาของครบครัวหยาง เขาจึงได้เอ่ยขอบคุณผู้เฒ่าหยางตี้กับพี่ชายคนสนิทของตนเองในทันที และยังไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณบิดาของตนที่ยอมเอ่ยปากปกป้องบุตรสาวของเขาในวันนี้
"ท่านลุงหยาง ท่านพี่หยาง เรื่องในวันนี้ต้องขอบคุณพวกท่านมากที่ยื่นมือมาช่วยเหลือ แล้วก็ท่านพ่อขอรับ ข้าขอบคุณท่านพ่อมากที่ช่วยออกหน้าปกป้องชิงเอ๋อร์ในครั้งนี้"
เอ่ยจบเหอหลวนซานก็ก้มหัวลงคำนับกับบุรุษต่างวัยทั้งสามด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
"อย่าได้เกรงใจ เป็นเจ้าหน้าน้ำแข็งบ้านข้าต่างหากที่ทำให้ชิงเอ๋อร์ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากในวันนี้ เจ้านั่นออกมารับผิดชอบก็ถูกต้องแล้ว อาซานเจ้าอย่าได้คิดมากไปเลย"
หยางเฟิงเอ่ยบอกกับน้องชายที่เขารักดุจพี่น้องแท้ ๆ ด้วยสีหน้าเบิกบาน ต่างจากชายหนุ่มที่เป็นผู้ถูกเอ่ยถึงในตอนนี้ที่มีสีหน้ามืดครึมลงจนเหอฟ่านชิงสังเกตเห็นและเอ่ยถามอีกฝ่ายอกไปด้วยความเป็นห่วง
"พี่หยางฉีท่านเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ"
"เปล่า พี่ไม่ได้เป็นอะไร"
ชายหนุ่มเอ่ยตอบเด็กสาวข้างกายด้วยน้ำเสียงบางเบา แถมยังใช้คำแทนตัวเองว่าพี่เป็นครั้งแรกอย่างลืมตัวเองด้วย
"อื้อ เรื่องในวันนี้ข้าต้องขอโทษพี่หยางฉีด้วยที่ทำให้ต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้ แต่ถ้าท่านไม่ต้องการข้าก็ไม่ว่าอันใดนะเจ้าคะ ข้าสามารถแบกรับเรื่องราวพวกนี้เอาไว้เองได้"
เหอฟ่านชิงที่รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ชายหนุ่มต้องมารับผิดชอบหมั้นหมายกับตนเองแทนที่จะได้ไปตบแต่งกับหญิงสาวที่เขารักในวันข้างหน้า
"เด็กโง่ พี่เป็นบุรุษนะทำสิ่งใดไว้ก็ย่อมต้องรับผิดชอบและพร้อมจะแบกรับอยู่แล้ว เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหลเช่นนี้อีก"
หยางฉีที่เห็นสีหน้าฝืนว่าตัวเองเข้มแข็งของเด็กสาวข้างกายก็รู้สึกไม่สบายใจ เขาจึงได้เอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยทำกับใครนอกจากมารดาและน้องสาวที่รักของเขาเท่านั้น
"..."
คำพูดที่ดูอบอุ่นปลอดภัยกับท่าทางที่ชายหนุ่มแสดงกับเหอฟ่านชิงในครั้งนี้ ทำเอาใจของเด็กสาวเต้นไม่เป็นจังหวะเสียอย่างนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้รับการปฎิบัติจากบุรุษที่ไม่ใช่คนในครอบครัว จึงไม่แปลกที่นางจะมีความรู้สึกหวั่นไหวกับคำพูดและการแสดงออกของชายหนุ่ม"อะแฮ่ม....อาฉี
ข้าไม่เคยเห็นเจ้าพูดจาอบอุ่นเช่นนี้กับหญิงสาวคนไหนนอกจากหลิงเอ๋อร์เลยนะ" เหอชงหยวนที่ทนเห็นสหายของตนทำท่าทางเกี้ยวพาน้องสาวสุดรักไม่ไหวจึงได้เอ่ยขัดคอขึ้นมา ทำเอาใบหน้าอบอุ่นของชายหนุ่มอีกคนเลือนหายไปอย่างรวดเร็วและแทนที่ด้วยสีหน้านิ่งเฉยเช่นเดิม
"หน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้จะกล้าไปพูดจาเหลวไหลเช่นนี้กับสตรีอื่นได้อย่างไรกัน ช่างน่าขันยิ่งนัก เฮอะ!"
เหอลี่ถิงเอ่ยขึ้นด้วยวีหน้าเย้ยหยันที่มีต่อชายหนุ่ม ก่อนที่นางจะปรายตาไปจ้องมองใบหน้าของเหอฟ่านชิงด้วยความรู้สึกสาแก่ใจที่อีกฝ่ายจะต้องแต่งงานกับบุรุษที่มีใบหน้าอัปลักษณ์เช่นนี้
"ข้าไม่เคยตัดสินผู้คนว่าจะดีหรือร้ายเพียงหน้าตาเท่านั้นหรอกนะเจ้าคะ เพราะสำหรับข้านั้นหน้าตามันกินไม่ได้ อีกทั้งมันเป็นเพียงแค่เปลือกนอกของมนุษย์เราเท่านั้น ท่านเองก็ควรหัดมองผู้อื่นให้เป็นมนุษย์เหมือนท่านบ้างก็จะดีนะพี่สาว"
เหอฟ่านชิงที่ไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับคำพูดที่ดูจะเย้ยหยันในชีวิตของนางจากเหอลี่ถิงเลยแม้แต่น้อย แถมเด็กสาวยังเอ่ยสั่งสอนอีกฝ่ายไปหนึ่งยกจนหน้าชาเช่นกัน
*********************************************************************************
นังนี่ต้องเจอใบหน้าหล่อเหลาของลูกเขยฉันก่อนเถอะแล้วจะร้องกรี๊ดด้วยความเสียดาย
.
เสียงสะดุ้งสุดตัวของทั้งสามคนทำเอาเหอฟ่านชิงกับเหอชงหยวนถึงกับตกใจตาม ด้วยไม่คิดว่าทั้งสามคนจะมีอาการหนักถึงเพียงนี้"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่รอง พวกท่านยังสบายดีอยู่ใช่หรือไม่เจ้าคะ" เด็กสาวรีบเอ่ยถามอาการของทั้งสามคนด้วยความเป็นห่วงเพียะ!แต่กลับได้ฝ่ามือมารดาที่ฟาดลงมายังต้นแขนของนางแทนคำตอบเสียอย่างนั้น"นี่แหนะโทษฐานที่ทำให้แม่เกือบหัวใจวายตาย" นางมี่ซือเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงคาดโทษ พร้อมกันนั้นเหอหลวนซานและเหอชงอี้เองก็ยังพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในคำพูดของนางมี่ซือ"โอ๊ยยท่านแม่เจ้าคะ ลูกไม่ได้ตั้งใจเพียงแต่ยังไม่สบโอกาสที่จะเอ่ยบอกพวกท่านจริง ๆ " เหอฟ่านชิงเอ่ยขอโทษมารดาพร้อมทั้งใช้มือลูบไปมาบริเวณที่โดนตี ราวกับว่าเจ็บปวดมากมายนางมี่ซือเห็นการแสดงของบุตรสาวก็ถึงกับอยากจะตีซ้ำลงไปอีกสักครั้งด้วยความหมั่นเคี้ยวกับท่าทางที่เด็กสาวแสดงละครอยู่ในตอนนี้"เอาเถิด ๆ ตอนนี้เรามาคุยเรื่องสำคัญกันก่อนดีกว่า ชิงเอ๋อร์เจ้าคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรก็ว่ามา"เหอหลวนซานที่เห็นว่าภรรยารักจะลงมือฟาดบุตรสาวของตนอีกครั้งจึงได้รีบเอ่ยห้ามทั
"เจ้าว่าอย่างไรนะชิงเอ๋อร์!" เหอหลวนซานที่หายจากอาการตกใจแล้วนั้นก็ได้เอ่ยถามบุตรสาวของตนเองเพื่อยืนยันในสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อครู่"ข้าบอกว่าข้าขายเห็ดหลินจือดำสามดอกได้เงินมาหนึ่งร้อยตำลึงทองเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าอยากจะขอแบ่งให้กับพี่หยางฉีสักห้าสิบตำลึงทอง เพราะถ้าข้าไม่ได้ขึ้นเขาไปกับพี่หยางฉีข้าก็คงจะไม่ได้พบกับเห็ดหลินจือดำพวกนี้หรอกเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกราคาที่ขายเจ้าเห้ดหลินจือดำได้ให้กับผู้เป็นบิดาฟังอีกครั้งพร้อมทั้งนางยังต้องการขออนุญาตในการแบ่งเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับชายหนุ่มที่เป็นผู้พาตนเองขึ้นเขาในครั้งนี้อีกด้วย"จะได้อย่างไรกันนั่นเป็นเงินของเจ้าหาได้เกี่ยวข้องกับบุตรชายของลุงไม่ เจ้าไม่ต้องแบ่งให้เจ้าหน้าตายนี่หรอกเก็บเอาไว้เสีย" แต่ยังไม่ทันที่เหอหลวนซานจะได้เอ่ยตอบอนุญาตหรือไม่กับคำขอของเด็กสาว หยางเฟิงกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาแทนด้วยเขาเองก็ไม่คิดว่าจะต้องจำเป็นถึงขนาดที่เด็กสาวจะต้องแบ่งส่วนแบ่งให้กับบุตรชายของตนเองเพียงเพราะเขาเป็นผู้พาขึ้นไปเท่านั้น"แต่ว่า....""ท่านพ่อพี่พูดถูกต้องแล้วละเจ้าไม่จำเป็นจะต้องแบ่งเงินส่วนแบ่งที่เจ
"เอาละ ๆ อาซานเจ้าพาพี่หยางกับผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าหนุ่มนี่เข้าไปคุยตกลงเรื่องหมั้นหมายกับข้าด้านในเสีย ส่วนเจ้ายายแก่จะเข้าไปฟังด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ก็พากันกลับไปเสีย" เหอหานตงที่ยืนเงียบเฝ้ามองภาพสองครอบครัวที่ดูมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพียงแต่ชายชรากับเลือกที่จะไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเอ่ยบอกกับบุตรชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เขาที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของเด็กสาวจึงต้องอยู่ร่วมรับฟังด้วย"ขอรับท่านพ่อ เชิญท่านลุงหยางกับพี่หยางเฟิงด้านในบ้านเลยขอรับ" เหอหลวนซานเองก็เอ่ยรับคำของบิดาด้วยความดีใจที่อย่างน้อย ๆ บิดาของตนก็ยังคงใส่ใจลูก ๆ ของเขาอยู่ไม่น้อย"ข้าไม่ขออยู่ฟังก็แล้วกัน เรื่องงามหน้าเช่นนี้ข้าฟังแล้วรู้สึกเป็นเสนียดหูยิ่ง ไปกันเถิดหลานรักพาย่ากลับบ้านที" นางจางที่ไม่พอใจตั้งแต่ที่นางถูกสามีดุด่าต่อหน้าผู้คนเพียงเพราะหลานสาวคนเล็กอยู่ก่อนแล้วจึงได้เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ไยดี จากนั่นก็บอกให้หลานสาวอันเป็นที่รักมาช่วยพยุงตนเองกลับบ้านในทันทีเมื่อนางจาง นางจูและเหอลี่ถิงจากไปแล้วผู้ใหญ่ทั้ง
เหอฟ่านชิงเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้างุนงง ว่าตนเองไปทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรให้กับคนสกุลเหอบ้านใหญ่ จนทำให้ต้องยกกันมาถึงที่บ้านของนาง"หึ ก็แกเมื่อวานไปนอนกกกอดกับผู้ชายบนเขาจนถึงเช้าไม่ใช่หรืออย่างไรกัน"เป็นนางจางที่เป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของหลานสาวที่นางไม่เคยคิดจะรัก"หะ! เมื่อวานข้าเพียงขึ้นเขาไปล่าสัตว์ แต่พอตอนจะกลับลงมาฝนดันตกหนักจนมองไม่เห็นเส้นทางจึงได้พากันไปหลบฝน""อีกทั้งมันยังตกหนักยาวนานกว่าจะหยุดก็เกือบรุ่งเช้าแล้ว ข้ากับพี่หยางฉีไม่ได้นัดกันขึ้นเขาไปพอดรักกันเสียหน่อยนะเจ้าคะท่านย่า"เหอฟ่านชิงเอ่าบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปตามความจริงให้กับทุกคนได้รับรู้แต่ว่าจะมีคนเชื่อถือหรือไม่ก็สุดแล้วแต่พวกเขาเถิด นางเองก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมานั่งสนใจคำพูดของผู้ที่ไม่ได้หาเลี้ยงดูนางและครอบครัวอยู่แล้ว"เหอะ แล้วไหนเล่าหลักฐานที่จะเอามายืนยันว่าพวกเจ้าทั้งสองไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียกัน ชายหญิงอยู่กันเพียงลำพังบนเขา ซ้ำฝนยังตกหนักเช่นนั้นอีก"แต่แล้วจู่ ๆ คำพูดที่ดูจะกร้านโลกนี้ของเหอลี่ถิงก็ดังขึ้น นางพูดออกมาเป็นห
"ว่ายังไง ทำไมเจ้าไม่ตอบคำถามของข้ากัน หรือว่านังเด็กนั่น.....บัดซบ!"เมื่อนางจางเห็นว่าคนทั้งสามเอาแต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยโต้ตอบเหมือนเช่นทุกครั้ง จึงได้เอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาเหี่ยวย่นของนางจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อคาดเดาคำตอบได้จากท่าทางของคนทั้งสามจนนางจางถึงกับหลุดด่าคำหยาบออกมา"นังเด็กสารเลวนั่นอยู่ที่ไหน! ไปเรียกนังตัวดีออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้นะเจ้าลูกอกตัญญู"หญิงชราเอ่ยตะคอกเสียงดังด้วยความโกรธที่พุ่งจนถึงที่สุด นางแทบอยากจะจับหลานสาวไม่รักดีมาทุบตีที่หายอับอายยิ่งนัก"อาซานเจ้าบอกข้ามาสิว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง"ท่ามกลางความตึงเครียดจู่ ๆ เสียงแหบแห้งของผู้เฒ่าเหอก็เอ่ยถามกับบุตรชายด้วยใบหน้านิ่งสงบ ชายชรายังคงไม่เชื่อว่าเรื่องที่ชาวบ้านเอ่ยมาจะเป็นความจริงเพราะเขานั้นรู้ดีที่สุดว่าลูกชายคนเล็กของตนไม่มีทางให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนเพราะพวกเขานั้นรกและทะนุถนอมบุตรีเสียยิ่งกว่าอะไรดี คงไม่มีทางยอมให้เด็กสาวทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้ได้อย่างแน่นอน"ท่านพ่อ.....ชิงเอ๋อร์ไม่มีทางทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นอย่างแน่นอน
อีกด้านของหมู่บ้านเป่าหนิงหลังจากที่พวกของเหอฟ่านชิงเดินทางเข้าเมือง เหอชงอี้ก็ได้นำไก่ป่ากับกระต่ายป่าบางส่วนที่ผู้เป็นน้องสาวล่ามาได้เดินกลับไปยังบ้านของตัวเองด้วยความสบายใจโดยไม่ได้รับรู้เลยว่าเมื่อครู่นี้ในตอนที่หยางฉีกับเหอฟ่านชิงเดินออกมาจากป่าด้วยกันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาสามคนที่พบเห็นแต่ยังมีสองสามีภรรยาบ้านจวงที่ออกมาหาผักป่าตั้งแต่เช้าพบเห็นเข้าเช่นกัน นางจวงที่เป็นพวกปากตลาดอยู่แล้วจึงได้นำเรื่องที่เห็นเมื่อช่วงเช้าไปพูดต่อกับเหล่าแม่บ้านภายในหมู่บ้านจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในเวลาต่อมาข่าวลือว่าบุตรสาวคนเล็กของบ้านเหอนั้นแอบไปนอนค้างอ้างแรมกับชายหนุ่มในป่าจนถึงเช้า ไม่รู้ว่าบิดามารดาจะรู้เห็นเรื่องนี้หรือไม่ อีกทั้งตอนที่ออกมายังอยู่ในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยทำเอาเหล่าแม่บ้านทั้งหลายที่ได้ฟังคำบอกเล่าที่ใส่สีตีไข่เข้าไปอีกนั้นถึงกับรับไม่ได้กับพฤติกรรมไร้ยางอายของเด็กสาวจนต้องนำเรื่องนี้ไปเอ่ยบอกแก่นางจางผู้เป็นท่านย่าของเหอฟ่านชิง"ท่านป้าจางอยู่หรือไม่เจ้าคะ"หนึ่งในแม่บ้านที่ได้ยินข่าวลือของเหอฟ่านชิงมาที่ต้องการ







