LOGIN"เจ้าว่าอย่างไรนะชิงเอ๋อร์!" เหอหลวนซานที่หายจากอาการตกใจแล้วนั้นก็ได้เอ่ยถามบุตรสาวของตนเองเพื่อยืนยันในสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อครู่
"ข้าบอกว่าข้าขายเห็ดหลินจือดำสามดอกได้เงินมาหนึ่งร้อยตำลึงทองเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าอยากจะขอแบ่งให้กับพี่หยางฉีสักห้าสิบตำลึงทอง เพราะถ้าข้าไม่ได้ขึ้นเขาไปกับพี่หยางฉีข้าก็คงจะไม่ได้พบกับเห็ดหลินจือดำพวกนี้หรอกเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกราคาที่ขายเจ้าเห้ดหลินจือดำได้ให้กับผู้เป็นบิดาฟังอีกครั้ง
พร้อมทั้งนางยังต้องการขออนุญาตในการแบ่งเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับชายหนุ่มที่เป็นผู้พาตนเองขึ้นเขาในครั้งนี้อีกด้วย
"จะได้อย่างไรกันนั่นเป็นเงินของเจ้าหาได้เกี่ยวข้องกับบุตรชายของลุงไม่ เจ้าไม่ต้องแบ่งให้เจ้าหน้าตายนี่หรอกเก็บเอาไว้เสีย" แต่ยังไม่ทันที่เหอหลวนซานจะได้เอ่ยตอบอนุญาตหรือไม่กับคำขอของเด็กสาว หยางเฟิงกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาแทนด้วยเขาเองก็ไม่คิดว่าจะต้องจำเป็นถึงขนาดที่เด็กสาวจะต้องแบ่งส่วนแบ่งให้กับบุตรชายของตนเองเพียงเพราะเขาเป็นผู้พาขึ้นไปเท่านั้น
"แต่ว่า...."
"ท่านพ่อพี่พูดถูกต้องแล้วละเจ้าไม่จำเป็นจะต้องแบ่งเงินส่วนแบ่งที่เจ้าเป็นผู้หามาได้ให้กับพี่ เพราะพี่ไม่ได้มีส่วนช่วยหรือว่ารู้เห็นกับของสิ่งนั้นหรอกเข้าใจหรือไม่" หยางฉีเอ่ยแทรกขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็กสาวมีความต้องการที่จะเอ่ยคัดค้านถึงความจริงในครั้งนี้
"เฮ้อ....ถ้าท่านลุงหยางของเจ้าเอ่ยมาเช่นนั้นก็เอาตามนั้นเถิดชิงเอ๋อร์ เจ้าไม่รู้อะไรท่านลุงหยางนั้นเป็นคนที่หัวแข็งมากถ้าตัดสินใจแล้วไม่มีทางเปลี่ยนใจไปได้หรอก" เหอหลวนซานที่รู้จักนิสัยของพี่ชายคนสนิทของตนดี จึงได้เอ่ยบอกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น อีกทั้งยังไม่วายเอ่ยนินทาชายวัยกลางคนให้กับเด็กสาวฟังอีกเล็กน้อย
"ฮ่า ฮ่า อาซานเจ้าช่างพูดถูกใจลุงยิ่งนัก สมแล้วที่เป็นน้องชายที่สนิทกับอาเฟิงมากที่สุด" ผู้เฒ่าหยางตี้เองก้อดไม่ได้จนต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนน้ำตาเล็ดด้วยความขำขัน
"ท่านพ่อ......"หยางเฟิงที่ไม่สามารถแก้ต่างให้กับตัวเองได้ จึงทำได้เพียงหันไปมองค้อนใส่น้องชายที่รักกับบิดาบังเกิดเกล้าที่เอาแต่หัวเราะเยาะเขาราวกับเด็กสามขวบ
"เอ่อ..ถ้าเช่นนั้นท่านพ่อท่านก็ใช้เงินนี่จ่ายหนี้ที่ท่านยืมท่านลุงมาทั้งหมดเลยก็แล้วกันนะเจ้าคะ" เมื่อเห็นว่าครอบครัวหยางนั้นช่างมีคุณธรรมในใจมากถึงเพียงนี้ ภายในใจของเหอฟ่านชิงเองก้รู้สึกนับถือครอบครัวหยางมากขึ้นกว่าเดิม แต่นางก็ยังคงต้องการที่จะใช้โอกาสในครั้งนี้ให้บิดาได้ชดใช้หนี้ที่ได้หยิบยืมมาจากบ้านสกุลหยางเช่นกัน
"จริงสิ เช่นนั้นพี่หยางท่านรับเงินจำนวนนี้ไปเถิดถือเสียว่าเป็นค่าใช้หนี้และค่าน้ำใจจากครอบครัวของข้านะขอรับ" เหอหลวนซานที่เห็นว่าบุตรสาวได้เปิดทางให้จึงรีบเอ่ยกับหยางเฟิง พร้อมกับหยิบก้อนตำลึงทองยัดใส่มือของอีกฝ่ายไปถึงสองตำลึงทองแทนคำขอบคุณ
ทางด้านหยางเฟิงเองก็ไม่สามารถเอ่ยปฏิเสธจำนวนเงินในครั้งนี้ได้ ด้วยเกรงว่าจะเป็นการททำร้ายจิตใจของน้องชายที่เขารักจึงต้องจำใจรับเจ้าก้อนตำลึงทองทั้งสองนี้เอาไว้ ก่อนจะเอ่ยบอกกับเหอหลวนซานด้วยใบหน้าเอ็นดู
"ก็ได้ครั้งนี้ข้าจะรับเอาไว้เพื่อให้พวกเจ้าสบายใจ แต่ครั้งหน้าอย่าได้เกรงใจถึงเพียงนี้อีก มีเรื่องอะไรก็ให้เด็ก ๆ รีบไปบอกกล่าวกับข้าที่บ้านเข้าใจหรือไม่"
"ขอรับพี่หยาง ข้ากับครอบครัวต้องขอบคุณท่านกับท่านลุงหยางมากที่คอยช่วยเหลือพวกเรามาตลอดหลายปีนี้" เหอหลวนซานเอ่ยกับพ่อลูกสกุลหยางด้วยความซาบซึ่งใจ
แต่ผู้ที่มีสีหน้าเศร้าหมองกลับกลายเป็นเหอหานตงผู้เป็นบิดา เขารู้สึกส่าตนเองช่างเป็นบิดาที่ไร้ความสามารถจนต้องทำให้บุตรชายไปพึ่งพาผู้อื่นเช่นนี้
"ท่านปู่เจ้าคะ นี่คือเงินจำนวนห้าตำลึงทองข้าขอมอบให้ท่านปู่เอาไว้ใช้ในยามจำเป็นนะเจ้าคะ แล้วก็ห้ามบอกท่านย่าถึงเงินจำนวนนี้ด้วยเพราะข้าให้เพียงท่านปู่ผู้เดียวเท่านั้น" เหอฟ่านชิงที่เห็นว่าปู่ของนางแท้จริงแล้วก็ไม่ได้ไม่รักบิดาของนาง
เพียงแต่ท่านเองก็มีความจำเป็นบางอย่างถึงต้องทำเช่นนั้น นางจึงคิดว่าท่านยังเป็นท่านปู่ที่น่าเคารพรักอยู่นั่นเอง เมื่อคิดแบบนี้เด็กสาวจึงได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้อีกฝ่ายถือเป็นความกตัญญูต่อชายชรา
"ชิงเอ๋อร์ มันมากเกินไปเจ้าเก็บเอาไว้ใช้เถิด ปู่เองก็ไม่สมควรที่จะได้รับเงินจำนวนมากถึงเพียงนี้จากพวกเจ้าหรอกนะ" เหอหานตงยิ่งรู้สึกผิดกับครอบครัวของบุตรชายคนเล็กมากขึ้นไปอีก เมื่อเด็กสาวตรงหน้าแสดงความกตัญญูกับตัวเขามากถึงเพียงนี้
"ท่านพ่อ....."
"ท่านปู่เจ้าคะ ถ้าท่านไม่ยอมรับเงินจำนวนนี้แล้วข้าจะสามารถนำเงินที่เหลือไปสร้างบ้านใหม่ได้อย่างไรกันเล่า เดี๋ยวผู้อื่นก็หาว่าข้าอกตัญญูต่อท่านกันหมดหมู่บ้านพอดีเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงที่รู้ดีว่าบุรุษในยุคนี้นั้นรักศักดิ์ศรียิ่งกว่าสิ่งใด นางจึงได้เอ่ยถึงเรื่องการสร้างบ้านใหม่ที่เป็นเหตุผลไม่ให้ชายชราปฏิเสธเงินจำนวนนี้ได้อีก
"เจ้าจะสร้างบ้านใหม่อย่างนั้นรึ " เหอหานตงเอ่ยถามหลานสาวคนเล็ก
"เจ้าค่ะ ข้าตั้งใจว่าจะสร้างบ้านใหม่ให้แล้วเสร็จก่อนฤดูหนาวนี้ ดังนั้นท่านปู่จะต้องรับเงินจากข้า เพื่อเป็นการอวยพรในการสร้างบ้านหลังใหม่นี้ของข้านะเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยกับชายชราด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
"เจ้าเด็กนี่...เอาเถิดปู่จะรับเอาไว้ก็แล้วกัน แต่ถ้าขาดเหลืออะไรเจ้าต้องไปบอกปู่ด้วยละเข้าใจหรือไม่" เมื่อถูกหลานสาวเอ่ยมาเช่นนี้เหอหานตงก็หมดหนทางจะเอ่ยคัดค้านอีกต่อไป ชายชราจึงได้เอ่ยบอกหลานสาวที่เขาไม่เคยใส่ใจด้วยรอยยิ้มเอ็นดูอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
"แน่นอนเจ้าค่ะว่าข้าจะไม่ไป ข้ากลัวท่านย่าจะมาแหกอกท่านพ่อท่านแม่แทน" เหอฟ่านชิงเอ่ยหยอกล้อปู่ของตนด้วยความสดใส ทำให้บรรยาการที่ดูจะอึดอัดในตอนแรกกลายเป็นบรรยากาศอบอุ่นไปในทันที
ภาพสองปู่หลานที่พูดคุยหัวเราะต่อกระชิกกันนั้นสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนภายในกระท่อมได้เป็นอย่างดี จนในที่สุดหยางตี้มที่ต้องการให้ครอบครัวเหอมีช่วงเวลาที่ดีจึงได้เอ่ยขอตัวกลับบ้านของพวกตนเองในที่สุด
"เช่นนั้นพวกข้าขอตัวกลับบ้านก่อนก็แล้วกัน พวกเจ้าจะได้พูดคุยปรึกษาหารือเรื่องอื่น ๆ ได้ไปอาเฟิงอาฉี"
"ขอรับท่านพ่อ / ขอรับท่านปู่" สองพ่อลูกสกุลหยางเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของชายชรา จึงได้เอ่ยตอบรับในทันที จากนั้นคนสกุลหยางก็พากันเดินทางกลับบ้านของตนเอง ตอนนี้บริเวณหน้าบ้านจึงเหลือเพียงคนสกุลเหอเท่านั้นที่กำลังนั่งล้อมวงเพื่อพูดคุยปรึกษาเรื่องการสร้างบ้านหลังใหม่ของพวกเขา
"ท่านปู่จะกลับเลยหรือขอรับ" เหอชงหยวนเอ่ยถามชายชราเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังลุกขึ้นยืนตั้งท่าจะเดินจากไป
"ใช่แล้วละ นี่ก็นานมากแล้วเดี๋ยวท่านย่าของพวกเจ้าจะโมโหข้าอีก อีกอย่างพวกเจ้าจะได้หาลือกันเรื่องสร้างบ้านใหม่ด้วย" ชายชราหันมาเอ่ยตอบหลานชายคนรองด้วยน้ำเสียงอบอุ่น หลังจากที่เขายอมรับความจริงได้แล้วท่าทีที่แสดงออกต่อครอบครัวบุตรชายคนเล็กจึงได้เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
"ให้หลานไปส่งดีหรือไม่ขอรับท่านปู่" คำถามที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงของเหอชงอี้ทำเอาชายชราถึงกับเผยรอยยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนที่เขาจะส่ายหน้าไปมาเพื่อเป็นการปฏิเสธ จากนั้นชายชราก็เดินจากไปในที่สุด
เมื่อเหลือเพียงสมาชิกภายในครอบครัวเหอฟ่านชิงจึงได้หันไปมองสบตากับพี่ชายคนโตของตนเองเพื่อส่งสัญญาณให้เอ่ยเล่าเรื่องราวในวันนี้ทั้งหมดที่พวกเขาไปทำมาให้กับทุกคนได้รับฟัง
เหอชงหยวนเองก็ไม่รอช้ารีบเอ่ยเล่าเรื่องราวตั้งแต่ไปขายสัตว์จนไปขายทองและจบลงด้วยไปขายเห็ดหลินจือดำ ก่อนจะเอ่ยบอกถึงจำนวนเงินที่บ้านมีทั้งหมดในตอนนี้ให้กับทั้งสามคนได้ฟัง
"....." เพียงแต่ดูเหมือนว่าสติของทั้งสามคนนั้นจะปลิวหายไปตั้งแต่รู้ว่าพวกเขาสองพี่น้องไปขายก้อนทองได้เงินมาถึงสองร้อยกว่าตำลึงทองแล้ว จนเมื่อเด็กหนุ่มเอ่ยจบลงแล้วก็ยังไม่มีใครเอ่ยปากถามขึ้นมาเลย มีเพียงแค่ความเงียบที่ปกคลุมในตอนนี้
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่รองเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงเมื่อเห็นว่าสมาชิกในบ้านทั้งสามคนยังคงนิ่งเงียบก็รู้สึกเป็นห่วงจึงได้เอ่ยเรียกทั้งสามด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น
เฮือก! เฮือก! เฮือก!
*************************************************************************************
ลูกสาวเราจะทำให้พ่อแม่หัวใจวายตายวันละหลาย ๆ รอบแบบนี้ไม่ได้นะ แต่ในที่สุดท่านปู่ก็แสดงความรักกับหลาน ๆ ของตัวเองเสียที
เสียงสะดุ้งสุดตัวของทั้งสามคนทำเอาเหอฟ่านชิงกับเหอชงหยวนถึงกับตกใจตาม ด้วยไม่คิดว่าทั้งสามคนจะมีอาการหนักถึงเพียงนี้"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่รอง พวกท่านยังสบายดีอยู่ใช่หรือไม่เจ้าคะ" เด็กสาวรีบเอ่ยถามอาการของทั้งสามคนด้วยความเป็นห่วงเพียะ!แต่กลับได้ฝ่ามือมารดาที่ฟาดลงมายังต้นแขนของนางแทนคำตอบเสียอย่างนั้น"นี่แหนะโทษฐานที่ทำให้แม่เกือบหัวใจวายตาย" นางมี่ซือเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงคาดโทษ พร้อมกันนั้นเหอหลวนซานและเหอชงอี้เองก็ยังพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในคำพูดของนางมี่ซือ"โอ๊ยยท่านแม่เจ้าคะ ลูกไม่ได้ตั้งใจเพียงแต่ยังไม่สบโอกาสที่จะเอ่ยบอกพวกท่านจริง ๆ " เหอฟ่านชิงเอ่ยขอโทษมารดาพร้อมทั้งใช้มือลูบไปมาบริเวณที่โดนตี ราวกับว่าเจ็บปวดมากมายนางมี่ซือเห็นการแสดงของบุตรสาวก็ถึงกับอยากจะตีซ้ำลงไปอีกสักครั้งด้วยความหมั่นเคี้ยวกับท่าทางที่เด็กสาวแสดงละครอยู่ในตอนนี้"เอาเถิด ๆ ตอนนี้เรามาคุยเรื่องสำคัญกันก่อนดีกว่า ชิงเอ๋อร์เจ้าคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรก็ว่ามา"เหอหลวนซานที่เห็นว่าภรรยารักจะลงมือฟาดบุตรสาวของตนอีกครั้งจึงได้รีบเอ่ยห้ามทั
"เจ้าว่าอย่างไรนะชิงเอ๋อร์!" เหอหลวนซานที่หายจากอาการตกใจแล้วนั้นก็ได้เอ่ยถามบุตรสาวของตนเองเพื่อยืนยันในสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อครู่"ข้าบอกว่าข้าขายเห็ดหลินจือดำสามดอกได้เงินมาหนึ่งร้อยตำลึงทองเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าอยากจะขอแบ่งให้กับพี่หยางฉีสักห้าสิบตำลึงทอง เพราะถ้าข้าไม่ได้ขึ้นเขาไปกับพี่หยางฉีข้าก็คงจะไม่ได้พบกับเห็ดหลินจือดำพวกนี้หรอกเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกราคาที่ขายเจ้าเห้ดหลินจือดำได้ให้กับผู้เป็นบิดาฟังอีกครั้งพร้อมทั้งนางยังต้องการขออนุญาตในการแบ่งเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับชายหนุ่มที่เป็นผู้พาตนเองขึ้นเขาในครั้งนี้อีกด้วย"จะได้อย่างไรกันนั่นเป็นเงินของเจ้าหาได้เกี่ยวข้องกับบุตรชายของลุงไม่ เจ้าไม่ต้องแบ่งให้เจ้าหน้าตายนี่หรอกเก็บเอาไว้เสีย" แต่ยังไม่ทันที่เหอหลวนซานจะได้เอ่ยตอบอนุญาตหรือไม่กับคำขอของเด็กสาว หยางเฟิงกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาแทนด้วยเขาเองก็ไม่คิดว่าจะต้องจำเป็นถึงขนาดที่เด็กสาวจะต้องแบ่งส่วนแบ่งให้กับบุตรชายของตนเองเพียงเพราะเขาเป็นผู้พาขึ้นไปเท่านั้น"แต่ว่า....""ท่านพ่อพี่พูดถูกต้องแล้วละเจ้าไม่จำเป็นจะต้องแบ่งเงินส่วนแบ่งที่เจ
"เอาละ ๆ อาซานเจ้าพาพี่หยางกับผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าหนุ่มนี่เข้าไปคุยตกลงเรื่องหมั้นหมายกับข้าด้านในเสีย ส่วนเจ้ายายแก่จะเข้าไปฟังด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ก็พากันกลับไปเสีย" เหอหานตงที่ยืนเงียบเฝ้ามองภาพสองครอบครัวที่ดูมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพียงแต่ชายชรากับเลือกที่จะไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเอ่ยบอกกับบุตรชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เขาที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของเด็กสาวจึงต้องอยู่ร่วมรับฟังด้วย"ขอรับท่านพ่อ เชิญท่านลุงหยางกับพี่หยางเฟิงด้านในบ้านเลยขอรับ" เหอหลวนซานเองก็เอ่ยรับคำของบิดาด้วยความดีใจที่อย่างน้อย ๆ บิดาของตนก็ยังคงใส่ใจลูก ๆ ของเขาอยู่ไม่น้อย"ข้าไม่ขออยู่ฟังก็แล้วกัน เรื่องงามหน้าเช่นนี้ข้าฟังแล้วรู้สึกเป็นเสนียดหูยิ่ง ไปกันเถิดหลานรักพาย่ากลับบ้านที" นางจางที่ไม่พอใจตั้งแต่ที่นางถูกสามีดุด่าต่อหน้าผู้คนเพียงเพราะหลานสาวคนเล็กอยู่ก่อนแล้วจึงได้เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ไยดี จากนั่นก็บอกให้หลานสาวอันเป็นที่รักมาช่วยพยุงตนเองกลับบ้านในทันทีเมื่อนางจาง นางจูและเหอลี่ถิงจากไปแล้วผู้ใหญ่ทั้ง
เหอฟ่านชิงเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้างุนงง ว่าตนเองไปทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรให้กับคนสกุลเหอบ้านใหญ่ จนทำให้ต้องยกกันมาถึงที่บ้านของนาง"หึ ก็แกเมื่อวานไปนอนกกกอดกับผู้ชายบนเขาจนถึงเช้าไม่ใช่หรืออย่างไรกัน"เป็นนางจางที่เป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของหลานสาวที่นางไม่เคยคิดจะรัก"หะ! เมื่อวานข้าเพียงขึ้นเขาไปล่าสัตว์ แต่พอตอนจะกลับลงมาฝนดันตกหนักจนมองไม่เห็นเส้นทางจึงได้พากันไปหลบฝน""อีกทั้งมันยังตกหนักยาวนานกว่าจะหยุดก็เกือบรุ่งเช้าแล้ว ข้ากับพี่หยางฉีไม่ได้นัดกันขึ้นเขาไปพอดรักกันเสียหน่อยนะเจ้าคะท่านย่า"เหอฟ่านชิงเอ่าบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปตามความจริงให้กับทุกคนได้รับรู้แต่ว่าจะมีคนเชื่อถือหรือไม่ก็สุดแล้วแต่พวกเขาเถิด นางเองก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมานั่งสนใจคำพูดของผู้ที่ไม่ได้หาเลี้ยงดูนางและครอบครัวอยู่แล้ว"เหอะ แล้วไหนเล่าหลักฐานที่จะเอามายืนยันว่าพวกเจ้าทั้งสองไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียกัน ชายหญิงอยู่กันเพียงลำพังบนเขา ซ้ำฝนยังตกหนักเช่นนั้นอีก"แต่แล้วจู่ ๆ คำพูดที่ดูจะกร้านโลกนี้ของเหอลี่ถิงก็ดังขึ้น นางพูดออกมาเป็นห
"ว่ายังไง ทำไมเจ้าไม่ตอบคำถามของข้ากัน หรือว่านังเด็กนั่น.....บัดซบ!"เมื่อนางจางเห็นว่าคนทั้งสามเอาแต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยโต้ตอบเหมือนเช่นทุกครั้ง จึงได้เอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาเหี่ยวย่นของนางจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อคาดเดาคำตอบได้จากท่าทางของคนทั้งสามจนนางจางถึงกับหลุดด่าคำหยาบออกมา"นังเด็กสารเลวนั่นอยู่ที่ไหน! ไปเรียกนังตัวดีออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้นะเจ้าลูกอกตัญญู"หญิงชราเอ่ยตะคอกเสียงดังด้วยความโกรธที่พุ่งจนถึงที่สุด นางแทบอยากจะจับหลานสาวไม่รักดีมาทุบตีที่หายอับอายยิ่งนัก"อาซานเจ้าบอกข้ามาสิว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง"ท่ามกลางความตึงเครียดจู่ ๆ เสียงแหบแห้งของผู้เฒ่าเหอก็เอ่ยถามกับบุตรชายด้วยใบหน้านิ่งสงบ ชายชรายังคงไม่เชื่อว่าเรื่องที่ชาวบ้านเอ่ยมาจะเป็นความจริงเพราะเขานั้นรู้ดีที่สุดว่าลูกชายคนเล็กของตนไม่มีทางให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนเพราะพวกเขานั้นรกและทะนุถนอมบุตรีเสียยิ่งกว่าอะไรดี คงไม่มีทางยอมให้เด็กสาวทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้ได้อย่างแน่นอน"ท่านพ่อ.....ชิงเอ๋อร์ไม่มีทางทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นอย่างแน่นอน
อีกด้านของหมู่บ้านเป่าหนิงหลังจากที่พวกของเหอฟ่านชิงเดินทางเข้าเมือง เหอชงอี้ก็ได้นำไก่ป่ากับกระต่ายป่าบางส่วนที่ผู้เป็นน้องสาวล่ามาได้เดินกลับไปยังบ้านของตัวเองด้วยความสบายใจโดยไม่ได้รับรู้เลยว่าเมื่อครู่นี้ในตอนที่หยางฉีกับเหอฟ่านชิงเดินออกมาจากป่าด้วยกันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาสามคนที่พบเห็นแต่ยังมีสองสามีภรรยาบ้านจวงที่ออกมาหาผักป่าตั้งแต่เช้าพบเห็นเข้าเช่นกัน นางจวงที่เป็นพวกปากตลาดอยู่แล้วจึงได้นำเรื่องที่เห็นเมื่อช่วงเช้าไปพูดต่อกับเหล่าแม่บ้านภายในหมู่บ้านจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในเวลาต่อมาข่าวลือว่าบุตรสาวคนเล็กของบ้านเหอนั้นแอบไปนอนค้างอ้างแรมกับชายหนุ่มในป่าจนถึงเช้า ไม่รู้ว่าบิดามารดาจะรู้เห็นเรื่องนี้หรือไม่ อีกทั้งตอนที่ออกมายังอยู่ในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยทำเอาเหล่าแม่บ้านทั้งหลายที่ได้ฟังคำบอกเล่าที่ใส่สีตีไข่เข้าไปอีกนั้นถึงกับรับไม่ได้กับพฤติกรรมไร้ยางอายของเด็กสาวจนต้องนำเรื่องนี้ไปเอ่ยบอกแก่นางจางผู้เป็นท่านย่าของเหอฟ่านชิง"ท่านป้าจางอยู่หรือไม่เจ้าคะ"หนึ่งในแม่บ้านที่ได้ยินข่าวลือของเหอฟ่านชิงมาที่ต้องการ







