Share

ระหว่างทาง

last update Last Updated: 2026-03-07 09:45:03

ช่วงปลายยามอู่ (11.00-12.59 น.) ในที่สุดสามพี่น้องสกุลเหอก็พากันกลับมาถึงบ้านของพวกเขา เหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยถามบิดาและมารดาของตนที่ในวันนี้นางได้ให้พวกท่านช่วยกันตีนุ่นเพื่อใช้สำหรับทำผ้านวมและฟูกนอนรอระหว่างที่พวกเขาสามพี่น้องไปขายปลาในตัวเมือง

"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านทานมื้อเที่ยงกันหรือยังเจ้าคะ?"

"ยังเลยลูก พ่อเจ้าบอกจะรอพวกเจ้าก่อนค่อยทานพร้อมกันน่ะ" นางมี่ซือเป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของบุตรสาวพร้อมทั้งรอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนใบหน้าสวย

"เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะรีบไปทำมื้อเที่ยงให้ทุกคนทานกันนะเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงรีบเอ่ยบอกทั้งสี่คนก่อนที่นางจะเดินตรงไปยังครัวแล้วจัดการทำมื้อเที่ยงอย่างง่ายพียงอย่างสองอย่าง

จากนั้นคนบ้านเหอก็ได้ร่วมกันทานมื้อเที่ยงอย่างพร้อมเพรียงกัน อาจจะด้วยเครื่องปรุงหลาย ๆ อย่างยังไม่ครบทำให้อาหารที่เหอฟ่านชิงทำนั้นยังคงมีรสชาติธรรมดา ๆ ไม่ได้อร่อยมากมายจึงยังไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับทุกคน

หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยเหอฟ่านชิงก็บอกให้พี่ชายทั้งสองไปยังป่าไผ่เพื่อเริ่มตัดไม้ตามขนาดที่นางได้สั่งเอาไว้ เพื่อจะนำมาสร้างบ้านในวันต่อ ๆ ไป ส่วนเหอฟ่านชิงเองก็ได้เดินไปหยิบห่อผ้าที่ซื้อมาวันนี้ กับถุงตำลึงเงินที่พี่ชายคนโตมอบเอาไว้ให้ก่อนที่พวกเขาจะไปตัดไม้ออกมาแล้วเดินตรงไปยังแคร่ที่มารดาและบิดานั่งอยู่

"ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ นี่คือเงินก้อนแรกที่พวกข้าขายปลาได้ในวันนี้เจ้าค่ะ" เอ่ยจบมือหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยร่องรอยบดแผลของเด็กสาวก็ยื่นไปตรงหน้ามารดาของตนพร้อมด้วยถุงผ้าที่ใส่เจ้าก้อนตำลึงเอาไว้

"ลำบากพวกลูก ๆ แล้ว" ปากเอ่ยขอโทษบุตรสาวส่วนมือเรียวที่แตกจนแทบจะมองไม่ออกว่านี่คือมือของสตรีของนางมี่ซือก็ยื่นไปรับถุงผ้าจากมือของบุตรสาว

เพียงแค่มือบางปล่อยจากถุงผ้าความหนักของก้อนตำลึงที่อยู่ด้านในก็ทำเอาดวงตาของนางมี่ซือถึงกับโบกว้าง ก่อที่นางจะใช้มือทั้งสองเปิดปากถุงดูแล้วพบว่าภายในถุงผ้านั้นได้มีก้อนตำลึงอยู่ถึง สามตำลึงสี่ร้อยเก้าสิบอีแปะเป็นเงินที่มากมายจนสามารถทำให้ครอบครัวของนางนั้นผ่านพ้นไปได้เป็นปี ๆ เลยทีเดียว

"นี่...นี่ทำไมถึงได้มากถึงเพียงนี้กันชิงเอ๋อร์" นางมี่ซือพยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นไหวในขณะที่เอ่ยถามบุตรสาวของตนเอง

"ความจริงแล้วข้ากับท่านพี่ทั้งสองขายปลาได้สี่ตำลึงแปดร้อยอีแปะเจ้าค่ะ เพียงแต่ที่มันเหลือเท่านี้เพราะข้านำไปซื้อผ้ากับเครื่องปรุงบางส่วนและเมล็ดผักอีกส่วนหนึ่ง มันจึงเหลือเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ"

เหอฟ่านชิงที่คิดว่ามารดาอาจจะโกรธที่ตนใช้เงินอย่างมากในครั้งเดียวก็รู้สึกกลัวเล็กน้อยจึงได้เอ่ยตอบมาดารด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

"!!!"

เพียงแต่คำตอบของนางกลับทำให้ทั้งบิดาและมารดาของนางนิ่งค้างไปด้วยความตกใจกับจำนวนเงินที่ขายปลาครั้งแรกของบุตรสาวของพวกเขาเสียแล้ว

'นี่บุตรสาวข้าขายปลาไปกี่ตัวกันถึงได้เงินมากมายเพียงนี้!' นี่คือสิ่งที่สองสมีภรรยาต่างก็คิดอยู่ภายในใจ

"นี่..เจ้าขายปลาได้กี่ตัวกันชิงเอ๋อร์" เหอหลวนซานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามคำถามนี้กับบุตรสาวของเขา

"ก็..ยี่สิบกว่าตัวเจ้าค่ะ ได้มาสี่สิบแปดชั่ง ท่านลุงตู้ให้ราคาชั่งละหนึ่งร้อยอีแปะเพราะมันยังมีชีวิตอยู่และสมบูรณ์มากเจ้าค่ะ"เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับทั้งสองด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม

"เช่นนั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว" เหอหลวนซานเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายินดีท่อย่างน้อย ๆ ครอบครัวของเขาก็พอมีเงินทองให้อยู่รอดไปได้อีกปี

"ส่วนนี่เป็นผ้าที่ข้าซื้อมาให้ท่านแม่ช่วยตัดชุดให้พวกเรา ข้าคิดว่าคงจะได้คนละสองชุดอยู่นะเจ้าคะ" เด็กสาวเอ่ยขึ้น ก่อนที่นางจะยื่นห่อผ้าไปตรงหน้ามารดาแล้วเอ่ยบอกถึงความต้องการที่จะให้อีกฝ่ายช่วยจัดการ

"ได้สิ เดี๋ยวแม่จะจัดการให้ ว่าแต่แล้วนุ่นพวกนี่เล่าเจ้าจะนำไปทำสิ่งใดกัน" นางมี่ซือเอ่ยรับคำของบุตรสาว ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านางยังไม่ได้ถามถึงเจ้านุ่นนี่เลยจึงได้ใช้โอกาสนี้เอยถามบุตรสาวของตนเอง

"ข้าขอเก็บเอาไว้ก่อนนะเจ้าคะเดี๋ยวค่อยบอกภายหลัง นี่ก็ได้เวลาที่ข้าจะต้องไปดูว่าคันธนูของข้าที่สั่งท่านลุงหยางทำว่าเสร็จหรือยังข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"

เหอฟ่านชิงรีบเอ่ยเปลี่ยนเรื่องเพื่อจะปลีกตัวออกมาด้วยนางนั้นยังไม่อยากจะบอกเกี่ยวกับเรื่องจะนำนุ่นมาทำส่งใดเพราะกลัวว่าจะทำเสร็จไม่ทันก่อนหน้าหนาว

หลังจากเอ่ยจบเหอฟ่านชิงก็รีบพาตัวเองออกมาจากตรงนั้นในทันทีจุดมุ่งหมายก็คือบ้านของหยางเฟิง เพราะถึงแม้จะยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อปลีกตัวออกมาแต่นางก็คิดได้ว่าควรจะต้องไปดูจริง ๆ จึงได้คิดว่าไปดูเสียหน่อยคงไม่เป็นไร ดังนั้นตอนนี้ร่างผอมบางจึงเดินไปตามเส้นทางไปยังบ้านของท่านลุงหยางเฟิง

แต่แล้วในช่วงที่เหอฟ่านชิงเดินผ่านตรงลำธารที่ชาวบ้านใช้ซักผ้ากลับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือและมีเสียงหัวเราะเยาะดังมา ไม่รู้ว่ามีอะไรดนใจให้ขาเล็ก ๆ ของนางรีบเปลี่ยนทิศทางแล้วตรงไปยังทิศทางของเสียงในทันที

ใช้เวลาครู่เดียวร่างของเหอฟ่านชิงก็มาหยุดนิ่งอยู่ไม่ไกลจากที่มาของเสียง เพียงแต่ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดสิ่งใดสายตาก็พบเข้ากับร่างของหยางหลิงบุตรสาวคนเล็กของท่านลุงหยางกำลังตะเกียดตะกายเอาชีวิตรอดอยู่ใต้น้ำ

ด้วยสัญชาตญาณของมนุษย์เด็กสาวจึงไม่ได้สนใจสิ่งใดอีกนางรีบพุ่งตัวลงไปในลำธารที่เด็กสาวตกลงไปในทันที

ก่อนที่เหอฟ่านชิงจะรีบว่ายน้ำเข้าไปรวบร่างของหยางหลิงให้ขึ้นมาเหนือผิวน้ำได้ทันก่อนที่ร่างของนางจะจมลงไป แล้วรีบว่ายขึ้นฝั่ง เด็กสาวถึงกับสำลักเอาน้ำออกมาจนหน้าดำหน้าแดง

แคก แคก แคก

"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" เหอฟ่านชิงเอ่ยถามคนด้านข้างในทันทีหลังจากที่อีกฝ่ายหายจากอาการสำลักน้ำแล้ว

"อึก...ฮือ ๆ ขอบใจเจ้ามากนะที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ อีก..." หยางหลิงที่เพิ่งจะรอดจากความตายมาได้เอ่ยตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยอาการตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อครู่

"ไม่เป็นไรนะเจ้าปลอดภัยแล้ว" เหอฟ่านชิงเอ่ยปลอบเด็กสาวที่อายุเท่ากับตัวเองด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

"นังฟ่านชิง! แกมายุ่งอะไรด้วยหะ!" ยังไม่ทันที่เหอฟ่านชิงจะได้เอ่ยอะไรต่อ จู่ ๆ เสียงแหลมบาดแก้วหูที่นางคุ้นเคยก็ตะคอกขึ้นจากทางด้านหลัง

ร่างผอมบางจึงได้หันกลับไปมองยังที่มาของเสียงก็พบว่าเป็นคนที่นางคิดเอาไว้จริง ๆ แต่ที่นางไม่คาดคิดก็คือหญิงสาวผู้นี้จะมีจิตใจที่โหดเหี้ยมถึงขนาดจะฆ่าคนได้ถึงเพียงนี้

"เจ้านี่ช่างโหดเหี้ยมยิ่งกว่ามารดาของเจ้าเสียอีกนะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบเฉย นั่นยิ่งไปกระตุ้นอารมณ์ของหญิงสาวนางนั้นให้พุ่งขึ้นจนแทบจะวิ่งเข้ามาตบตีนางให้หายแค้นเสียเดียวนั้น

"นังตัวไร้ประโยชน์อย่างแกก้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับข้าที่เป็นหลานรักของท่านย่ากันหะ!" หญิงสาวนางนั้นยังคงแหกปากตะคอกใส่หน้าของเหอฟ่านชิงด้วยดวงตาที่แดงจัดจนบางทีนางก็กลัวว่าเส้นเลือดในตาอีกฝ่ายอาจจะแตกก็เป็นได้

"แล้วเจ้าจะทำไมข้ารึ เหอลี่ถิง..." เหอฟ่านชิงเองก็เอ่ยเรียก เหอลี่ถิงลูกสาวสุดที่รักของนางจูซือ ที่ปีนี้อายุครบ 15 หนาวแล้วอย่างไม่เกรงใจเช่นเดียวกัน

ด้วยตลอดเวลาที่ผ่านมาอีกฝ่ายนั้นชอบรังแกและทุบตีเจ้าของร่างเดิมอยู่เป็นประจำ ล่าสุดก็ผลักนนางตกน้ำจนตายก็ล้วนเป็นฝีมือของสตรีร้ายกาจผู้นี้ นี่ยังจะไปทำเรื่องเดิมกับผู้อื่นอีก นางคงจะยอมให้อีกฝ่ายไม่ได้แล้วเช่นกัน

"กรี๊ดดดด นังบ้า! นังตัวไร้ประโยชน์ นังลูกไอ้ขาเป๋..นัง"

เพียะ!!!

**************************************************************************************

เกิดอะไรขึ้น ลูกสาวบอกจะไม่ทน นังนี่ต้องโดนซะบ้าง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   เครื่องในหมูแสนอร่อย

    หลังจากที่หยางฉีได้เดินจากไปแล้วหยางเฟิงก็ได้เดินไปหยิบคันธนูที่ดูแล้วเหมาะสมกับเหอฟ่านชิงเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวของที่จับคันธนูนั้นทำจากไม้เนื้อแข็งอย่างดีสีน้ำตาลดำส่วนสายนั้นทำจากเอ็นที่มีความเหนียวแน่นคงทนเป็นอย่างมาก แถมชายวัยกลางคนยังแกะสลักรูปดอกโม่ลี่ฮวาดอกเล็ก ๆ เอาไว้ตรงปลายของสายธนูทั้งสองช่างงดงามและลงตัวจนทำให้เหอฟ่านชิงถึงกับจ้องมองไปยังคันธนูของนางอย่างไม่วางตาทำเอาหยางเฟิงถึงกับหลุดขำออกมากับท่าทางของเด็กสาว"ฮ่า ฮ่า ชิงเอ๋อร์ดูเจ้าทำสีหน้าเช่นนี้แสดงว่าลุงทำธนูให้ถูกใจใช่หรือไม่" "เจ้าค่ะท่านลุง มันช่างงดงามมาก ท่านลุงคิดราคาเท่าไหร่หรือเจ้าคะ?" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบชายวัยกลางคนด้วยใบหน้ามีความสุขอีกทั้งนางก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยถามถึงค่าสิ่งของที่นางชื่นชอบอยู่ในตอนนี้"อ้อ...ลุงมอบให้เจ้าถือเป็นคำขอบคุณที่เจ้าช่วยหลิงเอ๋อร์เอาไว้ก็แล้วกันนะ" หยางเฟิงเอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เขาเอ็นดูอีกทั้งนางยังเป็นผู้มีพระคุณและเพื่อนของบุตรสาวจะให้คิดเงินกับนางได้อย่างไรกัน"เอ่อ...แต่ว่าท่านลุงเจ้าคะข้า...""ห้ามปฏิเสธลุงนะชิงเอ๋อร์ เพื่อความสบายใจของลุงก็แล้วกัน" เหอฟ่านชิงที่ในตอนแรกตั้งใจ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   พบกันอีกครา

    "อ่ะ....ขออภัยเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงที่ถูกชนจนร่างผอมบางเซถอยหลังไปสองก้าวถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจอีกทั้งยังไม่ลืมที่จะเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายตามความเคยชิน"ชิงชิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านพี่ท่านเดินชนเพื่อนของข้าแล้วเจ้าค่ะ" หยางหลิงที่ได้ยินเสียงร้องของเหอฟ่านชิงจึงได้หันหลังกลับมาดูก่อนจะพบว่าเพื่อนสาวของตนนั้นได้เดินชนเข้ากับพี่ชายของนางจากมุมเลี้ยวตรงทางแยกของบ้านพอดี ด้วยความเป็นห่วงหยางหลิงรีบเข้าไปดูเพื่อนขอตนเองพร้อมกับเอ่ยถามอีกฝ่าย แต่เมื่อนึกขึ้นได้เด็กสาวจงได้หันไปเอ่ยกับผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวในทันทีเช่นกัน"พี่ไม่ได้ตั้งใจพอดีไม่ทันได้มองนึกว่าเจ้าเดินมาคนเดียวเหมือนทุกครั้ง" ชายหนุ่มคนเดิมที่เหอฟ่านชิงเคยพบเจอเมื่อครั้งที่แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย"อ่า...หลิงหลิงข้าไม่เป็นไรเจ้าอย่าได้คิดมากไปเลย ข้าต้องขอโทษท่านด้วยนะเจ้าคะที่เดินไม่ได้ดูทางเพราะมัวแต่ก้มหน้า" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าขอโทษ"ไม่เป็นไร แล้วทำไมเจ้าทั้งสองถึงได้เปียกปอนเช่นนี้กัน รีบไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด" หยางฉี บุตรชายคนโตของหยางเฟิง อายุ 18 ปีมีนิสัย นิ่งขรึม พูดน้อ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ช่วยเหลือ

    หลังจากฝ่ามือของเหอฟ่านชิงที่ตบลงไปบนใบหน้าของ เหอลี่ถิง บุตรสาวคนเล็กของท่านลุงใหญ่ ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดความเงียบขึ้นมาในทันที แม้แต่เหล่าสตรีที่เป็นลูกไล่ของเหอลี่ถิงก็ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนพูดไม่ออก"เจ้าจะด่าทอข้าหรือทำร้ายข้า ข้าไม่เคยสนใจ แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยเรียกบิดาของข้าแบบนั้นเข้าใจหรือไม่!" ภายใต้ความเงียบจู่ ๆ เสียงเหยียบเย็นของเหอฟ่านชิงก็ดังขึ้นทำเอาเหอลี่ถิงพร้อมทั้งลูกสมุนของนางต้องตกใจอีกครั้งกับท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปของอีกฝ่ายอาจจะเพราะแต่ก่อนนั้นเหอฟ่านชิงคนเดิมนั้นอ่อนแอ ไม่กล้าสู้คนและขี้กลัวนางจึงตกเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ตลอด เพียงแต่กับเหอฟ่านชิงคนใหม่นั้นถึงแม้นิสัยส่วนตัวจะไม่ชอบหาเรื่องใคร รักสงบแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีใครก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตของนางนางก็พร้อมที่จะเอาคืนคนผู้นั้น และเส้นแบ่งเขตของเหอฟ่านชิงก็คือคนในครอบครัวที่นางรักและหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด มีหรือที่เด็กสาวจะยอมให้ใครมาพูดจาว่าร้ายบิดาของตนเองได้"น..นังฟ่านชิงแก! นี่แกกล้าตบหน้าข้าอย่างนั้นรึ แกคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วสินะหะ!" หลังจากที่ได้สติคืนกลับมาเหอลี่ถิงก็ถึงกับเกรี้ยวกราดตะค

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ระหว่างทาง

    ช่วงปลายยามอู่ (11.00-12.59 น.) ในที่สุดสามพี่น้องสกุลเหอก็พากันกลับมาถึงบ้านของพวกเขา เหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยถามบิดาและมารดาของตนที่ในวันนี้นางได้ให้พวกท่านช่วยกันตีนุ่นเพื่อใช้สำหรับทำผ้านวมและฟูกนอนรอระหว่างที่พวกเขาสามพี่น้องไปขายปลาในตัวเมือง"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านทานมื้อเที่ยงกันหรือยังเจ้าคะ?""ยังเลยลูก พ่อเจ้าบอกจะรอพวกเจ้าก่อนค่อยทานพร้อมกันน่ะ" นางมี่ซือเป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของบุตรสาวพร้อมทั้งรอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนใบหน้าสวย"เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะรีบไปทำมื้อเที่ยงให้ทุกคนทานกันนะเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงรีบเอ่ยบอกทั้งสี่คนก่อนที่นางจะเดินตรงไปยังครัวแล้วจัดการทำมื้อเที่ยงอย่างง่ายพียงอย่างสองอย่างจากนั้นคนบ้านเหอก็ได้ร่วมกันทานมื้อเที่ยงอย่างพร้อมเพรียงกัน อาจจะด้วยเครื่องปรุงหลาย ๆ อย่างยังไม่ครบทำให้อาหารที่เหอฟ่านชิงทำนั้นยังคงมีรสชาติธรรมดา ๆ ไม่ได้อร่อยมากมายจึงยังไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนหลังจากที่ทานมื้อเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยเหอฟ่านชิงก็บอกให้พี่ชายทั้งสองไปยังป่าไผ่เพื่อเริ่มตัดไม้ตามขนาดที่นางได้สั่งเอาไว้ เพื่อจะนำมาสร้างบ้านในวันต่อ ๆ ไป ส่วนเหอฟ่านชิงเองก็ได้เดิน

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ซื้อของกลับบ้าน

    "ฮ่า ฮ่า พวกเจ้านี่ช่างน่าสนใจจริง ๆ เอาละ ๆ ถ้าเจ้าไม่อยากจะเอ่ยถึงก็ไม่เป็นไร แล้วพวกเจ้าจะรับเป็นตำลึงเงินทั้งหมดหรือไม่เล่า" ตู้หมิงเองก็ไม่คิดจะถามซักไซร้ให้สามพี่น้องรู้สึกอึดอัดใจเช่นเดียวกันจึงได้เอ่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นแทน"…" และก็เกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยเมื่อสักครู่นี้พวกเขามัวแต่ตกใจเรื่องของน้องสาวเลยไม่ได้สนใจจำนวนเงินที่ขายได้ เพียงแต่เมื่อได้ยินชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นพวกเขาก็ถึงกับตกตะลึงอีกครั้งกับจำนวนเงินที่ขายปลาได้ในวันนี้ นี่มันมากกว่ารายได้ทั้งปีของครอบครัวเขาเสียอีกนะ"นายท่านข้าขอเป็นสี่ตำลึงกับแปดร้อยอีแปะเจ้าค่ะ" เป็นเหอฟ่านชิงที่ยังคงรักษาท่าทางสุขุมเอาไว้ได้แล้วเอ่ยตอบชายวัยกลางคนตรงหน้าไป"ได้…แล้วก็พวกเจ้าเรียกข้าว่าท่านลุงตู้ก็พอไม่ต้องเรียกนายท่านหรอกเพราะข้าเป็นเพียงผู้จัดการร้านเท่านั้น" ตู้หมิงเอ่ยบอกทั้งสามพี่น้องด้วยสีหน้าเอ็นดู ยิ่งกับแม่นางน้อยอย่างเหอฟ่านชิงแล้วเขายิ่งรู้สึกว่าตนอยากมีหลานสาวที่ฉลาดเช่นนี้บ้าง"ขอรับ / เจ้าค่ะ"สามพี่น้องสกุลเหอเองก็ไม่คิดที่จะเอ่ยค้านด้วยรู้ว่าเมื่อผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูเราควรจะตอบรับมากกว่าปฏิเสธ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ขายปลา

    เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวเหอก็ยังคงใช้ชีวิตกันเหมือนอย่างเคยเพราะหลังจากที่แยกบ้านออกมาจากบ้านใหญ่พวกเขาก็ยังไม่ได้ทำสิ่งใดเป็นเรื่องเป็นราวเลย เพราะฉะนั้นวันนี้หลังจากที่ทุกคนทานข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยชวนพี่ชายทั้งสองไปที่ลำธารหลังบ้านตามเดิมเพื่อจับปลาไปขายในตัวเมืองซึ่งพวกของเหอฟ่านชิงก็ได้ปลามาเพิ่มอีกเกือบสิบตัว พอรวมกับปลาของเมื่อวานก็ได้ราว ๆ ยี่สิบกว่าตัว เมื่อมองดูพระอาทิตย์ก็เห็นว่าล่วงเลยเข้าปลายยามเฉิน (07.00-08.59 น.) สามพี่น้องสกุลเหอก็ได้กลับมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่แห้งจากนั้นก็พากันออกเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองในทันทีด้วยเด็กสาวต้องการที่จะประหยัดค่าเดินทางนางจึงได้เลือกใช้วิธีเดินเท้าแทนที่จะนั่งเกวียน อีกทั้งไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาที่เดินทางเข้าเมือง มีทั้งชาวบ้านใกล้เคียงหรือชาวบ้านหมู่บ้านเป่าหนิง บางครอบครัวก็เลือกใช้การเดินทางด้วยเท้าเข้าไปแทนการนั่งเกวียน สามพี่น้องสกุลเหอเองก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งในเหล่าชาวบ้านที่เดินทางเข้าเมือง เพียงแต่จะแปลกหน่อยก็เพราะที่ด้านหลังของชายหนุ่มทั้งสองนั้นที่ตะกร้าคนละใบที่ไม่รู้ว่าด้านในนั้นใส่อะไรเอาไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status