แชร์

พบกันอีกครา

ผู้เขียน: ซินเสวี่ย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-07 09:46:02

"อ่ะ....ขออภัยเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงที่ถูกชนจนร่างผอมบางเซถอยหลังไปสองก้าวถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจอีกทั้งยังไม่ลืมที่จะเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายตามความเคยชิน

"ชิงชิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านพี่ท่านเดินชนเพื่อนของข้าแล้วเจ้าค่ะ" หยางหลิงที่ได้ยินเสียงร้องของเหอฟ่านชิงจึงได้หันหลังกลับมาดูก่อนจะพบว่าเพื่อนสาวของตนนั้นได้เดินชนเข้ากับพี่ชายของนางจากมุมเลี้ยวตรงทางแยกของบ้านพอดี ด้วยความเป็นห่วงหยางหลิงรีบเข้าไปดูเพื่อนขอตนเองพร้อมกับเอ่ยถามอีกฝ่าย แต่เมื่อนึกขึ้นได้เด็กสาวจงได้หันไปเอ่ยกับผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวในทันทีเช่นกัน

"พี่ไม่ได้ตั้งใจพอดีไม่ทันได้มองนึกว่าเจ้าเดินมาคนเดียวเหมือนทุกครั้ง" ชายหนุ่มคนเดิมที่เหอฟ่านชิงเคยพบเจอเมื่อครั้งที่แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย

"อ่า...หลิงหลิงข้าไม่เป็นไรเจ้าอย่าได้คิดมากไปเลย ข้าต้องขอโทษท่านด้วยนะเจ้าคะที่เดินไม่ได้ดูทางเพราะมัวแต่ก้มหน้า" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าขอโทษ

"ไม่เป็นไร แล้วทำไมเจ้าทั้งสองถึงได้เปียกปอนเช่นนี้กัน รีบไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด" หยางฉี บุตรชายคนโตของหยางเฟิง อายุ 18 ปีมีนิสัย นิ่งขรึม พูดน้อย ชอบทำหน้าตาเย็นชา แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและปลอดภัยสำหรับเหอฟ่านชิงไม่น้อย ได้เอ่ยบอกเด็กสาวทั้งสองก่อนที่เขาจะเดินออกไปยังหน้าบ้านในทันทีโดยไม่ได้คิดจะอยู่พูดคุยต่อ

"นั่นพี่ชายของข้าเองชื่อพี่หยางฉี เขาก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วละนิสัยเงียบขรึมไม่ค่อยพูดคุยกับคนแปลกหน้าโดยเฉพาะสตรีน่ะ" หยางหลิงเอ่ยบอกกับสหายใหม่ของตนด้วยเห็นว่าอีกฝ่ายยังเอาแต่มองตามแผ่นหลังของผู้เป็นพี่ชายไป

"แล้ว...ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าใบหน้าของเขาไปโดนอะไรมาถึงได้เป็นเช่นนั้น" เหอฟ่านชิงที่อดไม่ได้จนต้องเอ่ยถามเพื่อนสาวออกไปถึงแม้ว่าอาจจะเป็นการเสียมารยาท ด้วยเห็นว่าในครั้งนี้ที่พบเขาไม่ได้สวมใส่ผ้าปิดบังใบหน้าแล้ว

"ข้าเองก็ไม่ทราบสาเหตุของมันเช่นกัน เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนนั้นพี่ชายข้ามีใบหน้าที่เนียนละเอียดยิ่งกว่าข้าเสียอีก อีกทั้งยังมีผิวขาวและรูปงามยิ่งกว่าพี่จงอู๋ในตอนนี้เสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อสามปีก่อนหลังจากที่พี่ชายของข้ากลับลงมาจากเขาใบหน้าของเขาก็กลายเป็นเช่นนี้ไปเสียแล้ว" หยางหลิงเอ่ยถึงเรื่องของพี่ชายด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยด้วยรู้ดีว่าพี่ชายของตนนั้นต้องทนทุกข์กับใบหน้าที่เป็นเช่นนี้มากเพียงใด

"อ้อ ข้ามองดูก็คิดว่าพี่ชายของเจ้าคงจะมีใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างมากเป็นแน่ เพียงแต่อาจจะเพราะเขาไปตากแดดเยอะเกินไป ผิวถึงได้ไหม้เป็นจุด ๆ เช่นนี้" เหอฟ่านชิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่ได้จ้องมองดูบริเวณผิวที่เป็นสีดำของชายหนุ่มเมื่อครู่ และนึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้

"มันไม่ใช่รอยแผลหรือ" หยางหลิงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้างุนงง

"ไม่ใช่หรอกมันเป็นผิวส่วนที่โดนแดดมากจนเกินไปน่ะ แล้วพี่ชายของเจ้าเล่าเขารู้สึกอับอายหรือว่าถูกพูดจาไม่ดีใส่หรือไม่" 

"ไม่นะ เพราะปกติพี่ชายของข้าจะชอบใส่ผ้าปิดบังใบหน้าอยู่ตลอดตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเป็นเช่นนี้จึงไม่มีใครรู้หรอกว่าใบหน้าที่แท้จริงของเขาเป็นอย่างไร" หยาหลิงเอ่ยอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่พี่ชายของนางนั้นชอบทำอยู่เสมอ

"อ้อ ถ้าเช่นนั้นก็คงไม่เป็นปัญหาอะไรหรอกมั้ง พวกเรารีบไปเปลี่ยนชุดกันก่อนเถิดอีกเดี๋ยวข้าจะต้องรีบกลับบ้านแล้ว ป่านนี้พวกพี่ชายของข้าคงจะตัดไม้กลับมาแล้วละ" เหอฟ่านชิงเมื่อได้รู้รายละเอียดแล้วก็เลิกสนใจเรื่องของชายหนุ่มก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่องไปเป็นอย่างอื่นแทน

"ได้" จบคำเอ่ยรับเด็กสาวทั้งสองก็พากันเดินไปยังห้องนอนของหยางหลิงเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าในทันที

ทางด้านของหยางฉีเองหลังจากที่เขาได้เดินแยกออกมาชายหนุ่มจึงได้เดินตรงไปหาบิดากับท่านปู่ที่ในตอนนี้ต่างก็ช่วยกันทำความสะอาดเนื้อหมูป่าที่แร่จนเสร็จเรียบร้อยเพื่อจะได้นำไปขายในวันรุ่งขึ้น

แต่เมื่อหยางฉีเดินมาถึงงานก็เสร็จเรียบร้อยลงพอดี ชายหนุ่มจึงเอ่ยถึงเรื่องที่เขากำลังจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ในวันพรุ่งนี้เพื่อนำมาทำเป็นอาหารเอาไว้กินในช่วงหน้าหนาวที่จะถึงให้กับบิดาและท่านปู่ของเขารับรู้

"ท่านปู่ ท่านพ่อ พรุ่งนี้ข้าคิดว่าจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์เอามาทำเป็นอาหารสำหรับหน้าหนาวเสียหน่อย อาจจะกลับค่ำหน่อยนะขอรับ"

"ให้พ่อไปเป็นเพื่อนหรือไม่" นี่เป็นคำถามที่ดูจะถามออกไปพอเป็นพิธีทำนั้นเพราะสำหรับหยางเฟิงแล้วนั้นบุตรชายขอเขานั้นช่างมีฝีมือเก่งกาจจนแม้แต่หมีก็สามารถสังหารได้เพียงไม่กี่ชั่วอึดใจเสียด้วยซ้ำ

"ข้าจะกล้ารบกวนเวลาอันมีค่าของนายท่านหยางได้อย่างไรกัน ข้าไปคนเดียวดูจะคล่องตัวกว่านะขอรับ" หยางฉีเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งตามนิสัยที่เย็นชาอีกทั้งชายหนุ่มเองก็รู้สึกหมั่นไส้บิดาที่ทำเป็นถามความคิดเห็นแต่จริง ๆ แล้วในประโยคเมื่อครู่นี้มันคือคำสบประมาทความสามารถของเขาต่างหาก

"ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าสองคนนี้อย่างไร ชอบพูดจากจิกกัดกันอย่างกบคู่แค้นมากกว่าพ่อลูกเสียอีก" เป็นหยางตี้ที่รู้สึกขบขันกับท่าทางที่ราวกับจะกระโจนเข้าใส่กันของสองพ่อลูกที่มีนิสัยเหมือนกันจนแทบจะถอดแบบกันมาเลยก็ว่าได้

"ท่านพ่อก็ดูหลานชายของท่านสิขอรับ เถียงข้าไม่มีลดละแถมยังพูดจาเช่นนี้กับบิดาได้อย่างไรกัน" หยางเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางกระเง้ากระงอดคล้ายสตรี

"อาเฟิงเจ้าเป็นสตรีไปแล้วรึ เฮ้อ" ชายชราเอ่ยกับบุตรชายพร้อมทั้งถอนหายใจใส่ก่อนที่เขาจะเดินผละจากทั้งสองพ่อลูกไปนั่งพักที่เก้าอี้ไม้ตัวโปรด

ส่วนสองพ่อลูกเองก็ทำเพียงตีหน้านิ่งขรึมใส่กันจนเด็กสาวทั้งสองที่ผลัดเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินมาถึงลานหน้าบ้านก่อนที่หยางเซียนจะรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่ดูจะอึมครึมของทั้งสองฝ่ายจึงได้เอ่ยบอกกับบุรุษต่างวัยทั้งสอง

" ท่านพ่อ ท่านพี่ นี่พวกท่านทะเลาะกันอีกแล้วหรือเจ้าคะ เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเป็นเด็ก ๆ กันเสียที จริงสิท่านพ่อชิงชิงบอกว่านางจะมาถามท่านเรื่องคันธนูที่ฝากท่านทำให้ ท่านทำแล้วเสร็จหรือยังเจ้าคะ" เสียงหวานใสของหยางหลิงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของบิดาและพี่ชายของตนเอง

"อ้อ..ลุงทำเสร็จเรียบร้อยแล้วละ ว่าแต่ชิงเอ๋อร์เจ้าจะเอาธนูไปทำสิ่งใดอย่างนั้นหรือ" หยางเฟิงที่เมื่อได้ยินคำถามจากบุตรสาวจึงได้เอ่ยตอบด้วยใบหน้าอ่อนโยนอีกทั้งยังไม่ลืมที่จะถามเด็กสาวเจ้าของคันธนูว่านางจะเอาสิ่งนี้ไปทำอะไร ไม่ใช่ว่าครอบครัวของน้องหลวนซานยิ่งธนูไม่เป็นมิใช่หรือ

"ข้าจะเอาไปล่าสัตว์เจ้าค่ะ พอดีข้าได้บังเอิญพบกับท่านตาคนหนึ่งแล้วได้เรียนรู้วิธีการยิงธนูมาบ้างจึงคิดว่าควรนำมันมาสร้างประโยชน์ให้กับรอบครัวเสียหน่อย"

"เพราะในตอนนี้ครอบครัวของเราแยกบ้านออกมาแล้วอีกทั้งยังขาดอาหารและเงินทองเป็นจำนวนมาก ข้าจึงคิดว่าจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์เสียหน่อยเผื่อเอาไว้ในช่วงหน้าหนาวนี้เจ้าค่ะท่านลุงหยาง" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกเล่าเรื่องราวที่เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้ให้กับชายวัยกลางคนตรงหน้าได้รับฟัง ผสมไปกับความจริงที่ตนเองคิดเอาไว้เพื่ออนาคตของครอบครัวนางจึงจำเป็นจะต้องหาทางรอดให้กับครอบครัว

"โอ้ว...พอดีเลยพรุ่งนี้ลูกชายของลุงก็จะขึ้นเขาล่าสัตว์อยู่พอดี ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปพร้อมกับพี่เขาเลยดีหรือไม่ บิดาของเจ้าจะได้ไม่เป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเจ้าด้วย ว่าอย่างไรเจ้าหน้าน้ำแข็ง" ประโยคแรกนั้นหยางเฟิงได้เอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เขาเคยไปทาบทามให้มาเป็นลูกสะใภ้ของตนเองแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ส่วนประโยคหลังนั้นเขาหันไปเอ่ยถามกับบุตรชายตัวดีของตนอีกทั้งยังขยิบตาให้เพื่อบอกว่าให้เออออตามเขาไปเสีย

"......."

"เอ่อ..จะดีหรือเจ้าคะ ข้าเกรงใจพี่หยางฉีที่ต้องมีข้าเป็นภาระมากกว่า" เหอฟ่านชิงเอ่ยขึ้นด้วยนางเกรงใจชายหนุ่มจริง ๆ เขาอาจจะอยากล่าสัตว์เพียงลำพังก็เป็นได้

"ได้ขอรับ...พรุ่งนี้ปลายยามเหม่า (05.00-06.59 น.) ข้าจะไปรับเจ้าที่บ้านก็แล้วกัน" หยางฉีที่เห็นสีหน้าของผู้เป็นบิดาที่หงิกงอก็ทำได้เพียงเอ่ยตอบรับคำ ก่อนที่เขาจะหันไปเอ่ยกับเด็กสาวตรงหน้าแล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

"จ..เจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเองก็รู้สึกงุนงงกับคำตอบของชายหนุ่มแต่ก็ยังมีสติเอ่ยตอบรับตามแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายที่เดินไปไกลแล้วอย่างมึนงง

*****************************************************************************************

อิพี่มันจะเลิกเก๊กกี่โมงกันนนนน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   เครื่องในหมูแสนอร่อย

    หลังจากที่หยางฉีได้เดินจากไปแล้วหยางเฟิงก็ได้เดินไปหยิบคันธนูที่ดูแล้วเหมาะสมกับเหอฟ่านชิงเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวของที่จับคันธนูนั้นทำจากไม้เนื้อแข็งอย่างดีสีน้ำตาลดำส่วนสายนั้นทำจากเอ็นที่มีความเหนียวแน่นคงทนเป็นอย่างมาก แถมชายวัยกลางคนยังแกะสลักรูปดอกโม่ลี่ฮวาดอกเล็ก ๆ เอาไว้ตรงปลายของสายธนูทั้งสองช่างงดงามและลงตัวจนทำให้เหอฟ่านชิงถึงกับจ้องมองไปยังคันธนูของนางอย่างไม่วางตาทำเอาหยางเฟิงถึงกับหลุดขำออกมากับท่าทางของเด็กสาว"ฮ่า ฮ่า ชิงเอ๋อร์ดูเจ้าทำสีหน้าเช่นนี้แสดงว่าลุงทำธนูให้ถูกใจใช่หรือไม่" "เจ้าค่ะท่านลุง มันช่างงดงามมาก ท่านลุงคิดราคาเท่าไหร่หรือเจ้าคะ?" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบชายวัยกลางคนด้วยใบหน้ามีความสุขอีกทั้งนางก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยถามถึงค่าสิ่งของที่นางชื่นชอบอยู่ในตอนนี้"อ้อ...ลุงมอบให้เจ้าถือเป็นคำขอบคุณที่เจ้าช่วยหลิงเอ๋อร์เอาไว้ก็แล้วกันนะ" หยางเฟิงเอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เขาเอ็นดูอีกทั้งนางยังเป็นผู้มีพระคุณและเพื่อนของบุตรสาวจะให้คิดเงินกับนางได้อย่างไรกัน"เอ่อ...แต่ว่าท่านลุงเจ้าคะข้า...""ห้ามปฏิเสธลุงนะชิงเอ๋อร์ เพื่อความสบายใจของลุงก็แล้วกัน" เหอฟ่านชิงที่ในตอนแรกตั้งใจ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   พบกันอีกครา

    "อ่ะ....ขออภัยเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงที่ถูกชนจนร่างผอมบางเซถอยหลังไปสองก้าวถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจอีกทั้งยังไม่ลืมที่จะเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายตามความเคยชิน"ชิงชิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านพี่ท่านเดินชนเพื่อนของข้าแล้วเจ้าค่ะ" หยางหลิงที่ได้ยินเสียงร้องของเหอฟ่านชิงจึงได้หันหลังกลับมาดูก่อนจะพบว่าเพื่อนสาวของตนนั้นได้เดินชนเข้ากับพี่ชายของนางจากมุมเลี้ยวตรงทางแยกของบ้านพอดี ด้วยความเป็นห่วงหยางหลิงรีบเข้าไปดูเพื่อนขอตนเองพร้อมกับเอ่ยถามอีกฝ่าย แต่เมื่อนึกขึ้นได้เด็กสาวจงได้หันไปเอ่ยกับผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวในทันทีเช่นกัน"พี่ไม่ได้ตั้งใจพอดีไม่ทันได้มองนึกว่าเจ้าเดินมาคนเดียวเหมือนทุกครั้ง" ชายหนุ่มคนเดิมที่เหอฟ่านชิงเคยพบเจอเมื่อครั้งที่แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย"อ่า...หลิงหลิงข้าไม่เป็นไรเจ้าอย่าได้คิดมากไปเลย ข้าต้องขอโทษท่านด้วยนะเจ้าคะที่เดินไม่ได้ดูทางเพราะมัวแต่ก้มหน้า" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าขอโทษ"ไม่เป็นไร แล้วทำไมเจ้าทั้งสองถึงได้เปียกปอนเช่นนี้กัน รีบไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด" หยางฉี บุตรชายคนโตของหยางเฟิง อายุ 18 ปีมีนิสัย นิ่งขรึม พูดน้อ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ช่วยเหลือ

    หลังจากฝ่ามือของเหอฟ่านชิงที่ตบลงไปบนใบหน้าของ เหอลี่ถิง บุตรสาวคนเล็กของท่านลุงใหญ่ ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดความเงียบขึ้นมาในทันที แม้แต่เหล่าสตรีที่เป็นลูกไล่ของเหอลี่ถิงก็ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนพูดไม่ออก"เจ้าจะด่าทอข้าหรือทำร้ายข้า ข้าไม่เคยสนใจ แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยเรียกบิดาของข้าแบบนั้นเข้าใจหรือไม่!" ภายใต้ความเงียบจู่ ๆ เสียงเหยียบเย็นของเหอฟ่านชิงก็ดังขึ้นทำเอาเหอลี่ถิงพร้อมทั้งลูกสมุนของนางต้องตกใจอีกครั้งกับท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปของอีกฝ่ายอาจจะเพราะแต่ก่อนนั้นเหอฟ่านชิงคนเดิมนั้นอ่อนแอ ไม่กล้าสู้คนและขี้กลัวนางจึงตกเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ตลอด เพียงแต่กับเหอฟ่านชิงคนใหม่นั้นถึงแม้นิสัยส่วนตัวจะไม่ชอบหาเรื่องใคร รักสงบแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีใครก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตของนางนางก็พร้อมที่จะเอาคืนคนผู้นั้น และเส้นแบ่งเขตของเหอฟ่านชิงก็คือคนในครอบครัวที่นางรักและหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด มีหรือที่เด็กสาวจะยอมให้ใครมาพูดจาว่าร้ายบิดาของตนเองได้"น..นังฟ่านชิงแก! นี่แกกล้าตบหน้าข้าอย่างนั้นรึ แกคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วสินะหะ!" หลังจากที่ได้สติคืนกลับมาเหอลี่ถิงก็ถึงกับเกรี้ยวกราดตะค

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ระหว่างทาง

    ช่วงปลายยามอู่ (11.00-12.59 น.) ในที่สุดสามพี่น้องสกุลเหอก็พากันกลับมาถึงบ้านของพวกเขา เหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยถามบิดาและมารดาของตนที่ในวันนี้นางได้ให้พวกท่านช่วยกันตีนุ่นเพื่อใช้สำหรับทำผ้านวมและฟูกนอนรอระหว่างที่พวกเขาสามพี่น้องไปขายปลาในตัวเมือง"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านทานมื้อเที่ยงกันหรือยังเจ้าคะ?""ยังเลยลูก พ่อเจ้าบอกจะรอพวกเจ้าก่อนค่อยทานพร้อมกันน่ะ" นางมี่ซือเป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของบุตรสาวพร้อมทั้งรอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนใบหน้าสวย"เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะรีบไปทำมื้อเที่ยงให้ทุกคนทานกันนะเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงรีบเอ่ยบอกทั้งสี่คนก่อนที่นางจะเดินตรงไปยังครัวแล้วจัดการทำมื้อเที่ยงอย่างง่ายพียงอย่างสองอย่างจากนั้นคนบ้านเหอก็ได้ร่วมกันทานมื้อเที่ยงอย่างพร้อมเพรียงกัน อาจจะด้วยเครื่องปรุงหลาย ๆ อย่างยังไม่ครบทำให้อาหารที่เหอฟ่านชิงทำนั้นยังคงมีรสชาติธรรมดา ๆ ไม่ได้อร่อยมากมายจึงยังไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนหลังจากที่ทานมื้อเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยเหอฟ่านชิงก็บอกให้พี่ชายทั้งสองไปยังป่าไผ่เพื่อเริ่มตัดไม้ตามขนาดที่นางได้สั่งเอาไว้ เพื่อจะนำมาสร้างบ้านในวันต่อ ๆ ไป ส่วนเหอฟ่านชิงเองก็ได้เดิน

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ซื้อของกลับบ้าน

    "ฮ่า ฮ่า พวกเจ้านี่ช่างน่าสนใจจริง ๆ เอาละ ๆ ถ้าเจ้าไม่อยากจะเอ่ยถึงก็ไม่เป็นไร แล้วพวกเจ้าจะรับเป็นตำลึงเงินทั้งหมดหรือไม่เล่า" ตู้หมิงเองก็ไม่คิดจะถามซักไซร้ให้สามพี่น้องรู้สึกอึดอัดใจเช่นเดียวกันจึงได้เอ่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นแทน"…" และก็เกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยเมื่อสักครู่นี้พวกเขามัวแต่ตกใจเรื่องของน้องสาวเลยไม่ได้สนใจจำนวนเงินที่ขายได้ เพียงแต่เมื่อได้ยินชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นพวกเขาก็ถึงกับตกตะลึงอีกครั้งกับจำนวนเงินที่ขายปลาได้ในวันนี้ นี่มันมากกว่ารายได้ทั้งปีของครอบครัวเขาเสียอีกนะ"นายท่านข้าขอเป็นสี่ตำลึงกับแปดร้อยอีแปะเจ้าค่ะ" เป็นเหอฟ่านชิงที่ยังคงรักษาท่าทางสุขุมเอาไว้ได้แล้วเอ่ยตอบชายวัยกลางคนตรงหน้าไป"ได้…แล้วก็พวกเจ้าเรียกข้าว่าท่านลุงตู้ก็พอไม่ต้องเรียกนายท่านหรอกเพราะข้าเป็นเพียงผู้จัดการร้านเท่านั้น" ตู้หมิงเอ่ยบอกทั้งสามพี่น้องด้วยสีหน้าเอ็นดู ยิ่งกับแม่นางน้อยอย่างเหอฟ่านชิงแล้วเขายิ่งรู้สึกว่าตนอยากมีหลานสาวที่ฉลาดเช่นนี้บ้าง"ขอรับ / เจ้าค่ะ"สามพี่น้องสกุลเหอเองก็ไม่คิดที่จะเอ่ยค้านด้วยรู้ว่าเมื่อผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูเราควรจะตอบรับมากกว่าปฏิเสธ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ขายปลา

    เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวเหอก็ยังคงใช้ชีวิตกันเหมือนอย่างเคยเพราะหลังจากที่แยกบ้านออกมาจากบ้านใหญ่พวกเขาก็ยังไม่ได้ทำสิ่งใดเป็นเรื่องเป็นราวเลย เพราะฉะนั้นวันนี้หลังจากที่ทุกคนทานข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยชวนพี่ชายทั้งสองไปที่ลำธารหลังบ้านตามเดิมเพื่อจับปลาไปขายในตัวเมืองซึ่งพวกของเหอฟ่านชิงก็ได้ปลามาเพิ่มอีกเกือบสิบตัว พอรวมกับปลาของเมื่อวานก็ได้ราว ๆ ยี่สิบกว่าตัว เมื่อมองดูพระอาทิตย์ก็เห็นว่าล่วงเลยเข้าปลายยามเฉิน (07.00-08.59 น.) สามพี่น้องสกุลเหอก็ได้กลับมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่แห้งจากนั้นก็พากันออกเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองในทันทีด้วยเด็กสาวต้องการที่จะประหยัดค่าเดินทางนางจึงได้เลือกใช้วิธีเดินเท้าแทนที่จะนั่งเกวียน อีกทั้งไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาที่เดินทางเข้าเมือง มีทั้งชาวบ้านใกล้เคียงหรือชาวบ้านหมู่บ้านเป่าหนิง บางครอบครัวก็เลือกใช้การเดินทางด้วยเท้าเข้าไปแทนการนั่งเกวียน สามพี่น้องสกุลเหอเองก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งในเหล่าชาวบ้านที่เดินทางเข้าเมือง เพียงแต่จะแปลกหน่อยก็เพราะที่ด้านหลังของชายหนุ่มทั้งสองนั้นที่ตะกร้าคนละใบที่ไม่รู้ว่าด้านในนั้นใส่อะไรเอาไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status