แชร์

ช่วยเหลือ

ผู้เขียน: ซินเสวี่ย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-07 09:45:33

หลังจากฝ่ามือของเหอฟ่านชิงที่ตบลงไปบนใบหน้าของ เหอลี่ถิง บุตรสาวคนเล็กของท่านลุงใหญ่ ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดความเงียบขึ้นมาในทันที แม้แต่เหล่าสตรีที่เป็นลูกไล่ของเหอลี่ถิงก็ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนพูดไม่ออก

"เจ้าจะด่าทอข้าหรือทำร้ายข้า ข้าไม่เคยสนใจ แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยเรียกบิดาของข้าแบบนั้นเข้าใจหรือไม่!" ภายใต้ความเงียบจู่ ๆ เสียงเหยียบเย็นของเหอฟ่านชิงก็ดังขึ้นทำเอาเหอลี่ถิงพร้อมทั้งลูกสมุนของนางต้องตกใจอีกครั้งกับท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปของอีกฝ่าย

อาจจะเพราะแต่ก่อนนั้นเหอฟ่านชิงคนเดิมนั้นอ่อนแอ ไม่กล้าสู้คนและขี้กลัวนางจึงตกเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ตลอด เพียงแต่กับเหอฟ่านชิงคนใหม่นั้นถึงแม้นิสัยส่วนตัวจะไม่ชอบหาเรื่องใคร รักสงบแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีใครก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตของนาง

นางก็พร้อมที่จะเอาคืนคนผู้นั้น และเส้นแบ่งเขตของเหอฟ่านชิงก็คือคนในครอบครัวที่นางรักและหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด มีหรือที่เด็กสาวจะยอมให้ใครมาพูดจาว่าร้ายบิดาของตนเองได้

"น..นังฟ่านชิงแก! นี่แกกล้าตบหน้าข้าอย่างนั้นรึ แกคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วสินะหะ!" หลังจากที่ได้สติคืนกลับมาเหอลี่ถิงก็ถึงกับเกรี้ยวกราดตะคอกใส่หน้าของเหอฟ่านชิงตามนิสัยหญิงสาวที่ขี้โมโห อารมณ์ร้ายและยังขี้อิจฉาริษยาผู้อื่นจนเหอฟ่านชิงและคนอื่น ๆ ถึงกับต้องยกมือขึ้นมาปิดหูกันให้วุ่นวาย

"นี่เหอลี่ถิงเจ้าจะตะโกนแหกปากทำไมข้าก็ไม่ได้อยู่ไกลสุดหมู่บ้านเสียหน่อย เจ้าช่วยเกรงใจแก้วหูของข้าทีจะได้ไหม" นอกจากจะไม่สะทกสะท้านกับคำพูดและท่าทางโกรธเกรี้ยวของหญิงสาวตรงหน้าแล้วเหอฟ่านชิงยังเอ่ยบอกอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ดูกวนโทสะยิ่งกว่าเดิม

"กรี้ดดด กรี้ดดด นังเด็กบ้า! วันนี่ข้าจะต้องสั่งสอนให้แกรู้ซะบ้างว่าอย่ากล้ามาลองดีกับคนอย่างข้าเหอลี่ถิงผู้นี้!" หญิงสาวรราวกับคนเสียสติที่ทั้งตะคอกแล้วก็ทำท่าทางคล้ายคนที่ไม่สามารถควบคุมความโกรธของตัวเองเอาไว้ได้

ดังนั้นเมื่อเอ่ยจบร่างของเหอลี่ถิงก็พุ่งตรงเข้ามาหาร่างของเหอฟ่านชิงที่อยู่ตรงหน้าด้วยหมายหมาดว่าจะต้องตบสั่งสอนนังก็เลวนี้ให้ได้ เพียงแต่ยังไม่ทันที่เหอลี่ถิงจะได้ถึงตัวของเหอฟ่านชิงหญิงสาวก็ล้มหน้าคะมำไปอีกด้านด้วยว่าสะดุดชายกระโปรงของตนเองจนเกิดเสียงดัง

ตุ๊บบบบ

"อุบส์...ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะดังสนั่นมาจากร่างของเหอฟ่านชิงที่รู้สึกทนต่อภาพเมื่อสักครู่นี้ไม่ไหวจนต้องส่งเสียงหัวเราะออกมา ทางด้านคนอื่น ๆ เองก็รู้สึกอยากจะหัวเราะเยาะกับความโง่เง่าของหญิงสาวแต่ก็กลัวว่าตนเองจะถูกเล่นงานภายหลังจึงต้องอดกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

"นี่เหอลี่ถิง ถ้าเจ้าง่วงก็กลับไปนอนที่บ้านเสียอย่ามานอนแถวนี้เลย พวกเราไปกันเถิดหยางหลิง" ประโยคแรกนั้นเหอฟ่านชิงจงใจพูดทิ้งท้ายให้อีกฝ่ายด้วยความสะใจ ส่วนประโยคหลังนั้นนางหันไปเอ่ยกับเด็กสาวที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเย็น

"อื้อ.."จบคำตอบรับจากหยางหลิงเด็กสาวที่ตัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำก็พากันเดินกลับไปยังทิศทางของบ้านหยางในทันที ทิ้งเอาไว้เพียงสนามอารมณ์ที่เหอลี่ถิงทำได้เพียงกรีดร้องด้วยความอับอาย และคับแค้นใจในตัวของเหอฟ่านชิง

ในระหว่างทางที่เดินกลับมายังบ้านสกุลหยางเหอฟ่านชิงก็ได้เอ่ยปากถามถึงสาเหตุของการตกน้ำในครั้งนี้ของหยางเซียน

"แล้วทำไมเจ้าถึงได้ตกลงไปในน้ำได้ละ หรือว่าเป็นฝีมือเหอพวกเหอลี่ถิงอย่างนั้นรึ?"

"คือว่า...ข้าเพียงแค่..."

"เจ้าอย่าบอกว่าลื่นตกลงไปเองเชียวเพราะข้านั้นรู้จักนิสัยของญาติผู้พี่คนนี้ดี ข้าเองก็เคยถูกนางผลักตกน้ำจนเกือบตายไปแล้วครั้งหนึ่งย่อมรู้ดีว่าที่เจ้าโดนก็คงเป็นแบบเดียวกับข้าอย่างแน่นอน เพียงแต่ข้าแค่สงสัยว่าเหตุใดเจ้าจึงได้ถูกรังแกเช่นนั้นกัน" ยังไม่ทันที่หยางหลิงจะได้เอ่ยแก้ตัวเหอฟ่านชิงก็เอ่ยสวนขึ้นมาอีกทั้งนางยังเคยประสบเหตุเช่นนี้มาก่อนแต่ที่นางสงสัยก็คืออีกฝ่ายโดนหมายหัวได้อย่างไรต่างหาก

"ความจริงแล้วเป็นเพราะนางชอบพี่ จงอู๋ หลายชายคนรองของท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน วันก่อนข้าพบกับพี่จงอู๋ระหว่างทางกลับจากตัวเมืองกับพี่ชาย แล้วนางก็เข้าใจผิดคิดว่าข้าไปให้ท่าพี่จงอู๋วันนี้นางจึงได้พาเพื่อน ๆ มารุมรังแกข้าแล้วผลักข้าตกน้ำน่ะ" หยางหลิงเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้รู้สึกวางใจในตัวของอีกฝ่ายจนสามารถบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้โดยไม่ระแวงเลย

ทางด้านเหอฟ่านชิงเองก็พยายามคิดถึงชายหนุ่มที่ชื่อว่าจงอู๋ ในที่สุดภาพของชายหนุ่มที่มีใบหน้าขาวสะอาดดูดีและให้ความรู้สึกอบอุ่นก็ผ่านวาบเข้ามา จงอู๋เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านลุงจงเหิงบุตรชายคนรองของหัวหน้าหมู่บ้าน ด้วยใบหน้าที่ดีเกินกว่าชายใดในหมูบ้าน อีกทั้งเขายังจบจากสถานศึกษาในตัวเมืองเรียกได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่เหล่าสตรีทั่วทั้งหมู่บ้านเป่าหนิงแห่งนี้หมายปองเลยก็ว่าได้ จึงไม่แปลกที่หนึ่งในสตรีเหล่านั้นจะมีเหอลี่ถิงรวมอยู่ด้วย

"เรื่องเป็นอย่างนี้นี่เอง ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ก็พี่จงอู๋นั้นรูปงามออกปานนั้นสตรีทั่วหมู่บ้านต่างก็หมายปองเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่แล้วเจ้าเล่าชอบพี่จงอู๋ด้วยหรือไม่" เหอฟ่านชิงไม่ได้ติดใจสงสัยเรื่องอื่นนอกจากความรู้สึกของเด็กสาวที่จะเข้าปักปิ่นพร้อมกันกับนางเพราะอายุของจงอู๋นั้นก็ 19 ปีห่างกันไม่มาก

"ข้าไม่ได้ชอบพี่เขา ข้าเพิ่งพบเจอกับเขาไม่กี่ครั้งเองอีกทั้งข้าเองก็รู้ว่าเขาคงไม่ได้สนใจเด็กสาวอย่างข้าหรอก" หยางหลิงเอ่ยตอบด้วยความสัตย์จริงเพราะนางไม่ได้รู้สึกชอบอีกฝ่ายอย่างสตรีคนอื่น ๆ ด้วยภายในใจของนางนั้นได้มีใครอีกคนอยู่มานานแล้ว

"เฮ้อ...เช่นนั้นก็ปล่อยผ่านไปเถิด คราวหลังก็หลีกเลี่ยงเมื่อพบเจอกับพวกนางก็แล้วกัน แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็บอกกับข้าได้ถือว่าเราเป็นสหายกันแล้วก็แล้วกันนะหลิงหลิง" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับหยางหลิงด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

""อื้ม...ขอบใจเจ้ามากนะชิงชิง" หยางหลิงเองก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ในที่สุดนางก็ได้มีเพื่อนกับเขาบ้างจึงได้เอ่ยตอบรับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่งดงามทำเอาดวงตาของเหอฟ่านชิงถึงกับพร่ามัวไปชั่วขณะ พร้อมกับความคิดที่ผุดขึ้นมาภายในหัว

'ก็เพราะว่าเจ้างดงามถึงเพียงนี้อย่างไรเล่า เหอลี่ถิงถึงได้ไม่ชอบเจ้านะหลิงหลิงเอ้ย'

หลังจากจบคำของหยางหลิงทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าบ้านสกุลหยางพอดี ดังนั้นเด็กสาวทั้งสองจึงได้เดินเข้าไปภายในบ้านที่ตอนนี้มีผู้เฒ่าหยางตี้กับหยางเฟิงช่วยกันแล่เนื้อหมูป่าเพื่อนำไปขายและเอาไว้ทำอาหาร แต่พอทั้งสองคนหันมาเห็นสภาพที่เปียกปอนของเด็กสาวทั้งก็ถึงกับตกใจและรีบเข้ามาดูบุตรสาวกับหลานสาวสุดรักในทันที

"หลิงเอ๋อร์! เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับลูกเหตุใดถึงได้เปียกมาทั้งตัวแบบนี้กัน" หยางเฟิงเอ่ยถามขึ้นในทันทีเมื่อเดินมาถึงตัวของบุตรสาว

"นั่นสิหลิงเอ๋อร์ แล้วนี่ชิงเอ๋อร์ก็เป็นเช่นเดียวกันรึ" ชายชราเองก็เอ่ยถามหลานสาวสุดรักพร้อมกับหันมามองเหอฟ่านชิงที่ตัวเปียกปอนไม่ต่างจากหลานสาวของตนเอง

"ท่านปู่ ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ พอดีข้าเดินลื่นตกลงไปในลำธารเกือบจมน้ำแต่บุญลูกคงยังมีชิงชิงผ่านมาพบเข้าพอดีจึงได้กระโดดน้ำลงไปช่วยข้าขึ้นมาได้เจ้าค่ะ" หยางหลิงเลือกที่จะเอ่ยโกหกบุรุษทั้งสองด้วยกลัวว่าพวกเขาจะคิดมากและไม่ลืมที่จะพูดถึงบุญคุณที่เพื่อนใหม่ของนางได้ช่วยเหลือตนเองเอาไว้ให้กับทั้งสองได้รับรู้

"ว่าอย่างไรนะ!" เสียงของบุรุษต่างวัยทั้งสองร้องขึ้นเสียงดังด้วยความตกใจ แต่เพียงครู่เดียวก็สงบลงได้ก่อนที่หยางเฟิงจะหันมามองยังเด็กสาวที่เป็นผู้ช่วยชีวิตบุตรสาวของตนเองเอาไว้พร้อมกับเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม

"ชิงเอ๋อร์ลุงขอบใจเจ้ามากที่ช่วยหลิงเอ๋อร์เอาไว้นะ"

"ไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะท่านลุงหยาง ท่านลุงเองก็ช่วยเหลือครอบครัวของข้าเอาไว้มากมาย เรื่องเพียงเท่านี้ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มจริงใจ

"ไม่ได้ ๆ ถึงยังไงก็ต้องขอบคุณเจ้าน่ะถูกต้องแล้ว หลิงเอ๋อร์พาชิงเอ๋อร์ไปเปลี่ยนชุดก่อนเถิดประเดี๋ยวจะไม่สบายเอา" ชายชราที่เงียบฟังมานานก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขอบคุณเด็กสาวตรงหน้า ก่อนที่ชายชราจะเอ่ยบอกกับหลานสาวให้พากันไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย

"เจ้าค่ะท่านปู่" หยางหลิงเอ่ยรับคำจากนั้นก็ได้พาเพื่อนใหม่ของตนเองเดินตรงไปยังห้องนอนของตนเองเพื่อเปลี่ยนชุด เพียงแต่ก่อนที่เหอฟ่านชิงจะเดินไปถึงห้องของหยางหลิงก็ได้มีใครบางคนเดินสวนออกมาจากมุมหนึ่งของบ้านและชนเข้ากับร่างของนาง

ปึกก!!

**************************************************************************************

ใครกัน! ทำไมค่าตัวแต่ละคนแพงจังนะ อิอิ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   เครื่องในหมูแสนอร่อย

    หลังจากที่หยางฉีได้เดินจากไปแล้วหยางเฟิงก็ได้เดินไปหยิบคันธนูที่ดูแล้วเหมาะสมกับเหอฟ่านชิงเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวของที่จับคันธนูนั้นทำจากไม้เนื้อแข็งอย่างดีสีน้ำตาลดำส่วนสายนั้นทำจากเอ็นที่มีความเหนียวแน่นคงทนเป็นอย่างมาก แถมชายวัยกลางคนยังแกะสลักรูปดอกโม่ลี่ฮวาดอกเล็ก ๆ เอาไว้ตรงปลายของสายธนูทั้งสองช่างงดงามและลงตัวจนทำให้เหอฟ่านชิงถึงกับจ้องมองไปยังคันธนูของนางอย่างไม่วางตาทำเอาหยางเฟิงถึงกับหลุดขำออกมากับท่าทางของเด็กสาว"ฮ่า ฮ่า ชิงเอ๋อร์ดูเจ้าทำสีหน้าเช่นนี้แสดงว่าลุงทำธนูให้ถูกใจใช่หรือไม่" "เจ้าค่ะท่านลุง มันช่างงดงามมาก ท่านลุงคิดราคาเท่าไหร่หรือเจ้าคะ?" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบชายวัยกลางคนด้วยใบหน้ามีความสุขอีกทั้งนางก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยถามถึงค่าสิ่งของที่นางชื่นชอบอยู่ในตอนนี้"อ้อ...ลุงมอบให้เจ้าถือเป็นคำขอบคุณที่เจ้าช่วยหลิงเอ๋อร์เอาไว้ก็แล้วกันนะ" หยางเฟิงเอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เขาเอ็นดูอีกทั้งนางยังเป็นผู้มีพระคุณและเพื่อนของบุตรสาวจะให้คิดเงินกับนางได้อย่างไรกัน"เอ่อ...แต่ว่าท่านลุงเจ้าคะข้า...""ห้ามปฏิเสธลุงนะชิงเอ๋อร์ เพื่อความสบายใจของลุงก็แล้วกัน" เหอฟ่านชิงที่ในตอนแรกตั้งใจ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   พบกันอีกครา

    "อ่ะ....ขออภัยเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงที่ถูกชนจนร่างผอมบางเซถอยหลังไปสองก้าวถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจอีกทั้งยังไม่ลืมที่จะเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายตามความเคยชิน"ชิงชิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านพี่ท่านเดินชนเพื่อนของข้าแล้วเจ้าค่ะ" หยางหลิงที่ได้ยินเสียงร้องของเหอฟ่านชิงจึงได้หันหลังกลับมาดูก่อนจะพบว่าเพื่อนสาวของตนนั้นได้เดินชนเข้ากับพี่ชายของนางจากมุมเลี้ยวตรงทางแยกของบ้านพอดี ด้วยความเป็นห่วงหยางหลิงรีบเข้าไปดูเพื่อนขอตนเองพร้อมกับเอ่ยถามอีกฝ่าย แต่เมื่อนึกขึ้นได้เด็กสาวจงได้หันไปเอ่ยกับผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวในทันทีเช่นกัน"พี่ไม่ได้ตั้งใจพอดีไม่ทันได้มองนึกว่าเจ้าเดินมาคนเดียวเหมือนทุกครั้ง" ชายหนุ่มคนเดิมที่เหอฟ่านชิงเคยพบเจอเมื่อครั้งที่แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย"อ่า...หลิงหลิงข้าไม่เป็นไรเจ้าอย่าได้คิดมากไปเลย ข้าต้องขอโทษท่านด้วยนะเจ้าคะที่เดินไม่ได้ดูทางเพราะมัวแต่ก้มหน้า" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าขอโทษ"ไม่เป็นไร แล้วทำไมเจ้าทั้งสองถึงได้เปียกปอนเช่นนี้กัน รีบไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด" หยางฉี บุตรชายคนโตของหยางเฟิง อายุ 18 ปีมีนิสัย นิ่งขรึม พูดน้อ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ช่วยเหลือ

    หลังจากฝ่ามือของเหอฟ่านชิงที่ตบลงไปบนใบหน้าของ เหอลี่ถิง บุตรสาวคนเล็กของท่านลุงใหญ่ ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดความเงียบขึ้นมาในทันที แม้แต่เหล่าสตรีที่เป็นลูกไล่ของเหอลี่ถิงก็ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนพูดไม่ออก"เจ้าจะด่าทอข้าหรือทำร้ายข้า ข้าไม่เคยสนใจ แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยเรียกบิดาของข้าแบบนั้นเข้าใจหรือไม่!" ภายใต้ความเงียบจู่ ๆ เสียงเหยียบเย็นของเหอฟ่านชิงก็ดังขึ้นทำเอาเหอลี่ถิงพร้อมทั้งลูกสมุนของนางต้องตกใจอีกครั้งกับท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปของอีกฝ่ายอาจจะเพราะแต่ก่อนนั้นเหอฟ่านชิงคนเดิมนั้นอ่อนแอ ไม่กล้าสู้คนและขี้กลัวนางจึงตกเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ตลอด เพียงแต่กับเหอฟ่านชิงคนใหม่นั้นถึงแม้นิสัยส่วนตัวจะไม่ชอบหาเรื่องใคร รักสงบแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีใครก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตของนางนางก็พร้อมที่จะเอาคืนคนผู้นั้น และเส้นแบ่งเขตของเหอฟ่านชิงก็คือคนในครอบครัวที่นางรักและหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด มีหรือที่เด็กสาวจะยอมให้ใครมาพูดจาว่าร้ายบิดาของตนเองได้"น..นังฟ่านชิงแก! นี่แกกล้าตบหน้าข้าอย่างนั้นรึ แกคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วสินะหะ!" หลังจากที่ได้สติคืนกลับมาเหอลี่ถิงก็ถึงกับเกรี้ยวกราดตะค

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ระหว่างทาง

    ช่วงปลายยามอู่ (11.00-12.59 น.) ในที่สุดสามพี่น้องสกุลเหอก็พากันกลับมาถึงบ้านของพวกเขา เหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยถามบิดาและมารดาของตนที่ในวันนี้นางได้ให้พวกท่านช่วยกันตีนุ่นเพื่อใช้สำหรับทำผ้านวมและฟูกนอนรอระหว่างที่พวกเขาสามพี่น้องไปขายปลาในตัวเมือง"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านทานมื้อเที่ยงกันหรือยังเจ้าคะ?""ยังเลยลูก พ่อเจ้าบอกจะรอพวกเจ้าก่อนค่อยทานพร้อมกันน่ะ" นางมี่ซือเป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของบุตรสาวพร้อมทั้งรอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนใบหน้าสวย"เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะรีบไปทำมื้อเที่ยงให้ทุกคนทานกันนะเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงรีบเอ่ยบอกทั้งสี่คนก่อนที่นางจะเดินตรงไปยังครัวแล้วจัดการทำมื้อเที่ยงอย่างง่ายพียงอย่างสองอย่างจากนั้นคนบ้านเหอก็ได้ร่วมกันทานมื้อเที่ยงอย่างพร้อมเพรียงกัน อาจจะด้วยเครื่องปรุงหลาย ๆ อย่างยังไม่ครบทำให้อาหารที่เหอฟ่านชิงทำนั้นยังคงมีรสชาติธรรมดา ๆ ไม่ได้อร่อยมากมายจึงยังไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนหลังจากที่ทานมื้อเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยเหอฟ่านชิงก็บอกให้พี่ชายทั้งสองไปยังป่าไผ่เพื่อเริ่มตัดไม้ตามขนาดที่นางได้สั่งเอาไว้ เพื่อจะนำมาสร้างบ้านในวันต่อ ๆ ไป ส่วนเหอฟ่านชิงเองก็ได้เดิน

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ซื้อของกลับบ้าน

    "ฮ่า ฮ่า พวกเจ้านี่ช่างน่าสนใจจริง ๆ เอาละ ๆ ถ้าเจ้าไม่อยากจะเอ่ยถึงก็ไม่เป็นไร แล้วพวกเจ้าจะรับเป็นตำลึงเงินทั้งหมดหรือไม่เล่า" ตู้หมิงเองก็ไม่คิดจะถามซักไซร้ให้สามพี่น้องรู้สึกอึดอัดใจเช่นเดียวกันจึงได้เอ่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นแทน"…" และก็เกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยเมื่อสักครู่นี้พวกเขามัวแต่ตกใจเรื่องของน้องสาวเลยไม่ได้สนใจจำนวนเงินที่ขายได้ เพียงแต่เมื่อได้ยินชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นพวกเขาก็ถึงกับตกตะลึงอีกครั้งกับจำนวนเงินที่ขายปลาได้ในวันนี้ นี่มันมากกว่ารายได้ทั้งปีของครอบครัวเขาเสียอีกนะ"นายท่านข้าขอเป็นสี่ตำลึงกับแปดร้อยอีแปะเจ้าค่ะ" เป็นเหอฟ่านชิงที่ยังคงรักษาท่าทางสุขุมเอาไว้ได้แล้วเอ่ยตอบชายวัยกลางคนตรงหน้าไป"ได้…แล้วก็พวกเจ้าเรียกข้าว่าท่านลุงตู้ก็พอไม่ต้องเรียกนายท่านหรอกเพราะข้าเป็นเพียงผู้จัดการร้านเท่านั้น" ตู้หมิงเอ่ยบอกทั้งสามพี่น้องด้วยสีหน้าเอ็นดู ยิ่งกับแม่นางน้อยอย่างเหอฟ่านชิงแล้วเขายิ่งรู้สึกว่าตนอยากมีหลานสาวที่ฉลาดเช่นนี้บ้าง"ขอรับ / เจ้าค่ะ"สามพี่น้องสกุลเหอเองก็ไม่คิดที่จะเอ่ยค้านด้วยรู้ว่าเมื่อผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูเราควรจะตอบรับมากกว่าปฏิเสธ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ขายปลา

    เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวเหอก็ยังคงใช้ชีวิตกันเหมือนอย่างเคยเพราะหลังจากที่แยกบ้านออกมาจากบ้านใหญ่พวกเขาก็ยังไม่ได้ทำสิ่งใดเป็นเรื่องเป็นราวเลย เพราะฉะนั้นวันนี้หลังจากที่ทุกคนทานข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยชวนพี่ชายทั้งสองไปที่ลำธารหลังบ้านตามเดิมเพื่อจับปลาไปขายในตัวเมืองซึ่งพวกของเหอฟ่านชิงก็ได้ปลามาเพิ่มอีกเกือบสิบตัว พอรวมกับปลาของเมื่อวานก็ได้ราว ๆ ยี่สิบกว่าตัว เมื่อมองดูพระอาทิตย์ก็เห็นว่าล่วงเลยเข้าปลายยามเฉิน (07.00-08.59 น.) สามพี่น้องสกุลเหอก็ได้กลับมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่แห้งจากนั้นก็พากันออกเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองในทันทีด้วยเด็กสาวต้องการที่จะประหยัดค่าเดินทางนางจึงได้เลือกใช้วิธีเดินเท้าแทนที่จะนั่งเกวียน อีกทั้งไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาที่เดินทางเข้าเมือง มีทั้งชาวบ้านใกล้เคียงหรือชาวบ้านหมู่บ้านเป่าหนิง บางครอบครัวก็เลือกใช้การเดินทางด้วยเท้าเข้าไปแทนการนั่งเกวียน สามพี่น้องสกุลเหอเองก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งในเหล่าชาวบ้านที่เดินทางเข้าเมือง เพียงแต่จะแปลกหน่อยก็เพราะที่ด้านหลังของชายหนุ่มทั้งสองนั้นที่ตะกร้าคนละใบที่ไม่รู้ว่าด้านในนั้นใส่อะไรเอาไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status