เข้าสู่ระบบเผยอวี้ฉวยโอกาสรีบแจ้งแผนการนี้แก่ผิงกวงในทันทีผิงกวงแย้มยิ้ม ประสานงานกันทั้งภายในภายนอกเช่นนี้ หากยังมิสำเร็จอีกก็คงไร้ซึ่งความยุติธรรมในใต้หล้าแล้วทั้งสองต่างแยกย้ายกันไปติดต่อเหล่านักโทษคนอื่น ๆกาลก่อนผิงกวงเคยเป็นแรงงานที่เขาสือติ้งมาก่อน จึงรู้จักนักโทษอยู่มิน้อย และรู้นิสัยใจคอพวกเขาเป็นอย่างดีเมื่อเขายินดีช่วยเหลือให้เหล่านักโทษหลบหนีอีกครา นักโทษทั้งหลายต่างซาบซึ้งในน้ำใจ และรับปากเป็นมั่นเหมาะว่าจะปฏิบัติตามคำของผิงกวงทุกประการส่วนทางด้านเผยอวี้ได้เจรจากับซินฉา หลี่เต๋อและนักโทษอีกหลายคนที่ดูท่าทางกระหายใคร่จะหลบหนีนักโทษเหล่านี้เพิ่งมาถึงได้เพียงวันเดียว ก็ถูกกดขี่ใช้งานเยี่ยงทาสจนสิ้นเรี่ยวแรง อาหารการกินก็เลวร้ายยิ่งนัก เมื่อหวนนึกถึงอนาคตที่มืดมนไร้แสงตะวัน พวกเขาก็ต่างตกลงปลงใจที่จะเสี่ยงชีวิตหลบหนีแผนการจึงถูกกำหนดขึ้นเช่นนี้เหล่านักโทษต่างแสร้งทำทีเป็นก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปเวลาค่อย ๆ ล่วงเลยผ่านไป มินานก็ถึงยามอาหารค่ำเป็นดั่งที่ผิงกวงกล่าวไว้ ทหารยามเหล่านั้นเริ่มจับกลุ่มกันสองสามคนผลัดเปลี่ยนกันไปรับกินอาหารจำนวนทหารยามลดน้อยลงไปกว่าครึ่งในทันที
เผยอวี้รับฟังผิงกวงแจกแจงการวางกำลังพลรักษาการณ์ภายในเหมืองแร่ด้วยความอดทนผิงกวงเอ่ยเสียงแผ่ว “เวลากินอาหารของพวกเรากับทหารยามเหล่านั้นคลาดเคลื่อนกันอยู่ครึ่งชั่วยาม!”“นั่นหมายความว่า ยามที่ทหารพวกนั้นไปกินข้าว ผู้ที่รั้งอยู่เฝ้าพวกเราก็มีเพียงราว ๆ ยี่สิบคน!”“พวกเรามีคนมากเพียงนี้ คิดจะจัดการคนยี่สิบคนมิใช่เรื่องง่ายดายหรอกหรือ?”เผยอวี้พยักหน้า “การจัดการคนยี่สิบคนมิใช่เรื่องยากเย็นอันใด ทว่าหากทำเช่นนั้น ย่อมต้องเกิดเรื่องราวใหญ่โตเป็นแน่!”“ถึงยามนั้นหากทหารอื่นเร่งรุดมาสมทบ นักโทษจำนวนมากมิใช่คู่มือของพวกเขา คงได้บาดเจ็บล้มตายกันอย่างน่าเวทนา”ผิงกวงแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ “ผู้ใดบอกกันว่าจะต้องไปตั้งตนเป็นศัตรูกับทหารมากมายเพียงนั้น!”“สหายเผย เมื่อวานเจ้าเห็นอุโมงค์เหมืองมากมายแล้วใช่หรือไม่ เจ้าคงมิรู้ว่าอุโมงค์เหล่านี้เชื่อมโยงถึงกันสลับซับซ้อน มีบางแห่งถูกขุดจนทะลุ สามารถออกไปยังหน้าผาฝั่งตรงข้ามได้!”“แร่ในอุโมงค์เหล่านี้ถูกขุดจนหมดแล้ว เพราะมันทะลุไปยังหน้าผาฝั่งตรงข้ามได้ จึงถูกปิดตายเอาไว้!”“ขอเพียงพวกเราจัดการทหารยามยี่สิบคนนั้นอย่างเงียบเชียบ แล้วขุดเปิดทางอุโมงค์
วันรุ่งขึ้นเมื่อจัดแจงทุกอย่างจนเสร็จสรรพ ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่เซียวหลินเทียนสั่งการให้หมี่อิงส่งคนไปแจ้งข่าวแก่เผยอวี้ จากนั้นจึงรอคอยเวลาให้ถึงยามซวี[footnoteRef:0]จึงค่อยเริ่มลงมือ [0: ยามซวี เริ่มนับตั้งแต่เวลา 19.00 – 21.00 น.] ครั้นราตรีมาเยือน ท้องนภาเพิ่งจะมืดสนิทลง หมี่อิงก็นำกำลังลอบเร้นกายเข้าไปในจวนพำนักของเซวียนหยวนเซินคนในตระกูลเซวียนหยวนรับสำรับเย็นกันเรียบร้อยแล้ว โรงครัวจึงเป็นสถานที่ซึ่งหากเกิดเพลิงไหม้ขึ้น ผู้คนย่อมมิทันระแวงสงสัยหมี่อิงพาคนลอบเข้าไปในโรงเก็บฟืน ราดน้ำมันเชื้อเพลิงทิ้งไว้ แล้วจึงจุดไฟขึ้นทันทีโรงเก็บฟืนตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเรือนหลัก บรรดาแม่ครัวต่างเหน็ดเหนื่อยจากการงานมาทั้งวัน เมื่อเก็บกวาดเสร็จก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ถึงแม้จะเหลือสาวใช้ตัวน้อยเฝ้าอยู่สองนางแต่พวกนางก็มิได้สังเกตเห็นว่าเพลิงเริ่มลุกไหม้กว่าเปลวเพลิงจะโหมกระหน่ำจนแสงไฟพวยพุ่งแดงฉานออกมา สาวใช้ทั้งสองถึงเพิ่งรู้ตัว ต่างตื่นตระหนกวิ่งหน้าตื่นไปร้องเรียกให้คนช่วยหมี่อิงและลูกน้องฉวยโอกาสจุดไฟเพิ่มในบริเวณใกล้เคียง เมื่อเห็นว่าเพลิงลุกลามจนยากจะควบคุมไ
ทว่าเซียวหลินเทียนย่อมรู้นิสัยของหลิงอวี๋ดี แม้นางมิได้ยึดติดธรรมเนียมคร่ำครึ แต่แยกแยะผิดชอบชั่วดีได้สำหรับชาวบ้านธรรมดาทั่วไป หลิงอวี๋จะมิใช้วิธีการเช่นนี้ไปจัดการกับคนเหล่านั้นแน่นอนแต่กับคนตระกูลเซวียนหยวน ต่อให้เผาเรือนของพวกเขาจนวอดวาย หลิงอวี๋ก็คงมิรู้สึกผิดแม้แต่น้อยและวิธีการของหลิงอวี๋ ก็นับเป็นหนทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดพี่น้องเซวียนหยวนเซินย่อมมิอาจรักษาทั้งสองทางไว้ได้พร้อมกัน กำลังพลในมือพวกเขามีจำกัด ย่อมต้องเลือกทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองที่สุดหากตระกูลเซวียนหยวนเกิดเพลิงไหม้ เซวียนหยวนเซินย่อมต้องระดมกำลังพลทั้งหมดไปดับไฟ เช่นนั้นก็มิอาจแบ่งกำลังไปไล่จับคนร้ายได้อีกเซียวหลินเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “เรื่องวางเพลิง ข้าจะเป็นคนจัดการเอง!”“เจ้าคอยดูทางท่าเรือเถิด คืนวันพรุ่งพวกเราจะลงมือ!”หลิงอวี๋พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปหาหมี่อิงเพื่อวางแผนเตรียมการและแล้วหลิงอวี๋ก็เดินทางไปพบหนานซวงกับจูเก๋อเซวียนที่โรงน้ำชา นางถ่ายทอดแผนการของตนกับเซียวหลินเทียนให้ทั้งสองฟังจนหมดเปลือกเมื่อหนานซวงและจูเก๋อเซวียนได้ยินว่าจะวางเพลิงเ
วันต่อมา หลิงอวี๋และเซียวหลินเทียนเริ่มวางแผนการเคลื่อนพลเข้าช่วยเหลือเหล่านักโทษที่เขาสือติ้งการบุกเข้าตีเขาสือติ้งนั้นง่ายมาก ทว่าสิ่งที่ยากคือจะช่วยคนเหล่านี้ออกมาอย่างไร และจะส่งพวกเขาออกไปให้พ้นภัยได้อย่างราบรื่นได้อย่างไรหลังจากจูเก๋อเซวียนกลับไป เขาก็สั่งให้คนส่งแผนที่ของเมืองไห่เจียงโจวกับเขาสือติ้งมาให้หลิงอวี๋และเซียวหลินเทียนทันทีดวงตาของเซียวหลินเทียนยังคงมองมิเห็น จึงทำได้เพียงฟังหลิงอวี๋คอยอธิบายลักษณะตำแหน่งที่ตั้งและตำแหน่งต่าง ๆ ให้ฟังห่างจากเขาสือติ้งไปสิบลี้มีคลองส่งน้ำสายหนึ่ง หินแร่ส่วนใหญ่จากเขาสือติ้งจะถูกขนออกจากภูเขา แล้วลำเลียงผ่านทางน้ำขนส่งไปยังมือของผู้ซื้อคลองขุดสายนี้มีท่าเรือแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่เมืองถูเค่อเนื่องจากมีท่าเรือตั้งอยู่ เมืองถูเค่อจึงถือเป็นเมืองชนบทที่ค่อนข้างมั่งคั่งในไห่เจียงเซวียนหยวนเจ๋อมีกองกำลังองครักษ์หนึ่งร้อยนายประจำอยู่ที่ท่าเรือเมืองถูเค่อ ทหารกลุ่มนี้มีหน้าที่จัดการการขนส่งหินแร่ และคอยคุ้มกันเรือสินค้าของพ่อค้าที่ติดต่อค้าขายกับตระกูลเซวียนหยวนหลิงอวี๋มองแผนที่ท่าเรือ ทันใดนั้นดวงตาก็พลันเป็นประกายขึ้นมาท่าเรือ
ด้วยคำพูดปลุกใจของเผยอวี้ อารมณ์และความรู้สึกของทุกคนก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งหลี่เต๋อมิได้โกรธเคืองผิงกวงมากเท่าเก่า เขาขยับเข้ามาใกล้แล้วกระซิบว่า “น้องเผย มีสิ่งใดต้องการให้ข้าทำก็จงบอกมาเถิด ข้าสกุลหลี่คนนี้มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ สู้หนึ่งต่อห้าได้สบายมาก!”เผยอวี้ยิ้มพลางพยักหน้ารถขังนักโทษโยกเยกไปตามทาง เดินทางไปกว่าหนึ่งชั่วยามจึงมาถึงทางเข้าหุบเขาสือติ้งเนื่องจากต้องมีการขนส่งแร่ จึงมีการตัดถนนเส้นหนึ่งที่มุ่งตรงเข้าสู่ภายในหุบเขาผิวถนนขรุขระมิราบเรียบ ทำให้เผยอวี้และพวกพ้องถูกเหวี่ยงไปมาจนตัวโยนกระแทกกระดอนต่อไปอีกครึ่งชั่วยามจึงมาถึงส่วนในของเหมืองแร่ ทหารกลุ่มหนึ่งถือดาบและกระบี่เข้ามากวาดต้อนนักโทษจากรถม้าหลายคันลงมาจนหมดเผยอวี้มองเห็นว่าขุนเขาโดยรอบถูกขุดหายไปเกือบครึ่ง เผยให้เห็นหน้าผาที่โล่งเตียนเหมืองแห่งนี้ได้พรากชีวิตคนไปนับพัน ก็เพียงส่งเสริมความมั่งคั่งร่ำรวยของตระกูลเซวียนหยวนยังมิทันให้พวกเขาได้พักหายใจ รองแม่ทัพในชุดเกราะผู้หนึ่งก้เดินนำหน้าผู้ดูแลสองคนเดินมา“พวกเจ้าจงฟัง นี่คือผู้ดูแลจางและผู้ดูแลเฝิง นับจากนี้พวกเจ้าจะถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม และ







