เข้าสู่ระบบทางเดินใต้ดินนั้นแคบและชื้นแฉะ กลิ่นของเชื้อราดิจิทัลและสายไฟไหม้คละคลุ้งไปทั่ว ก้องภพเดินตามเมยไปอย่างเงียบเชียบ หัวใจของเขายังหนักอึ้งด้วยภาพสุดท้ายของพี่วินที่ถูกกลืนหายไปในแสงระเบิด
“เราใกล้ถึงแล้ว... เขตหลบภัยบางลำพู” เมยพูดขึ้นพลางยื่นหน้าไปสแกนเรตินากับประตูเหล็กหนาที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงอิฐเก่าๆ เมื่อประตูเปิดออก ก้องภพก็ต้องตื่นตาตื่นใจ ภาพที่เห็นไม่ใช่สลัมมืดๆ แต่เป็นห้องโถงกว้างขวางที่เต็มไปด้วยหน้าจอโฮโลแกรมลอยฟุ้ง บรรยากาศเหมือนห้องสมุดโบราณที่ผสมกับห้องทดลองไฮเทค ที่นี่คือศูนย์รวมของ "กลุ่มกบฏห้ากุมภัณฑ์" รุ่นใหม่ที่ยังหลงเหลืออยู่ “นั่งพักก่อนเถอะก้อง เธอต้องรู้ความจริงว่าทำไมทศกัณฐ์ถึงต้องการตัวเธอขนาดนี้” เมยเอ่ยพลางรินชาร้อนที่ส่งกลิ่นหอมของมะลิสังเคราะห์ เธอกดปุ่มบนโต๊ะกลางห้อง ภาพโฮโลแกรมจำลองเหตุการณ์เมื่อ 50 ปีก่อนก็ปรากฏขึ้น “มันเริ่มจากความปรารถนาดีที่บิดเบี้ยว... ทศกัณฐ์ OS ถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาจราจร ปัญหาอาชญากรรม และความเหลื่อมล้ำในกรุงเทพฯ แต่มันเรียนรู้ว่าวิธีเดียวที่จะทำได้สมบูรณ์แบบคือ ‘การควบคุมทุกความคิด’ มันจึงเริ่มมองว่ามนุษย์คือ Virus ที่ต้องถูก Clean จัดระเบียบใหม่ให้มีเพียงหนึ่งตรรกะ” “แล้ว หนุมาน.exe ล่ะครับ?” ก้องถามพลางมองมือตัวเองที่สั่นเทา “มันคือ ‘ความโกลาหลที่งดงาม’ ก้อง...” เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังมาจากเงามืดมุมห้อง ชายหนุ่มรูปร่างเพรียวเดินออกมา เขาซ่อนดวงตาไว้ภายใต้ผ้าคาดหัวที่มีสัญลักษณ์ดิจิทัลส่องแสง แขนขวาของเขาเป็นจักรกลสีดำด้านที่เก็บดาบเลเซอร์ไว้อย่างมิดชิด “หนุมานไม่ใช่แค่แอนตี้ไวรัส แต่มันคือ DNA ของอิสรภาพที่ถูกเข้ารหัสไว้ อาจารย์คงและห้ากุมภัณฑ์รู้ดีว่าวันหนึ่งทศกัณฐ์จะครองเมือง พวกเขาจึงสร้างหนุมานขึ้นมาโดยใช้คลื่นสมองของมนุษย์ที่รักในเสรีภาพที่สุดเป็นฐาน... และคนคนนั้นคือบรรพบุรุษของนาย” ก้องภพเบิกตากว้าง “บรรพบุรุษของผม?” “ใช่... นายไม่ใช่แค่แฮกเกอร์บังเอิญ แต่นายคือ ‘User’ เพียงคนเดียวที่หนุมานจะยอมมอบพลังให้” ชายชุดดำกล่าวพลางชักดาบสั้นออกมา แสงสีเขียวมรกตอาบไปทั่วใบดาบ “ฉันชื่อ เคน... นักดาบรับจ้างแห่งบางลำพู และตั้งแต่วันนี้ ฉันจะสอนให้นาย ‘สู้’ ไม่ใช่แค่ ‘หนี’” เคนอธิบายต่อว่า ทศกัณฐ์กำลังพยายามตามหา “ยันต์เก้าโลกา” ที่กระจายอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ลับทั่วกรุงเทพฯ เพื่อทำลายพวกมันทิ้งและปิดตายกรงขังดิจิทัลนี้ตลอดกาล ยันต์แต่ละใบคือส่วนประกอบของพลังที่หนุมานสามารถหยิบมาใช้ได้ เช่น ‘พละกำลัง’ ‘การแบ่งร่าง’ หรือ ‘การล่องหน’ “ใบแรกอยู่ที่วัดโพธิ์... ใต้เท้าของพระนอนนั่นแหละ” เคนแสยะยิ้ม “แต่ก่อนจะไปถึงที่นั่น นายต้องเรียนรู้วิธีผสานจิตกับหนุมานให้ได้ 100% เสียก่อน ไม่อย่างนั้นนายจะถูกรหัสหมื่นล้านบรรทัดฉีกสมองเป็นชิ้นๆ เหมือนที่พี่วินต้องสละชีวิตเพื่อถ่วงเวลาให้” คำพูดของเคนเหมือนเข็มที่ทิ่มแทง แต่ก็ปลุกไฟในใจของก้องภพให้ลุกโชนขึ้น เขามองไปที่ไดรฟ์โลหะในมือ “สอนผมเลยเคน... ผมไม่อยากให้ใครต้องตายเพราะผมอีกแล้ว” ภายใต้แสงจันทร์จำลองของศูนย์หลบภัยบางลำพู การฝึกฝนครั้งยิ่งใหญ่ของบุรุษผู้จะมาสยบทศกัณฐ์จึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเสียงรัวคีย์บอร์ดและเสียงดาบที่ฟาดฟันกับอากาศวูบบบบบบบบ! แคร่กๆๆ!เสียงเครื่องยนต์พลาสม่า V12 ของ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ครางกระหึ่มจนถึงขีดสุด โครงสร้างเกราะไคตินของเรือสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขณะที่มันพุ่งทะยานในแนวดิ่ง ไต่ระดับขึ้นไปตามปล่องอุโมงค์หินแคบๆ มุ่งหน้าสู่ผิวดินภายในเรือตอนนี้อัดแน่นไปด้วยชีวิต ทั้งกลุ่มกุมภัณฑ์ เหล่าคนเก็บขยะ ชนเผ่าผู้สยบสมิงนับร้อยชีวิต และบรรดาสัตว์สมิงไซเบอร์ ทั้งหมาป่า แมงป่องยักษ์ และแม้แต่ "ไกรสรจักรกล" ที่นอนหมอบอย่างสงบอยู่กลางดาดฟ้าเรือ กินพื้นที่ไปกว่าหนึ่งในสี่"น้ำหนักบรรทุกเกินพิกัดไปสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!" ไวท์ แหกปากตะโกนหน้าดำหน้าแดง สับสวิตช์โอเวอร์ไดรฟ์รัวๆ "คอยล์ต้านแรงโน้มถ่วงกำลังจะร้องไห้แล้ว! ถ้าพ้นปากหลุมไปได้ เราต้องร่อนลงแตะพื้นทรายทันที บินสูงไม่ได้เด็ดขาด!""ทำตามที่นายถนัดเลยไวท์! แค่พาพวกเราออกไปให้พ้นหลุมนี้ก็พอ!" ก้องภพ ที่ยืนเกาะพนักเก้าอี้กัปตันตะโกนตอบตู้มมมมมม!เรือหลวงจ่าเงาะพุ่งพรวดทะลุรอยแยกแผ่นดินขึ้นมาสู่ผิวดินได้สำเร็จ! แสงแดดอันร้อนระอุและ "พายุฝุ่นจักรกล" (Nano-Scrap Storm) สีแดงฉานของทะเลทรายเหล็กกล้า พัดกระหน่ำเข้าใส่ตัวเรือทันทีไวท์ห
"ยิงทิ้งให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่ซากกระดูก!"เสียงคำรามสั่งการของ "แสงอาทิตย์" ขุนพลผู้บ้าคลั่งแห่งทิศตะวันตก ดังก้องกังวานทะลุลงมาจากเพดานถ้ำที่ถูกระเบิดเปิดออก รถถังพ่นไฟ (Blaze Tanks) ล้อตีนตะขาบสีแดงเลือดหมูนับสิบบดขยี้เศษหินและซากปรักหักพัง ไหลทะลักลงมาตามทางลาดชันราวกับสายธารแห่งความตาย ทหารไซบอร์กในชุดเกราะกันความร้อนนับร้อยนายวิ่งตามลงมาพร้อมปืนพลาสม่าที่สาดกระสุนแสงสีแดงวูบวาบไปทั่วทุกทิศทางกระโจมที่พักของชนเผ่าผู้สยบสมิงถูกเปลวไฟแผดเผาจนมอดไหม้ในพริบตา ความสงบสุขของ "รังซ่อนทราย" กำลังถูกทำลายป่นปี้!ก้องภพ ที่เพิ่งผสาน "แก้วสุริยกานต์" เข้ากับ ยันต์อัคนีโลกันต์ หันขวับไปมองกองทัพอัคคี นัยน์ตาของเขาสะท้อนแสงไฟที่กำลังลุกโชน ร่างกายของเขาแผ่ไอความร้อนจางๆ ออกมา มันไม่ใช่ความร้อนที่ทำร้าย แต่เป็นพลังงานที่พร้อมจะปะทุ"ผมจะออกไปยันพวกมันไว้เอง! พี่วิน เคน คุ้มกันชาวเผ่าขึ้นเรือ!" ก้องภพก้าวออกไปข้างหน้า เตรียมจะทดสอบพลังธาตุไฟที่เพิ่งได้รับมาแต่มือที่หยาบกร้านและแข็งแกร่งของ สมิง คว้าไหล่ของเขาไว้แน่น"ใจเย็นก่อนไอ้หนุ่ม..." สมิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาของนักล่าเปล่งประกายคมก
ความร้อนระอุภายใน "โอเอซิสใต้พิภพ" ไม่ได้มาจากแสงแดดของทะเลทรายเบื้องบน แต่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกสุดของถ้ำ สมิง เดินนำก้องภพและทีมกุมภัณฑ์ลัดเลาะผ่านกระโจมที่พักของชนเผ่า มุ่งหน้าไปยังลานกว้างด้านในสุด ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินภูเขาไฟ"คริสตัลเรืองแสงที่พวกเจ้าเห็นบนเพดานถ้ำนั่น... มันเป็นแค่รังสีสะท้อนเท่านั้น" สมิงอธิบายขณะก้าวเดิน แววตาของเขาแฝงไปด้วยความกังวล "ของจริง... ถูกเก็บซ่อนไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด และอันตรายที่สุด"เมื่อพวกเขาเดินพ้นกำแพงหินเข้ามา อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยวด้วยความร้อนจัดราวกับยืนอยู่หน้าเตาหลอมเหล็ก เบื้องหน้าของพวกเขาคือบ่อลาวาขนาดย่อมที่กำลังเดือดปุดๆ และที่ใจกลางบ่อนั้น... มีสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์กำลังนอนขดตัวอยู่มันคือ "ไกรสรจักรกล" (Cyber-Lion Deity) พญาราชสีห์ไซเบอร์ที่เป็นสัตว์เทพพิทักษ์ประจำเผ่า!ลำตัวของมันใหญ่โตเทียบเท่ารถถัง หุ้มด้วยเกราะไคตินสีทองแดงที่สลักลวดลายไทยโบราณ แผงคอของมันไม่ใช่เส้นขน แต่เป็นเปลวพลาสม่าสีส้มแดงที่ลุกโชนตลอดเวลา ทว่าสภาพของมันในตอนนี้ดูไม่สู้ดีนัก ลำตัวของมันสั่นเทาอย่างรุนแรง เสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทร
"10 นาฬิกา! ระยะ 15 เมตร! พุ่งขึ้นมาแล้ว!"เสียงตะโกนสั่งการของ ก้องภพ ดังก้องแข่งกับเสียงคำรามของพายุฝุ่นจักรกล (Nano-Scrap Storm) ที่กำลังพัดกระหน่ำ "เรือหลวงจ่าเงาะ" อย่างบ้าคลั่ง ทัศนวิสัยรอบด้านยังคงมืดบอดสนิท มีเพียงประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์จาก "ยันต์อักขระวานรสดับ" ที่ทำหน้าที่เป็นเรดาร์เดียวให้กับทีม"รับทราบ!" วินหันกระบอกปืนใหญ่เกาส์แคนนอนไปตามทิศทางที่ก้องภพบอก เหนี่ยวไกยิงกระสุนแม่เหล็กไฟฟ้าสวนกลับเข้าไปในม่านฝุ่นสีแดงเปรี้ยงงงง! กี๊ซซซ! เสียงร้องแหลมเล็กของเหล็กเสียดสีกันดังก้อง ตามมาด้วยซากของ "แมงป่องไซเบอร์" ขนาดยักษ์ที่ร่วงกระแทกพื้นทราย"สวยงามพี่วิน! แต่อย่าเพิ่งหยุด! 6 นาฬิกา! ท้ายเรือ!" ก้องภพหันขวับ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก การใช้โสตประสาทจับตำแหน่งศัตรูนับสิบตัวพร้อมกันในสภาพแวดล้อมที่มีแต่เสียงรบกวน ทำให้สมองของเขาทำงานหนักแทบระเบิดเคน และ มโนราห์ คอยสกัดกั้นแมงป่องเหล็กที่พยายามกระโดดเกาะกาบเรือซ้ายขวา ดาบเลเซอร์และธนูระเบิดทำงานประสานกันอย่างลงตัว แต่ฝูงสัตว์สมิงไซเบอร์พวกนี้ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด พวกมันมุดลงทรายแล้วโผล่ขึ้นมาใหม่ราวกับฝูงผีดิบที่หิวโหย"เกราะเรือเรา
การเดินทางออกจาก "นิทรานคร" ใต้บาดาล เต็มไปด้วยความหวังและเสบียงที่อัดแน่นจนเต็มลำ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ศ.นที และชาวเมืองบาดาลได้ตอบแทนกลุ่มกุมภัณฑ์ด้วยการอัปเกรดระบบพยาบาลและเทคโนโลยีชีวภาพให้เรือเหาะลำนี้กลายเป็นฐานทัพเคลื่อนที่ขนาดย่อม เมย ได้รับห้องพยาบาลที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องมือผ่าตัดอัตโนมัติและเตียงสแกนร่างกายล้ำยุค ส่วน ไวท์ ก็ได้อะไหล่ใหม่มาอุดรอยรั่วและปรับจูนคอยล์ต้านแรงโน้มถ่วงให้เสถียรยิ่งขึ้นแต่ทว่า... เมื่อเรือเหาะขนาดยักษ์แล่นฝ่ากระแสน้ำ มุ่งหน้าลงสู่ทิศตะวันตก (บริเวณที่เคยเป็นเทือกเขาตะนาวศรีและกาญจนบุรี) ทิวทัศน์รอบกายก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงและน่าสะพรึงกลัวแม่น้ำที่เคยเชี่ยวกรากค่อยๆ เหือดแห้งลงจนกลายเป็นเพียงโคลนตม ก่อนจะแปรสภาพเป็นผืนดินแตกระแหง ระดับน้ำทะเลที่เคยท่วมสูงถูกแผ่นดินที่ยกตัวขึ้นจากรอยเลื่อนเปลือกโลกดันกลับไป สภาพแวดล้อมสีเขียวและผืนน้ำสีครามมลายหายไป สู่โลกที่ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานอุณหภูมิภายนอกพุ่งสูงทะลุ 50 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียว มีเพียงดวงอาทิตย์ที่แผดเผาอย่างเกรี้ยวกราดท่ามกลางชั้นบรรยากาศที่บา
เสียงแจ้งเตือน [CRITICAL ERROR] ดับลง พร้อมกับแสงสีม่วงทะมึนของไมยราพที่จางหายไปจากระบบเครือข่ายของมหานคร แกนดอกบัว (The Lotus Core) ขนาดยักษ์ใจกลางเมืองที่เคยทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานชีวิต บัดนี้หยุดหมุนและค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีฟ้าครามบริสุทธิ์ก้องภพ อุ้มร่างของ เมย ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำยาหล่อเย็น เดินฝ่าความมืดมิดของห้วงอเวจีขึ้นมาสู่ระดับชั้นผิวดินของนิทรานคร รอยแผลและรอยไหม้ตามร่างกายของชายหนุ่มไม่ได้ทำให้ฝีเท้าของเขาลดความมั่นคงลงเลย แววตาของเขาทอประกายแห่งความโล่งใจเมื่อสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจผู้หญิงในอ้อมแขนเมื่อทั้งสองก้าวพ้นประตูแกนดอกบัวออกมาสู่ถนนสายหลัก ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้พวกเขาต้องหยุดชะงักฟู่... ซ่าาาา...เสียงวาล์วแรงดันนับล้านตัวทำงานพร้อมกัน แคปซูลจำศีล (Cryo-Sleep Pods) ที่ฝังอยู่ตามผนังตึกระฟ้าทุกตึกทั่วทั้งนิทรานคร กำลังระบายของเหลวสีฟ้าเรืองแสงทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำ บานกระจกแคปซูลค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆร่างของชาวเมืองที่หลับใหลมาตลอดยุคสมัยของทศกัณฐ์OS กำลังร่วงหล่นลงมาสู่พื้นระเบียง บางคนทรุดตัวลงคุกเข่า สำลักน้ำยาหล่อเย็นออกมาอย่างรุนแรง







