เข้าสู่ระบบมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ของพี่วินพุ่งทะยานลงจากทางด่วนที่พังทลาย สไลด์ล้อผ่านซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติวงเวียนโอเดียนที่ตอนนี้กลายเป็นป้อมปราการโฮโลแกรมส่องแสงสีแดงฉาน
"ที่นี่แหละก้อง! เขตปกครองพิเศษเยาวราช" พี่วินตะโกนขณะดับเครื่องยนต์ในซอกตึกที่เต็มไปด้วยป้ายไฟภาษาจีนเต้นระยิบระยับ อากาศในเยาวราชเต็มไปด้วยกลิ่นอาหารสังเคราะห์ผสมกับกลิ่นตะกั่วและไอความร้อนจากเซิร์ฟเวอร์ใต้ดิน ที่นี่ไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลาง แต่อยู่ภายใต้การดูแลของ "สมาคมมังกรดิจิทัล" "เราต้องไปที่ร้าน 'น้ำเต้าหู้ไซเบอร์' หลังวัดมังกร" ก้องอ่านพิกัดจากหน้าจอที่หนุมาน.exe กำลังนำทาง "อาจารย์คงบอกว่า 'แม่หมอ' รอเราอยู่ที่นั่น" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังมาจากหลังม่านควัน กระแสไฟฟ้าในพื้นที่เริ่มกระตุก กลุ่มชายในชุดเกราะผ้าไหมสีดำ หน้ากากลายงิ้วสีขาวโผล่ออกมาล้อมพวกเขาไว้ ทุกคนถือทวนเลเซอร์ที่ส่องแสงสีเหลืองอำพัน "ไม่มีใครเข้าเยาวราชได้โดยไม่จ่ายค่าธรรมเนียมข้อมูล..." หนึ่งในนั้นกล่าว เสียงถูกดัดแปลงให้ฟังดูเหมือนมังกรคำราม "ผมไม่ได้มาหาเรื่อง ผมมาหาแม่หมอ!" ก้องตะโกน พลางชูแฟลชไดรฟ์หนุมานขึ้น แสงสีฟ้าจากไดรฟ์สว่างวาบขึ้นตอบรับกับอักขระบนซุ้มประตูวัด กลุ่มหน้ากากงิ้วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะเดินแหวกฝูงชนออกมา เธอสวมชุดกี่เพ้าที่ตัดเย็บจากเส้นใยออปติกที่เปลี่ยนสีได้ตลอดเวลา ในมือถือพัดโฮโลแกรมที่หมุนวนเป็นรอยยันต์ "หนุมานตื่นแล้วจริงๆ ด้วย..." เธอหุบพัดลง สายตาจ้องเขม็งมาที่ก้อง "ฉันชื่อ 'เมย' หรือที่พวกใน Deep Web เรียกว่าแม่หมอ... รีบเข้ามาข้างในก่อนที่โดรน 'พิเภก' ของพวกมันจะตรวจเจอคลื่นสมองของเธอ!" แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะก้าวเดิน เสียงหวีดแหลมของอากาศที่ถูกฉีกกระชากก็ดังขึ้นเหนือหัว โดรนขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายนกยักษ์ที่มีดวงตาสีแดงนับสิบดวงพุ่งลงมาจากกลีบเมฆดำ "สายไปแล้ว! ทศกัณฐ์ส่ง 'สดายุ' มาจัดการเรา!" พี่วินขึ้นลำปืนลูกซองแม่เหล็กไฟฟ้า "ก้อง! รันโปรแกรมป้องกันเร็วเข้า!" ก้องภพรีบเชื่อมต่อ Neural Link อีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เห็นชายชรา แต่เห็นภาพจำลองของลิงสีขาวเผือกขนาดมหึมาที่กำลังหาวเป็นดาวเป็นเดือนอยู่ในนิมิต... หนุมานกำลังจะสำแดงฤทธิ์ในเยาวราชแล้ว! ท้องฟ้าเหนือเยาวราชกลายเป็นสีเลือดเมื่อโดรนจู่โจมระดับพระกาฬอย่าง ‘สดายุ’ กางปีกเหล็กอาบแสงนีออนออกกว้าง เสียงใบพัดเจ็ทคำรามก้องสะท้อนไปตามตึกแถวเก่าๆ กระสุนแสงสาดซัดลงมาฉีกกระชากป้ายไฟงิ้วจนระเบิดเป็นจุลไฟฟ้าสว่างวาบ “ก้อง! รันโค้ดเร็วเข้า! มันล็อกเป้าเราแล้ว!” พี่วินตะโกนพลางกระชากร่างของก้องให้หลบหลังรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่จอดทิ้งไว้ ก้องภพกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการเชื่อมต่อ Neural Link พุ่งทะลุขีดจำกัด หน้าจอเรตินาในดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นรหัสอักขระขอมโบราณที่ไหลบ่าราวกับน้ำป่า “หนุมาน... ขอร้องล่ะ... ช่วยพวกเราด้วย!” เขาร้องตะโกนในใจ พลางวาดนิ้วกลางอากาศเพื่อสร้างกำแพงไฟร์วอลล์สีขาวบริสุทธิ์ขึ้นต้านทานกระสุนแสง ตู้ม! แรงระเบิดทำให้พื้นถนนยางมะตอยแตกกระจาย เมย หรือแม่หมอแห่งเยาวราช พยายามร่ายรำพัดโฮโลแกรมเพื่อกวนสัญญาณเรดาร์ของศัตรู แต่สดายุลำนี้ถูกควบคุมโดย AI ทศกัณฐ์โดยตรง มันฉลาดเกินกว่าจะถูกหลอกด้วยภาพลวงตาพื้นฐาน “มันตรวจจับคลื่นสมองของก้องได้แล้ว! ถ้าเราไม่รีบลงไปที่อุโมงค์ลับใต้ดิน ทุกอย่างจบเห่แน่!” ทางเข้าอุโมงค์อยู่ห่างออกไปเพียงห้าสิบเมตร แต่มันถูกปิดกั้นด้วยซากตึกที่พังทลายและกองกำลังหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยที่กำลังโอบล้อมเข้ามา พี่วินจ้องมองสถานการณ์ด้วยดวงตาที่แน่วแน่ เขาก้มลงมองขาจักรกลของตัวเองที่มีกระแสไฟรั่วไหลจากการกระแทก ก่อนจะหันมาส่งยิ้มที่ดูขมขื่นแต่เด็ดเดี่ยวให้ก้อง “เฮ้ยไอ้หนู... กุญแจของโลกใบนี้อยู่ในหัวแก อย่าให้พวกมันชิงไปได้เด็ดขาดนะ” “พี่วิน... พี่จะทำอะไร?” ก้องถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าเป็นวินมอเตอร์ไซค์... หน้าที่ของข้าคือส่งผู้โดยสารให้ถึงที่หมาย” พี่วินตบไหล่ก้องแรงๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะหยิบระเบิด EMP ลูกสุดท้ายออกมา “แม่หมอ! พากันหนีไป! ข้าจะล่อมันไว้เอง!” “ไม่! พี่วิน!” ก้องร้องลั่น แต่ไม่ทันเสียแล้ว พี่วินคำรามก้องพร้อมกับเปิดระบบ Overdrive ในร่างกายจักรกล ขาไฮดรอลิกดีดตัว ร่างยักษ์ของเขาพุ่งเข้าหาโดรนสดายุอย่างไม่เกรงกลัว เสียงปืนลูกซองแม่เหล็กไฟฟ้าของพี่วินแผดก้องสลับกับเสียงระเบิด พี่วินยอมเอาตัวเข้าแลก กระสุนแสงหลายนัดเจาะทะลุเกราะไหล่และแขนเหล็กของเขาจนน้ำมันไฮดรอลิกสีดำพุ่งกระจายราวกับเลือด แต่เขาก็ยังไม่หยุดฝีเท้า “ไปสิวะ! อย่าให้การเจ็บตัวของข้าต้องเสียเปล่า!” เสียงพี่วินตะโกนก้องผ่านลำโพงที่เริ่มแตกพร่า เมยอาศัยจังหวะนั้นคว้าข้อมือก้องแล้วลากดึงเข้าไปในช่องทางลับใต้ร้านน้ำเต้าหู้ ก้องภพหันกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้าย เห็นร่างของพี่วินถูกแสงสีแดงจากโดรนนับสิบจุดรุมล้อม ก่อนที่เสียงระเบิดครั้งใหญ่จะดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำให้หน้าจอของก้องดับวูบลง ภายในอุโมงค์ที่มืดมิดและอับชื้น ก้องภพทรุดตัวลงสะอึกสะอื้น ความเงียบงันปกคลุมไปทั่ว ยกเว้นเสียงหยดน้ำและเสียงสะท้อนของความสูญเสีย “พี่วิน...” เมยวางมือลงบนไหล่ของเขาอย่างแผ่วเบา “เขาไม่ได้ตายเพื่อความว่างเปล่า ก้อง... ตอนนี้หนุมานอยู่ในตัวเธอ และความแค้นของเธอคือไฟที่จะเผาผลาญทศกัณฐ์ เราต้องไปต่อ... ไปหาพรรคพวกที่เหลือที่ ‘บางลำพู’ ที่นั่นมีคนที่จะสอนให้เธอใช้ฤทธิ์ของหนุมานได้อย่างเต็มที่” ก้องภพปาดน้ำตา ดวงตาที่เคยหวาดหวั่นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนด้วยพลังของรหัสลับ ความโศกเศร้าถูกเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งการปฏิวัติ ภารกิจมหากาพย์เพื่อทวงคืนนีโอ-กรุงเทพฯ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว... ด้วยเลือดและหยาดน้ำตาของวีรบุรุษริมถนนท่ามกลางความสลัวของคลองบางหลวงที่เต็มไปด้วยไอหมอกดิจิทัล แสงสีชมพูจัดจ้านจากปีกโลหะของเหล่านักฆ่ากินรีส่องสว่างตัดกับผิวน้ำที่ดำมืด มโนราห์ยังคงลอยตัวเด่นสง่าอยู่บนยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง คันธนูในมือของเธอเปล่งรัศมีสีทองคำขาวส่องสว่างข่มแสงจันทร์เทียมบนฟากฟ้า บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงครางเบาๆ ของเครื่องยนต์เรือหางยาวไซเบอร์“ก้องภพ... อย่าให้ฉันต้องทำลายสมองที่แสนล้ำค่าของเธอเลย” มโนราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาเลนส์สีฟ้าของเธอกระพริบถี่เหมือนกำลังประมวลผลข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ภายใน “ท่านเจ้าคุณบอกว่าเธอคือความหวังเดียวที่จะหยุดยั้งการคลั่งของทศกัณฐ์ได้... แต่เธอต้องมากับเราเพื่อทำกระบวนการ 'Sync' ให้สมบูรณ์ หากเธอขัดขืน ฉันได้รับคำสั่งให้กำจัดเพื่อนของเธอทิ้งเสีย!”ก้องภพยืนนิ่งอยู่ที่หัวเรือหางยาว ออร่าสีขาวจากยันต์สยบโลกาแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนน้ำในคลองเริ่มจับตัวเป็นไอเย็นลอยล่องอยู่รอบกาย “หยุดยั้งทศกัณฐ์ด้วยการเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยน่ะเหรอ? พี่วินต้องกลายเป็นสัตว์ร้ายเพราะแผนการของพวกคุณ... นั่นหรือคือความหวังที่พ
หลังจากก้องภพเอาชนะหนุมานสีดำในโลกแห่งจิตได้สำเร็จ ร่างกายของเขาก็อาบไปด้วยออร่าสีขาวนวลที่ดูเยือกเย็นและทรงพลังกว่าเดิม แสงจากยันต์ส่องหล้าและยันต์สยบโลกาเริ่มสลักลงบนผิวหนังที่แขนซ้ายของเขาอย่างถาวร ราวกับรอยสักดิจิทัลที่ขยับเขยื้อนได้ตามจังหวะการหายใจภายในฐานลับใต้วัดอรุณ นาราและเมยกำลังเร่งรีบจัดเตรียมสัมภาระ เคนซึ่งร่างกายเพิ่งฟื้นตัวจากแทงค์ฟื้นฟูสภาพเดินออกมาพร้อมกับดาบเลเซอร์คู่กายเล่มใหม่ที่มีความยาวมากกว่าเดิม “เราอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก้อง... การแฮกจิตใจพาลีเมื่อครู่ได้ทิ้งรอยนิ้วมือดิจิทัลไว้ ทศกัณฐ์จะส่งกองกำลัง ‘สหัสเดชะ’ มาถล่มวัดอรุณภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมงนี้”“สหัสเดชะงั้นเหรอ?” ก้องภพทวนคำพลางลุกขึ้นยืน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่หมุนเวียนอยู่ในตัว มันไม่ใช่แค่ไฟที่เผาผลาญ แต่เป็นความเข้าใจในโครงสร้างของรหัสรอบตัว“หุ่นยนต์ยักษ์พันหน้า... มันคือระบบเฝ้าระวังที่ใหญ่ที่สุดของทศกัณฐ์” นาราอธิบายพลางกดคำสั่งทำลายข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ฐานลับเพื่อไม่ให้ศัตรูตามรอยได้ “เราต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เข้าสู่ลุ่มแม่น้ำคลองบางหลวง ที่นั่นมีชุมชนกบฏที่ขึ้นตรงกับท่านเจ้าคุณ.
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงใต้วัดอรุณ มีเพียงเสียงครางเบาๆ ของระบบระบายความร้อน ก้องภพนอนนิ่งอยู่บนแท่นเชื่อมต่อประสาท สายเคเบิลเรืองแสงนับสิบเส้นเชื่อมจากท้ายทอยของเขาเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์หลักของ ยันต์ส่องหล้า ยันต์ใบที่สามที่เพิ่งถูกดึงข้อมูลออกมาจากฐานรากของพระปรางค์"ก้อง... ฟังฉันนะ" เสียงของนาราดังขึ้นในโสตประสาทของเขา "ตอนนี้จิตของเธออยู่ในสถานะ 'Data Stream' ฉันจะส่งเธอเข้าไปใน Neural Link ของพาลีผ่านช่องโหว่ที่เขากำลังอัปโหลดข้อมูลให้ทศกัณฐ์ เธอจะมีเวลาไม่มากก่อนที่ Firewall ของท่านเจ้าคุณจะตรวจพบ""ผมพร้อมแล้ว" ก้องภพตอบ และในวินาทีนั้น โลกสีฟ้าของฐานลับก็มลายหายไปเขาลืมตาขึ้นมาในสถานที่ที่ดูเหมือน สลัมคลองเตย ในวัยเด็ก แต่ทุกอย่างกลับเป็นสีขาวดำและบิดเบี้ยว ท้องฟ้าเป็นรหัสตัวเลขที่ร่วงหล่นเหมือนฝน และที่ใจกลางลานกว้าง เขาเห็นร่างของพี่วินในชุดวินมอเตอร์ไซค์เก่านั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้ไม้"พี่วิน!" ก้องภพวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ แต่ทว่า... ก่อนที่จะถึงตัว ร่างของพี่วินก็ถูกกระชากหายไปในหลุมดำดิจิทัล และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือร่างของวานรสีดำทมิฬที่มีดวงตาสีแดงฉานราวกับทับ
ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของอุโมงค์ระบายน้ำโบราณใต้ลานวัดระฆังโฆสิตาราม คือสิ่งแรกที่ก้องภพสัมผัสได้หลังจากทิ้งร่างลงจากขอบสะพานพุทธ นาราใช้พลังเฮือกสุดท้ายกางสนามพลังพยุงร่างกายทุกคนให้พ้นจากแรงกระแทกของผิวน้ำเจ้าพระยาที่ลุกเป็นไฟด้วยระเบิด แรงสั่นสะเทือนจากด้านบนค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงน้ำหยดที่ดังก้องอยู่ในความเงียบอันน่าขนลุก"เคน... แข็งใจไว้ เราเกือบถึงแล้ว" เมยพึมพำพลางประคองร่างของนักดาบหนุ่มที่หมดสติไปจากแรงปะทะของพาลี ชุดเกราะเบาของเขาแตกยับเยินจนเห็นวงจรไฟฟ้าภายในที่ลัดวงจรส่งประกายไฟเป็นระยะนาราใช้คทาสีทองเคาะไปที่กำแพงอิฐเก่าๆ สามครั้ง ทันใดนั้น แผ่นอิฐที่ดูเหมือนของโบราณก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นลิฟต์ความเร็วสูงที่ซ่อนอยู่ภายใน "ยินดีต้อนรับสู่ The Hidden Sanctuary... ฐานลับสุดท้ายของกลุ่มต่อต้านฝั่งธนบุรี"เมื่อลิฟต์หยุดลงที่ความลึกกว่าห้าสิบเมตร ก้องภพก็ต้องเบิกตากว้าง ที่นี่คือห้องโถงกว้างขวางที่ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบโครงสร้างของวัดโบราณ แต่ผนังทั้งหมดถูกบุด้วยแผงวงจรและเซิร์ฟเวอร์ ระบายความร้อนด้วยของเหลวสีฟ้า แสงสว่างนวลตาจากหน้าจอโฮโลแกรมทำให้บรรยากาศดูศัก
เสียงประกาศจากโดรน "พิเภก" ที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้านีโอ-กรุงเทพฯ ดังก้องกังวานประดุจเสียงตามสายจากนรก มันคือโปรโตคอล "Reboot City" ที่ทศกัณฐ์ OS เริ่มต้นใช้งานเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งที่ไม่ขึ้นตรงต่อรหัสกลาง แสงเลเซอร์สีแดงนับพันเส้นกวาดผ่านตึกระฟ้าและตรอกซอกซอยราวกับสายฝนที่ไร้หยาดน้ำ ทั่วทั้งฝั่งพระนครตกอยู่ในสภาวะอัมพาต ระบบขนส่งทุกอย่างถูกสั่งล็อกเพื่อไล่ล่ากลุ่มกบฏเพียงกลุ่มเดียว"เราต้องข้ามไปฝั่งธนบุรีเดี๋ยวนี้!" นาราตะโกนพลางประคองก้องภพที่ร่างกายยังสั่นเทาจากการใช้พลังยันต์อัคนีโลกันตร์ที่ภูเขาทอง "ฝั่งนั้นคือเขต 'Dead Zone' ที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่นจากชุมชนเก่าและระบบรางรถไฟโบราณ ทศกัณฐ์เข้าถึงได้ยากที่สุด แต่มันจะไม่ยอมให้เราข้ามไปง่ายๆ แน่"เคนในสภาพเกราะไหล่ฉีกขาดจนเห็นวงจรภายใน พยุงเมยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ที่เหลืออยู่เพียงสองคัน เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันครางกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานผ่านย่านปากคลองตลาดที่รกร้าง มุ่งหน้าสู่ "สะพานพุทธยอดฟ้า" ปราการด่านสุดท้ายที่จะนำพวกเขาไปสู่ความปลอดภัยทว่า... ทันทีที่ล้อรถสัมผัสพื้นสะพาน ผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทของแม่น้ำเจ้าพระยาก็ระเบิดออก! เรื
ท้องฟ้าเหนือภูเขาทองถูกฉาบด้วยสีแดงก่ำจากรัศมีของโดรนพิฆาตที่บินวนเวียนประดุจฝูงแร้งเหล็ก นาราในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าสถูปเจดีย์ทองคำ เธอใช้คฑาที่ปลายหัวเป็นเซนเซอร์แสงวาดวงกลมกลางอากาศเพื่อกางโล่พลังงาน “ข่ายมนตราสุริยัน” ป้องกันยอดเขาเอาไว้ แต่มันเป็นเพียงการประวิงเวลาเท่านั้น เพราะที่ตีนเขานั้น ปรากฏร่างมหึมาที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนทุกย่างก้าว“นั่นมัน... กุมภกรรณ” เคนพึมพำพลางกระชับดาบเลเซอร์สีเขียวมรกตในมือร่างนั้นคือไซบอร์กยักษ์สูงกว่าสี่เมตร ผิวหนังโลหะสีเขียวเข้มสะท้อนแสง แขนขวาของมันถูกดัดแปลงเป็นค้อนไฮดรอลิกยักษ์ที่สามารถทุบทำลายคอนกรีตเสริมเหล็กให้กลายเป็นผงได้ในพริบตา ดวงตาเดียวกลางใบหน้าเหล็กของมันส่องแสงสีม่วงอำมหิต มันคือขุนพลลำดับที่สองของทศกัณฐ์ OS ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อการทำลายล้างสถานหนัก“ก้องภพ! ฟังฉัน!” นาราหันมาตะโกนสู้เสียงคำรามของเครื่องยนต์ยักษ์ “เคนกับเมยจะยันกุมภกรรณไว้ในโลกเนื้อหนัง แต่เธอต้องเข้าสู่โลกเสมือนร่วมกับฉันเพื่อปลุก ‘ยันต์อัคนีโลกันตร์’ ใบที่สองที่ซ่อนอยู่ใน Core ของภูเขาทอง ถ้าเราปลุกมันไม่ได้ พลังของยันต์ใบแรกจะหมดลง แล







