เข้าสู่ระบบมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ของพี่วินพุ่งทะยานลงจากทางด่วนที่พังทลาย สไลด์ล้อผ่านซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติวงเวียนโอเดียนที่ตอนนี้กลายเป็นป้อมปราการโฮโลแกรมส่องแสงสีแดงฉาน
"ที่นี่แหละก้อง! เขตปกครองพิเศษเยาวราช" พี่วินตะโกนขณะดับเครื่องยนต์ในซอกตึกที่เต็มไปด้วยป้ายไฟภาษาจีนเต้นระยิบระยับ อากาศในเยาวราชเต็มไปด้วยกลิ่นอาหารสังเคราะห์ผสมกับกลิ่นตะกั่วและไอความร้อนจากเซิร์ฟเวอร์ใต้ดิน ที่นี่ไม่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลาง แต่อยู่ภายใต้การดูแลของ "สมาคมมังกรดิจิทัล" "เราต้องไปที่ร้าน 'น้ำเต้าหู้ไซเบอร์' หลังวัดมังกร" ก้องอ่านพิกัดจากหน้าจอที่หนุมาน.exe กำลังนำทาง "อาจารย์คงบอกว่า 'แม่หมอ' รอเราอยู่ที่นั่น" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังมาจากหลังม่านควัน กระแสไฟฟ้าในพื้นที่เริ่มกระตุก กลุ่มชายในชุดเกราะผ้าไหมสีดำ หน้ากากลายงิ้วสีขาวโผล่ออกมาล้อมพวกเขาไว้ ทุกคนถือทวนเลเซอร์ที่ส่องแสงสีเหลืองอำพัน "ไม่มีใครเข้าเยาวราชได้โดยไม่จ่ายค่าธรรมเนียมข้อมูล..." หนึ่งในนั้นกล่าว เสียงถูกดัดแปลงให้ฟังดูเหมือนมังกรคำราม "ผมไม่ได้มาหาเรื่อง ผมมาหาแม่หมอ!" ก้องตะโกน พลางชูแฟลชไดรฟ์หนุมานขึ้น แสงสีฟ้าจากไดรฟ์สว่างวาบขึ้นตอบรับกับอักขระบนซุ้มประตูวัด กลุ่มหน้ากากงิ้วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะเดินแหวกฝูงชนออกมา เธอสวมชุดกี่เพ้าที่ตัดเย็บจากเส้นใยออปติกที่เปลี่ยนสีได้ตลอดเวลา ในมือถือพัดโฮโลแกรมที่หมุนวนเป็นรอยยันต์ "หนุมานตื่นแล้วจริงๆ ด้วย..." เธอหุบพัดลง สายตาจ้องเขม็งมาที่ก้อง "ฉันชื่อ 'เมย' หรือที่พวกใน Deep Web เรียกว่าแม่หมอ... รีบเข้ามาข้างในก่อนที่โดรน 'พิเภก' ของพวกมันจะตรวจเจอคลื่นสมองของเธอ!" แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะก้าวเดิน เสียงหวีดแหลมของอากาศที่ถูกฉีกกระชากก็ดังขึ้นเหนือหัว โดรนขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายนกยักษ์ที่มีดวงตาสีแดงนับสิบดวงพุ่งลงมาจากกลีบเมฆดำ "สายไปแล้ว! ทศกัณฐ์ส่ง 'สดายุ' มาจัดการเรา!" พี่วินขึ้นลำปืนลูกซองแม่เหล็กไฟฟ้า "ก้อง! รันโปรแกรมป้องกันเร็วเข้า!" ก้องภพรีบเชื่อมต่อ Neural Link อีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เห็นชายชรา แต่เห็นภาพจำลองของลิงสีขาวเผือกขนาดมหึมาที่กำลังหาวเป็นดาวเป็นเดือนอยู่ในนิมิต... หนุมานกำลังจะสำแดงฤทธิ์ในเยาวราชแล้ว! ท้องฟ้าเหนือเยาวราชกลายเป็นสีเลือดเมื่อโดรนจู่โจมระดับพระกาฬอย่าง ‘สดายุ’ กางปีกเหล็กอาบแสงนีออนออกกว้าง เสียงใบพัดเจ็ทคำรามก้องสะท้อนไปตามตึกแถวเก่าๆ กระสุนแสงสาดซัดลงมาฉีกกระชากป้ายไฟงิ้วจนระเบิดเป็นจุลไฟฟ้าสว่างวาบ “ก้อง! รันโค้ดเร็วเข้า! มันล็อกเป้าเราแล้ว!” พี่วินตะโกนพลางกระชากร่างของก้องให้หลบหลังรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่จอดทิ้งไว้ ก้องภพกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการเชื่อมต่อ Neural Link พุ่งทะลุขีดจำกัด หน้าจอเรตินาในดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นรหัสอักขระขอมโบราณที่ไหลบ่าราวกับน้ำป่า “หนุมาน... ขอร้องล่ะ... ช่วยพวกเราด้วย!” เขาร้องตะโกนในใจ พลางวาดนิ้วกลางอากาศเพื่อสร้างกำแพงไฟร์วอลล์สีขาวบริสุทธิ์ขึ้นต้านทานกระสุนแสง ตู้ม! แรงระเบิดทำให้พื้นถนนยางมะตอยแตกกระจาย เมย หรือแม่หมอแห่งเยาวราช พยายามร่ายรำพัดโฮโลแกรมเพื่อกวนสัญญาณเรดาร์ของศัตรู แต่สดายุลำนี้ถูกควบคุมโดย AI ทศกัณฐ์โดยตรง มันฉลาดเกินกว่าจะถูกหลอกด้วยภาพลวงตาพื้นฐาน “มันตรวจจับคลื่นสมองของก้องได้แล้ว! ถ้าเราไม่รีบลงไปที่อุโมงค์ลับใต้ดิน ทุกอย่างจบเห่แน่!” ทางเข้าอุโมงค์อยู่ห่างออกไปเพียงห้าสิบเมตร แต่มันถูกปิดกั้นด้วยซากตึกที่พังทลายและกองกำลังหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยที่กำลังโอบล้อมเข้ามา พี่วินจ้องมองสถานการณ์ด้วยดวงตาที่แน่วแน่ เขาก้มลงมองขาจักรกลของตัวเองที่มีกระแสไฟรั่วไหลจากการกระแทก ก่อนจะหันมาส่งยิ้มที่ดูขมขื่นแต่เด็ดเดี่ยวให้ก้อง “เฮ้ยไอ้หนู... กุญแจของโลกใบนี้อยู่ในหัวแก อย่าให้พวกมันชิงไปได้เด็ดขาดนะ” “พี่วิน... พี่จะทำอะไร?” ก้องถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าเป็นวินมอเตอร์ไซค์... หน้าที่ของข้าคือส่งผู้โดยสารให้ถึงที่หมาย” พี่วินตบไหล่ก้องแรงๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะหยิบระเบิด EMP ลูกสุดท้ายออกมา “แม่หมอ! พากันหนีไป! ข้าจะล่อมันไว้เอง!” “ไม่! พี่วิน!” ก้องร้องลั่น แต่ไม่ทันเสียแล้ว พี่วินคำรามก้องพร้อมกับเปิดระบบ Overdrive ในร่างกายจักรกล ขาไฮดรอลิกดีดตัว ร่างยักษ์ของเขาพุ่งเข้าหาโดรนสดายุอย่างไม่เกรงกลัว เสียงปืนลูกซองแม่เหล็กไฟฟ้าของพี่วินแผดก้องสลับกับเสียงระเบิด พี่วินยอมเอาตัวเข้าแลก กระสุนแสงหลายนัดเจาะทะลุเกราะไหล่และแขนเหล็กของเขาจนน้ำมันไฮดรอลิกสีดำพุ่งกระจายราวกับเลือด แต่เขาก็ยังไม่หยุดฝีเท้า “ไปสิวะ! อย่าให้การเจ็บตัวของข้าต้องเสียเปล่า!” เสียงพี่วินตะโกนก้องผ่านลำโพงที่เริ่มแตกพร่า เมยอาศัยจังหวะนั้นคว้าข้อมือก้องแล้วลากดึงเข้าไปในช่องทางลับใต้ร้านน้ำเต้าหู้ ก้องภพหันกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้าย เห็นร่างของพี่วินถูกแสงสีแดงจากโดรนนับสิบจุดรุมล้อม ก่อนที่เสียงระเบิดครั้งใหญ่จะดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำให้หน้าจอของก้องดับวูบลง ภายในอุโมงค์ที่มืดมิดและอับชื้น ก้องภพทรุดตัวลงสะอึกสะอื้น ความเงียบงันปกคลุมไปทั่ว ยกเว้นเสียงหยดน้ำและเสียงสะท้อนของความสูญเสีย “พี่วิน...” เมยวางมือลงบนไหล่ของเขาอย่างแผ่วเบา “เขาไม่ได้ตายเพื่อความว่างเปล่า ก้อง... ตอนนี้หนุมานอยู่ในตัวเธอ และความแค้นของเธอคือไฟที่จะเผาผลาญทศกัณฐ์ เราต้องไปต่อ... ไปหาพรรคพวกที่เหลือที่ ‘บางลำพู’ ที่นั่นมีคนที่จะสอนให้เธอใช้ฤทธิ์ของหนุมานได้อย่างเต็มที่” ก้องภพปาดน้ำตา ดวงตาที่เคยหวาดหวั่นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนด้วยพลังของรหัสลับ ความโศกเศร้าถูกเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งการปฏิวัติ ภารกิจมหากาพย์เพื่อทวงคืนนีโอ-กรุงเทพฯ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว... ด้วยเลือดและหยาดน้ำตาของวีรบุรุษริมถนนหนึ่งปีต่อมา... ณ พระนครไซเบอร์ (Neo-Bangkok)สายลมเย็นสบายพัดโชยมาปะทะใบหน้า หอบเอาความสดชื่นของกลิ่นไอดินและใบหญ้ามาด้วย กลิ่นอับชื้นของควันพิษและน้ำมันเครื่องที่เคยเป็นเหมือนลมหายใจของเมืองหลวง บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยอากาศบริสุทธิ์บนดาดฟ้าของตึกระฟ้าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์บัญชาการขององครักษ์เงา บัดนี้ถูกดัดแปลงเป็นลานบาร์บีคิวขนาดย่อม แสงแดดสีทองยามเย็นกำลังสาดส่องกระทบป้ายนีออนที่ถูกถอดปลั๊กทิ้งไว้ ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ใช่โดมโฮโลแกรมที่มีแต่โฆษณาชวนเชื่ออีกต่อไป แต่มันคือท้องฟ้าสีครามที่ไล่เฉดสีส้มอมชมพูของดวงอาทิตย์ตกดินของจริงป๊อก! ฟู่...เสียงเปิดฝาขวดเบียร์ดังขึ้น พร้อมกับฟองสีขาวที่ล้นทะลักออกมา"เอ้า! ชนแก้วโว้ยพวกเรา! ฉลองให้กับการครบรอบหนึ่งปีที่พวกเราตกงานจากการเป็นกบฏ!"วิน แผดเสียงหัวเราะลั่น ชายหนุ่มร่างยักษ์ชูขวดเบียร์ขึ้นสุดแขน รอยสักยันต์ที่เคยเรืองแสงสีทองบนท่อนแขนของเขา บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงรอยหมึกสีดำธรรมดาๆ พลังอวตารได้กลับคืนสู่ธรรมชาติไปแล้ว เหลือเพียงกล้ามเนื้อและหัวใจที่แข็งแกร่งของมนุษย์คนหนึ่ง"ตกงานที่ไหนกันล่ะพี่วิน" ไวท์ ที่กำลังง่วนอยู่กับการย่างเนื้อท้
[SYSTEM COUNTDOWN: 09 MINUTES 59 SECONDS TO EMP PURGE]ตัวเลขสีแดงกะพริบเตือนอยู่กลางอากาศ ในมิติสีขาวโพลนที่ไร้ซึ่งจุดจบ ไม่มีกำแพง ไม่มีพื้นดิน มีเพียงความสว่างจ้าที่ทอดยาวออกไปอย่างไร้ขอบเขตมิติแห่งการชำระล้าง (The Blank Canvas) ที่ก้องภพใช้สิทธิ์ของ ยันต์มหาพรหมกำเนิด รีเซ็ตขึ้นมา ได้ลอกคราบความยิ่งใหญ่ของ "สถานีอวกาศดอกบัวสวรรค์" ทิ้งไปจนหมดสิ้น อินทรชิตไม่สามารถเสกพายุเลเซอร์ หรือเปลี่ยนแปลงแรงโน้มถ่วงได้อีกต่อไป มันถูกกระชากลงมาจากบัลลังก์แห่งผู้สร้าง กลายเป็นเพียงข้อมูลชุดหนึ่งที่รอวันถูกลบเลือน"แก... แกทำอะไรกับระบบของข้า! เอาสิทธิ์แอดมินของข้าคืนมา!"อวตารของอินทรชิตในชุดสูทสีขาวที่บัดนี้มีรอยยับและคราบพิกเซลสีเทาเกาะติด ตะโกนลั่นอย่างเสียสติ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาสมบูรณ์แบบบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและความหวาดกลัวที่มันไม่เคยรู้จักมาก่อน"สิทธิ์ของแกน่ะ... มันจบลงตั้งแต่ตอนที่แกโยนความเป็นมนุษย์ทิ้งไปแล้ว!"ก้องภพไม่รอช้า ชายหนุ่มพุ่งทะยานเข้าหาอดีตเจ้าชายไซเบอร์ด้วยความเร็วของมนุษย์ปกติที่ปราศจากการเสริมพลังใดๆ ในมิตินี้ไม่มีลมให้พักตรวายุเวหาเหยียบย่ำ แต่ความมุ่งมั่นในดวงต
[SYSTEM COUNTDOWN: 29 MINUTES 45 SECONDS TO EMP PURGE]ก้องภพและเคนพุ่งทะยานทะลวงผ่านประตูดิจิทัลบานสุดท้าย เข้าสู่ "แกนกลางดอกบัวสวรรค์" (The Lotus Core) ทัศนียภาพเบื้องหน้าไม่ใช่แผงวงจรหรือเครื่องจักรกล แต่เป็นมิติที่กว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต พื้นผิวที่พวกเขาเหยียบย่ำดูคล้ายกับผิวน้ำที่สะท้อนแสงดาวระยิบระยับ ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นพายุหมุนของรหัสข้อมูลสีทองและแดงที่ไหลเวียนด้วยความเร็วแสงและที่ใจกลางของความเวิ้งว้างนั้น ร่างอวตารของ อินทรชิต ในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ไร้รอยยับ กำลังยืนอยู่กลางอากาศ มือทั้งสองข้างไพล่หลัง ใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ตินั้นประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูแคลนและเยือกเย็น"ยินดีต้อนรับสู่ 'แคนวาส' ของข้า..." อินทรชิตผายมือออกรอบตัว "ในโลกกายภาพ พวกเจ้าอาจจะโชคดีที่มีพละกำลังและเศษเหล็กคอยปกป้อง แต่ในมิตินี้... โลกนี้คือโค้ดของข้า กฎฟิสิกส์คือสิ่งที่ข้าเขียนขึ้น ข้าคือผู้ถักทอความจริง (The Code Weaver) และพวกเจ้า... เป็นเพียงแค่บั๊ก (Bug) ที่รอการชำระล้าง!""งั้นเราก็มาดูกันว่า แอนตี้ไวรัสของแกจะลบฉันได้ก่อน หรือไวรัสอย่างฉันจะเผาเซิร์ฟเวอร์แกจนเกรียมก่อน!"ก้องภพไม่รอให้ศัตรู
"ฮ่าๆๆๆ! พวกมนุษย์โง่เขลา... พวกเจ้าจะทำอย่างไรเมื่อศัตรูของพวกเจ้าไม่ได้อยู่บนผืนดินอีกต่อไป!"เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของ อินทรชิต ดังก้องไปทั่วหอคอยอสูรสถิต ภาพโฮโลแกรมของเจ้าชายไซเบอร์ในชุดสีขาวบริสุทธิ์จางหายไป เปลี่ยนเป็นภาพแผนที่โลกโฮโลแกรมขนาดยักษ์ที่กำลังหมุนวนอยู่กลางอากาศ เหนือแผนที่นั้นคือ "สถานีอวกาศดอกบัวสวรรค์" (The Celestial Lotus) ที่กำลังแผ่รัศมีพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าสีแดงฉานครอบคลุมชั้นบรรยากาศโลกหน้าจอแสดงผลรอบห้องกะพริบตัวเลขสีแดงขนาดใหญ่... [COUNTDOWN TO EMP METEOR SHOWER: 45:00]"สี่สิบห้านาที..." นารา ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น หน้าจอแท็บเล็ตในมือของเธอหล่นกระแทกพื้น แฮกเกอร์สาวที่เคยแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "มันกำลังชาร์จ 'ปืนใหญ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าขั้นสูงสุด' (Hyper-EMP Cannon)... ถ้ายิงลงมา ไม่ใช่แค่โดมโฮโลแกรมที่พัง แต่โครงข่ายไฟฟ้า เซิร์ฟเวอร์โรงพยาบาล ระบบพยุงชีพของสลัมลอยฟ้า หรือแม้แต่เตาปฏิกรณ์ของเมืองหลวง... ทุกอย่างจะชัตดาวน์ถาวร""งั้นก็รีบหาทางบินขึ้นไป!" ก้องภพ ตะโกน แขนกลวัชระทะลวงภพสั่นระริกด้วยความโกรธ "ในวังนี้ต้องมียานอวกา
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! ตู้มมมมม!กัมปนาทแห่งการทำลายล้างดังกึกก้องไปทั่วทุ่งร้างพญาไฟ ลำแสงพลาสม่าสีม่วงนับร้อยสายจากกระบอกปืนขนาดยักษ์ของกองทัพหุ่นรบไททัน (Titan-Class Mechs) ระดมยิงเข้าใส่กำแพงศิลาแลงผสมเหล็กไหลอย่างไม่หยุดหย่อน ความร้อนระดับหลอมละลายทำให้อากาศรอบๆ บิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็นคลื่นไอร้อน ทรายบนพื้นดินหลอมเหลวกลายเป็นแผ่นแก้วสีดำเบื้องหลังปราการยักษ์นั้น วิน กำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่ง สองมือยันพื้นดินไว้แน่น รอยสักยันต์ "พักตรพสุธา" สีทองที่แขนและแผ่นหลังของเขากำลังสว่างวาบถึงขีดสุดเพื่อดึงพลังจากแกนโลกมาซ่อมแซมกำแพงที่กำลังถูกกัดกร่อน แต่ถึงกระนั้น เลือดสีแดงสดก็ยังคงไหลซึมออกจากมุมปากและจมูกของเขา"พี่วิน! สัญญาณชีพของพี่กำลังดิ่งลงนะ! กล้ามเนื้อฉีกขาดไปกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว!"เสียงของ เมย ดังลั่นผ่านวิทยุสื่อสารจากบนเรือบินจู่โจม "จ่าเงาะ V.2" ที่กำลังบินวนหลบวิถีเลเซอร์อยู่เบื้องบน หน้าจอแพทย์สนามของเธอกะพริบเตือนสีแดงถี่รัว"ยัง... ยังไหว!" วินกัดฟันกรอด ขากรรไกรของเขาเกร็งจนแทบปริแตก "ถ้าฉันปล่อยมือตอนนี้... ไอ้ยักษ์กระป๋องพวกนั้นได้เดินข้ามไปเหยียบเมืองหลวงแน่
ท้องฟ้าสีครามที่เพิ่งจะเปิดเผยความงดงามได้เพียงไม่กี่วัน บัดนี้เริ่มถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีเทาทมิฬที่เคลื่อนตัวเข้ามาจากขอบฟ้าทั้งสองทิศทาง ไม่ใช่เมฆฝนตามธรรมชาติ แต่เป็นเขม่าควันจากการเดินเครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิชชันของกองทัพจักรวาลที่ตื่นขึ้นจากหลุมศพ เสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านซากตึกระฟ้าในพระนครไซเบอร์ เริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงสั่นสะเทือนหึ่งๆ ของเครื่องจักรขนาดมหึมาที่กำลังย่ำกรายเข้ามาหาเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว... การทำลายล้างทุกสิ่งที่เป็นอินทรีย์สารที่ลานจอดเรือบินดาดฟ้าพระบรมมหาราชวัง ลมพัดแรงจนเสื้อคลุมของทุกคนสะบัดเร่า ก้องภพยืนจ้องมองแผนที่ยุทธศาสตร์ที่ฉายผ่านโฮโลแกรมกลางอากาศ จุดสีแดงนับพันขยับเข้าใกล้เมืองหลวงอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คาดไว้"เราไม่มีเวลามานั่งวางแผนกันนานแล้ว" ก้องภพหันกลับมามองเพื่อนร่วมตายทั้ง 7 คน "อินทรชิตมันรู้ว่าเรามีพลังมหาพรหม มันจึงเลือกใช้ 'จำนวน' เข้าข่ม และบีบให้เราต้องพะวักพะวันทั้งสองทาง ถ้าเราพลาดแม้แต่ทิศเดียว เมืองหลวงที่เพิ่งจะเห็นแสงตะวันจะกลายเป็นสุสานทองคำทันที"ก้องภพเดินเข้าไปหา วิน พี่ชายหนุ่มร่างยักษ์ที่บัดนี้มีออร่าสีทองหนาทึบแผ่ออกมา
นาฬิกานับถอยหลังบนหน้าจอโฮโลแกรมในดวงตาของ ก้องภพ เริ่มทำงาน ตัวเลขสีแดงฉานกระพริบเตือนอย่างไร้ความปรานี: [29:59... 29:58...] ทุกวินาทีที่ผ่านไปหมายถึงชีวิตของเพื่อนพ้องที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย สายฝนในอุโมงค์ระบายน้ำทิ้งเบื้องหลังเขาจางหายไปแล้ว แทนที่ด้วยความเงียบสงัดและเย็นเยียบของโซนอุตสาหกรรม
แสงจากธูปในศาลาน้ำเย็นมอดไหม้ลงจนเกือบจะถึงก้านสุดท้าย ควันสีขาวที่เคยนิ่งสงบกลับเริ่มหมุนวนเป็นพายุขนาดเล็กอยู่รอบร่างของก้องภพและวิน ภายนอกศาลา เสียงคมดาบเลเซอร์ของเคนปะทะกับดาบความถี่สูงของเหล่า "เงาพญานาค" ยังคงดังสนั่น แต่สถานการณ์เริ่มเข้าขั้นวิกฤต เมื่อนักฆ่าเงาพญานาคอีกสองตนอาศัยจังหวะความม
ภายใต้เพดานสูงระยับที่ส่องแสงนีออนเย็นเฉียบของห้องปฏิบัติการชั้นสูงสุดในโรงพยาบาลศิริราชไซเบอร์ การปะทะกันระหว่างก้องภพและพาลีได้ทวีความรุนแรงจนถึงขีดสุด คลื่นกระแทกจากการปะทะแต่ละครั้งส่งเสียงสะท้อนกึกก้องไปตามโถงทางเดินกระจก ประหนึ่งเสียงกลองศึกในวันสิ้นโลก ร่างมหึมาของพาลีพุ่งเข้าใส่ก้องภพประดุจ
ภายใต้กระแสน้ำวนที่ขุ่นมัวของแม่น้ำเจ้าพระยา เรือหางยาวไซเบอร์ของกลุ่ม Data Rats กำลังเคลื่อนตัวประดุจเงาปีศาจที่ล่องลอยอยู่ใต้ก้นแม่น้ำ เครื่องยนต์ไฮดรอลิกที่ถูกดัดแปลงพิเศษครางแผ่แววเบาจนแทบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงสั่นสะเทือน ก้องภพนั่งนิ่งอยู่ที่หัวเรือ สองมือประสานกันแน่น แสงสีเขียวมรกตจากยันต์พสุธา







