แชร์

บทที่ 4: นรกจำลองและวานรสีขาว

ผู้เขียน: Wanderer
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 19:57:01

“ถ้านายคิดว่าการแฮกข้อมูลคือการกดปุ่มอยู่หลังจอ... นายคิดผิด” เคนกล่าวเสียงเย็น ขณะลากสายเคเบิล Neural Link เส้นหนามาจ่อที่ท้ายทอยของก้องภพ

ภายในห้องโถงมืดสลัวของฐานลับบางลำพู มีเพียงแสงสีเขียวจากคอนโซลควบคุม เมยมองก้องด้วยสายตาเป็นห่วงแต่ไม่ได้ห้ามปราม

“ในระบบของทศกัณฐ์ ข้อมูลคือสสาร และตรรกะคืออาวุธ ถ้าใจนายไม่แข็งพอ ร่างกายเธอจะช็อกตายในโลกเสมือน”

“ผมพร้อมแล้ว” ก้องภพตอบสั้นๆ แม้เหงื่อจะซึมเต็มฝ่ามือ

แกร็ก! เคนเสียบสายเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตประสาท

โลกทั้งใบของก้องภพแตกสลายกลายเป็นพิกเซลสี่เหลี่ยม ก่อนจะถูกประกอบขึ้นใหม่ในชั่วพริบตา เขาลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองยืนอยู่บนยอดตึกระฟ้าที่พังทลาย ท้องฟ้าเป็นสีแดงฉานคล้ายรหัสความผิดพลาด (Error Code) ที่ไหลวนเป็นพายุหมุน รอบตัวเขามีหุ่นยนต์เฝ้ายามรูปร่างคล้าย ‘ยักษ์ทวารบาล’ นับสิบตนที่มีดวงตาเป็นเลเซอร์สีแดงสาดส่องมาที่เขา

“นี่คือ ‘นรกภูมิไซเบอร์’” เสียงของเคนดังขึ้นในหัวก้อง “มันคือ Simulator ที่จำลองการป้องกันระดับสูงสุดของทศกัณฐ์ ยักษ์พวกนั้นคือไวรัสทำลายล้างสมอง ถ้านายถูกมันฟันในนี้ เซลล์สมองของนายในโลกจริงจะมอดไหม้ทันที”

“แล้วผมต้องทำยังไง!” ก้องตะโกนสู้เสียงลมพายุรหัส

“เรียก ‘เขา’ ออกมา! หนุมานไม่ใช่โปรแกรมที่รอให้นายกด Execute... แต่เขาคือส่วนหนึ่งของวิญญาณนาย!”

ยักษ์ตนหนึ่งพุ่งเข้าใส่ก้องพร้อมขวานเลเซอร์ขนาดยักษ์ ก้องพยายามรัวนิ้วพิมพ์คำสั่งในอากาศเพื่อสร้างโล่ป้องกัน แต่ความเร็วของมันสูงเกินไป

เปรี้ยง! ขวานเฉี่ยวแขนของเขาไปเพียงนิดเดียว แต่ก้องกลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แสบร้อนเหมือนโดนเหล็กแดงเผาจริงๆ ในโลกภายนอก ร่างของก้องที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มชักกระตุก

“ก้อง! ตั้งสติ!” เสียงเมยตะโกนแทรกเข้ามา “นึกถึงสิ่งที่พี่วินสอน... นึกถึงอิสรภาพที่ไม่มีใครพันธนาการได้!”

ภาพของพี่วินที่ยิ้มให้เขาก่อนจะระเบิดตัวเองไหลเข้ามาในหัว ความโศกเศร้าถูกกลั่นเป็นพลังงานมหาศาล ก้องภพหยุดพิมพ์คำสั่ง เขาหลับตาลงและเลิกมองโลกนี้เป็นแค่ตัวเลข แต่เขามองมันเป็น ‘กระแสเลือด’ ที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว

“หาวเป็นดาว... เป็นเดือน...” เสียงกระซิบโบราณดังขึ้นในโสตประสาท

ทันใดนั้น แสงสีขาวสว่างจ้าพุ่งออกมาจากหน้าอกของก้องภพ ร่างจำลองของเขาใน Simulator เริ่มเปลี่ยนไป เส้นผมกลายเป็นสีเงินวาววับ มีออร่าสีขาวบริสุทธิ์แผ่ออกมาเป็นรูปหางวานรที่สะบัดไปมาอย่างดุดัน

ก้องภพลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนอย่างไร้รูม่านตา เขาไม่ได้พิมพ์คำสั่งอีกต่อไป แต่เพียงแค่เขาสะบัดมือ รหัสรอบตัวก็บิดเบี้ยวตามความต้องการ [Command: Hanuman_Step]

เขากลายเป็นแสงสีขาวพุ่งผ่านร่างยักษ์ทวารบาลด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน ทิ้งไว้เพียงรอยตัดของรหัสที่ถูกทำลาย ยักษ์ทั้งสิบตนสลายกลายเป็นเศษข้อมูลในพริบตา

“นั่นแหละ...” เคนในโลกจริงยิ้มที่มุมปาก ขณะจ้องมองกราฟพลังงานที่พุ่งทะลุเพดาน “การผสานจิตระดับ 0.1... หนุมานเริ่มยอมรับนายเป็นเจ้านายแล้ว”

ก้องภพยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของนรกจำลอง ร่างกายในโลกเสมือนของเขาดูสูงโปร่งและทรงพลังกว่าเดิม เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ‘ยันต์เก้าโลกา’ ไม่ใช่แค่โปรแกรมกู้โลก แต่มันคือการคืนพละกำลังที่มนุษย์เคยมีก่อนจะถูกเทคโนโลยีครอบงำ

“จบการฝึกบทแรก” เคนดึงสายเชื่อมต่อออก ก้องภพสะดุ้งตื่นขึ้นมาหอบหายใจอย่างรุนแรงบนเตียง

“เรามีเวลาไม่มาก” เมยพูดพร้อมชี้ไปที่จอมอนิเตอร์ “สัญญาณจากวัดโพธิ์กระพริบถี่ขึ้น... ทศกัณฐ์ส่งกองกำลัง ‘อินทรชิต’ ไปถึงที่นั่นแล้ว ถ้าเราไปช้ากว่านี้ ยันต์ใบแรกจะถูกลบออกไปจากสารบบตลอดกาล”

ก้องภพลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะล้าแต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ต่างจากเดิม “ไปกันเถอะครับ... ผมพร้อมจะแผลงฤทธิ์ของจริงแล้ว”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 12: ปีกเหล็กกลางนิมิตและคำสัญญาของมโนราห์

    ท่ามกลางความสลัวของคลองบางหลวงที่เต็มไปด้วยไอหมอกดิจิทัล แสงสีชมพูจัดจ้านจากปีกโลหะของเหล่านักฆ่ากินรีส่องสว่างตัดกับผิวน้ำที่ดำมืด มโนราห์ยังคงลอยตัวเด่นสง่าอยู่บนยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง คันธนูในมือของเธอเปล่งรัศมีสีทองคำขาวส่องสว่างข่มแสงจันทร์เทียมบนฟากฟ้า บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงครางเบาๆ ของเครื่องยนต์เรือหางยาวไซเบอร์“ก้องภพ... อย่าให้ฉันต้องทำลายสมองที่แสนล้ำค่าของเธอเลย” มโนราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาเลนส์สีฟ้าของเธอกระพริบถี่เหมือนกำลังประมวลผลข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ภายใน “ท่านเจ้าคุณบอกว่าเธอคือความหวังเดียวที่จะหยุดยั้งการคลั่งของทศกัณฐ์ได้... แต่เธอต้องมากับเราเพื่อทำกระบวนการ 'Sync' ให้สมบูรณ์ หากเธอขัดขืน ฉันได้รับคำสั่งให้กำจัดเพื่อนของเธอทิ้งเสีย!”ก้องภพยืนนิ่งอยู่ที่หัวเรือหางยาว ออร่าสีขาวจากยันต์สยบโลกาแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนน้ำในคลองเริ่มจับตัวเป็นไอเย็นลอยล่องอยู่รอบกาย “หยุดยั้งทศกัณฐ์ด้วยการเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยน่ะเหรอ? พี่วินต้องกลายเป็นสัตว์ร้ายเพราะแผนการของพวกคุณ... นั่นหรือคือความหวังที่พ

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 11: เงาเหนือคลองบางหลวงและการปรากฏตัวของกบฏนิรนาม

    หลังจากก้องภพเอาชนะหนุมานสีดำในโลกแห่งจิตได้สำเร็จ ร่างกายของเขาก็อาบไปด้วยออร่าสีขาวนวลที่ดูเยือกเย็นและทรงพลังกว่าเดิม แสงจากยันต์ส่องหล้าและยันต์สยบโลกาเริ่มสลักลงบนผิวหนังที่แขนซ้ายของเขาอย่างถาวร ราวกับรอยสักดิจิทัลที่ขยับเขยื้อนได้ตามจังหวะการหายใจภายในฐานลับใต้วัดอรุณ นาราและเมยกำลังเร่งรีบจัดเตรียมสัมภาระ เคนซึ่งร่างกายเพิ่งฟื้นตัวจากแทงค์ฟื้นฟูสภาพเดินออกมาพร้อมกับดาบเลเซอร์คู่กายเล่มใหม่ที่มีความยาวมากกว่าเดิม “เราอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก้อง... การแฮกจิตใจพาลีเมื่อครู่ได้ทิ้งรอยนิ้วมือดิจิทัลไว้ ทศกัณฐ์จะส่งกองกำลัง ‘สหัสเดชะ’ มาถล่มวัดอรุณภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมงนี้”“สหัสเดชะงั้นเหรอ?” ก้องภพทวนคำพลางลุกขึ้นยืน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่หมุนเวียนอยู่ในตัว มันไม่ใช่แค่ไฟที่เผาผลาญ แต่เป็นความเข้าใจในโครงสร้างของรหัสรอบตัว“หุ่นยนต์ยักษ์พันหน้า... มันคือระบบเฝ้าระวังที่ใหญ่ที่สุดของทศกัณฐ์” นาราอธิบายพลางกดคำสั่งทำลายข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ฐานลับเพื่อไม่ให้ศัตรูตามรอยได้ “เราต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เข้าสู่ลุ่มแม่น้ำคลองบางหลวง ที่นั่นมีชุมชนกบฏที่ขึ้นตรงกับท่านเจ้าคุณ.

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 10: กระจกเงาสีดำและการกู้คืนวิญญาณ

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงใต้วัดอรุณ มีเพียงเสียงครางเบาๆ ของระบบระบายความร้อน ก้องภพนอนนิ่งอยู่บนแท่นเชื่อมต่อประสาท สายเคเบิลเรืองแสงนับสิบเส้นเชื่อมจากท้ายทอยของเขาเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์หลักของ ยันต์ส่องหล้า ยันต์ใบที่สามที่เพิ่งถูกดึงข้อมูลออกมาจากฐานรากของพระปรางค์"ก้อง... ฟังฉันนะ" เสียงของนาราดังขึ้นในโสตประสาทของเขา "ตอนนี้จิตของเธออยู่ในสถานะ 'Data Stream' ฉันจะส่งเธอเข้าไปใน Neural Link ของพาลีผ่านช่องโหว่ที่เขากำลังอัปโหลดข้อมูลให้ทศกัณฐ์ เธอจะมีเวลาไม่มากก่อนที่ Firewall ของท่านเจ้าคุณจะตรวจพบ""ผมพร้อมแล้ว" ก้องภพตอบ และในวินาทีนั้น โลกสีฟ้าของฐานลับก็มลายหายไปเขาลืมตาขึ้นมาในสถานที่ที่ดูเหมือน สลัมคลองเตย ในวัยเด็ก แต่ทุกอย่างกลับเป็นสีขาวดำและบิดเบี้ยว ท้องฟ้าเป็นรหัสตัวเลขที่ร่วงหล่นเหมือนฝน และที่ใจกลางลานกว้าง เขาเห็นร่างของพี่วินในชุดวินมอเตอร์ไซค์เก่านั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้ไม้"พี่วิน!" ก้องภพวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ แต่ทว่า... ก่อนที่จะถึงตัว ร่างของพี่วินก็ถูกกระชากหายไปในหลุมดำดิจิทัล และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือร่างของวานรสีดำทมิฬที่มีดวงตาสีแดงฉานราวกับทับ

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 9: อารามใต้สมุทรและรหัสที่ถูกบิดเบือน

    ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของอุโมงค์ระบายน้ำโบราณใต้ลานวัดระฆังโฆสิตาราม คือสิ่งแรกที่ก้องภพสัมผัสได้หลังจากทิ้งร่างลงจากขอบสะพานพุทธ นาราใช้พลังเฮือกสุดท้ายกางสนามพลังพยุงร่างกายทุกคนให้พ้นจากแรงกระแทกของผิวน้ำเจ้าพระยาที่ลุกเป็นไฟด้วยระเบิด แรงสั่นสะเทือนจากด้านบนค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงน้ำหยดที่ดังก้องอยู่ในความเงียบอันน่าขนลุก"เคน... แข็งใจไว้ เราเกือบถึงแล้ว" เมยพึมพำพลางประคองร่างของนักดาบหนุ่มที่หมดสติไปจากแรงปะทะของพาลี ชุดเกราะเบาของเขาแตกยับเยินจนเห็นวงจรไฟฟ้าภายในที่ลัดวงจรส่งประกายไฟเป็นระยะนาราใช้คทาสีทองเคาะไปที่กำแพงอิฐเก่าๆ สามครั้ง ทันใดนั้น แผ่นอิฐที่ดูเหมือนของโบราณก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นลิฟต์ความเร็วสูงที่ซ่อนอยู่ภายใน "ยินดีต้อนรับสู่ The Hidden Sanctuary... ฐานลับสุดท้ายของกลุ่มต่อต้านฝั่งธนบุรี"เมื่อลิฟต์หยุดลงที่ความลึกกว่าห้าสิบเมตร ก้องภพก็ต้องเบิกตากว้าง ที่นี่คือห้องโถงกว้างขวางที่ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบโครงสร้างของวัดโบราณ แต่ผนังทั้งหมดถูกบุด้วยแผงวงจรและเซิร์ฟเวอร์ ระบายความร้อนด้วยของเหลวสีฟ้า แสงสว่างนวลตาจากหน้าจอโฮโลแกรมทำให้บรรยากาศดูศัก

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 8: ยุทธนาวีเจ้าพระยาและเงาของพาลี

    เสียงประกาศจากโดรน "พิเภก" ที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้านีโอ-กรุงเทพฯ ดังก้องกังวานประดุจเสียงตามสายจากนรก มันคือโปรโตคอล "Reboot City" ที่ทศกัณฐ์ OS เริ่มต้นใช้งานเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งที่ไม่ขึ้นตรงต่อรหัสกลาง แสงเลเซอร์สีแดงนับพันเส้นกวาดผ่านตึกระฟ้าและตรอกซอกซอยราวกับสายฝนที่ไร้หยาดน้ำ ทั่วทั้งฝั่งพระนครตกอยู่ในสภาวะอัมพาต ระบบขนส่งทุกอย่างถูกสั่งล็อกเพื่อไล่ล่ากลุ่มกบฏเพียงกลุ่มเดียว"เราต้องข้ามไปฝั่งธนบุรีเดี๋ยวนี้!" นาราตะโกนพลางประคองก้องภพที่ร่างกายยังสั่นเทาจากการใช้พลังยันต์อัคนีโลกันตร์ที่ภูเขาทอง "ฝั่งนั้นคือเขต 'Dead Zone' ที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่นจากชุมชนเก่าและระบบรางรถไฟโบราณ ทศกัณฐ์เข้าถึงได้ยากที่สุด แต่มันจะไม่ยอมให้เราข้ามไปง่ายๆ แน่"เคนในสภาพเกราะไหล่ฉีกขาดจนเห็นวงจรภายใน พยุงเมยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ที่เหลืออยู่เพียงสองคัน เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันครางกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานผ่านย่านปากคลองตลาดที่รกร้าง มุ่งหน้าสู่ "สะพานพุทธยอดฟ้า" ปราการด่านสุดท้ายที่จะนำพวกเขาไปสู่ความปลอดภัยทว่า... ทันทีที่ล้อรถสัมผัสพื้นสะพาน ผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทของแม่น้ำเจ้าพระยาก็ระเบิดออก! เรื

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 7: ปราการสีทองและอสูรเหล็กกุมภกรรณ

    ท้องฟ้าเหนือภูเขาทองถูกฉาบด้วยสีแดงก่ำจากรัศมีของโดรนพิฆาตที่บินวนเวียนประดุจฝูงแร้งเหล็ก นาราในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าสถูปเจดีย์ทองคำ เธอใช้คฑาที่ปลายหัวเป็นเซนเซอร์แสงวาดวงกลมกลางอากาศเพื่อกางโล่พลังงาน “ข่ายมนตราสุริยัน” ป้องกันยอดเขาเอาไว้ แต่มันเป็นเพียงการประวิงเวลาเท่านั้น เพราะที่ตีนเขานั้น ปรากฏร่างมหึมาที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนทุกย่างก้าว“นั่นมัน... กุมภกรรณ” เคนพึมพำพลางกระชับดาบเลเซอร์สีเขียวมรกตในมือร่างนั้นคือไซบอร์กยักษ์สูงกว่าสี่เมตร ผิวหนังโลหะสีเขียวเข้มสะท้อนแสง แขนขวาของมันถูกดัดแปลงเป็นค้อนไฮดรอลิกยักษ์ที่สามารถทุบทำลายคอนกรีตเสริมเหล็กให้กลายเป็นผงได้ในพริบตา ดวงตาเดียวกลางใบหน้าเหล็กของมันส่องแสงสีม่วงอำมหิต มันคือขุนพลลำดับที่สองของทศกัณฐ์ OS ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อการทำลายล้างสถานหนัก“ก้องภพ! ฟังฉัน!” นาราหันมาตะโกนสู้เสียงคำรามของเครื่องยนต์ยักษ์ “เคนกับเมยจะยันกุมภกรรณไว้ในโลกเนื้อหนัง แต่เธอต้องเข้าสู่โลกเสมือนร่วมกับฉันเพื่อปลุก ‘ยันต์อัคนีโลกันตร์’ ใบที่สองที่ซ่อนอยู่ใน Core ของภูเขาทอง ถ้าเราปลุกมันไม่ได้ พลังของยันต์ใบแรกจะหมดลง แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status