تسجيل الدخول
บทนำ
โลกภายนอกมันเลวร้ายแค่ไหนสำหรับมาเฟียย่อมรู้ดีกว่าคนอื่น คนที่เห็นโลกมาไม่น้อยเห็นผู้คนนิสัยแตกต่างกันราวฟ้าเหว รู้แม้กระทั่งความคิดของใครบางคนที่กำลังโกหกอยู่ในตอนนี้ “บอกพ่อมา ว่ามันเรื่องจริงไหม!” เถ้าแก่เฉิงชี้หน้าลูกชายคนเล็กพร้อมตวาดเสียงดังเพื่อเค้นความจริง มาเก๊า ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยืนอยู่ต่อหน้าผู้เป็นพ่อ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันราวกับคนที่กำลังหวาดกลัว ก้อนเนื้อด้านในเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา เขาไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับความจริงด้วยซ้ำ… “ตอบพ่อไปสิวะไอ้เก๊า” จีน พี่ชายคนโตเข้ามาสมทบด้วยอีกคน ยิ่งทำให้มาเก๊าอยากจะหลีกเลี่ยงความผิดที่ได้ทำ แม้มันจะร้ายแรงเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจ สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขาภายในห้องรับแขกของตระกูลหาน เครื่องปรับอากาศแผ่ซ่านความเย็นเยือกจนหนาวจับใจของเขา มือหนาทั้งสองกำชายเสื้อแน่น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องตอบคำถามนั้นว่าอย่างไร แม้จะอายุยี่สิบสองปีแล้ว แต่ความกลัวของเขามันมีมากกว่าความกล้าในตัว อย่างไรเรื่องมันก็ร้ายแรงเกินกว่าที่ครอบครัวจะให้อภัยได้ เขาเกือบทำชื่อเสียงของตระกูลหานเสียหาย เกือบเป็นลูกชายคนเดียวที่จะไม่ได้รับมรดก “มาเก๊า มึงรวมหัวกับเพื่อนปล้นคาสิโนทำไม!” คราวนี้เถ้าแก่เฉิงไม่รอให้พูดความจริง เขาพูดความจริงออกมาต่อหน้าทุกคน ทำให้ความเงียบกลับมาปกคลุมทั่วทั้งห้องอีกครั้ง มาเก๊าลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนที่จะรวบรวมความกล้าเงยหน้ามองทุกคน มาถึงขนาดนี้แล้ว หากเขายังขี้ขลาดไม่สมกับเป็นลูกของตระกูลหาน เขาก็จะถูกด้อยค่าไม่ต่างจากพี่รองที่ต้องหนีไปอยู่ที่อื่น “ครับพ่อ ผมยอมรับผิด“ เขายอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะอับอายกับการกระทำของตัวเอง ทว่านั่นก็เป็นผลที่เขาควรจะได้รับ ไม่ว่าพ่อจะตัดสินใจกับเขาอย่างไร เขาก็ทำได้เพียงยอมรับความจริง เถ้าแก่เฉิงโมโหเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยสอนลูกให้เป็นคนแย่ แม้ว่าตระกูลจะเป็นมาเฟียก็ตาม เพราะตระกูลหานทำทุกอย่างที่อยู่ในความถูกต้อง และการที่มาเก๊าทำอะไรสวนทางแบบนี้มันก็เป็นสิ่งที่ยากจะให้อภัย “ผมคิดน้อยไป เพียงแค่อยากได้ของที่ไม่ใช่ของตัวเอง“ เขาว่าพร้อมสบตากับทุกคน ”ทำไมมีอะไรไม่บอกพ่อหรือบอกพี่ มันไม่ใช่ทางออกที่ดี ถ้าไม่มีพ่อช่วยไว้ตระกูลเราจะเป็นยังไง“ จีนร่ายยาว แน่นอนว่าไม่ใช่คำปลอบใจ ทว่าเป็นการต่อว่าให้คนน้องหนักใจมากกว่าเดิม ซึ่งมาเก๊าก็ทำใจยอมมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เขาเกิดมาก็ไม่เคยได้รับคำปลอบใจที่ดีจากครอบครัวสักนิด และการที่จะให้บอกพ่อหรือพี่ชาย ก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เขาต้องการจะได้มันมาในทันที เป็นลูกคนเล็กที่แทบจะถูกลืมไปเลยด้วยซ้ำ “ผมยอมรับผิดทั้งหมด พ่อกับพี่จีนจะทำให้ผมทำอะไรชดใช้ผมก็ยอมครับ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เถ้าแก่เฉิงกับจีนมองหน้ากัน ราวกับคิดเอาไว้แล้วว่าบทลงโทษของมาเก๊าจะเป็นอย่างไร “พ่อตกลงกับพี่แกแล้วว่าจะส่งแกไปอยู่ไทยสักพัก” เถ้าแก่เฉิงก็จริงจังไม่แพ้กัน ทำเอามาเก๊านิ่งงันราวกับถูกบางอย่างเข้ามากระทบจิตใจอย่างจัง ลมหายใจติดขัดเล็กน้อย สายตาที่มั่นคงและแข็งกร้าวกับวูบไหวขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ไม่คิดเลยว่าบทลงโทษจะร้ายแรงกว่าที่คิด… “พ่อครับ พี่จีน…” น้ำเสียงของเขาไม่ต่างอะไรจากคนที่หมดหนทางสู้ พยายามอ้อนวอนให้พ่อและพี่เห็นใจ “อีกอย่างนะ พ่อจะตัดเงินของแกทุกบัตรที่มี เพราะค่าเสียหายที่ชดใช้ไปมันก็เยอะเหมือนกัน“ จีนบอกความจริงที่น่าเจ็บใจกับน้องชายไป โดยที่เขาไม่คิดที่จะห้ามผู้เป็นพ่อในเรื่องนี้สักนิด กลับเห็นด้วยแม้ว่าน้องจะไม่มีเงินสักหยวนติดตัวเลยก็ตาม ”มันไม่มากไปหน่อยเหรอครับพ่อ“ สายตาขอร้องและอ้อนวอนไม่ได้ทำให้เถ้าแก่เฉิงใจอ่อนลงสักนิด “น้อยไปด้วยซ้ำ อีกอย่างพ่อบอกแม่แกเอาไว้แล้วว่าไม่ต้องให้ไปอยู่ที่บ้าน หาทางเอาตัวรอดเองให้ไปถ้าดีขึ้นจะเรียกตัวกลับมาเอง“ ว่าจบเถ้าแก่เฉิงก็เดินออกจากห้องรับแขกไปทันทีพร้อมกับบอดี้การ์ดหลายคนที่เดินตามออกไป เหลือแค่เพียงมาเก๊ากับพี่ชายที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่อยู่กับแค่เพียงสองคน “พ่อเตรียมไฟลต์บินไว้ให้มึงแล้ว พรุ่งนี้เย็นเตรียมตัวให้พร้อม“ จีนเดินมาหยุดตรงหน้าเขา พร้อมกับเอ่ยถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจมากกว่าเดิม มันเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ทุกอย่าง ยังไม่ทันเตรียมใจเลยด้วยซ้ำ… ”พี่จีน พี่ไม่คิดจะคุยกับพ่อให้จริง ๆ เหรอวะ“ มาเก๊ากัดฟันถามออกไปในสิ่งที่ตัวเองรู้คำตอบดีอยู่แล้ว จีนยกยิ้มอย่างสะใจก่อนตอบกลับอย่างใจเย็น “มึงไปก็ดีแล้ว อยู่ที่นี่ก็เป็นภาระ ไปเกาะแม่มึงแดกนู้นไป!” คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในสมองของเขา ราวกับปมวัยเด็กที่ย้อนเข้ามา จีนไม่เคยสนใจว่าน้องจะรู้สึกอย่างไร เขาเอาตัวเองเป็นใหญ่เพราะความเป็นพี่คนโต แม้แต่พี่รองเขาก็ยังเฉดหัวให้ออกจากบ้านได้ ความสะใจนั้นทำให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากการที่เขาได้กำจัดเสี้ยนหนามออกจากตระกูลได้คนหนึ่ง และแน่นอนว่ามาเก๊าคือคนต่อไป… ในเมื่อเขาเลือกอะไรไม่ได้ ก็ขอเริ่มต้นใหม่ที่ประเทศไทยบ้านเกิดแม่ของเขา และหากวันไหนที่จิตใจของเขาดีขึ้นจะไม่มีทางกลับไปเหยียบที่ประเทศจีนอีกต่อไป!บทที่ 481 ปีผ่านไปเสียงชัตเตอร์ดังรัวพร้อมกับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มายืนรวมตัวกันอยู่ด้านหน้าตึกคณะ เสียงพูดคุยกันอย่างเจื้อยแจ้วปะปนไปกับเสียงหัวเราะของชายหญิง“อีจ้าว มานี่เดี๋ยวกูถ่ายรูปให้” เส้นด้ายกวักมือเรียกอีกฝ่ายรัว ๆจ้าวที่หอบข้าวของพะรุงพะรังจากที่รุ่นพี่และรุ่นน้องนำเอามาให้เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่เธอเรียนจบ แม้วันนี้จะเป็นเพียงแค่การซ้อมขึ้นรับใบปริญญาก็ตาม ทว่าผู้คนที่รักและชื่นชอบในตัวของเธอกลับมีอยู่ไม่น้อยจึงต้องเตรียมใจรับของขวัญทั้งสองรอบ“มึงไม่เดินมาหากูล่ะ ของกูก็เยอะ” จ้าวบนอุบแต่ก็ยังสาวเท้าเดินไปหาเพื่อน“โอ๊ย แล้วไอ้มาเก๊ามันไปไหน ไม่มาช่วยมึงล่ะ” ผิงผิงเท้าเอว“นู่นไง สาว ๆ รุมล้อมจนมองไม่เห็นแล้ว” ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ วันดี ๆ แบบนี้จ้าวเองก็ไม่อยากขัดขวางหรือทำตัวหวงก้างมากเกินไปที่จะมีคนนำของขวัญเพื่อแสดงความยินดีให้กับเขา“ครั้งแรกเลยปะเนี่ยที่มึงไม่ตาเขียว” เส้นด้ายหัวเราะร่า“ถ้าแค่มาแสดงความยินดีกูก็ไม่โกรธหรอก แต่อย่าให้รู้ว่าอีไหนมันทำตัวน่าสงสัย”“แหม ใครจะกล้า ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้หมดแล้วว่าฤทธิ์มึงเยอะ
บทที่ 47ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันภายในคอนโดส่วนตัวของมาเก๊ามาร่วมหนึ่งเดือนกว่า ความเขินที่มีก็เริ่มน้อยลงมากกว่าตอนแรกแม้จะเพิ่งคุ้นชินกับการนอนร่วมเตียงด้วยกันก็ตาม ในทุก ๆ คืนจ้าวจะได้รับอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นจากมาเก๊าอยู่เสมอแม้ว่าเธอจะหลับใหลไปก่อนเขาก็ตามมาเก๊ากลับไปทำงานที่บาร์หลังมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม ทว่าครั้งนี้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้จัดการ เพราะเจ้าของบาร์นั้นเล็งเห็นถึงความตั้งใจของมาเก๊ามาโดยตลอด แต่ถึงหน้าที่การงานของเขาจะต้องหนักขึ้นเป็นเท่าตัวแต่เขาก็ไม่เคยลืมวันสำคัญของแฟนสาวเลยสักครั้งเดียวโดยเฉพาะวันนี้ที่มาเก๊าตั้งใจกลับคอนโดเร็วกว่าปกติ…“แล้วมันไม่รู้เหรอว่าแกกลับเร็ว”เส้นด้ายเอ่ยถามพลางยื่นกล่องเค้กสั่งทำพิเศษให้กับมาเก๊า เพื่อนทุกคนรู้แผนการเซอร์ไพรส์เป็นอย่างดีและคนที่ได้รับหน้าที่ที่สำคัญก็คือเส้นด้ายที่เพิ่งไปเรียนทำเค้กมาเมื่อเดือนก่อน มาเก๊าอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับงานวันเกิดของจ้าวในปีนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาพอจะทำได้มากที่สุดก็คือให้ทุกคนร่วมมือกันในเรื่องต่าง ๆ“ไม่หรอก เราบอกว่ากลับดึกเพราะมีงานด่วนด้วยซ้ำ”“แบบนี้มันไม่น้อยใจแย่รึไง”“เมื่อ
บทที่ 46พ่อกับแม่มองหน้าสลับกันไปมาต่างจากมาเก๊าที่ยิ้มหน้าระรื่นราวกับตอนนี้เขาไม่ได้สนใจคำตอบที่จะได้รับเสียเท่าไหร่ เพราะต่อให้พ่อและแม่ของเธอจะปฏิเสธแต่เขาก็จะหาวิธีมาเพื่อให้ได้ตัวเธอไปอยู่ดีถ้าเป็นเรื่องของจ้าวแล้วคนอย่างมาเก๊าสู้ไม่ถอยแน่นอน เขายอมเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสถานการณ์อันตรายเพื่อให้ได้กลับมาอยู่กับเธออย่างอิสระ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องผิดหวังเด็ดขาด“ตี๋…” จ้าวกระตุกแขนมาเก๊าเบา ๆ“ไม่เป็นไรหรอก” มาเก๊าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม“จริง ๆ ข้าก็ไม่ได้อยากขัดขวางความสุขของเอ็งหรอกนะ” พ่อลอบถอนหายใจ “แต่มันก็อดเป็นห่วงจ้าวไม่ได้ มันไม่เคยออกไปใช้ชีวิตกับคนอื่น มันจะเป็นภาระแกเปล่า ๆ “สีหน้าของพ่อดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะความรักและความเป็นห่วงที่กลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แม้ว่าคนนั้นจะเป็นแฟนของจ้าวเองก็ตาม ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาของมาเก๊าเลยสักนิด เธอไม่ใช่ภาระแต่กลับกันเขาจะไม่ให้เธอลำบากเลยสักนิดเลยต่างหาก“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยครับพ่อ จ้าวไม่ต้องทำอะไรเลยผมต่างหากที่พร้อมจะทำให้เธอทุกอย่าง” มาเก๊ารับปากอย่างหนักแน่น“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถามเจ้าตัวเองแล้ว
บทที่ 45รถยนต์หรูสีดำสนิทแล่นเข้ามาสู่สนามบินของประเทศจีนหลายคันโดยที่คันแรกมาเก๊าและจีนนั่งมาด้วย ส่วนเถ้าแก่เฉิงนั่งอยู่คันที่สองเพราะอยากให้พี่น้องได้พูดคุยความในใจกันก่อนที่มาเก๊าจะกลับประเทศไทยในวันนี้ไม่เพียงเท่านั้นเถ้าแก่เฉิงยังเตรียมเครื่องบินส่วนตัวไว้ให้ลูกชายคนเล็กเพื่อการนี้โดยเฉพาะ นักบินมากประสบการณ์ที่ทำงานรับใช้ตระกูลหานมาหลายปีก็พร้อมที่จะไปส่งนายน้อยด้วยตัวเองอย่างเต็มใจ ทว่าคนที่ดูจะอาลัยอาวรณ์มากที่สุดก็เห็นจะเป็นจีนที่สรรหาเรื่องต่าง ๆ มาเพื่อเปลี่ยนใจมาเก๊าให้อยู่กับเขาที่นี่แต่ความแน่วแน่ของมาเก๊าก็ไม่อาจจะทำให้คำขอร้องของจีนมีผลต่อเขาได้“แล้วมึงจะกลับมาอีกเมื่อไหร่” จีนเอ่ยถามแม้สายตาเว้าวอนอยู่ก็ตาม“ไม่รู้หรอก ก็เรียนจบนู่นแหละมั้ง” มาเก๊ากระจับกระเป๋าเดินทางของตัวเองแน่น“กว่ามึงจะเรียนจบ เอาเป็นว่ากูไปหามึงเองดีกว่า”“เอาเวลาไปดูแลพ่อเถอะ ที่นั่นไม่ค่อยมีอะไร”ที่มาเก๊าเลือกจะพูดอย่างนั้นก็เพราะกลัวว่าพี่ชายของเขาจะไปสร้างเรื่องที่ประเทศไทยให้เถ้าแก่เฉิงมาตามเช็ดตามล้างต่างหาก ที่นั่นไม่ใช่ถิ่นของพวกเขาแม้แต่มาเก๊าเองก็ยังเจียมตัวอยู่นานกว่าที่จะกล้าเอ
บทที่ 44คฤหาสน์ตระกูลหานกลับมาครึกครื้นอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เป็นแบบนี้มานาน การพูดคุยกันโดยปกติอย่างที่ครอบครัวอื่นเป็นกันพวกเขาไม่เคยได้สัมผัสตั้งแต่ที่ผู้เป็นแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ หากเรื่องเลวร้ายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นก็ไม่รู้เลยว่าพี่น้องจะกลับมารักใคร่กันได้อีกเมื่อไหร่มาเก๊าต้องอยู่รักษาตัวตามที่หมอสั่งทั้งที่ความจริงเขาอยากจะกลับประเทศไทยเพื่อไปหาจ้าวเสียตอนนี้เลย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะรักษาตัวเพื่อกลับไปหาเธออย่างปลอดภัยมากที่สุด และไม่อยากให้เธอต้องเป็นห่วงใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขามากไปกว่านี้หากเธอได้เห็นรอยแผลที่ยังไม่หายดีของเขา มีหวังความสดใสของเธอต้องหายไปอีกครั้งเพราะเขาอย่างแน่นอน“ช่วงนี้มันหนีไปคุยโทรศัพท์บ่อยนะพ่อ” จีนว่าพลางจิบชาเบา ๆ“คงเป็นเรื่องสำคัญ” เถ้าแก่เฉิงยกยิ้มราวกับรู้อะไรบางอย่างจีนจับสังเกตนั้นได้ดีและรู้ว่าพ่อต้องคิดไม่ต่างจากตัวเองเสียเท่าไหร่“น่าแปลกนะครับ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนเข้ามาเปลี่ยนมันได้มากขนาดนี้”“แต่ก็ดีแล้ว จะได้ตามทันโลกสักที วัน ๆ ทำตัวเหมือนไม่รับรู้โลกภายนอก” เถ้าแก่เฉิงว่า“เพราะแบบนี้ผมถึงมีเรื่องมาเสนอพ่อ”จีนว่าพลางยกยิ้มเบา
บทที่ 43สองอาทิตย์ผ่านไปอาการของจีนดีขึ้นตามลำดับและคนที่มาคอยดูแลเขาไม่ห่างก็คือมาเก๊าที่มาทำหน้าที่แทนเถ้าแก่เฉิงอย่างไม่ขาดตกด้วยความเต็มใจ ทว่าวันนี้เถ้าแก่เฉิงกลับอยากมาดูอาการลูกชายคนโตด้วยตัวเองมาเก๊าจึงขัดต่อความต้องการไม่ได้“หมอบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว” มาเก๊าว่าพลางนั่งลงข้าง ๆ ผู้เป็นพ่อ“จริง ๆ ก็อยากให้หมอประจำตระกูลเข้าไปดูแลที่บ้านนะ แต่อาการมันหนักไปต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้น” เถ้าแก่เฉิงว่า“ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” จีนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง และการกระทำที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนทำให้เถ้าแก่เฉิงแปลกใจไม่น้อย“นี่ไอ้หยวนมันกระแทกระบบประสาทรึไง อยู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนเป็นคนใจเย็นไปได้” เขาแค่นหัวเราะ“ต่อให้มันไม่ทำแต่โดนแบบนี้ก็ต้องเปลี่ยนกันบ้างนั่นแหละครับ”มาเก๊าส่ายหน้าเบา ๆ ที่เห็นหน้าที่อันหวาดหวั่นของพี่ชายเมื่อพูดถึงศัตรูคู่แค้น หลังจากนี้จีนคงเข็ดขยาดไปอีกนานในเรื่องการทำอะไรไม่คิด และมันทำให้เขารับรู้ถึงนิสัยที่แท้จริงของตัวเองว่าไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะสู้กับใครได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องการต่อสู้หรือเรื่องการทำธุรกิจที่ความรู้ของเขาน







