Share

บทที่ 7

Penulis: WANSUK1439
last update Tanggal publikasi: 2025-03-07 19:23:52

วันเสาร์

เวลา 09.30นาที

วันนี้พวกเรานัดรวมตัวกันที่สาขาเครื่องกลเพื่อเตรียมการแสดงในการประกวดดาวเดือนคณะวิศวกรรม เพื่อนๆ เริ่มมากันหลายคนแล้ว

“ไอ้ฟองทำไมสภาพแกเหมือนคนไม่ได้นอนทั้งคืนเลยว่ะ”ตอนนี้พวกเราที่มาถึงแล้วก็นั่งรวมกันอยู่ใต้อาคาร ภายในใต้อาคารจะมีโต๊ะชุดยาวเรียงเต็มใต้ตึกเพื่อเอาไว้ให้นักศึกษานั่งรอเข้าเรียนหรือทำกิจกรรมต่างๆภายในสาขา

“ก็เออนะสิคือเมื่อคืนตอนกลับจากร้านนั่งชิวฟองเจอพี่หมอพะนาย”ฉันหันไปตอบติวเตอร์แล้วฟุบหลับลงกับโต๊ะ ง่วงนอนมากแต่ต้องอาบน้ำแต่งตัวตอนเก้าโมงเพื่อมานั่งอยู่ใต้ตึกสาขา ตอนเก้าโมงครึ่งโถชีวิตนักศึกษาวิศวะ

“มันเกี่ยวอะไรกับพี่หมอพะนายวะ”แสตมป์สายเผือก ถามขึ้นแล้วมันก็ตักข้าวเซเว่นที่ซื้อมากินไปจนเต็มปาก

“กะ...ก็คือแบบว่า…” จากที่ง่วงหายเป็นปลิดทิ้งกลายเป็นเขินแทนเลยทีนี้

“ว่าอะไรเล่ามา!” ประสานเสียงพร้อมกันเลยนะเพื่อนติวเตอร์เพื่อนแสตมป์

“คือเมื่อคืนที่เจอพี่หมอพะนายแล้วพี่เขาก็บอกฝันดีฟอง…”เล่าเป็นฉากๆ เลยที่นี่ เขินจนหน้าร้อนไปหมดบิดตัวจนจะตกโต๊ะอยู่แล้ว

“แล้วตกลงเมื่อคืนได้กันยังว่ะ”ไอ้แสตมป์จำเป็นต้องพูดเสียงดังจนเพื่อนที่มาจะครบแล้วหันหน้ามามองฉันด้วยสายตาแบบล้อเลียน บางคนสงสัย บางคนอึ้งไปเลยก็มี เพื่อนๆในสาขาจะมองฟองจันทร์คนนี้เป็นคนยังไงแล้วเนี้ย

“โอ๊ยจะเสียงดังทำไมเนี้ยไอ้แสตมป์ อายเพื่อนๆคนอื่นหน่อย”ลุกขึ้นโวยวายสิ ถึงฟองจันทร์คนนี้จะเป็นคนกล้าไม่ค่อยจะอายเป็นแต่ถามเรื่อง18+ เสียงดังขนาดนี้เป็นใคร ใครก็อายหรือเปล่าวะ

“ฮ่าๆอายทำไมเรื่องปกติ” ยังๆมันยังหน้าด้านต่อไป พอเห็นฉันทำหน้าโกรธจริงจังมันทำเป็นเฉไฉไปกินข้าวต่อ

“เอาละทุกคนมากันครบแล้วนะ เงินที่จะเก็บในการนำมาซื้ออุปกรณ์ด้านต่างๆ เป็นเงินคนละ 150 บาทนะที่เก็บแพงหน่อยเพราะสาขาพวกเราคนน้อย มีใครขัดข้องอะไรไหม”ติวเตอร์ยืนขึ้นแล้วพูดกับพวกเราทุกคน สำหรับฉันถือว่าโอเคอยู่ในระดับที่ไม่แพงเกินไป

“โอเคไม่มีปัญหา”หลังจากนั้นก็มีการแบ่งเงินไปซื้อของและเช่าชุด ส่วนคนที่ไม่ได้ไปซื้อของก็นั่งรอเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง ฉันก็นอนสิขอเวลาดาวสาขาพักผ่อนก่อนนะเพื่อนๆ

“เธอเธอเรานั่งด้วยคนได้ไหม”เสียงผู้ชายทุ่มออกหวานเดินมาสะกิดข้างหลังฉันที่กำลังหลับจนน้ำลายไหล

“ได้ๆตามสบาย”ฉันที่ฟุบหลับอยู่ตอบด้วยเสียงที่ติดจะอู้อี้ แล้วหลับต่อไม่สนใจคนที่มาขอนั่งด้วย ตอนนี้ทั้งโต๊ะน่าจะมีฉันที่ฟุบหลับอยู่คนเดียว ติวเตอร์กับแสตมป์ไปซื้อของ นิดหน่อยป๋องแป้งไปเช่าชุด ฟองจันทร์นอนรอซ้อมบททองกวาว

“เธอไปอดหลับอดนอนมาจากไหนเนี้ย” เสียงผู้ชายคนนั้นยังคงถามฉันที่สติกำลังจะลืมเลือนไปเฝ้าพระอินทร์คนจะนอนยังจะมาพูดรบกวนอีกใครวะเนี้ย ไหนขอดูหน้าหน่อยเดี๋ยวจะด่าให้ไม่กล้าเข้าใกล้เลย

“นี่นายคนจะ…”'หลับจะนอนมีมารยาทหน่อย' ประโยคนี้ถูกกลืนไปในลำคอเลย หยุดพูดไม่จบประโยคค้างกลางอากาศ ผู้ชายรูปร่างสูงหุ่นดี ผิวขาว หน้าตาลูกครึ่งฝรั่ง ใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนขาดนิดๆสีเข้ม นั่งยิ้มหน้าทะเล้นให้กับฉันอยู่

“ไงฟองจันทร์ว่าที่ดาววิศวะปีนี่” ผู้ชายที่พูดอยู่เขาคือไบเลย์เป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษเป็นเดือนของสาขาปิโตรเลียมเคมี ไบเลย์จัดว่าเป็นตัวเก็งในการเป็นเดือนคณะวิศวกรรมปีนี้เลยเพราะถือว่าเป็นผู้ชายลูกครึ่งที่มีครบทั้งหน้าตาและความสามารถแถมบ้านรวยมากทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมัน เห็นเพื่อนๆ เขาเล่าลือกันมา (เพื่อนคนนั้นก็คือป๋องแป้งกะเทยคนเดียวของสาขาเครื่องกล เรื่องผู้ชายหล่อๆ นางรู้หมด)

“สวัสดีมาทำอะไรที่นี่เหรอ” เราเคยเจอกันตอนที่ไปถ่ายรูปโปรโมทดาวเดือนของแต่ละสาขา ไบเลย์จัดว่าเป็นคนที่อัธยาศัยดีมากคนหนึ่งเขาชอบมานั่งคุยกับฉันและแสตมป์

“ไอมาหาแสตมป์ ไลน์หามันบอกให้มารอที่นี่”

“อ่อไปซื้อของทำอุปกรณ์กับติวเตอร์ เดี๋ยวก็กลับมา” จากที่ง่วงก็ไม่ได้นอนต่อละนั่งคุยกับไบเลย์จนไอ้แสตมป์กับติวเตอร์มันกลับมา จากนั้นไบเลย์ก็นั่งคุยกับแสตมป์ต่อ แต่ทำไมรู้สึกว่าไบเลย์หันหน้ามามองฉันบ่อยๆ นะ อะไรติดหน้าหรือเปล่าเนี้ย

“คุณลูกสาวของขุนแม่มาลองชุดเร็วๆ นี่เจ้ออมเจ้าของร้านให้เอามาลองก่อนได้ค่อยตัดสินใจเช่า ขุนแม่เอามา3ชุดน่าจะถูกใจสักชุด” ป่องแป้งตอนนี้เปลี่ยนจากเลือกชื่อฉันเป็นขุนแม่กับลูกสาวแล้วไม่แอ๊บแมนแล้วเขารู้กันหมดแล้วว่ามันเป็นกะเทย เลยจัดเต็ม

“โอเคๆ ไปกัน” จากคนที่ได้เป็นนักแสดงก็ไปลองชุดที่ขุนแม่ป๋องแป้งจัดหามา ความวุ่นวายก็เกิดขึ้น ทั้งบางคนใส่ไม่ได้เพราะตัวเล็กไปบางคนใส่ไม่ได้เพราะตัวใหญ่ไปกว่าจะลงตัววุ่นวายกันใหญ่

“.....Trrrrrrrrrr.....” เสียงโทรศัพท์ของฉันที่วางอยู่โต๊ะดังขึ้น ใครโทรมานะกำลังวุ่นวายอยู่กับการลองเสื้อที่มันหลวมไปเนี้ย

“สวัสดีค่ะ ฟองจันทร์พูดค่ะ” ฉันกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์โดยที่ไม่ได้ดูก่อนว่าเป็นเบอร์ใครที่โทรเข้ามา

“รู้แล้วครับว่าเป็นน้องฟองจันทร์พูด” เฮ้ยเสียงพี่หมอพะนายนี่หน่า รีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอคนที่โทรเข้ามาทันทีเบอร์ที่หมอพะนายจริงๆ

“พี่หมอพะนายมธุระอะไรกับฟองจันทร์เหรอคะ” กลั่นใจถามออกไปพยายามไม่ให้เสียงสั่น ตั้งสติเข้าไว้ไอ้ฟอง

“อยู่ไหนครับ ทำไมไม่อยู่ห้อง” เสียงเข้มมาเชียวนะคะพี่หมอ

“ฟองมาซ้อมดาวเดือนที่จะประกวดดาวเดือนคณะอีกสองอาทิตย์ข้างหน้าค่ะ”

“หะว่าไงนะฟองจันทร์ประกวดดาวคณะเหรอ”

พี่หมอพะนายตะโกนเสียงโหดมากจนฉันเกือบทำโทรศัพท์หลุดออกจากมือเขาเป็นอะไรเนี้ยแค่ประกวดดาวคณะมันแปลกตรงไหน ก็คนมันสวย (มั่นใจในตัวเองม๊ากกกก)

“ค่ะฟองประกวดดาวคณะ ได้แสดงละครมนต์รักลูกทุ่งด้วยนะคะพี่หมอพะนาย” ใจดีสู้เสือไว้ก่อนถึงเขาจะทำเสียงโหดมาแต่ฉันกับตอบเขาอย่างภาคภูมิใจที่ได้เล่นเป็นนางเอกมนต์รักลูกทุ่ง

“อะไรนะมนต์รักลูกทุ่งมันคืออะไรนะครับ” เสียงพี่หมอพะนายเหมือนได้ยินสิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งใหม่อะไรแบบนั้น

“นี่พี่หมอพะนายไม่รู้จักมนต์รักลูกทุ่งเหรอคะ” อึ้งมากละครเข้าดังมากแถมมีร้องเพลงลูกทุ่งด้วยนี้เขาไม่รู้จักจริงๆ เหรอ

“ไม่อะพี่ไม่เห็นเคยได้ยินเลย”

“งั้นวันประกวดอีกสองอาทิตย์ถ้าพี่หมอพะนายว่างมาดูฟองแสดงก็ได้นะคะ” ไอ้ฟองไม่ได้อ่อยนะแค่บอกว่าถ้าว่างแค่นั้นเองนะ

“แต่พี่ว่างวันนี่น้องฟองจันทร์อยู่ไหนพี่จะไปหาแล้วเรากินข้าวยังครับ”

“ฟองอยู่ที่มอค่ะอยู่ตึกสาขาเครื่องกล ส่วนข้าวยังไม่ได้กินลองชุดสำหรับแต่งตัวแสดงอยู่ค่ะ” ฉันนั่งคุยกับพี่หมอพะนายจนลืมไปแล้วว่าอยู่ห้องน้ำกำลังลองชุดอยู่

“ลูกสาวลองสุดเป็นไงโอเคหรือยัง ติวเตอร์ให้มาตามไปซ้อมบทเร็วๆ เดี๋ยวองค์ลงท่านประธานสาขาค่ะ” เสียงป๋องแป้งตะโกนมาจากหน้าห้องน้ำ

“เอ่อพี่หมอพะนายงั้นฟองวางสายก่อนนะคะ”

“ครับเดี๋ยวไปซื้อข้าวไปให้”

“ไม่เป็นไรดีกว่านะคะ แค่นี้นะคะพี่หมอ”

“ครับ” หลังจากวางสายจากพี่หมอพะนายฉันก็เดินเอาชุดไปให้ป๋องแป้ง แล้วก็ไปซ้อมบทกับแสตมป์ที่ซ้อมกับนิดหน่อยอยู่ก่อนแล้ว

“ไงฟองจันทร์กินข้าวเที่ยงหรือยัง มีสปาร์เก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเลของโปรดแกด้วยนะ ไอ้ไบเลย์ไปซื้อมาให้ ไม่รู้มันใจป๋ามาจากไหนสาขาตัวเองไม่ไปเลี้ยง แต่กลับมาเลี้ยงพวกเราฮ่าๆ”

“อ้าวจริงดิแล้วไบเลย์ไปไหนแล้วเหรอ” บอกแล้วว่าไบเลย์รวยจริงอะไรจริง

“เพื่อนสาขามันโทรเรียกไปซ้อมละครแล้ว เอาไงจะกินก่อนหรือจะซ้อมต่อบทก่อน” แสตมป์เดินเข้ามาถามฉันที่นั่งอยู่โต๊ะเดิมที่นอนไปเมื่อเช้า

“ต่อบทก่อนแล้วกันก็ได้ เสร็จพึ่งกินขนมไปตอนพวกแกออกไปซื้อของยังไม่ค่อยหิวมาก” จากนั่งพวกเราก็เริ่มซ้อมโดยมีติวเตอร์ควบคุมและด่าพวกเราเมื่อเล่นไม่ถูกใจมัน บางทีอยากเดินไปตบหัวมันชักที คนเล่นนี้ร้องเพลงคิดว่าเพาะแล้วมันบอกร้องใหม่รอบที่สามแล้วไอ้เพื่อนเลว

“ไงทุกคนเตรียมการแสดงไปถึงไหนแล้ว” เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่หน้าโจรป่าพี่รหัสเขาไงจะใครละเดินนำเพื่อนๆ เขามา แต่เดี๋ยวนะผู้ชายที่เดินถือถุงอะไรชักอย่างมาสองสามถุงเดินมาเป็นคนสุดท้ายเลย

“ตอนนี้เรื่องเครื่องแต่งตัวนักแสดงได้ครบหมดแล้วครับ แล้วก็กำลังซ้อมบทละคร ส่วนฉากพวกไอ้บิ๊กกำลังทำอยู่ตรงนู้นครับเฮียคิง” ไม่รู้ติวเตอร์ไปสนิทกับพี่คิงตอนไหนเรียกเฮียชะสนิทสนมกันเชียว

“เอ่อๆ ดีๆ แล้วนี่ก็กะจะมาดูเผื่อมีอะไรให้พวกพี่ช่วยในฐานะรุ่นพี่สาขาเดียวกัน” พี่คิงพูดแล้วก็เดินไปนั่งโต๊ะที่ว่างอยู่พร้อมรุ่นพี่สาขาของฉัน

“ฟองจันทร์กินข้าวหรือยังครับ พี่ซื้อก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวผัดกุ้ง แล้วก็มีโดนัทมาหนึ่งกล่อง” พี่หมอพะนายชูถุงอาหารที่ซื้อมาในมือให้ฉันดูในขนาดที่ฉันยืนอึ้งไม่คิดว่าเขาจะซื้อมาจริงๆ

“อะเอ่อยังไม่ได้กินค่ะ งั้นติวเตอร์ฟองขอพักกินข้าวก่อนนะ” ฉันตอบพี่หมอพะนายไป แล้วหันหน้ากลับไปบอกติวเตอร์ที่ยืนคุยกับพี่คิงอยู่

“โอเคงั้นทุกคนพักกินน้ำกันก่อนร้องเพลงมานานแล้ว” จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายไปดื่มน้ำ ส่วนฉันก็เดินตามหลังพี่หมอพะนายไปนั่งโต๊ะที่ว่างอยู่ ก่อนที่จะเดินไปถึงไอ้แสตมป์เดินมากระซิบฉัน

“เอาไงดีมีแต่ลูกครึ่ง ทั้งฮ่องกงทั้งฝรั่งฮอตจริงว่าที่ดาวคณะวิศวะ” กระซิบฉันเสร็จก็เดินไปหาติวเตอร์เลยแหม่ล้อกันจังเลยนะไอ้เพื่อนบ้า

“ฟองจันทร์จะกินอะไรระหว่างข้าวผัดกุ้งกับก๋วยเตี๋ยวเรือหรือจะกินทั้งสองอย่างเลย” พี่หมอพะนายถามฉันขนาดที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาแกะถุงก๋วยเตี๋ยวใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ สงสัยจัง ไปเตรียมมาจากไหนพร้อมเชียวฉันกำลังจะตอบว่าจะกินอะไร อยู่ๆ แสตมป์มันก็เดินถือกล่องอาหารเข้ามาหาฉัน

“อ่ะสปาเกตตีผัดขี้เมาทะเลของโปรดแกที่ไอ้ไบเลย์ซื้อมาฝาก” สะตั้นไปเลย มองหน้าพี่หมอพะนายที่ทำหน้านิ่งมาก เอาไงดีไอ้ฟอง

“ตกลงจะกินอะไรดีครับ” พี่หมอพะนายพูดเสียงต่ำแล้วเหมือนกดดันฉันทางอ้อมเลยอ่ะไอ้ตัววางระเบิดมันเอาสปาเกตตีผัดขี้เมาทะเลของโปรดฉันมาวางไว้ข้างๆ ถ้วยก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วก็เดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ฟะฟองจะกินทุกอย่างเลยค่ะ” เพื่อตัดปัญหากินทุกอย่างเลยแล้วกันเนอะ น่าอร่อยทุกอย่างเลย

“งั้นกินดิ๊!” ทำไมต้องทำเสียงโหดใสเขาด้วย ไอ้ฟองกลัวแล้วนะฉันทำหน้าหวาดๆ แล้วเลือกตักก๋วยเตี๋ยวเรือเข้าปากเป็นทำแรก

“พะพี่หมอกินด้วยกันนะคะ” ยิ้มหวานให้ไปก่อนแล้วกัน

“ครับกินเยอะๆ นะยัยขี้เมาของเฮียยิ่งผอมอยู่ด้วย” เขาเรียกฉันเหมือนวันที่บอกฝันดีอีกแล้ว และดูท่าจะอารมณ์ดีขึ้นมากๆ กว่าเมื่อกี้ สงสัยจะโมโหหิวที่ฉันชักช้าละมั้ง

“รับทราบค่ะเฮียหมอพะนาย” ฉันพูดกวนๆ กลับไปขนาดที่เริ่มตักสปาเกตตีผัดขี้เมาทะเลของโปรดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

“แหมไปนั่งกินข้าวอยู่สองคนมุ้งมิ้งกันเชียวนะไอ้พะนาย นี่แกไปกุ๊กกิ๊กกับน้องรหัสฉันตั้งแต่เมื่อไรว่ะ” หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ฉันก็เดินมารวมตัวกับเพื่อนๆ เพื่อจะซ้อมละครมนต์รักลูกทุ่งต่อ ส่วนพี่หมอเขาก็เดินไปนั่งกับพี่คิง พี่หน้าโจรป่าของฉันก็เริ่มแซวเพื่อนเขาเลย

“ไม่ได้กิ๊กอะไรทั้งนั้นแหละแกเงียบไปเลยน้องๆ เขาจะซ้อมละครกันอย่ารบกวนคนอื่นเขา” พี่หมอพะนายพูดปรามให้พี่คิงหยุดแซว แต่ทำไมหูเขามันแดงๆ เหมือนคนเขินเลย

“หึทำเป็นเฉไฉนะไอ้เสือ!” พี่คิงยังคงพูดเหน็บแนมพี่หมอว่าแต่ ‘เสือ’ เหรอมันหมายความว่าไงนะ ทำไมพี่คิงเรียกพี่หมอพะนายแบบนั้น

จากนั้นฟองจันทร์คนนี้ก็ซ้อมละครมนต์รักลูกทุ่ง ที่พี่หมอพะนายเหมือนเคยดูเป็นครั้งแรกในชีวิตแต่ทำไมพี่หมอเล่นจ้องแต่ไอ้ฟองคนเดียวเนี้ยเขินนะ

“มีสติหน่อยไอ้ฟองแกร้องผิดอีกแล้วนะ ตั้งใจหน่อยสิเพื่อนจะได้เลิกก่อนทุ่มหนึ่ง” เสียงไอ้ติวเตอร์ตะโกนมาในขนาดที่ฉันกำลังร้องเพลงอยู่ คนบ้าอะไรหน้าตาก็ว่าหวานเหมือนผู้หญิงแล้วพอได้พูดนี่ปากจัดชะมัด

“เอ่อๆ เข้าใจแล้วค่ะท่านประธานสาขาเพื่อนจะพยายาม!”

...............................................................................................

เม้นเป็นกำลังใจให้ไรต์เตอร์หน่อยนะเขาคือใครนะมาลุ้นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยัยวิศวะตัวร้ายปราบเสือให้เป็นแมว   บทที่ 145

    เชี้ยแล้วไหมล่ะ! อีกสิบนาทีอาจารย์จะเข้าสอนแล้ว แต่ผมยังยืนรอข้ามถนนอยู่สี่แยกหน้าโรงอาหารกลางมหาลัยอยู่เลย!ความวุ่นวายเวลาเปลี่ยนคาบเรียนซึ่งเป็นชั่วโมงเร่งด่วนในมหาลัยของผมเลยเถอะ เพราะด้วยเป็นมหาลัยชื่อดังของประเทศทำให้คนที่เข้ามาเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กที่เรียนเก่งและบ้านรวยแต่นั้นเหมือนจะไม่ใช้ป

  • ยัยวิศวะตัวร้ายปราบเสือให้เป็นแมว   บทที่ 144

    เสียงสะอื้นฮึก แต่ก็ไม่ละความพยายามฟ้องคุณย่าของแก เด็กชายแฝดน้องที่หน้าตาเหมือนคนพี่จนแทบจะแยกไม่ออกโครงหน้าฉายแววหล่อเหลาเหมือนคนเป็นพ่อมีเพียงปากเรียวกระจับที่เหมือนคุณแม่เพียงอย่างเดียวในตัวเด็กชายฝาแฝด“ไม่จริง!นะครับคุณหญิงย่า พอลต่างหากที่จะแย้งหุ่นยนต์ของพลัสก่อน น้องบอกว่าของน้องตัวเล็กกว่า

  • ยัยวิศวะตัวร้ายปราบเสือให้เป็นแมว   บทที่ 143

    พี่หมอยกมือขึ้นไหว้อาจารย์หมอของเขา ยิ้มหน้าบานไม่หุบเมื่อผลตรวจครรภ์ออกมายืนยันแล้วว่าภรรยาสุดที่รักของเขาท้องแล้วจริงๆ แถมเป็นแฝดอีกต่างหาก!“ต่อไปนี้ก็ดูแลภรรยาให้ดีนะคุณหมอพะนาย คุณก็ทราบดีอยู่แล้วว่าระยะสามเดือนแรกมีโอกาสเสี่ยงที่จะแท้งได้สูงและที่สำคัญต้องระวังอย่าให้ว่าที่คุณแม่เครียดนะคุณหมอ

  • ยัยวิศวะตัวร้ายปราบเสือให้เป็นแมว   บทที่ 142

    ห้องหอ...หลังจากที่ผู้ใหญ่ให้พรคู่บ่าวสาวแล้ว พวกท่านก็กลับออกไป ปล่อยให้คู่สามีภรรยาป้ายแดงเข้าหอกัน...“หนูฟองมาใกล้ๆครับเดี๋ยวเฮียจะแกะผมช่วย”ใบหน้าหล่อเหลายิ้มขำภรรยาสาวของเขาที่กำลังทำหน้าหงุดหงิดลำคานและดึงทึ่งผมตัวเองอยู่กับจำนวนกิ๊บดำหนีบผมจำนวนมากที่อยู่บนหัวของเธอโดยฝีมือของช่างทำผมที่เน

  • ยัยวิศวะตัวร้ายปราบเสือให้เป็นแมว   บทที่ 141

    “ทำไมทำหน้ากังวลอย่างนั้นล่ะลูกสาวคนสวยของม๊า”ฉันเข้าไปกอดท่านเอาไว้แน่น เมื่อท่านเปิดประตูเข้ามาในห้องและช่างแต่งหน้าทำผมต่างออกไปจากห้องเมื่อฉันแต่งหน้าทำผมเสร็จ พวกเขาปล่อยให้ฉันอยู่ในห้องกับแม่สองคนเป็นการส่วนตัว“ฟองไม่รู้เหมือนกันค่ะม๊า แต่ฟองกลัวว่าชีวิตหลังแต่งงานของฟองกับเฮียจะไปไม่ได้สวยเ

  • ยัยวิศวะตัวร้ายปราบเสือให้เป็นแมว   บทที่ 140

    4 ปีต่อมา...“ไอ้ฟองรีบวิ่งหน่อย เดี๋ยวไม่ทันถ่ายรูปรวมของสาขานะโว้ย!”ไอ้ติวเตอร์ตะโกนเรียกฉันที่กำลังรีบเดินให้ทันเพื่อน ฉันวิ่งหอบดอกไม้ ตุ๊กตา ที่เพื่อนๆน้องๆนำมาแสดงความยินดีด้วยความพะรุงพะรังภาพเหมือนวันแรกที่ฉันรับน้องตอนปีหนึ่งเลย ต่างกันแค่วันนี้เป็นวันรับปริญญาของฉัน“รู้แล้วโว้ย! เพื่อนข

  • ยัยวิศวะตัวร้ายปราบเสือให้เป็นแมว   บทที่ 95

    “มาแล้วเหรอจ๊ะหนูน้ำอิงมาๆน้าจะแนะนำให้หนูรู้จักกับลูกชายคนกลางของน้า” คุณหญิงแม่ของพี่หมอท่านหันไปคุยกับผู้หญิงที่ชื่อน้ำอิง“ค่ะคุณน้า” เธอยิ้มหวานแล้วมองไปยังพี่หมอ“นี่ตาหมอพะนายลูกชายน้าจ๊ะ แล้วตาหมอนี่หนูน้ำอิงลูกสาวของเพื่อนแม่”“คุณหญิงแม่ครับ ก็นายบอกแล้วยังไงล่ะครับว่าผู้หญิงที่นายจับมืออย

  • ยัยวิศวะตัวร้ายปราบเสือให้เป็นแมว   บทที่ 87

    ​หลังจากที่หนูฟองออกไปจากห้องครัวผมกับเฮียแบงค์ก็เริ่มลงมือทำอาหาร ผู้ชายท่าทางเถื่อนตามสไตล์เด็กวิศวะทำอาหารเป็นดูคล่องแคล้ว ไม่เหมือนพี่ชายผมที่มันแค่ต้มไข่ยังไม่สุกเลยฮ่าๆ“ทำไมเฮียแบงค์ดูทำอาหารเก่งจังเลยครับ” ชวนพี่เมียคุยไปเรื่อยๆ“ธรรมดาเฮียเข้าครัวกับมาม๊าบ่อยตอนอยู่บ้านที่ขอนแก่น”“อ่อๆแล้

  • ยัยวิศวะตัวร้ายปราบเสือให้เป็นแมว   บทที่ 79

    วันสุดท้ายของสัปดาห์ก็มาถึงชักทีในเมื่อห้าวันที่ผ่านมามันก็จะเรียนหนักมาก!? งานก็เริ่มมีสั่งให้ทำทั้งๆที่พึ่งเปิดเรียน แต่ในความโชคร้ายก็มีความโชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์!!!ฉันก็มีการวางโปรแกรมกับเพื่อนๆในสาขานัดแนะกันไปนั่งชิวแบบชิลๆกันนิดนึงพอเป็นพิธีฉลองเปิดเรียน!?แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่รู้จะขออน

  • ยัยวิศวะตัวร้ายปราบเสือให้เป็นแมว   บทที่ 70

    พอได้แช่น้ำอุ่นๆในอ่างก็ทำให้อาการปวดร้าวตรงจุดนั้นเริ่มผ่อนคายลงมาก กลิ่นหอมๆของน้ำยาปรับอากาศก็ยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ฉันหายมึนหัวลงมาก“หนูฟองครับทำไมอาบน้ำนานจังนี้มันชั่วโมงครึ่งแล้วนะ เฮียว่าออกมาเถอะเดี่ยวจะเป็นหวัดเอานะ!” พี่หมอพะนายตะโกนเสียงดังมาจากหน้าห้องน้ำ“โอเคค่ะ เดี่ยวฟองล้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status