Mag-log inเมื่อผู้ช่วยแม่ครัวดันย้อนเวลาไปพบกับฮ่องเต้ที่เลือกกินที่สุดในสามโลก แต่ดันถูกสวมรอยรับความดีความชอบแทนแม่ครัวของเราเรื่องวุ่นๆจึงเกิดขึ้น เอาใจช่วยแม่ศรีไพรของเราให้ชนะใจฝ่าบาทไปด้วยกัน ใน...เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท
view moreร่างบางเปลือยเปล่าสั่นสะท้านเมื่อถูกลำท่อนสีเนื้อขนาดใหญ่สอดเข้าไปในช่องทางสงวนจนสุดลำ พลันเกิดความรู้สึกเจ็บแปลบตรงใจกลางความเป็นสาว กับการสูญเสียครั้งแรกให้กับชายผู้เป็นสามีที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อช่วงเช้า
และตอนนี้เขาก็กำลังเมาอย่างหนักจากงานเลี้ยง ซึ่งต้องดื่มเหล้ากับแขกที่มาร่วมงานตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงดึก
“อ่า… แน่นฉิบ”
เจ้าของแก่นกายใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างพึงพอใจ รู้สึกเสียววาบตรงแก่นกายเมื่อถูกช่องทางคับแน่นบีบรัดจนขยับตัวได้ยาก ก่อนที่เอวสอบจะขยับอย่างเชื่องช้าจนเริ่มคล่องตัว
เตียงนอนขนาดคิงส์ไซซ์โยกคลอนตามแรงกระแทกของมาเฟียหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลา ทว่าดุดันเมื่อตอกตรึงท่อนเอ็นใหญ่เข้าใส่เจ้าของร่างบาง มือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงน่าอาย แต่กลับถูกมือของอีกฝ่ายปัดออกราวกับรู้สึกขัดหูขัดตา
“อึก ฉะ ฉันเจ็บ อ๊ะ อื้อ… พะ พี่คิณ”
คิณเห็นสีหน้าเหยเกของหญิงสาวขณะเปล่งเสียงครางหวานออกมา ทำให้อารมณ์สวาทในกายชายหนุ่มปะทุขึ้นอย่างหนัก
ยิ่งเห็นอีกฝ่ายทรมานเพราะถูกท่อนเอ็นแข็งกระแทกเต็มแรงจนดิ้นพล่านครางชื่อของเขา ชายหนุ่มก็ยิ่งมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
เอวสอบออกแรงส่งลำกายสีเนื้อผลุบเข้าผลุบออกในช่องทางคับแคบที่ไม่เคยผ่านมือชายใด เขาจับเธอพลิกตัวเปลี่ยนท่า เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมในห้องนอนขนาดใหญ่
“อ๊ะ อ๊ะ ซี้ด... พี่คิณขา อ๊ะ อ๊ะ”
ในเวลาต่อมา ร่องสาวก็ปรับตัวเข้ากับความเป็นชายใหญ่โต พลันเปลี่ยนจากความรู้สึกเหนียมอาย กลายเป็นความเสียวซ่าน และร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งร่าง
มือหนาจับเอวบางในท่านอนคว่ำหน้าแล้วยกสะโพกขึ้น กระแทกเอวสอบเข้าใส่บั้นท้ายงามงอน ส่งลำท่อนใหญ่จ้วงแทงรูสวาทจากทางด้านหลัง ทำให้ปลายหัวบานกระทบกับปากมดลูก
พลันทำให้หญิงสาวจุกเสียดท้องน้อย จนต้องระบายออกมาเป็นเสียงครางฟังไม่ได้ศัพท์ ในขณะเดียวกันก็ทำให้อารมณ์ดิบเถื่อนของเขาปะทุขึ้น เร่งจังหวะซอยสะโพกถี่รัว
ปัก! ปัก! ปัก!
“พะ พี่คิณ อ๊ะ อ๊า… ฉันจะ ทะ ทนไม่ไหวแล้วค่ะ ซี้ด…”
“อ๊า… ใกล้แตกแล้ว”
ร่องสาวของเธอกำลังขมิบตอดลำท่อนอย่างรุนแรง ทำให้มาเฟียหนุ่มแทบจะอดทนไม่ไหวเช่นเดียวกัน
เขาตอกตรึงความเป็นชายใส่ร่องคับแคบเร็วแรง จนได้ยินหน้าขากระทบกับก้นงามที่ถูกเขาบีบจนเป็นรอยแดงของนิ้วมือ
ไม่คิดว่าหญิงสาวจะหอมหวานไปทั่วทั้งตัว ทำให้เขาพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างสุขสม พากันแตะขอบสวรรค์ไปพร้อมกันทั้งคู่ มาเฟียหนุ่มก็รีบถอนแก่นกายออก มือหนาชักรูดระบายน้ำสีขาวขุ่นออกมาจากรูเล็กตรงปลายหัวบานหยักลงบนบั้นท้ายของหญิงสาว
เขาได้ระบายความต้องการดั่งใจหวัง แต่ทว่าก็ยังไม่หนำใจ จับคนตัวเล็กนอนหงาย อ้าขาทั้งสองข้างพาดตรงข้อพับแขน แทงท่อนเอ็นอุ่นเข้าใส่รูฉ่ำเยิ้ม ออกแรงขยับเข้าออกอีกครั้ง
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ กระแทกมาแรง ๆ ค่ะ ฉะ ฉันเสียว ไม่ไหวแล้ว”
เสียงครางหวานร้องขอความเห็นใจ เธอเสียดเสียวและร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่าง อยากให้เขามอบความรู้สึกลึกซึ้งของสองร่างที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวกันรุนแรงขึ้น ราวกับหลงชอบบทรักอันเร่าร้อนที่ถูกอีกฝ่ายมอบให้ในคืนวิวาห์
ทว่าค่ำคืนอันแสนหวานก็พลันมลายหายไปในพริบตา เมื่อเจ้าบ่าวของเธอเผลอเรียกชื่อผู้หญิงอีกคนเสียงพร่า
“อืม… ครางชื่อพี่สิครับ อิงฟ้า”
อกข้างซ้ายของอิงดาวกระตุกวูบ พลันรู้สึกหน่วงขึ้นมากะทันหัน ดวงตาของเธอที่หลับตาพริ้มด้วยความเสียดเสียว ตอนนี้กลับเบิกตากว้าง เอ่ยกับอีกฝ่าย
“ฉะ ฉันคืออิงดาว”
ไม่รู้ว่าเขาลืมตัว หรือเป็นเพราะความเมาถึงทำให้เรียกชื่อของเธอผิด ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้รู้สึกเห็นใจเธอเลยสักนิด
เขาหยุดการกระทำไปชั่วขณะ แต่ทว่าแก่นกายใหญ่ยังเสียบคาอยู่ในร่องสาวคับแน่น ก่อนที่น้ำเสียงเข้มจะดังขึ้นอย่างออกคำสั่ง
“เธอไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่อนั้นในบ้านของฉัน อยู่ที่นี่ เธอเป็นได้แค่อิงฟ้าเท่านั้น จำใส่สมองเอาไว้”
มาเฟียหนุ่มกัดกรามแน่น ดวงตาของเขาแข็งกร้าวจ้องใบหน้าของหญิงสาว แสดงออกถึงความไม่พอใจ
ใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวด้วยความโกรธ ทั้งที่มันเป็นชื่อของเธอ
เธอคืออิงดาว ไม่ใช่อิงฟ้า
เขากับเธอกำลังทำเรื่องที่สามีและภรรยากระทำร่วมกัน ในเวลานี้คิณไม่ควรเรียกชื่อของผู้หญิงอีกคนขึ้นมา
“อ่า… หุบปาก แล้วครางอย่างเดียวก็พอ ฉันไม่อยากได้ยินเธอพูดเรื่องไร้สาระ แม่งน่ารำคาญฉิบหาย”
ไทเฮาน้ำตาปริ่มขอบตารับเอาร่างกระจ้อยที่นอนนิ่งเปิดโอกาสให้ใครต่อใครได้ชื่นชม อี้เอ่อร์ยืนเขย่งตัวอยากจะเห็นองค์ชายน้อยเช่นกัน"อี้เอ่อร์ มาชื่นชมองค์ชายน้อยเสียด้วยกัน"ศรีไพรพูดขึ้นยิ้มๆ"ขอบพระทัยฮองเฮา"อี้เอ่อร์ยื่นหน้าไปดูร่างกระจ้อยในอ้อมแขนไทเฮา พร้อมกับรอยน้ำตา"เจ้าว่าเหมือนฝ่าบาทหรือฮองเฮา"ไทเฮาเอ่ยปาก"เหมือนทั้งสองพระองค์ และน่าเอ็นดูที่สุด"อี้เอ่อร์พูดไปยิ้มไปป้าตื้อเดินมาทรุดกายลงข้างหน้าศรีไพร"ป้าตื้อเล่าได้เห็นหน้าองค์ชายหรือยัง อ่อจริงสิได้เห็นก่อนข้าเสียอีก"ศรีไพรพูดไปยิ้มไป"ตาแก่ซุนมอบสิ่งนี้มาให้ข้าช่วยรับขวัญองค์ชายน้อย"วางตุ๊กตาแกะสลักลงข้างแท่นนอนศรีไพรถอนหายใจ"ไม่รับ"หรวนหนิงหลงเลิกคิ้วสูงกับท่าทีของศรีไพรป้าตื้อเช็ดน้ำตารู้สึกเจ็บปวดในใจ"ข้าน้อยเข้าใจตาแก่ทำกับฮองมากไปแค่นี้ก็ถือว่าเมตตามากแล้วกับคนแก่อย่างเรา"ศรีไพรยิ้ม"ที่ไม่รับเพราะอยากให้ท่านลุงซุนมอบมันให้กับองค์ชายน้อยกับตัวเอง ข้าให้ออกจากห้องขังก็ไม่ออกมาฉะนั้น ต้องออกมาไม่อย่างนั้นข้าไม่รับ"หรวนหนิงลงหัวเราะในลำคอ"ตามนั้นข้าบัญชาให้ซุนเต๋อไฉ่มามอบของกำนัลรับขวัญองค์ชายน้อยด้วยตัวเองไม่เช่นนั้
ป้าตื้อที่มาถึงในยามสายก็พูดขึ้นก่อนจะหย่อนตูดลงนั่งด้วยซ้ำไป“ข้าละอายใจเกินกว่าจะทำแบบนั้นได้ฮองเฮาไม่เคยถือโทษ ฝ่าบาทแม้ลงโทษก็โทษสถานเบาด้วยอ้างคำพูดของฮองเฮา"ป้าตื้อกอดเข่า"ฮองเฮากลับมาหลายอย่างดีขึ้นแม้แต่ข้าเองยังกลับมาเป็นข้าเช่นเดิมส่วนฝ่าบาทก็ไม่ฉุนเฉียวเศร้าสร้อยนับว่าสวรรค์ส่งฮองเฮามาเพื่อพวกเราจริงๆ""ข้าซาบซึ้งน้ำพระทัยฮองเฮายิ่งนักที่ไม่กล่าวโทษข้าแล้วยังให้ข้าออกจากคุกคุมขังไปใช้ชีวิตสงบข้างนอกได้อีก วันก่อนไทเฮามีราชเสาวนีย์ให้ข้าไปพำนักที่ตำหนักพระพันปีในตำแหน่งคนดูแลอุทยานส่วนพระองค์ข้าน้ำตาแทบไหลแต่ละพระองค์ล้วน ดีกับข้าเหลือเกิน""เฮ้อ อย่างนั้นก็รีบออกมาเสีย ขืนชักช้าจะไม่ทันได้เห็นองค์ชายน้อยถือกำเนิดหมอหลวงบอกว่าไม่เกินวันสองวันนี้ฝ่าบาททรงดีพระทัยจัดให้มีการสร้างตำหนักใหม่ให้กับองค์ชายเสียใหม่แล้วยัง สั่งผ้าเนื้อเกณฑ์นางในหลายสิบคนช่วยกันตัดเย็บอาภรณ์สำหรับเด็กอ่อน ฮองเฮาเองจะเดินจะนั่งจะไปไหนฝ่าบาทก็คอยประคองด้วยองค์เองไม่ห่าง อี้เอ่อร์กลายเป็นนางกำนัลข้างกาย เสี่ยวถาน เสี่ยวหยาจำต้องรับหน้าที่ปรุงอาหารแทน มีแต่แกนั่นล่ะตาแก่ที่สบายอยู่ในนี้"ป้าตื้อร่ายยาว"
“หลายวันมานี้นอนอยู่แต่ในแท่นนอน ฝ่าบาทควรจะออกไปสูดอากาศเสียบ้าง”หรวนหนิงหลงถอนหายใจ แต่ก็ยอมลุกไปโดยดี“กลิ่นอะไร”หรวนหนิงหลงได้กลิ่นน้ำชุปหมาล่าเตะจมูกหอมจนทำให้นึกถึงเรื่องราวในวันเก่าในห้องเครนื่องคืนวันนั้นกับศรีไพรเป่ยกงกงไปแล้ว ภาพตรงหน้า ที่เขาเห็นคือศรีไพรที่นั่งถือพัดพัดไฟในเตาให้โหมกระพือเพื่อให้หม้อชาบูเดือด“ชาบูเยียวยาทุกอย่าง”ใบหน้างดงามหันมายิ้มให้เขา หรวนหนิงหลงถลาเข้าไปกอดรวบร่างบางไว้แนบอก น้ำตาไหลริน“ในที่สุดเจ้าก็กลับมาการรอคอยของข้าไม่สูญเปล่า ข้าคิดถึง คิดถึงเจ้าที่สุด”“เบาๆเพคะ อือช้ำหมดแล้วรู้ไหมทำไมกลับมา”ศรีไพรลูบที่หน้าท้องเบาๆ“อย่าบอกนะว่า เจ้า ตั้งครรภ์ลูกของข้า”ศรีไพรพยักหน้าขึ้นลงอายๆ“กลัวแทบตายว่าจะกลับมาไม่ได้ แต่ข้าก็มั่นใจว่าจะต้องกลับมาในเมื่อข้าฝันถึงท่านในทุกคืน ท่านเล่าฝันถึงข้าบ้างไหม”หรวนหนิงหลงยิ้มทั้งน้ำตา“ไม่ว่าจะหลับหรือตื่นล่วนมีเจ้าทุกเวลา อย่าจากข้าไปไหนอีกได้ไหมอยุ่ที่ด้วยกันอยู่กับข้าไปจนแก่เฒ่า”ศรีไพรพยักหน้าขึ้นลง“กลับไปไม่ได้แล้วในเมื่อซินแซที่วัดข้างบ้านที่ทำพิธีให้กับข้าเพื่อกลับมาที่นี่ขอคำยืนยันกลับข้าว่าหากข้ามาข้
ฉับพลันนั้นเองแสงหลายสีก็ปรากฎขึ้นที่รอบๆร่างบางของศรีไพร หรวนหนิงลุกทะลึ่งพรวดลุกขึ้นจากแท่นนอน แม้จะไม่เข้าใจว่าแสงนั้นคือสิ่งใดแต่เขากลับดึงร่างบางให้ถอยจากลำแสงหลากสีนั้น กอดรวบร่างบางของศรีไพรไว้แน่นศรีไพรรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลที่ฉุดดึงร่างของเธอทั้งลากทั้งดึงแสงหลากสีห่อหุ้มร่างบางไว้ทั้งๆที่หรวนหนิงหฟลงกอดไว้แต่แสงก็ไม่ได้แตะต้องหรวนหนิงหลงแต่อย่างใด แสงหลากสีตามาถึงนี่ ตามมารับตัวศรีไพรถึงที่นี่ ไม่สิไม่ว่าศรนีไพีจะอยู่ที่ไหนแสงหลากสีนี้ก็จะหาจนเจอเสียมากกว่าศรีไพรนึกขำที่ตัวเองไปเฝ้ารอแสงนี้ในทุกค่ำคืนที่ห้องเครื่อง คงจะต้องไปจริงๆแล้วสินะ ว่าแต่ทำไมต้องเป้นตอนนี้ในเมื่อทุกอย่างกำลังจะดีแล้วเชียวศรีไพรกำลังจะพบกับความสุขแล้วเชียว ศรีไพรรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วสรรพร่าง มึนงงและตื่นตระหนกพยายามฝืนใจบอกลาหรวงหนิงหลง“คงต้องไปแล้ว ข้าไม่อาจฝืนต่ออะไรบางอย่างในตอนนี้ ฝ่าบาทปล่อยข้าเถอะข้าเจ็บปวดเพราะแรงฉุดดึงจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว”หรวนหนิงหลงหน้าเสีย แต่ยังไม่ยอมปล่อยอ้อมแขน“เจ้าไปข้าไป”“ฝ่าบาทไม่มีประโยชน์ ข้าคงต้องลาแล้ว บางทีข้าจะหาโอกาสกลับมาที่นี่ให้ได้อีกสักครั้ง”“ไม่ไม่ไม่ข้าไ
ศรีไพรรีบวิ่งไปที่นั่นในทันทีแบบที่ไม่ต้องคิดอะไร ใช่แล้วบางทีนี่อาจจะพาศรีไพรกลับไปโลกปัจจุบันได้ ทหารเดินยามตีเหล็กแผ่นบอกว่ากำลังจะผ่านยามจื่อ (23.00-24.59น.) ไปแล้วเข้าสู่ยามโฉว่ (01.00-02.59น.) ศรีไพรก้าวเข้าไปยืนที่ตรงกลางแสงนั่นก็รู้สึกเหมือนเวลาหยุดลงในทันทีแสงสว่างนั่น หมุนวนรอบๆ ตัว แล้วก็
เป่ยกงกงประสานมืออมยิ้ม“มิได้รอแต่เครื่องเสวย ฝ่าบาททรงรอคนยกเครื่องเสวยด้วยถูกต้องหรือไม่”“นางงดงามจน…ข้าไม่อยากจะเชื่อว่านางจะปรุงเครื่องเสวยได้ เราไปดูนางปรุงเครื่องเสวยที่ห้องเครื่องดีไหม”"ไม่พ่ะย่ะค่ะยิ่งกดดันพวกเขาและห้องเครื่องวุ่นวายทั้งกลิ่นควันไฟและกลิ่นอาหารฝ่าบาทจะทนได้หรือ""ไม่ไปก็ได้"ใ
“ปูนบำเหน็จให้นาง ข้าแค่สงสัยว่าเหตุใดในเมื่อกระเพาะหมูเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับเครื่องเสวยของฮ่องเต้แต่ทำไมคนที่ปรุงเครื่องเสวยยังดื้อรั้นนำมันมาปรุงอีก ความดื้อรั้นนี้นับว่าเป็นความชอบเพราะทำให้ข้าเสวยได้หลังจากที่ไม่ได้เสวยอะไรในหลายวันที่ผ่านมา”เฟยฟางกับลุงซุนยิ้มแทบจะพร้อมกัน หนิงหลงจ้องมองใบหน้
“หัวหน้าห้องเครื่องที่รับผิดชอบเรื่องเครื่องเสวยมาพบข้า”หนิงหลงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเป่ยกงกงรับคำถอยห่างออกมา ถึงจะอยากคาดเดาแต่ก็ไม่อาจคาดเดาว่าหนิงหลงกำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์ไหนกันแน่พร้อมกับที่เฟยฟางกำลังยกเครื่องเสวยของนางพร้อมกับของหวานเข้ามาห้องเครื่อง“ฝ่าบาททรงเสวยแล้ว ฝ่าบาทเสวยเคร





