LOGIN
ไห่เฉิง ปี 1970
วันนั้น...เกิดเหตุการณ์มากมายกับ ‘หวงไป่ฉิง’ คู่หมั้นสวมเขา เพื่อนสนิททรยศหักหลัง จักรยานราคาแพงแสนแพงเธอกลับทำมันพัง เรื่องคู่หมั้นกับเพื่อนสนิทของเธอ เธอพอจะรับได้ แต่...เรื่องจักรยานที่เธอทำพังนี่สิ เธอจะทำอย่างไรล่ะทีนี้ ?
แม่เธอรักจักรยานคันนี้ยิ่งกว่าชีวิต แม่บังคับให้ทุกคนอดข้าวอดน้ำนานหลายเดือนกว่าจะเก็บเงินได้ 500 หยวนเพื่อซื้อจักรยานเฟิ่งหวงคันนี้มา แม่ลำบากวิ่งเต้นหาคูปองอุตสาหกรรมหลายใบเพื่อซื้อจักรยานคันนี้มาให้เธอได้ใช้อวดกับเพื่อน ๆ
จักรยานเฟิ่งหวงคันนี้แพงกว่าจักรยานเฟิ่งหวงของผู้ชายซะอีก แค่นึกภาพว่าเธอกลับไปที่บ้านจะต้องโดนอะไรบ้าง เธอก็กลัวแล้ว
“เป็นเพราะหานอวิ๋นกับฟางเฟยคนเดียวเลย ถ้าพวกเขาไม่ทำเรื่องอับอายลับหลังเรา เราคงไม่ซวยแบบนี้”
ไป่ฉิงรีบร้อนใจเดินไปเดินมา เห็นจักรยานที่พื้นแล้ว แขนขาเธอถึงกับไร้เรี่ยวแรง ไป่ฉิงคือลูกสาวของนายทหาร เธอมีพี่ชายอยู่ 2 คน เพราะเธอคือลูกผู้หญิงเพียงคนเดียว พ่อกับแม่และพี่ชายถึงได้รักได้หวงเธอยิ่งกว่าไข่ในหิน เธอได้หมั้นหมายกับหานอวิ๋นตั้งแต่เด็ก เธอเองก็ชอบและอยากจะแต่งงานกับหานอวิ๋น แต่...ดูเหมือนหานอวิ๋นไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ
ในความคิดของไป่ฉิง หานอวิ๋นก็ไม่ได้ดีเด่อะไร แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงได้หลงอีกฝ่ายนัก คอยเอาอกเอาใจเหมือนคนโง่ไม่มีผิด อย่างไรเสีย...ผู้ใหญ่ทั้งสองได้ตกลงให้เธอกับหานอวิ๋นหมั้นหมายกันแล้วนี่นา เธอคงปฏิเสธการหมั้นหมายในครั้งนี้ไม่ได้สินะ
เมื่อเช้านี้...เธอปั่นจักรยานไปรับฟางเฟย ไม่คิดว่าเธอจะได้รับรู้เรื่องราวที่เธอไม่ควรรับรู้เข้า ไป่ฉิงเห็นหานอวิ๋นอยู่ที่นั่นกับฟางเฟย เธอก็คิดว่าบังเอิญหานอวิ๋นเดินผ่านมาแถวนี้ซะอีก ไม่อยากจะคิดอะไรมาก เธอจึงเดินเข้าไปถามหานอวิ๋นดู ไม่คิดว่าเธอจะได้รู้ความจริงที่ทำให้เธอถึงกับโกรธเลือดขึ้นหน้า
‘ไป่ฉิง ฉันขอโทษนะ ฉันกับพี่หานอวิ๋นเราสองคนรักกันจริง เธออย่าโกรธฉันเลยนะไป่ฉิง ’
ฟางเฟยพูดจบก็บีบน้ำตาต่อหน้าเธอ พยายามทำตัวน่าสงสารทำให้หานอวิ๋นเข้าใจผิดคิดว่าเธอพูดจาร้าย ๆ กับฟางเฟย
‘ฉันคือคนที่ถูกเธอกับหานอวิ๋นสวมเขานะ ฉันสิควรจะเป็นฝ่ายร้องไห้เสียใจถึงจะถูก ฟางเฟย เธอร้องไห้ เธอกำลังเสียใจหรือกำลังดีใจกันแน่ ? ’
ไป่ฉิงพูดจบ...หานอวิ๋นว่าที่คู่หมั้นของเธอก็ตวาดเสียงดังลั่น สีหน้าและแววตาโกรธเธออย่างเห็นได้ชัด
‘ไป่ฉิง เธอนี่ชอบเอาเปรียบคนอื่นจริง ๆ เลยนะ ’ เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดคำหยาบหรือเอาเปรียบฟางเฟยเลย หานอวิ๋นกลับหาว่าเธอกำลังเอาเปรียบฟางเฟยอยู่อย่างนั้นหรือ ?
เธอจะไม่ทนอีกต่อไป ก่อนที่ไป่ฉิงจะเดินออกมาจากตรงนั้น เธอได้ลงมือสั่งสอนหานอวิ๋นกับฟางเฟยไปทีหนึ่ง พอเห็นสภาพของทั้งสองแล้ว เธอก็พอใจมากรีบปั่นจักรยานออกมาจากตรงนั้น ไม่รู้ว่าตอนนั้นไป่ฉิงกำลังคิดอะไรอยู่ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอบังเอิญปั่นจักรยานไปชนเข้ากับกำแพง ศีรษะกระแทกที่พื้นอย่างแรง กว่าเธอจะรู้ตัวก็ผ่านไปนานหลายนาที
“ฟ้าแกล้งฉันอยู่หรือ ?” พอได้สติ...ไป่ฉิงก็รีบนำจักรยานออกมาจากตรงนั้น เธอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว อยากจะรีบนำเรื่องนี้ไปบอกพ่อกับแม่
“ฉิงฉิง เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงได้จูงจักรยานกลับมาที่บ้านแบบนี้ ให้ตายเถอะ ดูหน้าผากหนูสิ ไปโดนอะไรมา ?”
หลิวเหนียงเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน เห็นสภาพของลูกสาวสุดที่รักมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่นและยังได้รับบาดเจ็บอีกก็ยิ่งเป็นห่วง ตนรีบสาวเท้าเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้เป็นลูกสาว ก่อนจะจับแขนลูกสาวหมุนกายไปมาดู
“แม่ ฮึก ๆ หนูอยากจะถอนหมั้นกับพี่หานอวิ๋นค่ะ หนูไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายพรรคนั้น พี่หานอวิ๋นทรยศหักหลังหนู พี่เขาไปแอบคบกับฟางเฟยเพื่อนสนิทหนูค่ะแม่ ฮือ ๆ ”
ไป่ฉิงส่งเสียงร้องไห้ดังลั่นบ้าน ที่เธอร้องไห้ไม่ใช่เพราะว่าเธอเสียใจที่หานอวิ๋นนอกใจเธอไปคบกับฟางเฟย ที่เธอร้องไห้เพราะภาพแปลก ๆ ที่ผุดเข้ามาในหัวของเธอ เธอปวดหัว ปวดเนื้อปวดตัวต่างหากล่ะ ไป่ฉิงเห็นภาพตัวเองประเคนของมีค่าทั้งหมดที่เธอมีให้กับหานอวิ๋น พอเธอตามเขาไปที่หมู่บ้านเล็ก ๆ นั่น เธอโง่เขลาคอยวิ่งตามทำทุกอย่างแทนหานอวิ๋น
เธอนำอาหารแห้งและข้าวที่เธอมีไปประเคนให้หานอวิ๋นนำไปให้ฟางเฟย ส่วนตัวเธอเองเพราะทำงานหนักเกินไปสุดท้ายก็สิ้นใจตาย ปกติแล้วเธอแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องลำบากก็มีเงินใช้ มีอาหารดี ๆ ให้กิน เพราะฐานะทางบ้านเธอดีกว่าทางบ้านของหานอวิ๋นมาก แต่ว่า...สองปีต่อจากนี้ประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลง พ่อของเธอกับพ่อของหานอวิ๋นจะถูกทางการจับตัวส่งไปทำงานที่เหมือง
“มีเรื่องอะไรกันฉิงฉิง เล่าให้แม่ฟังสิ หานอวิ๋นทำอะไรหนู ? เดือนหน้าหนูจะต้องเดินทางไปที่หมู่บ้านนั่นแล้วนะ ถ้าหนูถอนหมั้นกับหานอวิ๋น ใครจะเป็นคนดูแลหนูเล่า”
‘หม่าหลิวเหนียง’ คิดว่าไป่ฉิงถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก หานอวิ๋นคงทำอะไรให้ไม่พอใจถึงได้โกรธมากขนาดนี้
“แม่คะ พี่หานอวิ๋นกับฟางเฟยเพื่อนสนิทฉันรังแกหนูค่ะ พวกเขาสองคนแอบคบกันลับหลังหนู ฟางเฟยยังบอกกับหนูอีกนะคะว่าไม่ให้เอาเรื่องพวกเขาสองคน ไม่ให้หนูนำเรื่องนี้มาบอกทุกคน แม่คิดว่าผู้ชายพรรคนั้นจะดูแลหนูได้เหรอคะ ? จริงด้วย...ฟางเฟยกจะตามไปที่นั่นด้วยนะคะ”
ไป่ฉิงเองก็ไม่รู้ว่าฟางเฟยจะร่วมกลุ่มยุวชนไปที่หมู่บ้านนั้นกับเธอหรือไม่ ? แต่...ภาพที่ผุดเข้ามาในหัวเธอ เธอเชื่อว่าฟางเฟยจะต้องตามหานอวิ๋นไปที่นั่นแน่ หานอวิ๋นกับฟางเฟยวางแผนไว้หมดแล้ว เธอเองจะไม่ยอมให้หานอวิ๋นกับฟางเฟยเอาเปรียบเธอหรอกนะ หาน อวิ๋นไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ พออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่กลับทำตัวเหมือนว่าชอบเธอ ที่แท้เขาก็มีแผนอยากจะหลอกใช้เธอนี่เอง
“ฉิงฉิง ลูกพูดจริงหรือ ? หานอวิ๋นกล้าทำแบบนั้นกับลูกจริง ๆ หรือ ?”
‘หวงสวี่ข่าย’ ผู้เป็นพ่อได้ยินลูกสาวสุดที่รักบอกแบบนั้นจะทนได้อย่างไร สวี่ข่ายรีบบอกให้ไป่ฉิงกับภรรยาตามตนไปที่บ้านเหอ
“จางเต๋ออยู่ไหม ? ” พอมาถึงที่บ้านเหอ สวี่ข่ายก็รีบเรียกพ่อของหานอวิ๋นออกมาคุย ใช่ว่าลูกสาวของตนจะไม่มีใครเอา ถ้าหาน อวิ๋นไม่ดีตนจะไม่ยอมให้ลูกสาวสุดที่รักของตนแต่งงานกับหานอวิ๋นเด็ดขาด
“คุณ ใจเย็นก่อน อย่าใช้อารมณ์” หลิวเหนียงเห็นสีหน้าของผู้เป็นสามีไม่ค่อยดีก็รีบเอ่ยบอก ตนไม่อยากให้เพื่อนบ้านรู้เรื่องนี้ กลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้ลูกสาวสุดที่รักของตนต้องอับอาย
“สวี่ข่าย พี่สะใภ้หม่า มีเรื่องอะไรหรือ ? ไป่ฉิง หนูมาหาหานอวิ๋นหรือ ? หานอวิ๋นกำลังพักอยู่ที่ห้อง เดี๋ยวอาไปตามหานอวิ๋นให้นะ”
จางเต๋อยังไม่รู้เรื่องอะไรฉีกยิ้มกว้างเดินเข้าไปข้างใน จางเต๋อรักและเอ็นดูไป่ฉิงมาก ๆ ตนมีลูกชายอยู่ 3 คน ไม่มีลูกผู้หญิงเลย ไม่มีใครรู้หรอกว่าตนชื่นชมสวี่ข่ายมาแค่ไหนที่มีลูกสาวน่ารัก นิสัยดีอย่างไป่ฉิง ตนเฝ้าดูไป่ฉิงเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ถึงได้รักและเอ็นดูไป่ฉิงเหมือนกับลูกสาวคนหนึ่ง ในอนาคต...ไป่ฉิงก็จะมาเป็นสะใภ้บ้านเหอแล้ว จางเต๋อยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข
“อาคะ หนูไม่ได้มาหาพี่หานอวิ๋นค่ะ” ไป่ฉิงเล่นบทละครผู้น่าสงสาร ริมฝีปากเม้มแน่น ใบหน้าพริ้มเพราก้มหน้ามองต่ำ ไม่มีใครเห็นว่าเธอกำลังซ่อนรอยยิ้มร้ายไว้อยู่ วันนี้เธอจะต้องสั่งสอนหานอวิ๋นให้หลาบจำ จะได้ไม่กล้าพูดอะไรแบบนั้นกับเธออีก
“ฉิงฉิงเป็นอะไรไปหรือ ?” จางเต๋อเห็นสีหน้าของไป่ฉิงไม่ค่อยดีถึงกับหุบยิ้ม ปกติไป่ฉิงจะเป็นคนยิ้มแย้มอารมณ์ดี ไร้เดียงสาเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง ทำไมวันนี้ไป่ฉิงถึงได้ดูเศร้าแบบนี้นะ ?
“ฉิงฉิงเป็นอะไรอย่างนั้นหรือ ? ทำไมนายไม่ไปถามลูกชายตัวดีของนายดู หึ ~ จางเต๋อ ฉันมาที่นี่ฉันอยากจะมาถอนหมั้นต่างหากเล่า ฉันจะไม่ยอมให้ลูกสาวฉันแต่งงานกับผู้ชายมักมากอย่างหานอวิ๋นลูกชายนายหรอกนะ”
“มีเรื่องอะไรกันหรือ ? พี่สวี่ข่าย พี่หลิวเหนียง วันนี้ตั้งใจแวะมาหาพวกเราที่บ้านหรือ ? อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนค่อยกลับนะ”
ซูหยวนแม่ของหานอวิ๋นเห็นไป่ฉิงแวะมาหาตนถึงที่บ้านก็รีบจูงมือไป่ฉิงไปที่ห้องรับแขก
“ขอโทษด้วยนะซูหยวน วันนี้พวกเราคงอยู่ทานข้าวที่นี่ไม่ได้ ฉันมาที่นี่เพราะอยากจะมาคุยเรื่องถอนหมั้น เรื่องที่เราคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นโมฆะ”
หลิวเหนียงรีบเอ่ยบอกจุดประสงค์ของตัวเอง ตอนนี้ตนไม่อยากให้ลูกสาวสุดที่รักของตนต้องมาแต่งงานกับหานอวิ๋น ถ้าไป่ฉิงแต่งงานกับหานอวิ๋นไปแล้วเกิดทุกข์ใจ ตนเป็นแม่จะทนได้อย่างไร
“พี่หลิวเหนียง ถ้าหานอวิ๋นทำอะไรให้ไป่ฉิงโกรธหรือไม่พอใจ ฉันจะบอกให้หานอวิ๋นมาขอโทษไป่ฉิง อย่าให้เด็กทั้งสองต้องถอนหมั้นกันเลยนะ คนที่จะมาเป็นสะใภ้เหอมีแค่ไป่ฉิงเท่านั้น ฉันไม่ยอมให้หานอวิ๋นแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นหรอกนะ ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ไป่ฉิง อีกอย่าง…เด็ก ๆ กำลังจะไปทำหน้าที่ของตัวเองที่หมู่บ้านเล็ก ๆ นั่น ไม่มีใครดูแลไป่ฉิงได้ดีเท่าหานอวิ๋นแล้วนะพี่”
ซูหยวนเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับไป่ฉิงและหานอวิ๋นกันแน่ ปกติแล้วหานอวิ๋นจะไม่ทำเรื่องอะไรให้ไป่ฉิงไม่สบายใจ รอคุยกับพ่อแม่ของไป่ฉิงก่อน ตนถึงจะกลับมาสั่งสอนลูกชายตัวดีของตน ตอนนี้ประเทศกำลังวุ่นวาย ครอบครัวข้าราชการจะต้องส่งคนภายในครอบครัวไปพัฒนาหมู่บ้านเล็ก ๆ ตามเมืองต่าง ๆ
ทั้งสองครอบครัวต่างก็มีหน้ามีตาในสังคม ยิ่งต้องเป็นแบบอย่างให้ทุกคนเห็น ครอบครัวเหอมีแค่หานอวิ๋นเท่านั้น ปีนี้หานอวิ๋นอายุได้ 20 แล้ว สามารถลงชื่อเข้าร่วมกลุ่มยุวชนเดินทางไปที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ต่างเมืองได้แล้ว ส่วนลูกชายคนรองของพวกเขาเพิ่งจะ 13 ลูกชายคนเล็กเพิ่งจะ 10 ขวบ ยังเรียนไม่จบมัธยมปลายเลย
ครอบครัวหวงยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีลูกชาย 2 คน แต่ลูกชายทั้ง 2 ของสวี่ข่ายต่างก็เป็นทหาร ไป่ฉิงเองเพิ่งจะ 18 เธอกำลังเรียนหมออยู่ กลับต้องมาทิ้งการเรียนเพื่อลงชื่อเข้าร่วมกับกลุ่มยุวชนไปที่นั่น แต่…เพราะว่ามีหานอวิ๋นร่วมเดินทางด้วย ครอบครัวหวงถึงได้ยอมให้ไป่ฉิงไปที่นั่น
“ซูหยวน เราไม่อยากรบกวนหานอวิ๋น หานอวิ๋นยังต้องดูแลคนรัก ไม่มีเวลามาดูแลไป่ฉิงลูกสาวฉันหรอก อีกอย่าง…หานอวิ๋นยังคิดที่จะหลอกใช้ลูกสาวฉันให้เป็นเกาะกำบัง พอไป่ฉิงลูกสาวฉันไปถึงที่นั่น ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหานอวิ๋นจะทำอะไรลูกสาวฉันบ้าง”
“คุณไปตามหานอวิ๋นมาเดี๋ยวนี้!!” จางเต๋ออยากรู้ความจริงจากปากของหานอวิ๋น พอเห็นสีหน้าอันเศร้าสร้อยของไป่ฉิงแล้ว จางเต๋อก็ยิ่งโกรธ
ซูหยวนเห็นท่าไม่ดีก็รีบเดินไปตามหานอวิ๋นออกมาคุยกัน ตนไม่เชื่อว่าหานอวิ๋นจะกล้าทำอะไรแบบนั้น ไป่ฉิงดีขนาดนี้ ลูกชายของตนกล้าทำให้ไป่ฉิงเสียใจได้อย่างไร ก่อนที่ตนจะให้เด็ก ๆ ทั้งสองหมั้นหมายกัน ตนได้ถามความคิดเห็นจากหานอวิ๋นแล้ว หานอวิ๋นก็ไม่ได้ปฏิเสธ ตกลงที่จะหมั้นกับไป่ฉิงไม่ใช่หรือ ? ไม่รู้ว่าหานอวิ๋นกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำแบบนั้น ตนเองยังรับความจริงเรื่องนี้ไม่ได้เลย พ่อกับแม่ไป่ฉิงจะรับได้อย่างไร
“ไป่ฉิงเธอเพิ่งจะมาถึงที่นี่ เธอคงยังไม่รู้อะไร เหิงเยว่มีสมุนที่นี่ พวกเราถึงได้เกรงใจเหิงเยว่ทำตามที่เหิงเยว่บอกทุกอย่าง เธอรู้ไหมว่าคนของเหิงเยว่เป็นใคร คือหานลู่นะ ใคร ๆ ก็กลัวหานลู่กันทั้งนั้น เมื่อก่อนพวกเราก็เคยมีปากเสียงกับเหิงเยว่เหมือนกัน เหิงเยว่ไม่ได้แค่ขู่ แต่เหิงเยว่ลงมือทำจริง เหิงเยว่ให้หานลู่มาขู่พวกเราถึงที่นี่ ยุวชนชายบางคนถูกหานลู่ทำร้ายร่างกายนอนป่วยอยู่นานหลายวัน หานลู่คือคนที่นี่ ชาวบ้านที่นี่กลับไม่ชอบขี้หน้าพวกเรา เธอต้องระวังตัวด้วยนะไป่ฉิง อีกอย่าง...เครื่องใช้ในครัวเป็นของเหิงเยว่หมด พวกเรามาที่นี่ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาด้วยเลย จำเป็นต้องใช้ของเหิงเยว่ พวกเราไม่มีใครกล้าอยู่ฝั่งเธอนะไป่ฉิง”ยุวชนหญิงคนหนึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เตียงหลิวหลิงเดินมาเตือนสติพวกเขาสองคน แต่ไป่ฉิงก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร“ขอบคุณพี่มากนะคะ ฉันรู้ว่าฉันควรจะทำอะไร ประเทศเรามีกฎหมายนิคะ เราไม่ต้องไปกลัวใครหรอกค่ะ ใครทำอะไรเรา เราก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจัดการผู้ที่กระทำผิดก็พอค่ะ เราอย่าไปยอมให้คนพวกนั้นมาเอาเปรียบเราสิคะ”ไป่ฉิงรู้ว่าเธอไม่ควรประมาท ทำอะไรก็ต้องมีสติ ฟางเฟยรู้ว่าไป่ฉิงมี
“พี่หานอวิ๋น พี่ช่วยฉันหน่อยสิคะ ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ” ฟางเฟยเหนื่อยแทบจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว ให้หล่อนมาเดินท่ามกลางอากาศร้อนแบบนี้ อีกไม่นานหล่อนได้กลายเป็นศพตรงนี้แน่ ต่อให้หล่อนไม่ได้สุขสบายเหมือนไป่ฉิง แต่หล่อนก็ไม่เคยลำบากแบบนี้มาก่อนหานอวิ๋นไม่มีทางเลือกอื่น จำใจต้องล้วงเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้ฟางเฟยกิน จะให้เขาแบกฟางเฟยขึ้นหลังก็ไม่ไหว ตัวเขาเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน ฟางเฟยเห็นหานอวิ๋นยื่นลูกอมมาตรงหน้าก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เขามีลูกอมอยู่ทำไมไม่เอาออกมาให้หล่อนกินตั้งแต่แรก เมื่อเช้าพวกเขาสองคนมัวแต่ยืนรอไป่ฉิง ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยพวกเขารอคนขับซ่อมรถก็เกือบชั่วโมงแล้ว ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ร่างกายหล่อนแทบจะไม่มีแรงเหลือแล้ว หล่อนเกือบจะเป็นลมไปแล้ว หานอวิ๋นเพิ่งจะเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้หล่อนกินอย่างนั้นหรือ“ทำไมพี่ไม่เอาลูกอมนี่ออกมาให้ฉันกินตั้งแต่แรกคะ ? ”“พี่มีไม่เยอะ ถ้าพี่เอาออกมาให้เธอกินหมด แล้วพี่จะกินอะไร ?” หานอวิ๋นอึดอัดมาก ตั้งแต่เล็กจนโตอยู่ที่บ้านเขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เขารู้สึกว่าฟางเฟยคือตัวปัญหา คือภาระ เขาอยู่ข้างไป่ฉิงไม่เคยลำบากแบบนี้ด้วยซ้ำ“นี่พี่ พี่ชื
ไป่ฉิงไม่อยากยุ่งกับสองคนนั้น เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะบอกให้คนขับรถลากรีบบังคับรถผ่านหานอวิ๋นกับฟางเฟยไป“พี่หานอวิ๋น นั่นใช่ไป่ฉิงไหมคะ ? ” เมื่อกี้รถลากของไป่ฉิงผ่านไป ฟางเฟยบังเอิญเหลือบไปเห็นเข้าพอดี หล่อนเชื่อว่าหล่อนมองไม่ผิดแน่หานอวิ๋นได้ยินฟางเฟยบอกแบบนั้นก็รีบมองตามรถลากนั้นไป แต่...เขากลับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต่อให้ไป่ฉิงโกรธเขามากแค่ไหนเธอก็ไม่ทางทิ้งเขาให้ลำบากได้ เธอจะต้องช่วยเขาไม่ใช่ปล่อยเขาไปแบบนี้ เขารู้ดีว่าไป่ฉิงเป็นคนยังไง ภายนอกอาจจะดูเย็นชา แต่จิตใจเธออ่อนโยนมาก“พี่หานอวิ๋น พี่ดีกับไป่ฉิงขนาดนั้น ดูไป่ฉิงทำกับพี่สิคะ ปล่อยให้พี่มาลำบากแบบนี้ได้ยังไง ? ไป่ฉิงไม่คิดที่จะช่วยพวกเราสองคนด้วยซ้ำ”ฟางเฟยกระทืบเท้าไปมาด้วยความโกรธ หล่อนกลับไม่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้กับไป่ฉิง หานอวิ๋นไม่พูดไม่จาอะไร เอาแต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้น ทางด้านของไป่ฉิง...เธอกับหลิวหลิงมาถึงที่ชุมชนได้ทันเวลาพอดี พวกเขาสองคนยังมีเวลาไปทำอย่างอื่น เธอเดินไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินไปตามหาคนที่มารับพวกเขา“อาคะ ฉันขอถามอะไรหน่อยค่ะ เราจะไปที่หมู่บ้านหมิงกวงได้ยังไงคะ ? ฉันคือยุวชนมาจา
ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหันมามองที่ฟางเฟยกันหมด ทุกคนต่างมองฟางเฟยด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม ฟางเฟยทนกับสายตาที่มองมาไม่ได้ อยากจะวิ่งไปที่รางรถไฟจบชีวิตตัวเอง หานอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปกอดฟางเฟยไว้ ฟางเฟยไม่ยอมผละจากอ้อมกอดของหานอวิ๋น หล่อนโอบกอดหานอวิ๋นส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุดให้ตายยังไงฟางเฟยก็ไม่ยอมให้หานอวิ๋นเดินทางไปที่เมืองฟู่หยาง ครู่นั้นทางคณะก็ได้วิ่งมาบอกว่ารถไฟเดินทางไปที่เมืองหลิงหยางได้เคลื่อนตัวออกจากสถานีไปแล้ว สุดท้าย...ฟางเฟยก็ต้องเปลี่ยนที่หมายไปที่เมืองฟู่หยางกับหานอวิ๋นแทน ทุกคนที่รู้แบบนั้นก็ไม่พอใจมาก หลิวเหนียงเป็นกังวล กลัวว่าไป่ฉิงจะถูกฟางเฟยกับหานอวิ๋นเอาเปรียบทางด้านไป่ฉิง...เธอไม่ได้สนใจหานอวิ๋นกับฟางเฟย ตอนนี้เธอหาที่นั่งของตัวเองได้แล้ว เป็นเตียงนอนสะดวกสบายมาก เธอมองผ่านหน้าต่างเห็นพ่อกับแม่ยังยืนอยู่ที่เดิม เธอก็รีบโบกมือลาพวกท่าน ไป่ฉิงนำผ้าปูที่นอนออกมา จากนั้นก็เดินไปนอนที่เตียงของตัวเองความจริงแล้ว...หานอวิ๋นก็ได้ตั๋วที่นอนเหมือนกับไป่ฉิง แต่...เพราะว่ามีฟางเฟยตามติดไม่ห่าง พ่อของหานอวิ๋นถึงได้ไปเปลี่ยนตั๋วที่นอนเป็นตั๋วที่นั่งแทน ไม่มีสอ
ทั้งสองครอบครัวนั่งคุยกันอยู่นานกว่าจะตัดสินใจได้ สุดท้ายไป่ฉิงก็ได้พ่อกับแม่มาเพิ่มอีกคน ซูหยวนนำข้าวของมากมายมาให้พ่อกับแม่ของไป่ฉิงเพื่อนตอบแทนค่าเลี้ยงดู มีทั้งเครื่องประดับที่เป็นหยก เสื้อผ้ารองเท้า รวมถึงเครื่องนอนด้วย ตอนแรกไป่ฉิงก็ไม่กล้ารับไว้เพราะเกรงใจพ่อกับแม่ของหานอวิ๋น พอพ่อกับแม่เห็นดีให้เธอรับ เธอถึงกล้ารับของนั้นมาพอหานอวิ๋นรู้ว่าพ่อกับแม่ของเขารับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาวอีกคน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้รู้สึกไม่ดี ไม่ค่อยจะพอใจนัก เขาอยากจะให้พ่อกับแม่เปลี่ยนใจไม่รับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาว เขารับไม่ได้หรอกนะที่อยู่ ๆ พ่อกับแม่ของเขาก็รับอดีตคู่หมั้นให้มาเป็นน้องสาวเขา หาน อวิ๋นรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังสูญเสียอะไรบางอย่างไปมือหนาทาบไปที่หน้าอกของตัวเอง ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเจ็บปวดหัวใจนะ ? เขาเป็นอะไรกันแน่ ? เขาเกลียดไป่ฉิงนักไม่ใช่หรือ ? เขาไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิตเขาไม่ใช่หรือ ? หานอวิ๋นได้แต่ถามตัวเองว่าผู้หญิงที่เขารักคือฟางเฟยจริง ๆ หรือ ? ตอนนี้เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าเขากำลังเป็นอะไรกันแน่ ?“พี่หานอวิ๋น พี่ไปย่างเนื้อสิครับ” น้องชายของหานอวิ๋นเห็นเขานิ่งไปไม่ขยับเขยื้อนก็รีบเอ
ไป่ฉิงเห็นแม่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เธอก็รีบคว้าแขนแม่เธอไว้ หลิวเหนียงหันมามองไป่ฉิง เห็นไป่ฉิงพยักหน้าเบา ๆ ก็เข้าใจได้ทันที ตนก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก ปล่อยให้ลูกสาวเป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง“เธอเพิ่งรู้ตัวเหรอว่าเธอชอบไปอาศัยข้าวที่บ้านฉันน่ะ ถึงเวลาที่เธอจะต้องเลี้ยงข้าวฉันกับแม่แล้ว ถ้าฉันปฏิเสธความหวังดีของเธอ เธอคงเสียใจมากสินะฟางเฟย ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ประหยัดเงิน”“ป้าคะ ฉันขอสั่งอาหารเพิ่มค่ะ ขอซาลาเปาไส้หมูสับ 5 ลูก น้ำอัดลม 2 ขวด เงินกับคูปองป้าเก็บกับผู้หญิงคนนี้ได้เลย โชคดีจริง ๆ เงินกับคูปองที่มีอยู่ตอนนี้เหลือไม่เยอะ เพราะต้องเลี้ยงข้าวผู้หญิงคนนี้ทุกวัน ตอนนี้เงินกับคูปองที่มีอยู่เหลือน้อยมาก ขอบคุณนะฟางเฟยที่เลี้ยงข้าวฉันกับแม่ ฉันไปก่อนนะ”พูดจบ...ไป่ฉิงก็รีบถือถาดอาหารไปที่โต๊ะ เธอไม่อยากจะสนใจว่าฟางเฟยกับหานอวิ๋นจะรู้สึกยังไง ฟางเฟยไม่อยากจะเชื่อว่าไป่ฉิงจะตอกกลับหล่อนได้เจ็บแสบแบบนี้ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้ ปกติแล้วไป่ฉิงจะต้องด่าหล่อน มีอาการคลุ้มคลั่งไม่ใช่หรือ ? ไป่ฉิงพูดแบบนี้แล้ว หล่อนจะต้องทำยังไง ?“คูปองข้าว 5 จิน คูปองเนื้อ 2 จิน เงินอีก 3







