ログインหานอวิ๋นเดินออกมาจากห้องก็รีบโค้งศีรษะให้กับพ่อแม่ของไป่ฉิง ก่อนจะปรายตามองไปที่ไป่ฉิง
“พ่อเรียกผมมามีอะไรหรือ ? ” ในแววตาคู่นั้นฉายชัดว่าเกลียดไป่ฉิงมากแค่ไหน
เธอตั้งใจนำเรื่องนี้มาฟ้องพ่อกับแม่เขาชัด ๆ นิสัยเดิมของเธอไม่เปลี่ยน ตั้งแต่เด็กแล้ว เขาทำอะไรให้เธอไม่พอใจ เธอมักจะมาฟ้องพ่อกับแม่ของเขา พอพ่อกับแม่โกรธก็มาลงที่เขา ไป่ฉิงตั้งใจหลอกใช้พ่อกับแม่เขาให้มาบีบบังคับเขา เธออยากจะใช้วิธีนี้ให้พ่อกับแม่บีบบังคับให้เขาแต่งงานกับเธอสินะ หานอวิ๋นเกลียดที่สุดคือการถูกบังคับ
“แกยังมีหน้ามาถามฉันอีกหรือ ? แกมีผู้หญิงคนอื่นใช่หรือไม่ ? รู้ทั้งรู้ว่าแกมีคู่หมั้นอยู่แล้วยังกล้าทำแบบนี้อีกหรือ ?!!” จางเต๋อโกรธเลือดขึ้นหน้า ตบไปที่หน้าของหานอวิ๋นอย่างแรง
“ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับไป่ฉิง ผมไม่อยากแต่งงานกับไป่ฉิง ผมมีคนรักอยู่แล้ว เธอชื่อว่าฟางเฟย ฟางเฟยเป็นคนดี เป็นคนขยัน ฟางเฟยไม่ใช่คนขี้ฟ้องเหมือนใครบางคน!!”
หานอวิ๋นจ้องหน้าผู้เป็นพ่อเขม็ง เขาเองไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ไป่ฉิง อย่าหวังว่าจะบังคับเขาได้
“จางเต๋อ เรื่องของเด็กสองคนเราคงบังคับไม่ได้ ให้เด็กทั้งสองถอนหมั้นเถอะ พวกเราขอตัวกลับก่อนนะ”
พ่อกับแม่ของไป่ฉิงได้ยินหานอวิ๋นบอกแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าหาน อวิ๋นไม่ได้รักไป่ฉิง พวกเขาพลาดเองที่ยอมให้ไป่ฉิงหมั้นกับหานอวิ๋น
“จริงอย่างที่พ่อหนูบอกค่ะอาจางเต๋อ อาอย่าทำอะไรพี่หานอวิ๋นเลยนะคะ หนูกับพี่หานอวิ๋นไม่ใช่คู่กันก็แค่นั้นค่ะ พวกเราสองคนไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อกัน หนูไม่อยากให้อาทั้งสองกับพ่อแม่ต้องเสียใจ หนูถึงได้ยอมหมั้นกับพี่เขา ตอนนี้พี่หานอวิ๋นมีคนรักแล้ว อาอย่าบังคับพี่เขาเลยนะคะ”
ไป่ฉิงทำหน้าเศร้าบีบน้ำตา ลึก ๆ แล้วเธอกำลังด่าหานอวิ๋นอยู่ต่างหากเล่า หานอวิ๋นคือพระเอกในนิยายเรื่องนี้ นางร้ายตัวประกอบอย่างเธอไม่อยากสร้างรอยบาดแผลในใจให้เขา เธออยากถอนหมั้นอย่างเงียบ ๆ ไม่อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ได้แต่ภาวนาให้เขากับนางเอกของเรื่องอย่างฟางเฟยมีความสุขเคียงคู่กันไปจนแก่เฒ่า
เธอเองก็ไม่อยากเป็นเครื่องมือให้พวกเขาสองคนหลอกใช้ เธอจะไม่โง่วิ่งตามเขาจนต้องมีจุดจบเหมือนภาพที่ผุดเข้ามาในหัวของเธอ เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหมือนทุกวันนี้จะไม่ดีกว่าหรือ ? หานอวิ๋นได้ยินไป่ฉิงบอกแบบนั้นก็ประหลาดใจมาก เธอมาที่นี่เพราะอยากจะมาฟ้องพ่อกับแม่เขาไม่ใช่หรือ ? เขาถูกพ่อกับแม่ดุด่าต่อว่าไม่รู้กี่ครั้งเพราะเธอคนเดียว
“พี่หานอวิ๋น รบกวนพี่คืนของที่ฉันเคยให้พี่ด้วยค่ะ ต่อแต่นี้ไปเราคือคนแปลกหน้า ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
นางร้ายตัวประกอบอย่างเธอจะต้องทวงของทุกอย่างที่เธอเคยให้เขาคืน ไม่ใช่ว่าเธอขี้เหนียว แต่…อีกไม่นานเธอจะต้องเดินทางไปที่หมู่บ้านนั่นแล้ว ฟางเฟยได้นำของพวกนั้นมาเยาะเย้ยเธอ เธอจะต้องนำของพวกนั้นไปทำลายทิ้ง นัยน์ตาเรียวคมเต็มไปด้วยความประหลาดใจมองมาที่ไป่ฉิง ในเมื่อเธอทวงของทุกอย่างคืน เขายินดีคืนของให้เธอ
“ฉันเองไม่ได้อยากจะได้ของไร้ค่าที่เธอให้มาหรอกนะ” จางเต๋อได้ยินแบบนั้นก็ตบไปที่หน้าหานอวิ๋นอีกครั้ง
“แกพูดอะไรของแกหานอวิ๋น ไป่ฉิง อย่าไปถือสาคำพูดของหาน อวิ๋นเลยนะ ” จางเต๋อกลัวว่าไป่ฉิงจะเข้าใจผิดก็รีบเอ่ยบอก
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะอาจางเต๋อ หนูไม่ถือสาคำพูดของพี่เขาหรอกค่ะ”
ไป่ฉิงอยู่รอให้หานอวิ๋นนำของออกมาคืนเธอ หลังจากได้ของทุกอย่างครบหมดแล้ว เธอก็รีบพาพ่อกับแม่เดินออกมาจากบ้านเหอ เธอถอนหมั้นได้สำเร็จ ของที่เธอเคยให้หานอวิ๋นก็ได้คืนมาหมดแล้ว...
พอไป่ฉิงกลับออกไป จางเต๋อก็หันมาจ้องหน้าลูกชายตัวดีของตน ก่อนจะลงมือสั่งสอนหานอวิ๋นอย่างไม่ปรานี
‘ถ้าอยากจะหลุดพ้นจากจากหานอวิ๋นเราจะต้องถอนหมั้นกับเขาเท่านั้น อยู่ให้ห่างจากสองคนนั่น เรื่องสำคัญอีกเรื่องนึง เราจะต้องหาทางช่วยพ่อกับอาจางเต๋อให้หลุดพ้นจากอำนาจมืดให้ได้ ’
ไป่ฉิงนั่งครุ่นคิดอยู่นานครู่นาน เธอคิดว่าพรุ่งนี้เธอจะไปจัดการเรื่องส่วนตัวของเธอก่อน เธออยากจะย้ายไปที่หมู่บ้านอื่น ไม่อยากไปใช้ชีวิตร่วมกับหานอวิ๋น เธอจะต้องอยู่ห่างจากสองคนนั้น ชีวิตต่อจากนี้เธอของเธอจะได้ดีขึ้น เห็นหน้าหานอวิ๋นกับฟางเฟยแล้ว เธออยากจะอ้วก
“ฉิงฉิงลูก หนูหลับหรือยัง ? แม่ขอเข้าไปข้างในได้ไหม ? ” หลิวเหนียงกลัวว่าลูกสาวสุดที่รักของตนจะคิดมาก ตนจึงอยากจะมาดูสักหน่อย
“หนูยังไม่หลับค่ะ แม่เข้ามาเถอะ” ไป่ฉิงอยู่บนเตียงกอดเจ้าตุ๊กตาหมีที่แม่เป็นคนทำให้เธอในอ้อมอกแน่น
“ฉิงฉิง พรุ่งนี้แม่จะพาหนูไปซื้อของดีไหม ? แม่เห็นที่ร้านขายเสื้อผ้ามีเสื้อผ้าใหม่ ๆ เยอะเลย ที่ร้านขายผ้าก็มีผ้าลายใหม่เหมือนกัน แม่จะไปซื้อผ้ามาตัดชุดนอนให้หนู ผ้าลายใหม่ใส่สบายมากเลยนะ แม่ยังมีคูปองผ้าด้วยนะ”
หลิวเหนียงกุมมือเล็กของลูกสาวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เมื่อกี้พี่ชายคนโตของไป่ฉิงเพิ่งจะกลับมาถึงที่บ้าน พอพี่ชายเธอรู้เรื่องก็โกรธมาก อยากจะไปที่บ้านเหอคิดบัญชีกับหานอวิ๋น โชคดีที่พี่สะใภ้ของเธอห้ามไว้ซะก่อน ตอนนี้พี่สะใภ้กำลังยุ่งพาเด็ก ๆ เข้านอนอยู่ ถ้าไม่อย่างนั้นพี่สะใภ้คงตามแม่เธอมาที่ห้องของเธอแล้ว
“แม่คะ เมื่อคืนหนูฝันไม่ค่อยดีเลยค่ะ เรื่องแรกคือเรื่องถอนหมั้น ตอนนี้เรื่องนี้กลายเป็นจริงแล้วค่ะ หนูเป็นกังวลมากเลยค่ะแม่”
ไป่ฉิงพิงศีรษะไปที่ไหล่ของแม่ เธออยากจะทำให้แม่เชื่อในสิ่งที่เธอบอก ถ้าแม่เธอเชื่อสิ่งที่เธอบอก ทุกคนในบ้านถึงจะเชื่อ
“ฉิงฉิง มีแม่อยู่ทั้งคน อย่ากลัวไปเลยนะ แม่จะปกป้องหนูเอง อย่าคิดมากไปเลยลูก” หลิวเหนียงลูบศีรษะลูกสาวสุดที่รักไปมาอย่างเบามือ
“ในความฝันกำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นค่ะแม่ ไม่นานมานี้หัวหน้าของพ่อไปเจอใครที่หลินเฉิงหรือไม่คะ ? อีกไม่นานทางการจะทำการตรวจสอบคนภายใน คนพวกนั้นมีความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติค่ะแม่ หนึ่งในนั้นคือหัวหน้าของพ่อ พ่อกับอาจางเต๋อจะเดือดร้อนค่ะ พ่อกับอาจางเต๋อจะถูกทางการส่งตัวไปทำงานที่เหมือง พี่ชายทั้งสองมีจุดจบไม่ต่างจากพ่อกับอาจางเต๋อค่ะแม่”
ไป่ฉิงตัดสินใจบอกความจริงออกไป เธออยากจะให้แม่ระวังตัว อยากจะให้แม่ไปเตือนสติพ่อ ครอบครัวของเธอจะต้องไม่เป็นอะไร ที่บ้านเหอมีหานอวิ๋นแล้ว หานอวิ๋นเขาคือพระเอกในนิยายเรื่องนี้ คงไม่มีจุดจบเหมือนกับครอบครัวเธอหรอก
พ่อของเธอจะต้องลำบากที่เหมืองใช้ชีวิตเหมือนตายทั้งเป็นที่นั่นนาน 10 ปี เพราะความลำบากทำให้พ่อกับแม่ต้องจากเธอไป พี่ชายทั้งสองของเธอเองก็มีจุดจบไม่ต่างจากพ่อ เพราะอยากจะแก้แค้นให้เธอ สุดท้ายพี่ชายของเธอก็ได้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เพราะฝีมือของหานอวิ๋นกับฟางเฟย
“ฉิงฉิงลูก ก็แค่ความฝันเอง หนูอย่าได้คิดมากไปเลยนะ” หลิวเหนียงเองไม่เชื่อว่าความฝันจะกลายเป็นจริง
“แม่คะ ที่หนูรู้ความจริงเรื่องหานอวิ๋นกับฟางเฟยก็เพราะว่าหนูฝันค่ะ แม่ดูสิคะ ตอนนี้ความฝันหนูกลายเป็นเรื่องจริงแล้วนะคะ เราระวังตัวสักหน่อยก็ไม่เป็นไรนิคะ แม่คะ แม่สัญญากับหนูได้ไหมคะว่าแม่จะนำเรื่องนี้ไปเตือนสติพ่อ ถ้าแม่ไม่ช่วยหนู หนูคงกินไม่ได้นอนไม่หลับแน่ ๆ เลยค่ะ”
ไป่ฉิงรู้ว่าแม่ของเธอเป็นคนยังไง แม่ห่วงทุกคนในบ้าน เธอเชื่อว่าแม่จะต้องนำเรื่องนี้ไปบอกกับพ่อ
“เอาละ ๆ แม่เชื่อหนูก็ได้ รอพ่อกลับมาก่อน แม่จะรีบนำเรื่องนี้ไปบอกกับพ่อ”
หลิวเหนียงอยู่คุยกับไป่ฉิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องไปคุยกับสามี
“คุณพูดจริงหรือ ?” สวี่ข่ายได้ยินสิ่งที่ภรรยาเล่าให้ตนฟังก็ไม่อยากเชื่อ ตนไม่อยากเชื่อคำพูดของลูกสาวก็ต้องเชื่อ หัวหน้าของตนอยากจะให้ตนไปเจอกับกลุ่มคนที่มาจากหลินเฉิงจริง ๆ ตนจะต้องหาทางปฏิเสธหัวหน้าแล้ว
คืนนั้น...ไป่ฉิงนอนไม่หลับ เช้าของอีกวัน เธอเดินออกมาจากห้องด้วยสภาพที่อิดโรย ทุกคนในบ้านคิดว่าเธอเสียใจถึงได้มีสภาพแบบนี้
“ฉิงฉิงลูก พ่อจะหาผู้ชายดี ๆ มาให้หนูเลือกนะ ที่ค่ายมีทหารดี ๆ ให้หนูเลือกเยอะเลย พ่อรับรองว่าผู้ชายที่พ่อหามาให้จะต้องดีกว่าหานอวิ๋นแน่ ๆ หนูอย่าเสียใจไปเลยนะ พ่อเห็นสภาพหนูแล้วพ่อปวดใจมาก”
สวี่ข่ายกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เห็นสภาพของลูกสาวแล้วตนก็รีบปลอบใจ
“พ่อคะ อีกไม่นานหนูก็ต้องเดินทางไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้วค่ะ หนูไม่สนใจเหล่าทหารที่พ่อจะแนะนำให้หนูรู้จักหรอกนะคะ”
“หนูไม่ต้องไปที่ไหนทั้งนั้น พ่อจะทำทุกวิถีทางให้หนูได้อยู่ที่นี่ เมื่อก่อนพ่อก็นึกว่าหานอวิ๋นรักหนู จะดูแลหนูแทนพ่อได้ พ่อถึงได้ยอมให้หนูไปที่นั่น หนูไม่ต้องไปลำบากที่นั่นหรอก ฐานะทางบ้านเราใช่ว่าจะลำบาก ลูกสาวคนเดียวพ่อดูแลได้ ตอนนี้หนูถอนหมั้นกับหาน อวิ๋นแล้ว พ่อไม่สบายใจที่หนูต้องไปทนลำบากที่นั่น”
สวี่ข่ายจะปล่อยให้ลูกสาวสุดที่รักของตนไปลำบากที่นั่นได้อย่างไรเล่า ต่อให้ตนต้องลาออกจากข้าราชการ ตนก็ไม่มีทางปล่อยให้ลูกสาวไปลำบากที่นั่นหรอก
“พ่อคะ อย่าเสี่ยงอันตรายทำเพื่อหนูเลยนะคะ ถ้าทางคณะต้องการให้เราส่งคนไปที่นั่นฉันก็จะไปค่ะ แต่ว่า...หนูไม่อยากอยู่ใกล้หานอวิ๋นค่ะ ทานมื้อเช้าเสร็จหนูจะไปจัดการเรื่องนี้ค่ะพ่อ”
“ฉิงฉิง พ่อไม่สบายใจเลย พ่อไม่อยากให้ลูกต้องไปทนลำบากทำงานที่นั่น”
ให้ตายยังไงพ่อของเธอก็ไม่ยอมให้เธอไป สวี่ข่ายเชื่อว่าตนสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้
“ฉิงฉิง ทำตามที่พ่อบอกเถอะ อย่าขัดใจพ่อเลยนะ” ไป่ฉิงได้ยินพี่ชายคนโตบอกแบบนั้นถึงกับตกใจสะดุ้งโหยง
พี่ชายคนโตของเธอมีน้ำเสียงน่าเกรงขาม เธอรู้ว่าพี่ชายของเธอเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน แต่...ทุกครั้งที่พี่ชายเธอได้เอ่ยปากพูดอะไรแล้วละก็ ทำให้ทุกคนภายในบ้านตกใจกลัวไม่น้อย พี่สะใภ้คิดว่าพี่ชายเธอกำลังโกรธก็รีบเตือนสติบอกให้พี่ชายเธอพูดเสียงเบา ๆ หน่อย เมื่อก่อนพี่ชายเธอทำให้พี่สะใภ้กลัวไม่น้อย ดีที่พี่ชายเธอเป็นคนไม่ยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆ สุดท้ายถึงได้พี่สะใภ้มาทำเมีย
“ไป่ฉิงเธอเพิ่งจะมาถึงที่นี่ เธอคงยังไม่รู้อะไร เหิงเยว่มีสมุนที่นี่ พวกเราถึงได้เกรงใจเหิงเยว่ทำตามที่เหิงเยว่บอกทุกอย่าง เธอรู้ไหมว่าคนของเหิงเยว่เป็นใคร คือหานลู่นะ ใคร ๆ ก็กลัวหานลู่กันทั้งนั้น เมื่อก่อนพวกเราก็เคยมีปากเสียงกับเหิงเยว่เหมือนกัน เหิงเยว่ไม่ได้แค่ขู่ แต่เหิงเยว่ลงมือทำจริง เหิงเยว่ให้หานลู่มาขู่พวกเราถึงที่นี่ ยุวชนชายบางคนถูกหานลู่ทำร้ายร่างกายนอนป่วยอยู่นานหลายวัน หานลู่คือคนที่นี่ ชาวบ้านที่นี่กลับไม่ชอบขี้หน้าพวกเรา เธอต้องระวังตัวด้วยนะไป่ฉิง อีกอย่าง...เครื่องใช้ในครัวเป็นของเหิงเยว่หมด พวกเรามาที่นี่ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาด้วยเลย จำเป็นต้องใช้ของเหิงเยว่ พวกเราไม่มีใครกล้าอยู่ฝั่งเธอนะไป่ฉิง”ยุวชนหญิงคนหนึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เตียงหลิวหลิงเดินมาเตือนสติพวกเขาสองคน แต่ไป่ฉิงก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร“ขอบคุณพี่มากนะคะ ฉันรู้ว่าฉันควรจะทำอะไร ประเทศเรามีกฎหมายนิคะ เราไม่ต้องไปกลัวใครหรอกค่ะ ใครทำอะไรเรา เราก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจัดการผู้ที่กระทำผิดก็พอค่ะ เราอย่าไปยอมให้คนพวกนั้นมาเอาเปรียบเราสิคะ”ไป่ฉิงรู้ว่าเธอไม่ควรประมาท ทำอะไรก็ต้องมีสติ ฟางเฟยรู้ว่าไป่ฉิงมี
“พี่หานอวิ๋น พี่ช่วยฉันหน่อยสิคะ ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ” ฟางเฟยเหนื่อยแทบจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว ให้หล่อนมาเดินท่ามกลางอากาศร้อนแบบนี้ อีกไม่นานหล่อนได้กลายเป็นศพตรงนี้แน่ ต่อให้หล่อนไม่ได้สุขสบายเหมือนไป่ฉิง แต่หล่อนก็ไม่เคยลำบากแบบนี้มาก่อนหานอวิ๋นไม่มีทางเลือกอื่น จำใจต้องล้วงเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้ฟางเฟยกิน จะให้เขาแบกฟางเฟยขึ้นหลังก็ไม่ไหว ตัวเขาเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน ฟางเฟยเห็นหานอวิ๋นยื่นลูกอมมาตรงหน้าก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เขามีลูกอมอยู่ทำไมไม่เอาออกมาให้หล่อนกินตั้งแต่แรก เมื่อเช้าพวกเขาสองคนมัวแต่ยืนรอไป่ฉิง ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยพวกเขารอคนขับซ่อมรถก็เกือบชั่วโมงแล้ว ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ร่างกายหล่อนแทบจะไม่มีแรงเหลือแล้ว หล่อนเกือบจะเป็นลมไปแล้ว หานอวิ๋นเพิ่งจะเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้หล่อนกินอย่างนั้นหรือ“ทำไมพี่ไม่เอาลูกอมนี่ออกมาให้ฉันกินตั้งแต่แรกคะ ? ”“พี่มีไม่เยอะ ถ้าพี่เอาออกมาให้เธอกินหมด แล้วพี่จะกินอะไร ?” หานอวิ๋นอึดอัดมาก ตั้งแต่เล็กจนโตอยู่ที่บ้านเขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เขารู้สึกว่าฟางเฟยคือตัวปัญหา คือภาระ เขาอยู่ข้างไป่ฉิงไม่เคยลำบากแบบนี้ด้วยซ้ำ“นี่พี่ พี่ชื
ไป่ฉิงไม่อยากยุ่งกับสองคนนั้น เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะบอกให้คนขับรถลากรีบบังคับรถผ่านหานอวิ๋นกับฟางเฟยไป“พี่หานอวิ๋น นั่นใช่ไป่ฉิงไหมคะ ? ” เมื่อกี้รถลากของไป่ฉิงผ่านไป ฟางเฟยบังเอิญเหลือบไปเห็นเข้าพอดี หล่อนเชื่อว่าหล่อนมองไม่ผิดแน่หานอวิ๋นได้ยินฟางเฟยบอกแบบนั้นก็รีบมองตามรถลากนั้นไป แต่...เขากลับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต่อให้ไป่ฉิงโกรธเขามากแค่ไหนเธอก็ไม่ทางทิ้งเขาให้ลำบากได้ เธอจะต้องช่วยเขาไม่ใช่ปล่อยเขาไปแบบนี้ เขารู้ดีว่าไป่ฉิงเป็นคนยังไง ภายนอกอาจจะดูเย็นชา แต่จิตใจเธออ่อนโยนมาก“พี่หานอวิ๋น พี่ดีกับไป่ฉิงขนาดนั้น ดูไป่ฉิงทำกับพี่สิคะ ปล่อยให้พี่มาลำบากแบบนี้ได้ยังไง ? ไป่ฉิงไม่คิดที่จะช่วยพวกเราสองคนด้วยซ้ำ”ฟางเฟยกระทืบเท้าไปมาด้วยความโกรธ หล่อนกลับไม่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้กับไป่ฉิง หานอวิ๋นไม่พูดไม่จาอะไร เอาแต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้น ทางด้านของไป่ฉิง...เธอกับหลิวหลิงมาถึงที่ชุมชนได้ทันเวลาพอดี พวกเขาสองคนยังมีเวลาไปทำอย่างอื่น เธอเดินไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินไปตามหาคนที่มารับพวกเขา“อาคะ ฉันขอถามอะไรหน่อยค่ะ เราจะไปที่หมู่บ้านหมิงกวงได้ยังไงคะ ? ฉันคือยุวชนมาจา
ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหันมามองที่ฟางเฟยกันหมด ทุกคนต่างมองฟางเฟยด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม ฟางเฟยทนกับสายตาที่มองมาไม่ได้ อยากจะวิ่งไปที่รางรถไฟจบชีวิตตัวเอง หานอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปกอดฟางเฟยไว้ ฟางเฟยไม่ยอมผละจากอ้อมกอดของหานอวิ๋น หล่อนโอบกอดหานอวิ๋นส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุดให้ตายยังไงฟางเฟยก็ไม่ยอมให้หานอวิ๋นเดินทางไปที่เมืองฟู่หยาง ครู่นั้นทางคณะก็ได้วิ่งมาบอกว่ารถไฟเดินทางไปที่เมืองหลิงหยางได้เคลื่อนตัวออกจากสถานีไปแล้ว สุดท้าย...ฟางเฟยก็ต้องเปลี่ยนที่หมายไปที่เมืองฟู่หยางกับหานอวิ๋นแทน ทุกคนที่รู้แบบนั้นก็ไม่พอใจมาก หลิวเหนียงเป็นกังวล กลัวว่าไป่ฉิงจะถูกฟางเฟยกับหานอวิ๋นเอาเปรียบทางด้านไป่ฉิง...เธอไม่ได้สนใจหานอวิ๋นกับฟางเฟย ตอนนี้เธอหาที่นั่งของตัวเองได้แล้ว เป็นเตียงนอนสะดวกสบายมาก เธอมองผ่านหน้าต่างเห็นพ่อกับแม่ยังยืนอยู่ที่เดิม เธอก็รีบโบกมือลาพวกท่าน ไป่ฉิงนำผ้าปูที่นอนออกมา จากนั้นก็เดินไปนอนที่เตียงของตัวเองความจริงแล้ว...หานอวิ๋นก็ได้ตั๋วที่นอนเหมือนกับไป่ฉิง แต่...เพราะว่ามีฟางเฟยตามติดไม่ห่าง พ่อของหานอวิ๋นถึงได้ไปเปลี่ยนตั๋วที่นอนเป็นตั๋วที่นั่งแทน ไม่มีสอ
ทั้งสองครอบครัวนั่งคุยกันอยู่นานกว่าจะตัดสินใจได้ สุดท้ายไป่ฉิงก็ได้พ่อกับแม่มาเพิ่มอีกคน ซูหยวนนำข้าวของมากมายมาให้พ่อกับแม่ของไป่ฉิงเพื่อนตอบแทนค่าเลี้ยงดู มีทั้งเครื่องประดับที่เป็นหยก เสื้อผ้ารองเท้า รวมถึงเครื่องนอนด้วย ตอนแรกไป่ฉิงก็ไม่กล้ารับไว้เพราะเกรงใจพ่อกับแม่ของหานอวิ๋น พอพ่อกับแม่เห็นดีให้เธอรับ เธอถึงกล้ารับของนั้นมาพอหานอวิ๋นรู้ว่าพ่อกับแม่ของเขารับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาวอีกคน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้รู้สึกไม่ดี ไม่ค่อยจะพอใจนัก เขาอยากจะให้พ่อกับแม่เปลี่ยนใจไม่รับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาว เขารับไม่ได้หรอกนะที่อยู่ ๆ พ่อกับแม่ของเขาก็รับอดีตคู่หมั้นให้มาเป็นน้องสาวเขา หาน อวิ๋นรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังสูญเสียอะไรบางอย่างไปมือหนาทาบไปที่หน้าอกของตัวเอง ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเจ็บปวดหัวใจนะ ? เขาเป็นอะไรกันแน่ ? เขาเกลียดไป่ฉิงนักไม่ใช่หรือ ? เขาไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิตเขาไม่ใช่หรือ ? หานอวิ๋นได้แต่ถามตัวเองว่าผู้หญิงที่เขารักคือฟางเฟยจริง ๆ หรือ ? ตอนนี้เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าเขากำลังเป็นอะไรกันแน่ ?“พี่หานอวิ๋น พี่ไปย่างเนื้อสิครับ” น้องชายของหานอวิ๋นเห็นเขานิ่งไปไม่ขยับเขยื้อนก็รีบเอ
ไป่ฉิงเห็นแม่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เธอก็รีบคว้าแขนแม่เธอไว้ หลิวเหนียงหันมามองไป่ฉิง เห็นไป่ฉิงพยักหน้าเบา ๆ ก็เข้าใจได้ทันที ตนก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก ปล่อยให้ลูกสาวเป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง“เธอเพิ่งรู้ตัวเหรอว่าเธอชอบไปอาศัยข้าวที่บ้านฉันน่ะ ถึงเวลาที่เธอจะต้องเลี้ยงข้าวฉันกับแม่แล้ว ถ้าฉันปฏิเสธความหวังดีของเธอ เธอคงเสียใจมากสินะฟางเฟย ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ประหยัดเงิน”“ป้าคะ ฉันขอสั่งอาหารเพิ่มค่ะ ขอซาลาเปาไส้หมูสับ 5 ลูก น้ำอัดลม 2 ขวด เงินกับคูปองป้าเก็บกับผู้หญิงคนนี้ได้เลย โชคดีจริง ๆ เงินกับคูปองที่มีอยู่ตอนนี้เหลือไม่เยอะ เพราะต้องเลี้ยงข้าวผู้หญิงคนนี้ทุกวัน ตอนนี้เงินกับคูปองที่มีอยู่เหลือน้อยมาก ขอบคุณนะฟางเฟยที่เลี้ยงข้าวฉันกับแม่ ฉันไปก่อนนะ”พูดจบ...ไป่ฉิงก็รีบถือถาดอาหารไปที่โต๊ะ เธอไม่อยากจะสนใจว่าฟางเฟยกับหานอวิ๋นจะรู้สึกยังไง ฟางเฟยไม่อยากจะเชื่อว่าไป่ฉิงจะตอกกลับหล่อนได้เจ็บแสบแบบนี้ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้ ปกติแล้วไป่ฉิงจะต้องด่าหล่อน มีอาการคลุ้มคลั่งไม่ใช่หรือ ? ไป่ฉิงพูดแบบนี้แล้ว หล่อนจะต้องทำยังไง ?“คูปองข้าว 5 จิน คูปองเนื้อ 2 จิน เงินอีก 3







