LOGIN“คุณพูดเบา ๆ หน่อยจะได้ไหม ? ไป่ฉิงตกใจกลัวจนหน้าซีดแล้ว”
ไป่ฉิงเห็นพี่สะใภ้ตีไปที่แขนของพี่ชายอย่างแรงก็อดขำไม่ได้ พี่ชายเธอเลิ่กลั่กไปมา
“ผมรู้แล้ว ผมจะพูดเบา ๆ คุณหยุดตีผมได้แล้ว” รูปลักษณ์ภายนอกของพี่ชายเธอดูน่ากลัวมาก แต่...ไม่มีใครรู้ว่าพี่ชายเธอกลัวภรรยาแค่ไหน
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ใหญ่ พ่อกับพี่ ๆ หาทางออกมาจากตรงนั้นก็พอ อย่าทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน เรื่องที่หนูบอกกับแม่มันคือเรื่องจริงที่กำลังจะเกิดกับครอบครัวเรานะคะ พ่อกับพี่จะต้องมีสติ อย่าทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน หนูไปทำธุระก่อนนะคะ”
สิ้นประโยค...ไป่ฉิงก็รีบวิ่งออกจากบ้าน จักรยานของเธอตอนนี้กลับมาใช้งานได้แล้ว เธอรีบปั่นไปที่คณะปฏิวัติทันที เธอไม่อยากเป็นภาระพ่อกับแม่เธออีก ทุกคนรักและเป็นห่วงเธอ เธอจะต้องปกป้องครอบครัวของเธอ เธอจะไม่ยอมให้ทุกคนในครอบครัวของเธอต้องมามีจุดจบแบบนั้น
อีกอย่าง...ภาพที่ผุดเข้ามาในหัวของเธอ ทำให้เธอรู้ว่าชีวิตที่หมู่บ้านนั้นไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด ขอแค่เตรียมตัว เตรียมของให้ดีเธอก็จะไม่ลำบากแล้ว รอให้สถานการณ์ในประเทศกลับมาเป็นปกติ เธอจะหาทางกลับมาที่นี่ คิดได้แบบนั้น...ไป่ฉิงก็รีบออกแรงปั่นจักรยานไปที่คณะปฏิวัติ
ขอแค่ชื่อของเธอย้ายไปที่หมู่บ้านอื่น ชีวิตต่อจากนี้ของเธอจะได้สงบสุขสักที พอสถานการณ์ในประเทศกลับมาเป็นปกติ เธอก็จะได้กลับมาที่นี่ เธอจะหางานดี ๆ ทำ หาผู้ชายดี ๆ สักคนแต่งงานด้วย ตอนนี้...ขอแค่ได้ช่วยพ่อกับอาจางเต๋อหลุดพ้นจากวังวนนั้นก็พอ
ไป่ฉิงกำลังนึกภาพอนาคตของตัวเองอยู่ อยู่ ๆ ก็มีใครบางคนวิ่งมาตัดหน้าเธอ
“ฟางเฟย เธอเสียสติไปแล้วหรือ ? อยู่ ๆ มาวิ่งตัดหน้าฉันทำไม ? ถ้าอยากตายนักก็ไปตายที่อื่นสิ จะมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขาทำไม ? เธอคงว่างมากสินะถึงได้มาทำเรื่องบ้า ๆ นี้ได้”
ดีนะที่เธอหยุดจักรยานได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้นเธอไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ว่า...ทำไมฟางเฟยถึงล้มไปที่พื้นได้เล่า ?
“ไป่ฉิง เธอทำเกินไปแล้วนะ เธอไม่ดูทางเองนะ เธอปั่นจักรยานมาชนฉันนะไป่ฉิง เธอเป็นคนผิดยังกล้ามาขึ้นเสียงกับฉันหรือ ? น้าหม่าไม่สั่งไม่สอนเธอหรืออย่างไร ?”
ครู่นั้นไม่รู้ว่าหานอวิ๋นโผล่มาจากไหน เขารีบวิ่งมาประคองฟาง เฟยลุกขึ้น
“เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหมฟางเฟย ?” หานอวิ๋นเห็นเลือดที่มือของฟางเฟยก็เป็นห่วงมาก
“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ ไป่ฉิงคงไม่ได้ตั้งใจ ฉันผิดเอง พี่อย่าไปว่าไป่ฉิงเลยนะคะ”
ฟางเฟยพยายามบีบน้ำตาสุดฤทธิ์ เธอพยายามอยู่ให้ห่างจากหาน อวิ๋น ฟางเฟยมองมาที่ไป่ฉิงทำหน้าทำตาน่าสงสาร ไป่ฉิงเห็นแล้วก็สะอิดสะเอียน ทำไมที่ผ่านมาเธอถึงไม่รู้นะว่าฟางเฟยนั้นร้ายแค่ไหน ไม่แปลกใจหรอกที่หานอวิ๋นจะหลง
“พี่หานอวิ๋น พี่ได้ยินแล้วใช่ไหม ? คนรักของพี่บอกเองนะว่าตนคือคนผิด ฟางเฟยตั้งใจวิ่งมาตัดหน้าฉันชัด ๆ คงอยากจะเรียกร้องค่าเสียหายจากฉันสินะ เธอกับพี่หานอวิ๋นนี่ร้ายจริง ๆ เลย พี่หานอวิ๋นคะ พ่อกับแม่พี่ไม่ได้สั่งได้สอนพี่เหรอคะ ? จริงสิ...อาจางเต๋อไม่เหมือนพี่ อาจางเต๋อเป็นคนรู้ผิดรู้ถูก มีคุณธรรม ฉันนี่สงสารอาจางเต๋อจริง ๆ เลยที่มีลูกชายโง่ ๆ ไม่มีสมองอย่างพี่” หานอวิ๋นได้ยินแบบนั้นถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“นี่ไป่ฉิง เธอกล้าพูดจาแบบนี้กับพี่ได้ยังไง ?!! ” หานอวิ๋นโกรธเกือบขาดสติไปแล้ว เขาเห็นผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมากำลังมองมาที่เขากับฟางเฟยอยู่ก็รู้สึกไม่ดี เขาอยากจะรีบออกไปจากตรงนี้
“ฉันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ฉันพูดความจริงต่างหากเล่า พี่รับไม่ได้หรือ ? พี่กับฟางเฟยอยากจะทำอะไรก็ตามสบาย แต่อย่ามายุ่งกับฉัน อย่าโผล่มาให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิด ไม่อยากทำลายชื่อเสียงของตัวเอง ถ้าพี่กับฟางเฟยยังหน้าด้านมายุ่งกับฉันอีก ฉันจะตีพี่กับฟางเฟยให้ตายคามือฉันเลยคอยดู”
ไป่ฉิงชูหมัดขึ้นเหนือศีรษะเป็นการขู่ เธอไม่อยากจะอยู่เสวนากับพวกเขาสองคนนาน ก่อนจะรีบปั่นจักรยานออกมาจากตรงนั้น เธอไม่สนหรอกนะว่าหานอวิ๋นกับฟางเฟยจะรู้สึกยังไง ก่อนที่เธอจะออกมาจากบ้าน เธอคงก้าวขาผิดข้างถึงได้เจอกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้
“วันนี้วันอะไรนะ ? ทำไมถึงได้ซวยแบบนี้ก็ไม่รู้” ไป่ฉิงลอบถอนหายใจแรง ก่อนจะรีบปั่นจักรยานไปที่คณะปฏิวัติ
“สวัสดีค่ะพี่ ฉันรวบกวนพี่หน่อยได้ไหมคะ ?” ไป่ฉิงเดินเข้ามาข้างในเห็นมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งเขียนอะไรบางอย่างอยู่ เธอก็รีบเดินเข้าไปหา
“มีเรื่องอะไรหรือ ? นั่งก่อนสิ”
“ฉันหวงไป่ฉิง มีชื่อไปที่หมู่บ้านเทียนจิน เมืองฉือโจวในเดือนหน้าค่ะ ฉันขอย้ายไปที่หมู่บ้านอื่นเมืองอื่นได้ไหมคะ ? คือว่า...อดีตคู่หมั้นฉันแอบคบกับเพื่อนสนิทฉันค่ะ พวกเขาสองคนมีชื่อไปที่หมู่บ้านเทียนจิน ฉันไม่อยากเดือดร้อน ไม่อยากเจอหน้าพวกเขาสองคน ฉันขอย้ายไปที่หมู่บ้านอื่นได้ไหมคะ ?”
“เรื่องจริงหรือ ? เดี๋ยวฉันดูให้นะว่าจะย้ายเธอไปอยู่ที่ไหนดี ฉันไม่อยากให้เธอกับสองคนนั้นต้องมีเรื่องกันที่นั่น เกิดทางคณะรู้ประวัติเธอจะมีรอยด่างได้”
เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเห็นใจเธอ รีบเดินมาปลอบใจ ไม่อยากให้เธอคิดมาก
“ขอบคุณมากนะคะ ฉันมีของเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากด้วยค่ะ” พอจัดการทุกอย่างเสร็จ ไป่ฉิงก็ยื่นกล่องชาให้เจ้าหน้าที่ ก่อนจะเดินออกมา
ทางคณะได้ย้ายให้เธอไปอยู่ที่เมืองฟู่หยาง ตำบลหวงชาน หมู่บ้านหมิงกวงแทน หมู่บ้านนี้เธอเคยได้ยินผ่าน ๆ มาก่อน หมู่บ้านหมิงกวงเป็นหมู่บ้านที่มีผลผลิตเยอะที่สุด อยู่ที่อันดับสองของเมืองฟู่หยาง และยังเป็นหมู่บ้านที่ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากภัยธรรมชาติด้วย ไป่ฉิงรู้สึกว่าเธอโชคดีมากที่ได้ย้ายไปอยู่ที่นั่น
ดีที่ฟ้ายังเมตตาเธออยู่ เรื่องของเธอ เธอจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรื่องสำคัญต่อจากนี้ที่เธอจะต้องจัดการคือเรื่องของพ่อกับอาจางเต๋อ แม้ว่าเธอจะเกลียดหานอวิ๋นมากก็เถอะ แต่อาจางเต๋อดีกับเธอมาก ๆ ในความทรงจำของเธอ พออาจางเต๋อรู้ว่าหานอวิ๋นไม่ดูแลเธอ ปล่อยให้เธอทำงานหนักจนสิ้นใจตาย
พออาจางเต๋อรู้เรื่องก็โกรธมากได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับหาน อวิ๋น อาจางเต๋อยื่นคำขาดไม่ให้หานอวิ๋นมาร่วมงานศพของตัวเอง เรื่องนี้ทำให้เธอรู้ว่าอาจางเต๋อนั้นเป็นคนยังไง
“ฉิงฉิงลูก รีบมานั่งตรงนี้เร็ว พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย” ไป่ฉิงเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน แม่ก็รีบเดินมาลากเธอเข้าไปข้างใน พ่อเรียกทุกคนมารวมตัวกัน เธอเองก็สงสัยมากว่ามีเรื่องอะไรกันแน่
“มีเรื่องอะไรหรือ ? ทำไมคุณถึงได้เรียกทุกคนมาที่นี่ ?” หลิวเหนียงเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน ยังไม่ได้เตรียมตัวทำอะไรเลย สามีก็ให้ตนไปตามลูก ๆ ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่
“ฉิงฉิงลูก ลูกบอกว่าทางการตรวจสอบคนภายในใช่หรือไม่ ? เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ตอนแรกพ่อคิดว่าเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร พ่อคิดว่าหาทางปฏิเสธหัวหน้าแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ว่า...หัวหน้าของพ่อบอกกับพ่อว่าผู้ชายคนนั้นคือสหายคนสนิท สหายคนนั้นแค่อยากจะมาเยี่ยมทุกคนที่หน่วย สหายคนนั้นทำงานที่ธนาคารที่เมืองหลินเฉิง”
“พ่อกับจางเต๋อหาทางปฏิเสธไม่ไปพบสหายคนนั้นแล้ว จางเต๋อไปสืบมาแล้ว หนึ่งในนั้นมีสหายคนนึงมีลูกชายกำลังทำงานอยู่ที่เมืองนอก แต่ว่า...สหายคนนั้นพ่อเคยเห็นหน้ามาก่อนแล้วสองสามครั้ง พ่อกลัวว่ากลุ่มคนพวกนั้นจะทำให้ครอบครัวเราเดือดร้อน พ่อกับจางเต๋อได้ลงชื่อขอย้ายไปประจำการที่เมืองหลานโจวแทนแล้ว พ่อกับแม่จะต้องไปหลบอยู่ที่นั่นสักสองปี”
“ที่พ่อเรียกทุกคนมา เพราะพ่ออยากจะให้ทุกคนเตรียมตัว เราจะออกเดินทางไปที่หลานโจววันเดียวกับหนู หนูเดินทางไปที่เมืองฟู่ หยาง ส่วนพ่อกับแม่จะเดินทางไปที่หลานโจว ก่อนที่เราจะออกเดินทาง เราจะต้องระวังตัวให้มาก ๆ ไปไหนมาไหนให้มีสติ อย่าไปคุยกับคนแปลกหน้า เข้าใจไหม ?”
“แล้ว...ผมกับเฉียนฟานล่ะครับพ่อ ?” เฟินหัวพี่ชายคนโตของไป่ฉิงรีบเอ่ยถามผู้เป็นพ่อ พ่อจะต้องออกเดินทางไปที่หลานโจว แล้วพวกเขาอยู่ที่นี่จะต้องทำยังไง ?
“ลูกทั้งสองคนก็ต้องออกเดินทางเหมือนกัน พ่อจัดการเรื่องนี้แล้ว ลูกสองคนจะไปประจำการที่ค่ายที่เมืองฉือโจว ก่อนอื่นเราจะต้องหาทางอยู่ให้ห่างจากอำนาจมืดที่นี่ก่อน อาจางเต๋อไปสืบมาแล้ว ตอนนี้กลุ่มคนพวกนั้นอยากจะโค่นอำนาจของผู้บังคับบัญชาการหลิว เราก็แค่มดตัวเล็ก ๆ กลุ่มคนพวกนั้นกำจัดเราไม่ยากหรอก”
ตอนนี้ที่ไห่เฉิงไม่ปลอดภัยอีกต่อไป พวกเขาจำใจต้องจากที่นี่ไปหลบอยู่ที่อื่นก่อน สำหรับสวี่ข่ายกับจางเต๋อแล้ว มีวิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นที่จะหลุดพ้นจากอำนาจมืดได้ ไป่ฉิงรู้แบบนั้นแล้วก็โล่งอก เธอไม่เป็นกังวลเรื่องนี้อีกแล้ว สักวันหนึ่ง...ครอบครัวของเธอจะต้องกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง
“ไป่ฉิงเธอเพิ่งจะมาถึงที่นี่ เธอคงยังไม่รู้อะไร เหิงเยว่มีสมุนที่นี่ พวกเราถึงได้เกรงใจเหิงเยว่ทำตามที่เหิงเยว่บอกทุกอย่าง เธอรู้ไหมว่าคนของเหิงเยว่เป็นใคร คือหานลู่นะ ใคร ๆ ก็กลัวหานลู่กันทั้งนั้น เมื่อก่อนพวกเราก็เคยมีปากเสียงกับเหิงเยว่เหมือนกัน เหิงเยว่ไม่ได้แค่ขู่ แต่เหิงเยว่ลงมือทำจริง เหิงเยว่ให้หานลู่มาขู่พวกเราถึงที่นี่ ยุวชนชายบางคนถูกหานลู่ทำร้ายร่างกายนอนป่วยอยู่นานหลายวัน หานลู่คือคนที่นี่ ชาวบ้านที่นี่กลับไม่ชอบขี้หน้าพวกเรา เธอต้องระวังตัวด้วยนะไป่ฉิง อีกอย่าง...เครื่องใช้ในครัวเป็นของเหิงเยว่หมด พวกเรามาที่นี่ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาด้วยเลย จำเป็นต้องใช้ของเหิงเยว่ พวกเราไม่มีใครกล้าอยู่ฝั่งเธอนะไป่ฉิง”ยุวชนหญิงคนหนึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เตียงหลิวหลิงเดินมาเตือนสติพวกเขาสองคน แต่ไป่ฉิงก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร“ขอบคุณพี่มากนะคะ ฉันรู้ว่าฉันควรจะทำอะไร ประเทศเรามีกฎหมายนิคะ เราไม่ต้องไปกลัวใครหรอกค่ะ ใครทำอะไรเรา เราก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจัดการผู้ที่กระทำผิดก็พอค่ะ เราอย่าไปยอมให้คนพวกนั้นมาเอาเปรียบเราสิคะ”ไป่ฉิงรู้ว่าเธอไม่ควรประมาท ทำอะไรก็ต้องมีสติ ฟางเฟยรู้ว่าไป่ฉิงมี
“พี่หานอวิ๋น พี่ช่วยฉันหน่อยสิคะ ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ” ฟางเฟยเหนื่อยแทบจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว ให้หล่อนมาเดินท่ามกลางอากาศร้อนแบบนี้ อีกไม่นานหล่อนได้กลายเป็นศพตรงนี้แน่ ต่อให้หล่อนไม่ได้สุขสบายเหมือนไป่ฉิง แต่หล่อนก็ไม่เคยลำบากแบบนี้มาก่อนหานอวิ๋นไม่มีทางเลือกอื่น จำใจต้องล้วงเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้ฟางเฟยกิน จะให้เขาแบกฟางเฟยขึ้นหลังก็ไม่ไหว ตัวเขาเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน ฟางเฟยเห็นหานอวิ๋นยื่นลูกอมมาตรงหน้าก็ชักสีหน้าไม่พอใจ เขามีลูกอมอยู่ทำไมไม่เอาออกมาให้หล่อนกินตั้งแต่แรก เมื่อเช้าพวกเขาสองคนมัวแต่ยืนรอไป่ฉิง ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยพวกเขารอคนขับซ่อมรถก็เกือบชั่วโมงแล้ว ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ร่างกายหล่อนแทบจะไม่มีแรงเหลือแล้ว หล่อนเกือบจะเป็นลมไปแล้ว หานอวิ๋นเพิ่งจะเอาลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้หล่อนกินอย่างนั้นหรือ“ทำไมพี่ไม่เอาลูกอมนี่ออกมาให้ฉันกินตั้งแต่แรกคะ ? ”“พี่มีไม่เยอะ ถ้าพี่เอาออกมาให้เธอกินหมด แล้วพี่จะกินอะไร ?” หานอวิ๋นอึดอัดมาก ตั้งแต่เล็กจนโตอยู่ที่บ้านเขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เขารู้สึกว่าฟางเฟยคือตัวปัญหา คือภาระ เขาอยู่ข้างไป่ฉิงไม่เคยลำบากแบบนี้ด้วยซ้ำ“นี่พี่ พี่ชื
ไป่ฉิงไม่อยากยุ่งกับสองคนนั้น เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะบอกให้คนขับรถลากรีบบังคับรถผ่านหานอวิ๋นกับฟางเฟยไป“พี่หานอวิ๋น นั่นใช่ไป่ฉิงไหมคะ ? ” เมื่อกี้รถลากของไป่ฉิงผ่านไป ฟางเฟยบังเอิญเหลือบไปเห็นเข้าพอดี หล่อนเชื่อว่าหล่อนมองไม่ผิดแน่หานอวิ๋นได้ยินฟางเฟยบอกแบบนั้นก็รีบมองตามรถลากนั้นไป แต่...เขากลับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต่อให้ไป่ฉิงโกรธเขามากแค่ไหนเธอก็ไม่ทางทิ้งเขาให้ลำบากได้ เธอจะต้องช่วยเขาไม่ใช่ปล่อยเขาไปแบบนี้ เขารู้ดีว่าไป่ฉิงเป็นคนยังไง ภายนอกอาจจะดูเย็นชา แต่จิตใจเธออ่อนโยนมาก“พี่หานอวิ๋น พี่ดีกับไป่ฉิงขนาดนั้น ดูไป่ฉิงทำกับพี่สิคะ ปล่อยให้พี่มาลำบากแบบนี้ได้ยังไง ? ไป่ฉิงไม่คิดที่จะช่วยพวกเราสองคนด้วยซ้ำ”ฟางเฟยกระทืบเท้าไปมาด้วยความโกรธ หล่อนกลับไม่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองได้ทำไว้กับไป่ฉิง หานอวิ๋นไม่พูดไม่จาอะไร เอาแต่ยืนเงียบอยู่อย่างนั้น ทางด้านของไป่ฉิง...เธอกับหลิวหลิงมาถึงที่ชุมชนได้ทันเวลาพอดี พวกเขาสองคนยังมีเวลาไปทำอย่างอื่น เธอเดินไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะเดินไปตามหาคนที่มารับพวกเขา“อาคะ ฉันขอถามอะไรหน่อยค่ะ เราจะไปที่หมู่บ้านหมิงกวงได้ยังไงคะ ? ฉันคือยุวชนมาจา
ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหันมามองที่ฟางเฟยกันหมด ทุกคนต่างมองฟางเฟยด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม ฟางเฟยทนกับสายตาที่มองมาไม่ได้ อยากจะวิ่งไปที่รางรถไฟจบชีวิตตัวเอง หานอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปกอดฟางเฟยไว้ ฟางเฟยไม่ยอมผละจากอ้อมกอดของหานอวิ๋น หล่อนโอบกอดหานอวิ๋นส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุดให้ตายยังไงฟางเฟยก็ไม่ยอมให้หานอวิ๋นเดินทางไปที่เมืองฟู่หยาง ครู่นั้นทางคณะก็ได้วิ่งมาบอกว่ารถไฟเดินทางไปที่เมืองหลิงหยางได้เคลื่อนตัวออกจากสถานีไปแล้ว สุดท้าย...ฟางเฟยก็ต้องเปลี่ยนที่หมายไปที่เมืองฟู่หยางกับหานอวิ๋นแทน ทุกคนที่รู้แบบนั้นก็ไม่พอใจมาก หลิวเหนียงเป็นกังวล กลัวว่าไป่ฉิงจะถูกฟางเฟยกับหานอวิ๋นเอาเปรียบทางด้านไป่ฉิง...เธอไม่ได้สนใจหานอวิ๋นกับฟางเฟย ตอนนี้เธอหาที่นั่งของตัวเองได้แล้ว เป็นเตียงนอนสะดวกสบายมาก เธอมองผ่านหน้าต่างเห็นพ่อกับแม่ยังยืนอยู่ที่เดิม เธอก็รีบโบกมือลาพวกท่าน ไป่ฉิงนำผ้าปูที่นอนออกมา จากนั้นก็เดินไปนอนที่เตียงของตัวเองความจริงแล้ว...หานอวิ๋นก็ได้ตั๋วที่นอนเหมือนกับไป่ฉิง แต่...เพราะว่ามีฟางเฟยตามติดไม่ห่าง พ่อของหานอวิ๋นถึงได้ไปเปลี่ยนตั๋วที่นอนเป็นตั๋วที่นั่งแทน ไม่มีสอ
ทั้งสองครอบครัวนั่งคุยกันอยู่นานกว่าจะตัดสินใจได้ สุดท้ายไป่ฉิงก็ได้พ่อกับแม่มาเพิ่มอีกคน ซูหยวนนำข้าวของมากมายมาให้พ่อกับแม่ของไป่ฉิงเพื่อนตอบแทนค่าเลี้ยงดู มีทั้งเครื่องประดับที่เป็นหยก เสื้อผ้ารองเท้า รวมถึงเครื่องนอนด้วย ตอนแรกไป่ฉิงก็ไม่กล้ารับไว้เพราะเกรงใจพ่อกับแม่ของหานอวิ๋น พอพ่อกับแม่เห็นดีให้เธอรับ เธอถึงกล้ารับของนั้นมาพอหานอวิ๋นรู้ว่าพ่อกับแม่ของเขารับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาวอีกคน ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้รู้สึกไม่ดี ไม่ค่อยจะพอใจนัก เขาอยากจะให้พ่อกับแม่เปลี่ยนใจไม่รับไป่ฉิงมาเป็นลูกสาว เขารับไม่ได้หรอกนะที่อยู่ ๆ พ่อกับแม่ของเขาก็รับอดีตคู่หมั้นให้มาเป็นน้องสาวเขา หาน อวิ๋นรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังสูญเสียอะไรบางอย่างไปมือหนาทาบไปที่หน้าอกของตัวเอง ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเจ็บปวดหัวใจนะ ? เขาเป็นอะไรกันแน่ ? เขาเกลียดไป่ฉิงนักไม่ใช่หรือ ? เขาไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิตเขาไม่ใช่หรือ ? หานอวิ๋นได้แต่ถามตัวเองว่าผู้หญิงที่เขารักคือฟางเฟยจริง ๆ หรือ ? ตอนนี้เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าเขากำลังเป็นอะไรกันแน่ ?“พี่หานอวิ๋น พี่ไปย่างเนื้อสิครับ” น้องชายของหานอวิ๋นเห็นเขานิ่งไปไม่ขยับเขยื้อนก็รีบเอ
ไป่ฉิงเห็นแม่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง เธอก็รีบคว้าแขนแม่เธอไว้ หลิวเหนียงหันมามองไป่ฉิง เห็นไป่ฉิงพยักหน้าเบา ๆ ก็เข้าใจได้ทันที ตนก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก ปล่อยให้ลูกสาวเป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง“เธอเพิ่งรู้ตัวเหรอว่าเธอชอบไปอาศัยข้าวที่บ้านฉันน่ะ ถึงเวลาที่เธอจะต้องเลี้ยงข้าวฉันกับแม่แล้ว ถ้าฉันปฏิเสธความหวังดีของเธอ เธอคงเสียใจมากสินะฟางเฟย ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ประหยัดเงิน”“ป้าคะ ฉันขอสั่งอาหารเพิ่มค่ะ ขอซาลาเปาไส้หมูสับ 5 ลูก น้ำอัดลม 2 ขวด เงินกับคูปองป้าเก็บกับผู้หญิงคนนี้ได้เลย โชคดีจริง ๆ เงินกับคูปองที่มีอยู่ตอนนี้เหลือไม่เยอะ เพราะต้องเลี้ยงข้าวผู้หญิงคนนี้ทุกวัน ตอนนี้เงินกับคูปองที่มีอยู่เหลือน้อยมาก ขอบคุณนะฟางเฟยที่เลี้ยงข้าวฉันกับแม่ ฉันไปก่อนนะ”พูดจบ...ไป่ฉิงก็รีบถือถาดอาหารไปที่โต๊ะ เธอไม่อยากจะสนใจว่าฟางเฟยกับหานอวิ๋นจะรู้สึกยังไง ฟางเฟยไม่อยากจะเชื่อว่าไป่ฉิงจะตอกกลับหล่อนได้เจ็บแสบแบบนี้ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้ ปกติแล้วไป่ฉิงจะต้องด่าหล่อน มีอาการคลุ้มคลั่งไม่ใช่หรือ ? ไป่ฉิงพูดแบบนี้แล้ว หล่อนจะต้องทำยังไง ?“คูปองข้าว 5 จิน คูปองเนื้อ 2 จิน เงินอีก 3







