Home / รักโบราณ / ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร / บทที่ 2 เขาเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้

Share

บทที่ 2 เขาเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้

last update Last Updated: 2026-03-03 14:43:56

ซิงโจวเป็นคนที่มีภาวะบกพร่องด้านการสื่อสาร หรือที่ในยุคปัจจุบันเรียกกันว่า…ออทิสติก แต่…ในขณะเดียวกัน เขาก็มีพรสวรรค์พิเศษระดับอัจฉริยะ ความสามารถทางการเรียนรู้ของเขาเกินกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

ในยุคสมัยของเขา การฝึกฝนเป็นเรื่องโหดร้ายถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลก เขาไม่เคยพูดคุยกับใครนอกจากอาจารย์ที่ฝึกเขา และเพราะนิสัยเงียบขรึมไม่เข้าสังคม ผู้คนจึงเรียกเขาว่า…ปีศาจ

เวลานี้...คือปลายปี 70 ยังไม่มีใครรู้จักคำว่าภาวะออทิส ติกหรือซาว็องต์เลย คนในหมู่บ้านแค่พูดกันว่า หลังจากซิงโจวล้มหัวกระแทกพื้น เขาก็กลายเป็นคนโง่ดุร้ายกว่าเดิม

ทันทีที่เสี่ยวอวี่ตะโกนขอความช่วยเหลือ เรียกคำว่าฝูซิงยังไม่ทันขาดคำ ก้อนหินเล็ก ๆ ก็ปลิวแหวกอากาศเข้ามา กระแทกเข้าที่ขมับของสี่เนียงกับชายหัวล้านคนนั้นอย่างแม่นยำ ทั้งคู่ทรุดฮวบหมดสติในทันที แรงไม่มากไม่น้อย แค่พอดีให้สลบโดยไม่ถึงตาย

ซิงโจวกระโจนผ่านหน้าต่างเข้ามา สายตาคมกริบเย็นเยียบจับจ้องมาที่เสี่ยวอวี่โดยไม่พูดแม้แต่คำเดียว เขาได้ยินเสียงข้างใน แต่…เพราะภาวะของเขา เขาไม่รู้จะต้องทำอย่างไร ตั้งแต่เด็ก เขาถูกสอนให้เชื่อฟังคำสั่งเท่านั้น ถ้าไม่ได้รับคำสั่ง เขาจะไม่ขยับ

เธอบอกให้เขารออยู่ข้างนอก เขาก็ทำตามอย่างเคร่งครัด จนกระทั่งได้ยินเสียงเธอร้องขอความช่วยเหลือ เขาถึงได้ลงมือ ในความฝันที่เสี่ยวอวี่เคยเห็นซ้ำไปซ้ำมา เธอเคยตะโกนใส่หน้าตัวเองว่า

“ฝูซิงไม่ได้เย็นชาใส่เธอสักหน่อย! เขาแค่ไม่รู้จะพูดยังไงต่างหากเล่า!”

เธอเคยชอบซิงโจวในความฝันเหล่านั้นมากเหลือเกิน จนคิดอยู่เสมอว่า ถ้าวันหนึ่งความฝันนั้นกลายเป็นจริง เธอจะดูแลเขาอย่างดี จะไม่เรียกเขาว่าปีศาจอีกต่อไป แต่…จะบอกกับเขาว่า “ฝูซิง ~ คุณเก่งที่สุดเลย”

มือทั้งสองของเสี่ยวอวี่ยังถูกมัดไว้แน่น เธอเอนหน้าผากเรียบเนียนเข้าไปแตะปลายคางเย็นเฉียบของเขาเบา ๆ เพื่อยืนยันว่าคนตรงหน้านี้มีตัวตนจริง ๆ ซิงโจวขบกรามแน่นจนเห็นเส้นเลือดขึ้นที่ขมับ เธอรู้ว่าเขาไม่ชอบให้ใครแตะเนื้อต้องตัว เขากำลังฝืนทนเต็มที่ ในความฝันก็เหมือนกัน ทุกครั้งที่เธอยื่นมือเข้าไปกอด เขาจะนิ่งแข็งราวกับถูกแช่แข็ง จนเธอต้องปล่อยมือ แล้วเขาก็รีบถอยหนีอย่างเก้ ๆ กัง ๆ

ตอนนั้น…เธอเข้าใจผิด คิดว่าเขารังเกียจการสัมผัสของเธอ แต่…ความจริงแล้ว เขาแค่ไม่รู้จะวางตัวยังไงต่างหาก ตอนนี้…เสี่ยวอวี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในฝันที่เสมือนจริง เธอมาจากศตวรรษที่ 21 ย้อนคืนสู่ชีวิตในฝันนั้นอีกครั้ง และคนที่เธอรักที่สุดก็กำลังยืนอยู่ตรงหน้า

ซิงโจวในโลกแห่งความจริงนี้ ดูงดงามและอบอุ่นยิ่งกว่าในฝันเสียอีก เธอมองเห็นปลายจมูกคมสัน ดวงตาเข้มที่ซ่อนความอ่อนโยนไว้ลึก ๆ น้ำตาเริ่มรื้นในดวงตา เสี่ยวอวี่ยกข้อมือที่ถูกเชือกบาดจนแดงให้เขาดู ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าว่า

“ฝูซิง ฉันเจ็บมากเลย” มือซ้ายของซิงโจวซ่อนอยู่ด้านหลัง ส่วนมือขวาห้อยแนบข้างตัว ข้อนิ้วเรียวยาวของเขากำแน่นแล้วคลายออก สลับไปมาราวกับกำลังต่อสู้กับความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ในใจ

คิ้วเข้มของเขาขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีบางสิ่งกำลังรัดแน่นอยู่ในหัวใจ สุดท้าย…เขาก็ก้มตัวลง ใช้ปลายนิ้วคลายปมเชือกที่มัดข้อมือของเสี่ยวอวี่อยู่อย่างระมัดระวัง เชือกนี้เป็นแบบปมตาย ถ้าไม่มีการสัมผัสโดยตรงก็จะคลายออกไม่ได้ แต่…เขาก็แก้มันจนสำเร็จ

ทันทีที่เชือกหลุดออก ซิงโจวก็ถอยหลังหนึ่งก้าว ซ่อนมือทั้งสองไว้ด้านหลังอีกครั้ง ปลายนิ้วของเขากำแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดเห็นได้ชัด

“ไป” เสียงของเขาใสแต่เย็นชา ไร้อารมณ์ เขาไม่รู้จักความโกรธ ไม่เข้าใจความสุข หรือแม้แต่รอยยิ้มเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร

การขมวดคิ้วอาจเป็นเพียงวิธีเดียวที่เขาใช้เพื่อแสดงความรู้สึกได้ แต่…เสี่ยวอวี่ในตอนนี้ไม่ใช่หญิงสาวในฝันผู้ไม่เข้าใจโลกอีกต่อไป เธอรู้แล้วว่าผู้ชายตรงหน้าเคยผ่านความเจ็บปวดแบบไหนในยุคโบราณ รู้ดีถึงความอ้างว้างที่เขาต้องแบกรับหลังจากหลุดมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จัก เธอจึงเรียกเขาไว้ พลางชี้ไปยังคนร้ายสองคนที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น

“ฝูซิง ~ สองคนนั้นเป็นคนเลว เราต้องลากพวกมันไปส่งตำรวจนะ”

ซิงโจวขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจคำว่าตำรวจ เสี่ยวอวี่รีบอธิบายต่อ

“ตำรวจน่ะ เหมือนกับทางการในยุคของคุณ มีหน้าที่จับคนเลวไง สองคนนั้นคือพวกขายมนุษย์ เป็นคนชั่ว ต้องให้ทางการจัดการ”

ซิงโจวไม่เอ่ยตอบอะไร แต่…เขาก้าวไปข้างหน้า ยกตัวชายหัวล้านขึ้นด้วยมือเดียว ราวกับยกถุงแป้ง ทั้งที่อีกฝ่ายตัวใหญ่กว่ามาก จากนั้น…เขาก็ใช้มืออีกข้างชี้ไปที่หญิงวัยกลางคนที่หมดสติอยู่ที่พื้น แล้วชี้มาที่เธอ

“ของคุณ” เขาพูดออกมาแค่สองคำ เสี่ยวอวี่ก็เข้าใจได้ทันที เธอเคยเห็นเขาผ่านความฝันมานับครั้งไม่ถ้วน จนรู้จักเขายิ่งกว่าคนที่เลี้ยงดูเขาเสียอีก

ในความคิดของเขาชายหญิงแตกต่างกัน เขาไม่อาจแตะต้องตัวผู้หญิงได้ ที่เขาบอกว่าของคุณ หมายถึงให้เธอจัดการหญิงคนนั้นเอง แต่…ร่างกายของเสี่ยวอวี่ในตอนนี้บอบบางเหลือเกิน เธอไม่มีแรงพอจะแบกใครได้ จึงได้แต่ใช้เชือกเส้นเดิมที่เคยมัดเธอ มัดสี่เนียงเอาไว้แทน จัดการแค่นี้ก็ทำเอาเธอเหนื่อยหอบ มือแดงไปหมดแล้ว ซิงโจวเดินนำหน้าไปอย่างไว อุ้มชายหัวล้านไว้ในมือเดียว ฝีเท้าเขาเร็วเกินไปจนเสี่ยวอวี่วิ่งตามไม่ทัน

“ฝูซิง รอฉันด้วยสิ อีกอย่าง...ทางไปที่สถานีตำรวจอยู่คนละทางนะ” ชายหนุ่มหยุดกึก แล้วหันกลับมา

แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบใบหน้าคมของเขา ในดวงตาคู่นั้น มีเพียงความสงบนิ่ง แต่…ลึกลงไปกลับซ่อนบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน บางอย่าง...ที่อุ่นวาบขึ้นมาในใจของเธออย่างไม่รู้ตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 10 ย้ายมาอยู่ด้วยกัน

    เสี่ยวอวี่หันไปพูดกับหลิวอวิ๋นว่า “พี่หลิว งูน้ำน่ะไม่มีพิษหรอกค่ะ หาไม้มาเขี่ยมันออกไปข้างนอกนะ แล้วซื้อยาไล่แมลงมาโรยรอบ ๆ งูก็ไม่เลื้อยเข้ามาแล้ว”“ได้ ๆ เดี๋ยวพี่จะรีบไปซื้อ” หลิวอวิ๋นเข็นจักรยานออกไป แล้วหันมาพูดกับเทียนตงว่า“รีบเอางูนั่นไปปล่อยนะ เอาไปปล่อยไกล ๆ เลย อย่าให้มันฟื้นล่ะ เดี๋ยวจะหาไม่เจอ ระวังมันจะมุดเข้าไปอยู่ในผ้าห่มเธอนะเทียนตง” เทียนตงได้ยินอย่างนั้นก็เกือบปล่อยโฮ“ฉันกลัว เสี่ยวอวี่ เธอบอกไอ้โง่ของเธอนำงูตัวนี้ไปทิ้งที” เสี่ยวอวี่ชำเลืองตามอง เธอไม่คิดจะช่วย คนตระกูลเหลียงนี่บ้ากันหมดทุกคนเลยหรือไง ? เธอไม่ช่วยหรอกนะ..........เสี่ยวอวี่ขนข้าวของทั้งหมดของเธอมาที่ห้องของซิงโจว จินซานกับอินซานต่างก็แต่งงานมีครอบครัว มีลูกกันแล้ว ห้องหลัก 2 ห้องที่อยู่ด้านหน้าจึงแบ่งให้ 2 ครอบครัวนี้อยู่ เดินออกทางประตูหลังของห้องหลักไป ก็จะเป็นห้องเล็ก 2 ห้องที่ด้านหลังบ้าน ซึ่งต่อเติมขึ้นมาภายหลังห้องหนึ่งเป็นห้องของเกาเฟิน อีกห้องเป็นของซิงโจว แม้ว่าห้องด้านหลังจะเล็กไปหน่อย แต่...มันก็ยังดีกว่าต้องนอนร่วมเตียงกับปัญญาชนคนอื่น ๆ ที่ห้องพักนั่น อีกอย่าง...ซิงโจวอยู่ที่นี่ อย

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 9 รู้เห็นทุกอย่าง

    วันนั้น...มีหมูป่าตัวหนึ่งวิ่งลงมาจากเขา วิ่งไปที่หน่วยผลิต 3 ของหมู่บ้านต้าเหอ มันพุ่งชนชาวบ้านบาดเจ็บ 2 คน ก่อนจะวิ่งไปเหยียบย่ำแปลงพืชผลเสียหายยับเยินไปทั้งแถบ ซิงโจวเป็นคนที่ชกหมูป่าตัวนั้นตายคาที่แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้แบ่งเนื้อหมูป่าให้ทุกคน รวมถึงปัญญาชนคนอื่นๆ ด้วย ได้รับส่วนแบ่ง 4 ชั่ง ในบรรดาปัญญาชน เทียนตงกินเนื้อหมูป่าเยอะสุด หล่อนตกใจหันขวับไปดู พอเห็นซิงโจวยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าขรึมอยู่ก็ยิ่งกลัวเทียนตงพึมพำกับตัวเองในใจ ไอ้โง่ซิงโจวชกหมูป่าทีเดียวตาย ไม่รู้ว่าเวลาโกรธจะฆ่าเธอไหมนะ ? หล่อนรีบหลบไปอยู่ข้างหลังพี่ใหญ่ ‘หลิวอวิ๋น’ ก่อนจะตอบกลับ“เสี่ยวอวี่ เธอนี่ใจร้ายจริง ๆ เลยนะ ฉันมาอยู่ที่นี่กับเธอสองปีแล้ว เธอกลับไม่ยอมแต่งงานกับพี่ชายฉันสักที”“นี่...ฉันจะบอกอะไรให้นะ ใครอยู่กับใคร ? เราทุกคนคือยุวปัญญาชนที่ทางการส่งมาปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ ส่วนพี่ชายเธอน่ะ ฉันไม่สนใจหรอกนะ พี่ชายเธอมันโรคจิต ฉันยอมตายดีกว่าแต่งงานกับพี่ชายเธอ !!”“เธอกล้าว่าพี่ชายฉันเหรอ ? ฉันจะเขียนจดหมายไปฟ้องพี่ชายฉัน !!”“เอาเลย รีบเขียนจดหมายไปฟ้องตอนนี้เลย ฉันแต่งงานกับคนที่นี่แล้ว พี่ชายเธอจะทำอะไ

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 8 เป็นห่วง

    เสี่ยวอวี่เห็นซิงโจวกำลังเหม่อ เธอก็เขย่าแขนเขาเบา ๆ พลางเอ่ยว่า“คุณ ~ อาหารอยู่ในถ้วยของคุณ นั่นหมายความว่าเป็นของคุณแล้ว รีบกินได้แล้ว”ตั้งแต่เล็กจนโต เขาได้กินไข่ไก่นับครั้งได้ อยู่ที่สนามฝึกซ้อมมีคนอยู่หลายร้อยคน ข้าวโพดชุบแป้งทอดที่ขึ้นราอยู่ในตะกร้าไม้ถูกโยนลงมาจากข้างบน ใครแย่งได้ก็มีกิน ใครแย่งไม่ได้ก็อด ต่อมา...เมื่อผู้คนลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถึงจะได้กิน และตอนนั้นก็จะได้กินมันเทศ ไม่ก็ซาลาเปาแป้งสาลีกระทั่งเหลือเพียงไม่กี่สิบคน นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ลิ้มรสไข่ไก่ แต่...ไข่ไก่นั้นก็ไม่ได้หอมอร่อยเหมือนตอนนี้ เสี่ยวอวี่บอกว่า ไข่ไก่อยู่ในถ้วยข้าวของเขาแล้ว นั่นก็หมายความว่าไข่ไก่นี้เป็นของเขา ซิงโจวจึงเริ่มคีบอาหารกิน ก้มหน้าก้มตากินข้าวที่หุงกับมันเทศซึ่งโปะเต็มไปด้วยไข่เจียวซิ่วห่าวมองด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม กิน กิน เอาแต่จะกินอย่างเดียว กินคนเดียวแต่เหมือนกินอยู่สองคน ไม่กลัวอาหารจะติดคอตายหรือไง ? ซิ่วห่าวเริ่มสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง ไอ้โง่คนนี้น่ะมองยังไงก็ไม่เหมือนคนมีวาสนาใหญ่หลวงเลยสักนิด บางที...หล่อนอาจจะฟังผิดไปก็ได้หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ซิ่วห่าวก็ได้หยิบเอาผ้ามาเช็ด

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 7 มีคนคิดร้าย

    เสี่ยวอวี่ถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ใหญ่ ทำไมแม่ถึงรู้ว่ามีกลุ่มพวกค้ามนุษย์ด้วยล่ะคะ ?”จินซานเอ่ยตอบด้วยความซื่อตรง ตรงไปตรงมาว่า “ก็พี่สะใภ้รองของเธอน่ะสิ ฝันเห็น ฝันเห็นว่า...ว่าเธอตามกลุ่มพวกค้ามนุษย์ไปเพราะอยากจะขายฝูซิงให้กับคนพวกนั้น”เสี่ยวอวี่แอบคิดในใจ มือทองอยู่ที่พี่สะใภ้รองแน่ ๆ ดูเหมือนว่าพี่สะใภ้รองจะไม่อยากให้ซิงโจวแต่งงานสินะ คิดไปคิดมาก็อาจจะจริง ซิงโจวเก่งขนาดนั้น งานทุกอย่างในบ้านเขาเป็นคนทำหมด และยังทำแต้มแรงงานได้เยอะสุดในหน่วยผลิตด้วยขยันขันแข็ง พูดน้อย ไม่ใช้จ่ายอะไร ไม่สิ้นเปลือง ถ้าซิงโจวไม่แต่งงาน ก็ไม่ต่างอะไรกับแรงงานฟรีของตระกูลเย่ ตอนนี้...มีเธออยู่ตรงนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกเขาอีก ระหว่างทางกลับ พวกเขาสองคนนั่งรถไถกลับไปที่หมู่บ้านเสี่ยวอวี่ได้ยินเสียงอึกทึกวุ่นวายดังมาจากหน้าบ้านตระกูลเย่แต่หน้าหมู่บ้านแล้ว เกาเฟินได้ยินลูกชายรองมาแจ้งข่าวแล้ว แต่...ในใจก็ยังไม่อยากเชื่อ ยังไงซะมันก็เป็นแค่ความฝัน ไม่เกิดขึ้นจริงหรอก เสี่ยวอวี่มาอยู่ชนบท 2 ปี สอนหนังสือมา 2 ปีเต็ม แม้แต่ไก่ก็ยังไม่กล้าฆ่า เธอคงไม่กล้าค้ามนุษย์หรอก“เสี่ยวอวี่ไม่มีทา

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 6 ยังไม่คุ้นเคย

    “เลือกผ้า” เขายังจำสิ่งที่แม่บอกเขาก่อนออกจากบ้านได้ ว่าให้พาเธอไปซื้อผ้ากลับมาตัดเสื้อผ้าชุดใหม่เสี่ยวอวี่ไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้า พ่อแม่ของเธอเป็นคนชอบแต่งตัว ทุก ๆ ปี พ่อกับแม่จะคอยส่งเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอใส่เสมอ ตรงกันข้าม ซิงโจวกลับขาดแคลนเสื้อผ้าใส่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงผ้าสีดำที่ดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีรอยปะใด ๆ ที่เขาใส่อยู่ตอนนี้ เป็นชุดเดียวที่ยังดูเรียบร้อยที่สุดของเขาปกติออกไปทำงานที่ทุ่งเขาไม่กล้าหยิบชุดนี้มาใส่ วันนี้...เขามาจดทะเบียนสมรสกับเธอถึงได้หยิบมาใส่ เสี่ยวอวี่กลับไม่มีคูปองผ้า เธอล้วงเอาลูกอมกำหนึ่ง ก่อนจะยื่นให้พนักงานขาย ก่อนจะเอ่ยถามว่ามีผ้าที่ไม่ต้องใช้คูปองซื้อขายไหม ? ผ้าที่ซื้อได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง มักเป็นผ้าที่มีตำหนิ ราคาก็จะถูกกว่าหน่อย ปกติแล้ว ถ้าไม่รู้จักคนในร้าน ไม่มีทางซื้อได้เสี่ยวอวี่เป็นคนปากหวานช่างพูดช่างจาก เอ่ยชมพนักงานร้านไม่กี่คำก็ทำให้พนักงานขายอารมณ์ดีใจหยิบม้วนผ้ามาให้เธอเลือกอยู่หลายสี เธอเลือกผ้าสีเทากับสีดำมา ซื้อแค่ไม่กี่หลา หลังจากนั้น ก็ได้ซื้อเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มอีกไม่กี่อย่าง ซิงโจวเห็นผ้าที่เธอเลือกก็ขมวดคิ้วแน่นซิง

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 5 จดทะเบียนสมรส

    ซิ่วห่าวกลับไปที่ห้อง ก่อนจะเปิดตู้หยิบเอากล่องไม้เล็กมาดู สิ่งที่เห็นทำให้ซิ่วห่าวหน้าชาวูบ หยกที่เมื่อคืนยังเปล่งแสงระยิบระยับ ตอนนี้...กลับแตกละเอียดกลายเป็นผงสีขาวฟุ้ง เศษผงเกาะติดอยู่เต็มชุดเสื้อผ้าใหม่เพียงชุดเดียวของหล่อน ซิ่วห่าวรีบหยิบเอาเสื้อผ้าชุดนั้นออกมาปัด แต่...ยิ่งปัดก็ยิ่งเปรอะเปื้อนซิ่วห่าวกัดริมฝีปากแน่น พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ในใจกลับสั่นสะท้าน หยกที่แตกเป็นผงแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ มันเหมือนลางร้ายบอกเหตุบางอย่างที่กำลังจะมาถึง หล่อนเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะเปรยกับแม่สามีด้วยน้ำเสียงแผ่ว ๆ ว่า“แม่ หนูว่าฝูซิงแต่งกับเสี่ยวอวี่ต้องไม่ดีแน่ ๆ แม่ก็รู้นี่คะ ปัญญาชนที่หมู่บ้านเรายื่นหนังสือกลับเมืองใหญ่กันหมดแล้ว เสี่ยวอวี่เองก็คงยื่นหนังสือกลับเมืองใหญ่แล้วเหมือนกัน ยังไง เสี่ยวอวี่ก็ต้องกลับเมืองใหญ่นะแม่”“ก็ดีน่ะสิ จะได้พาฝูซิงไปอยู่ที่นั่นด้วยเลย”“ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกค่ะ ผู้หญิงอย่างเสี่ยวอวี่ไม่ชอบฝูซิงหรอก ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบคนโง่อย่างเขาหรอกแม่ แม่ดูปัญญาชนที่หมู่บ้านข้าง ๆ เราสิคะ เพราะอยากจะกลับเมืองใหญ่ ถึงกับทิ้งลูกตัวเอง ยังขอหย่ากับแม่ของลูกด้วย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status