เข้าสู่ระบบเรไรคุกเข่าลงตรงหน้าทั้งสองคน แม้ว่า..พื้นกระเบื้องจะเย็นเฉียบแค่ไหน แต่ไม่เย็นเท่าหัวใจของตัวเองยามนี้
"เรา…ขอโทษเธอด้วยนะแยม และต้องขอโทษนายอีกครั้งด้วยนะยูโร" เรไรกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือกว่าที่เคยเป็น ยูโรยืนนิ่งเงียบสีหน้าแข็งตึง ส่วนแยมกำฝ่ามือเล็กจนแน่น แต่ยังยืนอยู่ตรงนั้น.. ไม่คิดหนีและไม่ถอยเหมือนครั้งก่อน น้ำตาจากเรไรหลอมรวมบริเวณปลายคาง มันไหลลงกระทบพื้นทีละหยด เหมือนขอความเห็นใจจากทั้งคู่ แต่ไม่ได้ทำให้ความโกรธเคืองจะมลายหายสิ้น "เรื่องช็อกโกแลต… เราเคยบอกว่าเป็นของเราเอง" เธอเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก "ความจริง…ยูโรเป็นคนฝากมาให้แยม" ยูโรขมวดคิ้วส่วนแยมชะงัก ดวงตาเรไรไหววูบไปชั่วขณะ ราวกับได้ระบายความรู้สึกตนเองออกมา "ตอนนั้นเราอิจฉา!!! เพราะทั้งนายและบรรเจิด ต่างก็ชอบแยมกันหมด" ความเงียบถาโถมใส่ทุกคน เหมือนได้เคลียร์ความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาต่อกัน เรไรยอมรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "วันที่…พวกเธอเลิกรากันเมื่อหลายปีก่อน" เธอกลืนน้ำลายเหนียวหนืดด้วยความยากลำบาก "มันก็อยู่ในแผนของบรรเจิดด้วย!" ยูโรหันขวับเพราะช่วงที่เคยปรับความเข้าใจผิด เรไรไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ และตัวเขาก็ต้องทุกข์ทรมารเป็นเวลาหลายปี ด้วยเหตุคิดว่าตนกระทำผิดเองทั้งหมดมาโดยตลอด "มึงพูดว่าอะไรนะ!!!" เรไรสะดุ้งตัวโยนแต่เธอเลือกจะไม่ถอยหนี "บรรเจิดสั่งให้เรา…วิ่งหนีพวกแก๊งอันธพาล เขารู้ว่าแยมต้องมาขอให้นายไปช่วยฉันแน่!!! แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตามแผนการที่เขาเป็นคนวางเอาไว้ทั้งหมด" ดวงหน้าแยมซีดเผือด ภาพอดีตกระแทกย้อนเข้ามาอย่างไม่ปรานี มีดแหลมคมกรีดกลางใจซ้ำและราดด้วยน้ำเกลืออีกรอบ มันช่างปวดร้าวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด "เราคิดว่า..มันแค่ทำให้พวกนายห่างกัน ไม่คิดเลยว่ามันจะพังทุกอย่างขนาดนี้" เสียงสะอื้นเริ่มควบคุมไม่อยู่ เพราะเมื่อย้อนดูอีกครั้ง.. ตัวเองได้กระทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัยจริงๆ "เรื่องพ่อแม่ของแยม… เราไม่มีเจตนาจะฆ่าพวกเขาเลยสักนิด ถึงเราจะเป็นคนเลวแต่ก็ยังกลัวบาปกรรมนะ" เรไรโน้มหน้าลงมองพื้น ยูโรกำหมัดแน่น ส่วนแยมตัวสั่นระงับความโกรธแค้นอยู่ "เราแค่จ้างรถบรรทุกให้ขับช้าและตัดหน้า หวังให้เกิดอุบัติเหตุเล็กๆ จะได้กลับบ้านช้า แต่วันนั้นฝนตก ถนนลื่น…" เสียงเธอขาดห้วง "…มันเลยเป็นเหตุถึงแก่กรรม!" แยมทรุดตัวลงนั่งทันที เธอหายใจไม่ออกเมื่อรู้ความจริงว่า.. พ่อแม่ไม่ได้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ อย่างที่ทางตำรวจเคยให้ข้อมูล ซึ่งคงหนีไม่พ้นครอบครัวบรรเจิดที่ทำลายหลักฐาน ยูโรรีบประคองร่างแยมด้วยดวงตาแดงก่ำ เขาเสียใจร่วมไปกับเธออย่างกะทันหัน เรไรฝืนพูดต่อ.. ราวกับไม่อยากให้ทุกความผิดมามัดรวมที่เธอเพียงคนเดียว "อุบัติเหตุของยูโร…ครั้งนั้น ไม่ใช่ฝีมือเรานะ!" ยูโรเงยหน้าอย่างเชื่องช้า เพราะเขารู้ความจริงอยู่แล้ว แต่ยังอยากรู้ว่าเรไรจะพูดความจริงหรือเปล่า "แล้วใคร..?" "กฤษฎา!" "เราเผลอได้ยินตอนบรรเจิดคุยโทรศัพท์ เราจะไปบอกแยมที่ร้านขายส่งแล้ว แต่โดนเขาข่มขู่น่ะ!" เรไรตอบเสียงสั่นเธอกัดริมฝีปากแน่น "เขาบอกว่า..ถ้าเราบอกแยม! เรื่องที่เคยมีส่วนร่วมทำให้พ่อแม่แยมตาย จะต้องถูกเปิดเผย และความผิดทุกอย่างจะมาลงที่ฉันคนเดียว" เรไรน้ำตาไหลไม่หยุด "เรากลัวจนขี้ขลาดจึงเลือกเงียบ" เสียงสะอื้นแทบกลืนคำพูดทั้งหมด "ส่วนเรื่องร้านไฟไหม้ กฤษฎาเป็นคนวางเพลิงน่ะ บรรเจิดข่มขู่ว่า.. จะจัดการน้องสาวของเขาที่เป็นลูกจ้างแยม ถ้าหากไม่ยอมทำตาม" "ไอ้สารเลว…" ยูโรสบถเสียงต่ำ "และกฤษฎา… เขาเป็นคนเดียวกับที่เคยลักพาตัวแยมไปข่มขู่นาย ตอนสมัยเรียนมัธยมปลายน่ะ!" เรไรพูดเหมือนคนหมดแรง โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เธอโน้มตัวลงกราบหน้าผากแตะพื้น "เราไม่ได้ขอให้พวกนายให้อภัย แค่อยากยอมรับ…ว่าเราคือส่วนหนึ่งของนรกทั้งหมดนี้" เธอเงยหน้ามองแยมทั้งน้ำตา "เราเสียใจจริงๆ เสียใจตรงที่โง่ไปรักผิดคน และทำร้ายคนที่ไม่สมควรถูกทำร้าย" "ความจริงมันเจ็บปวดมาก แต่เราขอเลือกจำว่า.. วันนี้เธอยอมสารภาพอย่างสำนึกผิด" แยมยืนเงียบอยู่นาน ก่อนจะพูดเสียงสั่นแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ ยูโรกระชับแขนแยมเอาไว้ ราวกับอยากถ่ายทอดความอบอุ่นให้เธอได้พักพิง แต่สายตายังคงแข็งกร้าวเมื่อมองเรไร "ความผิดของมึง มันหนีไม่พ้นหรอก แต่ความจริง…จะช่วยหยุดทุกอย่างไม่ให้เลยเถิด!" เรไรพยักหน้าอย่างเข้าใจทุกสิ่ง เธอน้ำตาไหลไม่หยุดเพราะรู้สึกผิดหนักหนา ครั้งนี้…ไม่ใช่เพราะอิจฉา แต่เพราะสำนึกผิดจริงๆ ผู้ต้องหาหญิงยืนอยู่หน้าประตูห้องสอบสวน ก่อนจะก้าวเดิน เธอหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองแยม แววตานั้น.. ไร้ความอิจฉาและไร้ความหวัง มีเพียงความเหนื่อยล้าที่ตนได้แบกบาปมานานเกินไป "เธอ…" แยมเงยหน้าไม่พูดหรือเร่งรัดอะไรแค่ฟังอยู่เงียบๆ "ถ้าไม่นับเรื่องทั้งหมด ที่เราเคยทำผิดต่อเธอ ระหว่างที่พวกเราเป็นเพื่อนกันมา… เราจริงใจต่อเธออยู่ไม่น้อยเลยนะ" แยมกำมือแน่นแต่ไม่หลบสายตา "เราไม่ได้โกหกทุกอย่าง เราแค่เลือกรักคนผิดเอง" เรไรยิ้มบางเป็นรอยยิ้มที่ไม่เหลืออะไรให้ยึดเกาะ "และการเลือกรักคนผิดครั้งนั้น.. ทำให้ชีวิตเราพังยิ่งกว่าตายทั้งเป็น!" เธอก้มศีรษะลงต่ำเป็นการขอโทษครั้งสุดท้าย "ขอโทษนะ และยินดีด้วยที่ได้ครองรักกันอีกครั้ง ต่อจากนี้อย่าไปเชื่อใจใครอีกนะ แม้ว่าคนนั้นเขาจะดีต่อเธอมากแค่ไหนก็ตาม.." ไม่มีคำขอให้อภัยและไม่มีคำแก้ตัว เรไรหันหลังเดินจากไปปิดบัญชีความผิด เรไรให้ปากคำกับทางตำรวจอย่างหมดเปลือก ทั้งรายชื่อกับทุกแผนการและทุกความผิด ผู้ที่ลงมือกับผู้ที่สั่งการและผู้ที่มีส่วนร่วมต่างได้รับกรรมตามกฎหมาย ไม่มีใครหลุดรอดความผิดไปได้สักคนเดียว กฤษฎานั่งลงตรงข้ามแยมสวมกุญแจข้อมือ สภาพไม่ต่างจากคนแพ้สิ้นทุกอย่าง "ฉันขอร้องเธอ… ช่วยดูแลแพนด้าแทนด้วย" "เธอไม่รู้เรื่องและเป็นคนซื่อสัตย์ต่อเธอมากนะ" แยมพยักหน้าอย่างเชื่องช้าเพราะเข้าใจดี "ถ้าเธอไม่ผิด.. ฉันก็ไม่คิดจะเอาความผิดของใครไปลงกับเธอหรอก" บางคนรักผิด บางคนเลือกผิด และบางความผิด…ไม่มีวันลบเลือนได้ แต่ความจริงคือจุดจบของความเลวและเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยา*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ




![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


