เข้าสู่ระบบภาพโต๊ะอาหารยังไม่ทันเย็น ข้าวบนจานยังคงเหลือ เสียงหัวเราะเมื่อสักครู่ยังไม่ทันจางหาย ตำรวจเปิดประตูบ้านเข้ามาพร้อมหมายจับคามือ
กฤษฎาลุกขึ้นจากโต๊ะสีหน้าของเขาแข็งค้าง ก่อนจะถูกใส่กุญแจมือ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของน้องสาว แพนด้านั่งนิ่งช้อนหลุดจากมือตน เสียงกระทบจานดังเบา แต่เหมือนฟ้าผ่าลงกลางอก "ข้อหาวางเพลิง กรรโชก ข่มขู่ และพยายามฆ่า" คำอ่านข้อหาดังก้องบนโต๊ะอาหารมื้อสุดท้าย กลายเป็นเส้นแบ่งชีวิตที่ไม่อาจย้อนกลับ แพนด้าไม่ได้ร้องโวยวายมีแค่เพียงความสับสน ตัวเธอสั่นเทาเหมือนโลกทั้งใบพังลงตรงหน้า *สถานีตำรวจอำเภออย่ามาซุย* แพนด้ายืนอยู่หน้าห้องสอบสวน สองมือเธอเย็นเฉียบร่างกายแข็งเกร็ง ราวกับอยู่ภายในห้องอุณหภูมิติดลบ หัวใจเต้นแรงจนแทบเจ็บหน้าอก เมื่อประตูเปิดออกแยมยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ด้วยแววตาเหนื่อยล้าแต่ยังนิ่งและมั่นคง แพนด้าก้าวเข้าไปก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าทันที "เจ๊หนูขอโทษค่ะ!" เสียงเธอสั่นแตกไม่ต่างจากแก้วบางๆ กำลังกลายเป็นเศษผง "ขอโทษแทนพี่ชายของหนูด้วยนะคะ ขอโทษแทนทุกอย่างที่เขาทำไม่ดีกับเจ๊นะคะ" แยมชะงักก่อนจะรีบก้าวเข้ามาพยุงสาวน้อย "พื้นมันเย็นนะ ลุกขึ้นมาก่อนเถอะแพนด้า!" แยมกล่าวเชิงดุเธอด้วยความเป็นห่วง "หนูไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ที่ผ่านมา.. เจ๊รู้จักเราดีมากพอ เรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหนูสักนิด อย่ารู้สึกผิดจนโทษตัวเองเลยนะ" แพนด้าส่ายหน้าน้ำตาเธอไหลลงไม่หยุด "หนูรู้ดีค่ะ ว่า..ตัวหนูไม่มีสิทธิ์ขออะไรทั้งนั้น แต่หนูทนไม่ได้จริงๆ หากต้องแสร้งแสดงเหมือนคนไม่รู้เรื่องเลย แม้ว่าหนูจะไม่เข้าใจพฤติกรรมพี่ชายเลยสักนิด" เธอก้มหน้าลงต่ำ "หนู.. ไม่รู้เรื่องไฟไหม้ ไม่รู้เรื่องการข่มขู่ ไม่รู้ว่าพี่ชายจะทำร้ายเจ๊มากขนาดนี้ ทั้งที่เขารู้มาตลอดว่าเจ๊เป็นผู้มีพระคุณต่อหนูมากแค่ไหน แต่ยังทำเรื่องผิดร้ายแรงได้ลง!" น้ำตาร่วงหล่นลงพื้นสถานีตำรวจหยดแล้วหยดเล่า "ถ้ารู้ตั้งแต่ตอนนั้น… หนูจะต้องหยุดยั้งเขา แม้ต้องแตกหักกันก็ตาม ถ้าหนูตงิดใจสักเล็กน้อย ร้านคงไม่เกิดไฟไหม้ และเจ๊ก็ไม่ต้องสูญเสียทรัพย์สินโดยใช่เหตุอย่างนี้!" แพนด้าเปล่งน้ำเสียงหนักแน่น แต่ขาดห้วงไปชั่วครู่กลบด้วยเสียงสะอื้นของเธอ แยมมองแพนด้านาน ก่อนจะตัดสินใจ.. โอบกอดพร้อมลูบศีรษะอย่างเอ็นดูเหมือนเช่นเคย แต่ไหนแต่ไรมาแพนด้าเปรียบเสมือนน้องสาวคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่พนักงานภายในร้านที่ซื่อสัตย์อย่างเดียว "เจ๊รู้.. สายตาหนูไม่ใช่ของคนโกหกสักหน่อย คนที่อยากจะพูดโกหกแทนคนอื่นทั้งที่ตัวเองยังกลัวบาป.. คนแบบนี้จะทำร้ายใครได้ลงกันล่ะ?" แพนด้าเงยหน้าขึ้นมองแยมด้วยดวงตาแดงก่ำ "หนูขอโทษที่ไปทำงานร้านเจ๊ ขอโทษที่มายืนอยู่ใกล้.. ทั้งที่ความจริงมันสกปรกแบบนี้ หนูจะรับผิดชอบโดยการลาออกเองค่ะ!" แพนด้ากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตามีแต่ความไร้เดียงสา จนแยมส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความน่ารักของเธอ "หนูไม่ใช่ความผิดของพี่ชายนะ และไม่ใช่เครื่องมือของใครหรอก ถ้าอยากไถ่โทษนัก.. รีบเรียนให้จบปริญญาแล้วมาทำงานร้านเจ๊ต่อดีไหม น่าจะดูทรมานใจดีไม่น้อยเลย" แพนด้าร้องไห้โฮ เหมือนแบกก้อนหินออกจากอกเป็นครั้งแรก ความใจดีและความยุติธรรมของแยมไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าตัวเธอจะผิดที่มีพี่ชายสร้างเรื่องร้ายแรง แต่ทว่าคนที่มีเมตตาขนาดนี้เธอย่อมซาบซึ้งมาก "ให้หนูเป็นพนักงานเหมือนเดิมได้ใช่ไหมคะ? ฮื่อๆ ขอบคุณนะเจ๊ที่ไม่โกรธเคืองหนู.. ที่ไม่เอาความผิดของพี่ชายมาทับซ้อนหนู" "เจ๊ของหนูใจดีและสวย อย่างกับนางฟ้าจะเป็นนางยักษ์ได้อย่างไรกัน ต่อไปต้องรักและปกป้องเจ๊ให้มากนะ รู้ไหม..?" ยูโรเอ่ยเสียงต่ำเขายืนอยู่ไม่ไกล แพนด้าพยักหน้า น้ำตายังคงไหลไม่ขาดสาย แต่สายตาเริ่มมีแรงฮึดสู้อีกครั้ง เพราะบางความผิดถูกส่งต่อทางสายเลือดไม่ได้ และบางคน.. แม้จะอยู่ภายในครอบครัวเดียวกับปีศาจ ก็ยังมีหัวใจที่สะอาดพอจะเลือกเป็น..คนดี ได้เช่นกัน "แพนด้าไปร้านเจ๊ด้วยกันเถอะ เจ๊ต้องไปติดป้ายประกาศวันปรับปรุงร้านก่อน ส่วนเรื่องการทำงานต้องไปหาตามบ้านลูกจ้างแต่ละคนอีก!" "ไว้ใจผู้ช่วยอย่างหนูได้เลยค่ะ!" แพนด้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส เธอยกมือเช็ดคราบน้ำตาทันที "ไปล้างหน้าเถอะ ขี้เหร่ขนาดนี้.. เดี๋ยวยอดมาว่าเจ๊รังแกเรานะ!" แยมกล่าวแซวสาวน้อย ก่อนจะงีบบนรถยนต์รอ เพราะรู้สึกเพลียมากเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งหมดนี้*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







