Share

บทที่ 1.6

last update Last Updated: 2026-02-13 06:25:43

นางขอบตาร้อนผ่าว... ในใจรู้สึกผิดขึ้นมาเป็นล้นพ้น บิดามักเป็นเช่นนี้เสมอ ตามใจนาง รัก เอ็นดูนาง เหตุใดนางไม่สังเกตมาก่อนว่าบิดาไม่เคยขัดใจนาง เว้นเพียงเรื่องเยี่ยชิงอัน... “ลูกไปเห็นเรื่องน่าสนุกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ อยากให้ท่านพ่อเชิญอาจารย์มาสอน”

“อาจารย์?? เจ้าอยากเรียนฉิน? ออกไปเห็นคนเล่นฉินที่ตลาดอีกแล้วหรือไร”

นางส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ลูกไปเห็นถุงหอมที่มีลายปักงดงามมาก ลูกอยากเรียนปักผ้าเพื่อทำถุงหอมเจ้าค่ะ แล้วก็...ลูกเรียนคนเดียวกลัวจะเหงามิสู้ให้น้องสี่ น้องห้า น้องหกและก็น้องเจ็ดมาเรียนเป็นเพื่อนลูก”

“อะไรนะ!!” สีหน้าของบิดาตอนนี้...เขาแทบจะหุบปากไม่ลงแล้ว

“ท่านพ่อ...คางของท่านพ่อจะชนหน้าอกแล้วเจ้าค่ะ ประหลาดมากเลยหรือที่ลูกอยากมีเพื่อนเรียน?”

“ไม่ประหลาด...ไม่เลย!!”

นางยิ้ม “วันๆ พวกนางแทบไม่ออกจากเรือน อย่าว่าแต่ไปข้างนอกเลย ให้พวกนางมาเรียนเป็นเพื่อนลูกจะได้ออกมาข้างนอกบ้าง ในเรือนจื่อชิงคับแคบบางทีเรือนของลูกยังมีห้องว่าง...”

“ช้าก่อน!” นางกะพริบตามองบิดา “เรื่องนี้...เจ้าปรึกษามารดาแล้วหรือยัง”

“เอ่อ...ไว้ขออนุญาตท่านพ่อแล้วลูกจึงจะไปขอท่านแม่เจ้าค่ะ อย่างไรเสียก็แค่เรียนปักผ้า”

“ไม่สิ เรื่องเรือนขอเจ้ามีห้องว่างน่ะ”

นางรู้ดีว่าบิดากำลังกังวลเรื่องใด น้องสาวทั้งสี่คนของนางไม่เคยได้รับความสำคัญ เมื่อก่อนนางไม่เคยสนใจ ไม่เคยนำมาใส่ใจเพราะอย่างไรเสียบุตรที่เกิดจากอนุ ทายาทที่อยู่ต่ำกว่าบุตรที่เกิดจากฮูหยินเอก ช่องว่างที่จำเป็นต้องมี ต้องยึดถือ เรื่องนี้นางไม่อาจแก้ไขสิ่งใด

ถึงอย่างนั้น...นางเองก็เป็นสตรี กระทั่งว่าตัวนางที่สูงส่งถึงเพียงนี้ หลงออกเรือนไปยังต้องมองสีหน้ามารดาสามี มองสีหน้าคนในจวนสามี ทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง ไม่สิทธิ์ไม่มีเสียง ไม่อาจตัดสินใจ เช่นนี้แล้วน้องสาวของนางอีกสี่คนเล่า พวกนางแต่งงานออกเรือนไปจะมีสภาพเช่นไร

ตรงกันข้าม... นางมีนางสนับสนุน หากมีมารดาของนางสนับสนุน อย่างน้อยก็คงมีสภาพที่ดีกว่าที่ควรเป็น ตอนนั้นนางไม่ได้คิด ไม่เคยคิด ทว่าตอนที่นางดึงดันจะแต่งเข้าจวนแม่ทัพ กระทั่งหลังแต่งจวนกั๋วกงไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยหลังจวน ความโดดเดี่ยวทำให้นางคิดได้

อย่างน้อยขอเพียงมีคนหนุนหลัง มีครอบครัวคอยจับตามอง ตระกูลที่เกี่ยวดองเหล่านั้นก็อาจจะเกรงใจจวนเยี่ยนกั๋วกงบ้างไม่มากก็น้อย

เยี่ยนกั๋วกงฮูหยินมองบุตรสาวด้วยสายตาไม่เข้าใจ จุดประสงค์ของบุตรสาวนางมองไม่ออก จะเป็นเพราะนึกสนุก ความสงสารชั่วครั้งคราว หรือเพราะความหวังดีอย่างบริสุทธิ์ใจ จะเพราะอะไรนี่ก็มิใช่เรื่องที่นางคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น

“รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่”

นางมองมารดา “ท่านแม่เจ้าคะ วันก่อน เมื่อวาน วันนี้ ระหว่างเดินมาที่เรือนของท่านแม่ ทุกครั้งลูกได้ยินอี๋เหนียงเรือนจื่อชิงตะโกนด่าทอ ตบตี หรือบางครั้งยังได้ยินเสียงกระเบื้องตกแตก ทุกครั้งลูกมักถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นในเรือนจื่อชิง ใครถูกตี พวกนางจะเจ็บหรือไม่ พวกนางจะเศร้า จะคิดว่าตัวเองผิดเพียงเพราะเกิดมาเป็นสตรีหรือไม่”

เห็นสายตาวูบไหวของมารดา นางรีบกุมมือมารดา “ลูกไม่เคยคิดเช่นนั้นเลยเพราะท่านพ่อกับท่านแม่รักละเอ็นดูลูกเสมอมา ลูกตระหนักดีในเรื่องนั้น ดังนั้น...ลูกจึงไม่รู้ว่าบุตรสาวที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความรักจากมารดา แท้ที่จริงจะเจ็บปวดเพียงใด”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 1.9

    “ทำอะไร”“ช่วยท่านแม่ดูแลบัญชี ช่วยท่านแม่ทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ดูแลจวน ดูแลบ่าวไพร่ ดูแล...เหล่าทหาร”มารดาของนางเลิกคิ้ว “อยากช่วยแม่ทำงานแล้ว? ได้สิ เริ่มจากงานเล็กๆ ก็ได้”นางจะต้องเริ่มทำอะไรบางอย่าง ทำตั้งแต่ตอนนี้เลย อย่างเช่นเรื่องการแบ่งสรรเสบียงกระจายไปยังชายแดนให้ทหารที่เสียสละ หากมาเริ่มทำเอาตอนใกล้เกิดสงครามจะดูน่าสงสัย อีกทั้งบิดาของนางอาจจะถูกเพ่งเล็งก้าวต่อไปคือเรียนเย็บปัก...การเรียนเย็บปักเป็นข้ออ้างของการเปลี่ยนแปลงก้าวต่อไป ทว่านางก็มีจุดประสงค์อื่นเช่นกัน ช่วงเดือนที่ผ่านมาในจวนมีการเปลี่ยนแปลง การเป็นอยู่ของเรือนจื่อชิงดีขึ้นกว่าเดิมมาก จูอี๋เหนียงเป็นคนเจียมตัว เมื่อไม่มีหานอี๋เหนียงนางก็รับหน้าที่ดูแลน้องสาวทั้งสี่คนของอวิ๋นซูฮวาทุกๆ เช้าเด็กๆ จะมาเรียนที่เรือนของนาง มารดาของนางเห็นว่านางเอาจริงเรื่องน้องสาวทั้งสี่ ดังนั้น...ในที่สุดเด็กๆ จึงมีชื่อและใช้แซ่อวิ๋นอย่างเป็นทางการน้องสาวคนที่สี่ จากที่เคยเรียกเสี่ยวซื่อ เปลี่ยนเป็นคุณหนูสี่ อวิ๋นหลันซีน้องสาวคนที่ห้า จากที่เคยเรียกเสี่ยวอู่ เปลี่ยนเป็นคุณหนูห้า อวิ๋นหลันจิงน้องสาวคนที่หก จากที่เคยเรียกเสี่ยวลิ่

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 1.8

    เขาพยักหน้าจากนั้นเดินไปยังเรือนจื่อชิง ต่อมา...จึงได้รู้จากเสี่ยวพั่งว่าหานอี๋เหนียงถูกส่งไปโรงนา จูอี๋เหนียงจะยังคงอยู่ที่เรือนจื่อชิงต่อไป และน้องๆ ของนางก็จะได้รับการดูแลจากจูอี๋เหนียง มองเด็กทั้งสี่ที่ยังไร้เดียงสา ทั้งสี่คุกเข่าอยู่ที่กลางโถงของเรือนบุปผา อวิ๋นซูฮวาได้แต่รู้สึกสะท้อนใจแต่ละคนผอมโซ สภาพมอมแมมราวไม่ได้อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว ผมเผ้าไม่ได้หวี ตามเนื้อตัวมีแผลที่ทั้งหายดีแล้วแต่ยังเขียวช้ำ และแผลใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น“คุณหนูสาม...ข้าน้อยจะเชื่อฟัง ดังนั้นท่านอย่าลงโทษท่านแม่เลย ท่านแม่เพียง...เพียง...”เด็กก็ยังคงเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ จะอย่างไรนั่นก็คือมารดา แม้ถูกทำร้าย ถูกทุบตี ถูกทารุณ ทว่าโลกทั้งใบของพวกเขาก็คือมารดานางลุกขึ้นเดินเข้าไปหาทั้งสี่ เห็นท่าทีลนลานหวาดกลัว นางค่อยๆ นั่งลง “ข้าคือพี่สาวคนที่สามของพวกเจ้า เรียกข้าว่าพี่สาม ไม่ก็เรียกข้าพี่ฮวาเอ๋อร์”“ข้าน้อย...ไม่กล้า!”นางเข้าใจได้... “น้องคนสุดท้องมองจานของว่างของนาง อวิ๋นซูฮวาส่งสายตาให้เสี่ยวฝู อีกฝ่ายถือจานขนมมาให้นาง นางแจกขนมให้น้องๆ คนละชิ้น “ลองกินดูว่าชอบหรือไม่ ขนมดอกกุ้ยอร่อยเชียวละ”ทั้งสี่

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 1.7

    มารดาของนางถอนหายใจออกมา “ทว่า...ไม่ใช่ทุกคนจะมองความหวังดีของเข้าออก ฐานะของพวกนางต่ำต้อย จะช่วยออกมาก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าพวกนางจะรับหรือคิดว่าเป็นความเมตตาที่ไม่จำเป็น จิตใจของคนเรายากหยั่ง ความดีใช้ได้สำหรับบางคน”“ใช้ได้สำหรับบางคนจริงๆ เจ้าค่ะ ดังนั้นเราจึงยิ่งควรช่วยออกมา” ยิ่งปล่อยให้น้องสาวของนางอยู่กับอี๋เหนียง นานวันก็จะยิ่งบ่มเพราะความชิงชัง บ่มเพาะความรู้สึกไม่เป็นธรรมตอนนี้ยังไร้เดียงสา หากสั่งสมความดำมืดนานวันเข้าจิตใจก็จะแปดเปื้อน กระทั่งไม่ว่าจะล้างอย่างไรก็ไม่อาจกลับมาเป็นเด็กที่ไร้มลทินได้อีกสามวันถัดมา...ขณะกำลังเดินไปคารวะมาดรที่เรือน เรือนระเบียงเชื่อมจากเรือนจื่อชิงมายังเรือนปีกตะวันออก เสียงกรีดร้องอยากมาดร้ายดังใกล้เข้ามา อวิ๋นซูฮวามองไปยังหานอี๋เหนียง อีกฝ่ายมองนางด้วยสายตาเกลียดชัง“ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า! พวกเจ้าไม่ยอมให้ข้าได้มีโอกาสได้ได้รับความโปรดปรานจากท่านกั๋วกง ข้าตั้งครรภ์บุตรชายแล้วแท้ๆ มารดาของเจ้ากลับพรากเขาไปจากข้า! ตอนนี้ยังคิดจะพรากบุตรสาวของข้าไปอีก อวิ๋นซูฮวาเก็บความสงสารของเจ้ากลับไปข้าไม่ต้องการ คืนบุตรสาวของข้ามา!!”เสี่ยวฝูถูกผลักกระเด็น

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 1.6

    นางขอบตาร้อนผ่าว... ในใจรู้สึกผิดขึ้นมาเป็นล้นพ้น บิดามักเป็นเช่นนี้เสมอ ตามใจนาง รัก เอ็นดูนาง เหตุใดนางไม่สังเกตมาก่อนว่าบิดาไม่เคยขัดใจนาง เว้นเพียงเรื่องเยี่ยชิงอัน... “ลูกไปเห็นเรื่องน่าสนุกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ อยากให้ท่านพ่อเชิญอาจารย์มาสอน”“อาจารย์?? เจ้าอยากเรียนฉิน? ออกไปเห็นคนเล่นฉินที่ตลาดอีกแล้วหรือไร”นางส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ลูกไปเห็นถุงหอมที่มีลายปักงดงามมาก ลูกอยากเรียนปักผ้าเพื่อทำถุงหอมเจ้าค่ะ แล้วก็...ลูกเรียนคนเดียวกลัวจะเหงามิสู้ให้น้องสี่ น้องห้า น้องหกและก็น้องเจ็ดมาเรียนเป็นเพื่อนลูก”“อะไรนะ!!” สีหน้าของบิดาตอนนี้...เขาแทบจะหุบปากไม่ลงแล้ว“ท่านพ่อ...คางของท่านพ่อจะชนหน้าอกแล้วเจ้าค่ะ ประหลาดมากเลยหรือที่ลูกอยากมีเพื่อนเรียน?”“ไม่ประหลาด...ไม่เลย!!”นางยิ้ม “วันๆ พวกนางแทบไม่ออกจากเรือน อย่าว่าแต่ไปข้างนอกเลย ให้พวกนางมาเรียนเป็นเพื่อนลูกจะได้ออกมาข้างนอกบ้าง ในเรือนจื่อชิงคับแคบบางทีเรือนของลูกยังมีห้องว่าง...”“ช้าก่อน!” นางกะพริบตามองบิดา “เรื่องนี้...เจ้าปรึกษามารดาแล้วหรือยัง”“เอ่อ...ไว้ขออนุญาตท่านพ่อแล้วลูกจึงจะไปขอท่านแม่เจ้าค่ะ อย่างไรเส

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 1.5

    หญิงสาววางตะเกียบ “เรื่องในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งเจ้า เจ้า และข้า พวกเราไม่เคยได้ยินสิ่งใด ไม่เคยมาที่นี่ เข้าใจหรือไม่”“เจ้าค่ะ/ขอรับ”นางพยักหน้าจากนั้นมองเป็ดอบและของกินบนโต๊ะ “สั่งให้เสี่ยวเอ้อห่อของพวกนี้ เจ้ากับเสี่ยวพั่งแบ่งกันเอากลับไปกินที่จวน บอกว่าซื้อมาจากตลาด”ห้องด้านข้างเงียบไปนานแล้ว นางรอจนมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่จึงเดินออกมาพร้อมคนติดตาม เมื่อลงบันไดก็ตรงกลับจวน สิ่งที่นางคาดไม่ถึงก็คือ...“คุณชาย?”“เจ้ารู้จักพวกนางหรือไม่”“ดูเหมือน...จะเป็นน้องสาวของเยี่ยนกั๋วกงซื่อจื่อ ข้าน้อยเคยเห็นนางตอนที่กั๋วกงฮูหยินนั่งรถม้าไปส่งซื่อจื่อที่สำนักศึกษาหลวงขอรับ”ฝานจิ่นสิงยังคงยิ้ม ใบหน้าหล่อเหลาของเขาสว่างเจิดจ้า พัดในมือหุบลงเสียงดังพรึบ! “ข้าว่ามีเรื่องสนุกๆ ให้ดูแล้ว”“จะไม่บอกซื่อจื่อหรือขอรับ”“บอกเขา? บอกแล้วเขาจะทำอย่างไรได้เล่า จวนเยี่ยนกั๋วกงไหนเลยจะมีอาจต่อกรกับจวนแม่ทัพ ยิ่งเป็นในตอนนี้ที่องค์ชายรองกำลังพยายามดึงขั้วอำนาจมาที่พระองค์เอง บอกเขาไปก็รังแต่จะยิ่งทำให้เรื่องบานปลาย อันที่จริงหากเยี่ยชิงอันทำสำเร็จ ไม่แน่ว่าฝ่าบาทจะทรงตระหนักเสียทีว่าองค์ชายรองกำลังเป็น

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 1.4

    “หากข้าสามารถแก้ไข...” นางมองเรือนจื่อชิงจากนั้นละสายตามองพี่ชายที่เพิ่งเดินเข้าไปในเรือนของมารดาเสี่ยวฝูมองตามสายตาหญิงสาว “คุณหนูเจ้าคะ?”“ไม่มีอะไร พวกเรากลับเรือนกันเถิด”รุ่งเช้าวันต่อมาอวิ๋นซูฮวาออกมาเดินเล่นที่ตลาดไม่ไกลจากจวนกั๋วกง เสี่ยวฝูกับเสี่ยวพั่งตามมาคุ้มกันไม่ห่าง ขณะเดินนางก็ใช้ความคิดไปด้วยอย่างเหม่อลอย ชั่วขณะที่กำลังเลือกดูของตามร้านรวงริมถนนทั้งสองฝั่ง อยู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นคนผู้หนึ่งนางจะไม่อะไรเลยหากมิใช่จดจำคนผู้นั้นได้ นั่นก็คือ...ชางหลิน หนึ่งในคนสนิทที่เป็นดังเงาของเยี่ยชิงอัน!!!อวิ๋นซูฮวาเงยหน้าขึ้นมองหออวี้หรู ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเลิศรสและสุราอันโด่งดัง นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงหันไปมองเสี่ยวฝูกับเสี่ยวพั่ง “ข้าเคยได้ยินพี่ใหญ่กล่าวว่าที่นี่มีเป็ดอบหนังกรอบเนื้อนุ่ม ข้าอยากลองชิมพวกเราไปลองกันเถิด”“อะ...อะไรนะเจ้าคะ หากคุณหนูอยากลองชิมมิสู้ให้ห้องครัวลองทำ พ่อครัวของจวนกั๋วกงฝีมือไม่เป็นสองรองใคร กินอาหารข้างนอกหากฮูหยินรู้เข้า...”นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งทว่าไม่ใช่เพราะคำพูดของสาวใช้ อวิ๋นซูฮวาเก็บป้ายหยกข้างเอว หันไปบอกสาวใช้กับบ่าวติดตาม “เก็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status