공유

บทที่ 1.7

last update 게시일: 2026-02-14 09:17:43

มารดาของนางถอนหายใจออกมา “ทว่า...ไม่ใช่ทุกคนจะมองความหวังดีของเข้าออก ฐานะของพวกนางต่ำต้อย จะช่วยออกมาก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าพวกนางจะรับหรือคิดว่าเป็นความเมตตาที่ไม่จำเป็น จิตใจของคนเรายากหยั่ง ความดีใช้ได้สำหรับบางคน”

“ใช้ได้สำหรับบางคนจริงๆ เจ้าค่ะ ดังนั้นเราจึงยิ่งควรช่วยออกมา” ยิ่งปล่อยให้น้องสาวของนางอยู่กับอี๋เหนียง นานวันก็จะยิ่งบ่มเพราะความชิงชัง บ่มเพาะความรู้สึกไม่เป็นธรรม

ตอนนี้ยังไร้เดียงสา หากสั่งสมความดำมืดนานวันเข้าจิตใจก็จะแปดเปื้อน กระทั่งไม่ว่าจะล้างอย่างไรก็ไม่อาจกลับมาเป็นเด็กที่ไร้มลทินได้อีก

สามวันถัดมา...

ขณะกำลังเดินไปคารวะมาดรที่เรือน เรือนระเบียงเชื่อมจากเรือนจื่อชิงมายังเรือนปีกตะวันออก เสียงกรีดร้องอยากมาดร้ายดังใกล้เข้ามา อวิ๋นซูฮวามองไปยังหานอี๋เหนียง อีกฝ่ายมองนางด้วยสายตาเกลียดชัง

“ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า! พวกเจ้าไม่ยอมให้ข้าได้มีโอกาสได้ได้รับความโปรดปรานจากท่านกั๋วกง ข้าตั้งครรภ์บุตรชายแล้วแท้ๆ มารดาของเจ้ากลับพรากเขาไปจากข้า! ตอนนี้ยังคิดจะพรากบุตรสาวของข้าไปอีก อวิ๋นซูฮวาเก็บความสงสารของเจ้ากลับไปข้าไม่ต้องการ คืนบุตรสาวของข้ามา!!”

เสี่ยวฝูถูกผลักกระเด็น เสี่ยวพั่งถูกถีบจนล้ม พ่อบ้านปราดเข้ามาขวาง มือของหานอี๋เหนียงยื่นพรวดมาที่ใบหน้าของนาง ปลายเล็บแหลมคมจ้วงแทงมาอยาดหมายมาด กระทั่ง...มือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้

“พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่! ยังไม่รีบจับนางเอาไว้!” เสียงของอวิ๋นเกออวี่ทำให้นางสะดุ้งได้สติ

“พี่รอง?”

“เจ้ายืนเฉยทำไม นางโดนตัวเจ้าหรือเปล่า เจ็บตรงไหนหรือไม่ เหตุใดไม่หลบ?”

นางกะพริบตา “นาง...” คิดว่าอีกฝ่ายไม่กล้า คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดสั้น ทว่านางคล้ายดูแคลนหานอี๋เหนียงที่เสียสติมากพอจนทำร้ายบุตรสาวของตัวเองเกินไป เสียงด่าทอกระทบกระเทียบที่ได้ยินทุกวัน ความโกรธแค้น ความเกลียดชัง ความริษยา ทุกอย่างเปลี่ยนให้สตรีนางหนึ่งกลายเป็นไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง

มองน้องสาวของนางสี่คนที่แอบมองอยู่ไกลๆ แต่ละคนมีท่าทางหวาดหวั่น จูอี๋เหนียงเองก็ยังหน้าซีดไม่มีปากเสียง เกรงว่าในเรือนจื่อชิงหานอี๋เหนียงคงควบคุมทุกอย่าง ทุกคน แม้กระทั่งการด่าทอตบตีก็อาจจะไม่ใช่เพียงแต่กับน้องๆ แต่ยังหมายรวมถึงอี๋เหนียงอีกคนที่เคยเป็นเพียงสาวใช้ต้นห้องที่เจียมเนื้อเจียมตัว

“พ่อบ้าน ให้คนพาน้องสี่ น้องห้า น้องหกแล้วก็น้องเจ็ดไปที่เรือนข้าตอนนี้เลย จูอี๋เหนียงส่งนางกลับห้องระวังด้วยให้คนเฝ้าเอาไว้ อย่าให้หานอี๋เหนียงเข้าใกล้นางได้”

พ่อบ้านเหลือบมองอวิ๋นเกออวี่ ตอนนั้นเองที่นางเพิ่งนึกขึ้นได้ นาง...เป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสี่มิใช่ฮูหยินน้อยจวนแม่ทัพ!!! “พี่รอง...ข้า...”

“ยังไม่รีบทำตามที่คุณหนูสามสั่งการ?! ต่อไปข้าหวังว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนี้อีก หากคุณหนูสามบาดเจ็บแม้แต่น้อย ข้าจะให้ท่านพ่อเปลี่ยนบ่าวไพร่ในจวนทั้งหมด!!!”

พ่อบ้านลนลานรีบทำตาม

“พี่รองข้าไม่เป็นอะไร”

เขาถอนหายใจมองนาง “เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร”

นางมองตามน้องสาวทั้งสี่คน คนหนึ่งเพิ่งเก้าขวบ คนหนึ่งเจ็ดขวบ คนหนึ่งห้าขวบ คนสุดท้ายเพิ่งสี่ขวบ พวกเขาล้วนมีท่าทางหวาดกลัว...ตัวสั่น “ช่วยพวกนาง”

มองสภาพมอมแมมแม้แต่สาวใช้ยังดูสะอาดสะอ้านกว่า หัวใจของนางเจ็บปวดบีบรัด นี่น่ะหรือทายาทจวนกั๋วกง แม้บอกว่าพวกเขาก็เป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากอนุที่มีฐานะเป็นเพียงบ่าวในจวน ถึงอย่างนั้น...สายเลือดก็ยังเป็นคนแซ่อวิ๋น เป็นน้องสาวที่เกิดจากบิดาเดียวกัน

อวิ๋นเกออวี่เองก็มองตาม ทว่าเขากลับละสายตามามองนาง “ท่านพ่อท่านแม่...”

“ขออนุญาตแล้วเจ้าค่ะ นับจากนี้พวกเขาจะมาเข้าเรียนกับข้า แต่ว่า...” นางนิ่วหน้าเพราะเพียงของหานอี๋เหนียงที่ยิ่งมาก็ยิ่งดังขึ้น

ขณะกำลังจะกล่าวมารดากับคนสนิทและสาวใช้ก็เดินมา ใบหน้าของมารดาทำให้นาง...สะดุ้ง “ท่านแม่...”

อวิ๋นเกออวี่รั้งแขนนางเอาไว้ “เจ้าไปดูแลน้องๆ ทางนี้ข้าจัดการเอง รู้หรือไม่หากวันนี้เจ้าได้รับบาดเจ็บ ไม่เพียงแต่หานอี๋เหนียง แม้แต่น้องๆ ก็อาจไม่ได้อยู่ที่จวนอีกต่อไป”

หากเรื่องวันนี้ลงเอยด้วยการที่นางถูกทำร้าย เกรงว่าทุกคนในเรือนจื่อชิงคงถูกส่งไปอยู่ที่โรงนานอกเมืองหลวง ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย...ทั้งชาติ

“น้องสาม”

“เจ้าคะ”

“ในเมื่อเลือกที่จะช่วยน้องๆ เจ้าก็ต้องปล่อยมือจากเรือนจื่อชิง เลือกได้เพียงหนึ่งเท่านั้น”

นางพยักหน้าเข้าใจ หากนางตามมารดาไปเพื่อขอร้องให้หานอี๋เหนียง น้องๆ ของนางก็จะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย บิดาไม่มีทางยอมปล่อยใครสักคนเอาไว้ในจวน หากนางเลือกให้หานอี๋เหนียงถูกลงโทษ เช่นนี้แล้วน้องๆ อีกสี่คนนางก็ยังมีหนทางช่วย

“เช่นนั้นข้าไปดูพวกนางก่อน พี่รองท่านรีบไปดูท่านแม่เถิดเจ้าค่ะ อย่าให้ท่านแม่โกรธจนเกินไป”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.9 จบ

    กองทัพ...ออกเดินทางแล้ว เซี่ยจื่อเตี๋ยรีบวิ่งไปยังรถมาคันหนึ่งที่จอดอยู่ นางรีบเปลี่ยนชุดจากนั้นโยนออกมาให้เสี่ยวฟาง “เจ้ารีบสวนเร็วเข้า อย่าลืมเล่าปลอมเป็นข้าให้แนบเนียนที่สุด จากนั้นกลับเข้าจวนแล้วแกล้งป่วยเสีย”“ไม่ให้ข้าน้อยไปด้วยจริงๆ หรือเจ้าคะ”“มีเจ้าอยู่ที่นี่ข้าจึงจะสบายใจ บอกเสี่ยวเหยียนให้เขาดูแลโรงหมอช่วงที่ข้าไม่อยู่”“เจ้าค่ะ”มองออกไปอีกด้านฮ่องเต้เพิ่งเสด็จมาถึง “พร้อมแล้วหรือยัง”“เพคะ” นางยิ้มกว้าง“ให้เราออกราชโองการดีๆ ก็ติดตามไปอย่างสง่าผ่าเผยได้แล้ว เหตุใดต้องทำลับๆ ล่อๆ”“หากตาแก่พวกนั้นยอมง่ายๆ หม่อมฉันคงทำเช่นนั้นไปแล้วเพคะ มัวพิรี้พิไรคัดค้านกันอยู่นั่นชายแดนเหนือก็เสียหายมากขึ้นกว่าจะได้ข้อสรุป”ฮ่องเต้พยักหน้าเห็นด้วย “ไม่ต้องทรงกังวลนะเพคะ หม่อมฉันจะดูแลท่านอ๋องแทนฝ่าบาทเอง”“อืมเราเชื่อเจ้า เจ้าเองก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ เรามอบองครักษ์เงาของเราห้าสิบคนให้ติดตามไปช่วยคุ้มกันเจ้าระหว่างเดินทาง”“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันทูลลา”แล้วรถม้าและองครักษ์เงาก็ออกเดินทางติดตามกองทัพไปจากเมืองหลวง มุ่งหน้าไปยังชายแดนเหนือ...ทางหนึ่ง...กองทหารสู้รบรับมือกับศัตรูอีกทาง...ห

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.8

    ชินหวางฝู่กำลังวุ่นวายตระเตรียมการ เซี่ยจื่อเตี๋ยกำลังช่วยเสียนจื่อเตรียมของใช้ที่จำเป็นระหว่างที่เขาเดินทางไปชายแดน นางเน้นหนักไปกับสมุนไพรห้ามเลือด ผงยาแก้ปวด ยาสมานแผล กระทั่งยาแก้ไข้นางก็ยังเตรียมเอาไว้ให้เขาเสียนจื่อมองนางที่เอาแต่คร่ำเครียดเตรียมของ แม้แต่เวลาจะนั่งสนทนากันก็แทบไม่มี เสียงถอนหายใจดังขึ้น “เสี่ยวเตี๋ยข้าอยากกินน้ำแกงสาลี่หวานของเจ้า”นางจึงเลิกคิ้วหันมามองเขา “อยากกินตอนนี้?”“ใช่”นางมองไปรอบๆ เพราะยังเตรียมของได้ไม่ครบ “เช่นนั้นข้าไปทำให้ท่านครู่เดียว”เขายิ้มออกมา “ข้าไปช่วยเจ้า”ในห้องครัวเล็กชายหนุ่มกำลังมองหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการทำน้ำแกงสาลี่หวาน “เจ้าไม่กังวลเลยหรือ”“กังวลเรื่องใด”“เรื่องที่ข้าไปออกรบ”นางเลิกคิ้วหันไปมองเขา “เหตุใดต้องกังวล ท่านเพิ่งไปครั้งแรกหรือก็เปล่า รีบไปรีบกลับมาก็สิ้นเรื่อง ข้ารู้ว่าท่านเก่งกาจไม่มีใครเหมาะที่จะนำทัพเท่ากับท่านอีกแล้ว”เขาขมวดคิ้ว “ก็ควรดีใจที่เจ้าเชื่อใจข้า แต่ว่า...ส่งคนรักไปชายแดนเหตุใดเจ้าไม่มีท่าทางกังวลเลย” เขาถอนหายใจพึมพำเสียงเบาคนเดียวหลังจากเตรียมของให้เขาเสร็จแล้วหญิงสาวก็รีบกลับจวน เสียนจื่อนั่

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.7

    หยวนเผิงหน้าซีด “ทะ...ท่านก็คือ... ที่แท้ก็เป็นท่าน ท่านคือ...” เขาพึมพำหญิงสาวอมยิ้มมองเสียนจื่อที่กำลังจะเดินกลับมา ในมือของชายหนุ่มมีมันเผาหนึ่งหัว...ในที่สุดก็เลือกได้เสียที นางลุกขึ้นกล่าว “ใช่แล้วข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น เซี่ยจื่อเตี๋ย”หยวนเผิงประสานมือค้อมศีรษะ “ข้าน้อยไม่ได้... ข้าน้อยขออภัยที่ล่วงเกิน!!”“มิได้ๆ ข้าคงต้องขอตัวก่อน” นางเดินผ่านหยวนเผิงไปหาเสียนจื่อ“บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นเจ้ารู้จัก??” เขาเลิกคิ้วถามนางนางเงยหน้าขึ้นมองเสียนจื่อ “หล่อเหลา??” นางหันกลับไปมองชายหนุ่มคนเมื่อครู่ “อ้อ...ก็พอดูได้” แต่ว่า...เมื่อหันกลับมามองใบหน้าของคนข้างๆ นางกลับยิ้มกว้าง นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าบุรุษหล่อเหลา “ท่านเลือกได้แล้วหรือ”เสียนจื่อยิ้มกว้าง “ได้แล้ว เจ้ารีบชิมดูว่าหวานหรือไม่” เขาบรรจงแกะมันเผานั้นส่งให้นางถึงปากสือเหยาที่เป็นเจ้าของเพิงน้ำชาอมยิ้ม ...มันเผาที่ท่านอ๋องยืนเลือกอยู่นานสองนาน แท้ที่จริงเขาไม่ได้เลือกให้ตัวเอง ทว่ากลับเดินไปเลือกให้ใต้เท้าหมอหญิงต่างหาก!!ปีที่สองที่โรงหมอแห่งราชสำนักทำการเปิด ศิษย์มากมายยังคงมาเรียนรู้แลกเปลี่ยน มีหมอหลายคนเข้ามาช่

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.6

    ทางหนึ่งรับเขาเป็นศิษย์ ทางหนึ่งมอบหมายให้เขาเปิดร้านหมอตระกูลหวังดังเดิม แม้แซ่หวังทว่าคนตระกูลหวังกลับไม่อาจสอดไม้สอดมือกับทรัพย์สินที่หญิงสาวยกให้หวังเหยียน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากกินแต่ก็ได้แต่นั่งมอง นี่เป็นการแก้แค้นคนใจแคบอย่างคนตระกูลหวังได้เป็นอย่างดี!!เพิงน้ำชาฝั่งตรงข้ามโรงหมอแห่งราชสำนัก เสียนจื่อรินชาส่งให้หญิงสาวทันทีที่นางเดินเข้ามานั่ง ผู้คนหันมามองทั้งสองคนด้วยสายตาสนอกสนใจข่าวลือมากมายหนาหู ชื่อเสียงแม้กู้คืนกลับมาได้ ทว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรีที่เคยแต่งงานมาก่อน อีกทั้งยังเคยมีเรื่องมีราวจนหย่าขาดกับสามีคนก่อนตอนนี้ยังมีเรื่องพัวพันคลุมเครือกับจื่อเสียนชินหวาง ให้อย่างไรฐานะของนางก็ไม่มีใครมองว่าเหมาะสมกับเขาไม่ว่าจะไปที่ใดข้างกายนางก็จะมีเขาเสมอ ไม่ว่านางจะทำอะไรเขาเองก็จะวนเวียนอยู่เคียงข้าง นานวันเข้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะประกาศข่าวดี ขุนนางที่รอวันคัดค้านถูมือรอ ขุนนางที่รอคอยชมความครื้นเครงเบิกตาเพื่อชมดูความวุ่นวายถึงอย่างนั้นจนแล้วจนรอดโรงหมอแห่งราชสำนักเปิดได้ครบปี ข่าวดีที่ทุกคนรอวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังไม่ถูกประกาศมีครั้งหนึ่งเสนาบดีกรมคลังทนไม่ไหว ค

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.5

    เซี่ยจื่อเตี๋ยเม้มปากเมื่อเขาผละไป นางอมยิ้มสบตากับเขา “กลับไปได้แล้ว”เขาจุมพิตหว่างคิ้วนางอีกครั้งหนึ่ง “ได้ ข้ากลับแล้ว เจ้าพักเถิด”ครั้งนี้นางปล่อยให้เขาเดินออกไปจริงๆ ทว่าทันทีที่ประตูปิดลงหญิงสาวก็ทิ้งตัวลงนอนคว่ำ ผ้าห่มถูกรวบขึ้นมาปิดใบหน้ากั้นเสียงหวีดร้องด้วยความขัดเขินนั้นเอาไว้“ให้ตาย...เขินชะมัด!”โรงหมอแห่งราชสำนักเปิดแล้ว...นี่คือความหวังของชีวิต ความยินดีของประชาชนในแคว้น การรักษาที่ไม่แบ่งแยก หมอที่ไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งบ่าวไพร่ในโรงหมอก็ได้รับการคัดเลือกเป็นอย่างดี ป้ายอักษรฝีพระหัตถ์ของฮ่องเต้‘ก้าวผ่านประตูโรงหมอแห่งราชสำนัก ทุกคนล้วนเป็นคนไข้ ไม่มีสูงส่ง ไม่มีต่ำต้อย ทุกผู้ล้วนเท่าเทียม’ความหมายชัดเจนไม่มีผู้ใดกล้ากังขา ที่โรงหมอนอกจากรับรักษาแล้ว เซี่ยจื่อเตี๋ยยังเปิดสอนหมอที่อยากเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวิชาแพทย์ ดังนั้นไม่เพียงมีหมอที่ยังเป็นมือใหม่ แต่ยังมีหมอที่มากประสบการณ์ หมอหลวง กระทั่งหมอที่ฝีมือเก่งกาจ ทุกคนล้วนเข้าๆ ออกๆ เพื่อแบ่งปันวิชาแพทย์ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สุขของคนไข้ ประโยชน์ของชาวบ้านและประชาชนในแคว้นหวังเหยียน...ก้าวเข้ามาประคองสองมือคารวะน

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.4

    “ข้าทำเอง” นางแย่งมาจากมือใหญ่ใช้เช็ดจมูก นางยังไม่หน้าหนาพอถึงขั้นให้เขาเช็ดน้ำมูกให้นะ!! “มิใช่ดึกมากแล้วหรือ”เขามองไปด้านนอกที่มืดสนิทและเงียบงัน “เกรงว่าคงล่วงเข้ายามอิ๋น[1]แล้วกระมัง”หญิงสาวลืมตาเงยหน้าขึ้นมองเขา “ไม่กังวลเรื่องชื่อเสียงแล้ว?”“ของผู้ใดเล่า ข้า?”นางถลึงตามองเขา “ก็ใช่น่ะสิ เป็นถึงท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์กลับรั้งอยู่ในจวนของสตรีที่เคยถูกสามีหย่า ชื่อเสียงหลังจากวันนี้ท่านจะเอาไปไว้ที่ใด?”เขาหัวเราะ “ข้าต้องสนใจไปไยว่าผู้คนข้างนอกนั่นจะคิดอย่างไรกับข้า ข้าสนเพียงเจ้าจะคิดเช่นไรไม่ดีกว่าหรือ”นางสบตาคมเข้มของเขานิ่ง เขาเองก็ไม่ยอมหลบมือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มของนางทีหนึ่ง “แต่หากเจ้าถือสา ชื่อเสียงของข้านี้ให้อย่างไรก็ต้องรบกวนเจ้ารับผิดชอบ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะไม่ทอดทิ้งข้า”“ท่าทางคล้ายเจ้าสาวกำลังจะถูกทอดทิ้งของท่านนี่มันอย่างไรกัน เป็นถึงจื่อเสียนชินหวางผู้ใดจะกล้าทำลายชื่อเสียงท่าน อีกอย่างท่านเป็นบุรุษ!”เขาหัวเราะกอดนางแน่นขึ้น “ท่าทางจะดีขึ้นแล้วจริงๆ ข้าสมควรกลับออกไปแล้วจริงๆ แต่...เจ้าดื่มยาก่อนข้าจึงจะกลับไป” เขาขยับลุกวางนางพิงหัวเตียง ประตูห้องถูกแง

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 7.3 จบ

    ฝานจิ่นสิงยอมเดินไปอย่างไม่ใคร่จะเต็มใจนัก เยี่ยชิงอันเห็นก็ยิ้มออกมาบางๆ “ในราชสำนักเขาเป็นเสาหลักของขุนนาง เยือกเย็น สุขุม เฉลียวฉลาดรอบคอบ นึกไม่ถึงว่าข้างนอกนี่กลับเป็นสามีที่เชื่อฟังฮูหยินยิ่งนัก”“ท่านไม่พูดใช่หรือไม่เช่นนั้นข้าขอตัว” นางทำท่าจะเดินหนี เขาขยับเข้ามาขวาง“ขออภัย ข้าปากเสียเอง”

    last update최신 업데이트 : 2026-04-05
  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 3.7

    เป็นอีกครั้งที่เยี่ยชิงอันมีอันต้องเย็นสันหลังวาบ ยิ่งตอนที่คนของเขาที่มีหน้าที่รายงานวิ่งมาจากที่ไกลๆ สีหน้าของอีกฝ่ายทำให้เขาเป็นกังวล และยิ่งเป็นกังวลกว่าเมื่อได้ยินสิ่งที่อวิ๋นซูฮวากราบทูล“หม่อมฉันออกมาตรวจตราเมล็ดพันธุ์และการนึ่งข้าวเปลือกของหมู่บ้านเปี้ยนหลี่ของจวนเยี่ยนกั๋วกง ทว่าอยู่ๆ แม่ท

    last update최신 업데이트 : 2026-03-21
  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 3.5

    เขาใจลอยอยู่นานมากเมื่อเหลือบมองอีกครั้งโจ๊กก็หมดถ้วย!!! ฝานจิ่นสิงมองถ้วยยาที่ถูกส่งมา “ขมมาก แค่กลิ่นยังรู้ได้ทันที ท่านจะต้อง...กลั้นใจดื่มให้หมด” นางหน้าเบ้เขาหัวเราะ “ข้าไม่ใช่เด็ก” จากนั้นเขาก็กรอกยาลงไปทั้งถ้วยในคราวเดียว “เจ้าบอกว่าจะมีคนมารับข้าในวันสองวัน ข้าอยากฟังแผนการของเจ้า”“ไม่มี”

    last update최신 업데이트 : 2026-03-21
  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 3.3

    นางก้มลงมองตัวเองที่ยังคงอยู่ในชุดสาวใช้ “จวนอัครมหาเสนาบดี” ทว่า...ที่นั่นเต็มไปด้วยองครักษ์วังหลวงที่ปิดล้อมแม้แต่แมลงยังบินผ่านยาก!!!“คุณหนูมิสู้เราไปขอความช่วยเหลือฮูหยินรองเจ้ากรมอาญา”“ไม่ได้” นางจะดึงพี่ใหญ่กับพี่เขยเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้ หากถูกจับได้... ยังไม่ทันได้รวบรวมความคิดก็มีกองทหาร

    last update최신 업데이트 : 2026-03-20
더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status