Share

บทที่ 1.7

last update Tanggal publikasi: 2026-02-14 09:17:43

มารดาของนางถอนหายใจออกมา “ทว่า...ไม่ใช่ทุกคนจะมองความหวังดีของเข้าออก ฐานะของพวกนางต่ำต้อย จะช่วยออกมาก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าพวกนางจะรับหรือคิดว่าเป็นความเมตตาที่ไม่จำเป็น จิตใจของคนเรายากหยั่ง ความดีใช้ได้สำหรับบางคน”

“ใช้ได้สำหรับบางคนจริงๆ เจ้าค่ะ ดังนั้นเราจึงยิ่งควรช่วยออกมา” ยิ่งปล่อยให้น้องสาวของนางอยู่กับอี๋เหนียง นานวันก็จะยิ่งบ่มเพราะความชิงชัง บ่มเพาะความรู้สึกไม่เป็นธรรม

ตอนนี้ยังไร้เดียงสา หากสั่งสมความดำมืดนานวันเข้าจิตใจก็จะแปดเปื้อน กระทั่งไม่ว่าจะล้างอย่างไรก็ไม่อาจกลับมาเป็นเด็กที่ไร้มลทินได้อีก

สามวันถัดมา...

ขณะกำลังเดินไปคารวะมาดรที่เรือน เรือนระเบียงเชื่อมจากเรือนจื่อชิงมายังเรือนปีกตะวันออก เสียงกรีดร้องอยากมาดร้ายดังใกล้เข้ามา อวิ๋นซูฮวามองไปยังหานอี๋เหนียง อีกฝ่ายมองนางด้วยสายตาเกลียดชัง

“ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า! พวกเจ้าไม่ยอมให้ข้าได้มีโอกาสได้ได้รับความโปรดปรานจากท่านกั๋วกง ข้าตั้งครรภ์บุตรชายแล้วแท้ๆ มารดาของเจ้ากลับพรากเขาไปจากข้า! ตอนนี้ยังคิดจะพรากบุตรสาวของข้าไปอีก อวิ๋นซูฮวาเก็บความสงสารของเจ้ากลับไปข้าไม่ต้องการ คืนบุตรสาวของข้ามา!!”

เสี่ยวฝูถูกผลักกระเด็น เสี่ยวพั่งถูกถีบจนล้ม พ่อบ้านปราดเข้ามาขวาง มือของหานอี๋เหนียงยื่นพรวดมาที่ใบหน้าของนาง ปลายเล็บแหลมคมจ้วงแทงมาอยาดหมายมาด กระทั่ง...มือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้

“พวกเจ้ามัวทำอะไรอยู่! ยังไม่รีบจับนางเอาไว้!” เสียงของอวิ๋นเกออวี่ทำให้นางสะดุ้งได้สติ

“พี่รอง?”

“เจ้ายืนเฉยทำไม นางโดนตัวเจ้าหรือเปล่า เจ็บตรงไหนหรือไม่ เหตุใดไม่หลบ?”

นางกะพริบตา “นาง...” คิดว่าอีกฝ่ายไม่กล้า คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดสั้น ทว่านางคล้ายดูแคลนหานอี๋เหนียงที่เสียสติมากพอจนทำร้ายบุตรสาวของตัวเองเกินไป เสียงด่าทอกระทบกระเทียบที่ได้ยินทุกวัน ความโกรธแค้น ความเกลียดชัง ความริษยา ทุกอย่างเปลี่ยนให้สตรีนางหนึ่งกลายเป็นไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง

มองน้องสาวของนางสี่คนที่แอบมองอยู่ไกลๆ แต่ละคนมีท่าทางหวาดหวั่น จูอี๋เหนียงเองก็ยังหน้าซีดไม่มีปากเสียง เกรงว่าในเรือนจื่อชิงหานอี๋เหนียงคงควบคุมทุกอย่าง ทุกคน แม้กระทั่งการด่าทอตบตีก็อาจจะไม่ใช่เพียงแต่กับน้องๆ แต่ยังหมายรวมถึงอี๋เหนียงอีกคนที่เคยเป็นเพียงสาวใช้ต้นห้องที่เจียมเนื้อเจียมตัว

“พ่อบ้าน ให้คนพาน้องสี่ น้องห้า น้องหกแล้วก็น้องเจ็ดไปที่เรือนข้าตอนนี้เลย จูอี๋เหนียงส่งนางกลับห้องระวังด้วยให้คนเฝ้าเอาไว้ อย่าให้หานอี๋เหนียงเข้าใกล้นางได้”

พ่อบ้านเหลือบมองอวิ๋นเกออวี่ ตอนนั้นเองที่นางเพิ่งนึกขึ้นได้ นาง...เป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสี่มิใช่ฮูหยินน้อยจวนแม่ทัพ!!! “พี่รอง...ข้า...”

“ยังไม่รีบทำตามที่คุณหนูสามสั่งการ?! ต่อไปข้าหวังว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนี้อีก หากคุณหนูสามบาดเจ็บแม้แต่น้อย ข้าจะให้ท่านพ่อเปลี่ยนบ่าวไพร่ในจวนทั้งหมด!!!”

พ่อบ้านลนลานรีบทำตาม

“พี่รองข้าไม่เป็นอะไร”

เขาถอนหายใจมองนาง “เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร”

นางมองตามน้องสาวทั้งสี่คน คนหนึ่งเพิ่งเก้าขวบ คนหนึ่งเจ็ดขวบ คนหนึ่งห้าขวบ คนสุดท้ายเพิ่งสี่ขวบ พวกเขาล้วนมีท่าทางหวาดกลัว...ตัวสั่น “ช่วยพวกนาง”

มองสภาพมอมแมมแม้แต่สาวใช้ยังดูสะอาดสะอ้านกว่า หัวใจของนางเจ็บปวดบีบรัด นี่น่ะหรือทายาทจวนกั๋วกง แม้บอกว่าพวกเขาก็เป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากอนุที่มีฐานะเป็นเพียงบ่าวในจวน ถึงอย่างนั้น...สายเลือดก็ยังเป็นคนแซ่อวิ๋น เป็นน้องสาวที่เกิดจากบิดาเดียวกัน

อวิ๋นเกออวี่เองก็มองตาม ทว่าเขากลับละสายตามามองนาง “ท่านพ่อท่านแม่...”

“ขออนุญาตแล้วเจ้าค่ะ นับจากนี้พวกเขาจะมาเข้าเรียนกับข้า แต่ว่า...” นางนิ่วหน้าเพราะเพียงของหานอี๋เหนียงที่ยิ่งมาก็ยิ่งดังขึ้น

ขณะกำลังจะกล่าวมารดากับคนสนิทและสาวใช้ก็เดินมา ใบหน้าของมารดาทำให้นาง...สะดุ้ง “ท่านแม่...”

อวิ๋นเกออวี่รั้งแขนนางเอาไว้ “เจ้าไปดูแลน้องๆ ทางนี้ข้าจัดการเอง รู้หรือไม่หากวันนี้เจ้าได้รับบาดเจ็บ ไม่เพียงแต่หานอี๋เหนียง แม้แต่น้องๆ ก็อาจไม่ได้อยู่ที่จวนอีกต่อไป”

หากเรื่องวันนี้ลงเอยด้วยการที่นางถูกทำร้าย เกรงว่าทุกคนในเรือนจื่อชิงคงถูกส่งไปอยู่ที่โรงนานอกเมืองหลวง ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย...ทั้งชาติ

“น้องสาม”

“เจ้าคะ”

“ในเมื่อเลือกที่จะช่วยน้องๆ เจ้าก็ต้องปล่อยมือจากเรือนจื่อชิง เลือกได้เพียงหนึ่งเท่านั้น”

นางพยักหน้าเข้าใจ หากนางตามมารดาไปเพื่อขอร้องให้หานอี๋เหนียง น้องๆ ของนางก็จะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย บิดาไม่มีทางยอมปล่อยใครสักคนเอาไว้ในจวน หากนางเลือกให้หานอี๋เหนียงถูกลงโทษ เช่นนี้แล้วน้องๆ อีกสี่คนนางก็ยังมีหนทางช่วย

“เช่นนั้นข้าไปดูพวกนางก่อน พี่รองท่านรีบไปดูท่านแม่เถิดเจ้าค่ะ อย่าให้ท่านแม่โกรธจนเกินไป”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.9 จบ

    กองทัพ...ออกเดินทางแล้ว เซี่ยจื่อเตี๋ยรีบวิ่งไปยังรถมาคันหนึ่งที่จอดอยู่ นางรีบเปลี่ยนชุดจากนั้นโยนออกมาให้เสี่ยวฟาง “เจ้ารีบสวนเร็วเข้า อย่าลืมเล่าปลอมเป็นข้าให้แนบเนียนที่สุด จากนั้นกลับเข้าจวนแล้วแกล้งป่วยเสีย”“ไม่ให้ข้าน้อยไปด้วยจริงๆ หรือเจ้าคะ”“มีเจ้าอยู่ที่นี่ข้าจึงจะสบายใจ บอกเสี่ยวเหยียนให้เขาดูแลโรงหมอช่วงที่ข้าไม่อยู่”“เจ้าค่ะ”มองออกไปอีกด้านฮ่องเต้เพิ่งเสด็จมาถึง “พร้อมแล้วหรือยัง”“เพคะ” นางยิ้มกว้าง“ให้เราออกราชโองการดีๆ ก็ติดตามไปอย่างสง่าผ่าเผยได้แล้ว เหตุใดต้องทำลับๆ ล่อๆ”“หากตาแก่พวกนั้นยอมง่ายๆ หม่อมฉันคงทำเช่นนั้นไปแล้วเพคะ มัวพิรี้พิไรคัดค้านกันอยู่นั่นชายแดนเหนือก็เสียหายมากขึ้นกว่าจะได้ข้อสรุป”ฮ่องเต้พยักหน้าเห็นด้วย “ไม่ต้องทรงกังวลนะเพคะ หม่อมฉันจะดูแลท่านอ๋องแทนฝ่าบาทเอง”“อืมเราเชื่อเจ้า เจ้าเองก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ เรามอบองครักษ์เงาของเราห้าสิบคนให้ติดตามไปช่วยคุ้มกันเจ้าระหว่างเดินทาง”“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันทูลลา”แล้วรถม้าและองครักษ์เงาก็ออกเดินทางติดตามกองทัพไปจากเมืองหลวง มุ่งหน้าไปยังชายแดนเหนือ...ทางหนึ่ง...กองทหารสู้รบรับมือกับศัตรูอีกทาง...ห

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.8

    ชินหวางฝู่กำลังวุ่นวายตระเตรียมการ เซี่ยจื่อเตี๋ยกำลังช่วยเสียนจื่อเตรียมของใช้ที่จำเป็นระหว่างที่เขาเดินทางไปชายแดน นางเน้นหนักไปกับสมุนไพรห้ามเลือด ผงยาแก้ปวด ยาสมานแผล กระทั่งยาแก้ไข้นางก็ยังเตรียมเอาไว้ให้เขาเสียนจื่อมองนางที่เอาแต่คร่ำเครียดเตรียมของ แม้แต่เวลาจะนั่งสนทนากันก็แทบไม่มี เสียงถอนหายใจดังขึ้น “เสี่ยวเตี๋ยข้าอยากกินน้ำแกงสาลี่หวานของเจ้า”นางจึงเลิกคิ้วหันมามองเขา “อยากกินตอนนี้?”“ใช่”นางมองไปรอบๆ เพราะยังเตรียมของได้ไม่ครบ “เช่นนั้นข้าไปทำให้ท่านครู่เดียว”เขายิ้มออกมา “ข้าไปช่วยเจ้า”ในห้องครัวเล็กชายหนุ่มกำลังมองหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการทำน้ำแกงสาลี่หวาน “เจ้าไม่กังวลเลยหรือ”“กังวลเรื่องใด”“เรื่องที่ข้าไปออกรบ”นางเลิกคิ้วหันไปมองเขา “เหตุใดต้องกังวล ท่านเพิ่งไปครั้งแรกหรือก็เปล่า รีบไปรีบกลับมาก็สิ้นเรื่อง ข้ารู้ว่าท่านเก่งกาจไม่มีใครเหมาะที่จะนำทัพเท่ากับท่านอีกแล้ว”เขาขมวดคิ้ว “ก็ควรดีใจที่เจ้าเชื่อใจข้า แต่ว่า...ส่งคนรักไปชายแดนเหตุใดเจ้าไม่มีท่าทางกังวลเลย” เขาถอนหายใจพึมพำเสียงเบาคนเดียวหลังจากเตรียมของให้เขาเสร็จแล้วหญิงสาวก็รีบกลับจวน เสียนจื่อนั่

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.7

    หยวนเผิงหน้าซีด “ทะ...ท่านก็คือ... ที่แท้ก็เป็นท่าน ท่านคือ...” เขาพึมพำหญิงสาวอมยิ้มมองเสียนจื่อที่กำลังจะเดินกลับมา ในมือของชายหนุ่มมีมันเผาหนึ่งหัว...ในที่สุดก็เลือกได้เสียที นางลุกขึ้นกล่าว “ใช่แล้วข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น เซี่ยจื่อเตี๋ย”หยวนเผิงประสานมือค้อมศีรษะ “ข้าน้อยไม่ได้... ข้าน้อยขออภัยที่ล่วงเกิน!!”“มิได้ๆ ข้าคงต้องขอตัวก่อน” นางเดินผ่านหยวนเผิงไปหาเสียนจื่อ“บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นเจ้ารู้จัก??” เขาเลิกคิ้วถามนางนางเงยหน้าขึ้นมองเสียนจื่อ “หล่อเหลา??” นางหันกลับไปมองชายหนุ่มคนเมื่อครู่ “อ้อ...ก็พอดูได้” แต่ว่า...เมื่อหันกลับมามองใบหน้าของคนข้างๆ นางกลับยิ้มกว้าง นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าบุรุษหล่อเหลา “ท่านเลือกได้แล้วหรือ”เสียนจื่อยิ้มกว้าง “ได้แล้ว เจ้ารีบชิมดูว่าหวานหรือไม่” เขาบรรจงแกะมันเผานั้นส่งให้นางถึงปากสือเหยาที่เป็นเจ้าของเพิงน้ำชาอมยิ้ม ...มันเผาที่ท่านอ๋องยืนเลือกอยู่นานสองนาน แท้ที่จริงเขาไม่ได้เลือกให้ตัวเอง ทว่ากลับเดินไปเลือกให้ใต้เท้าหมอหญิงต่างหาก!!ปีที่สองที่โรงหมอแห่งราชสำนักทำการเปิด ศิษย์มากมายยังคงมาเรียนรู้แลกเปลี่ยน มีหมอหลายคนเข้ามาช่

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.6

    ทางหนึ่งรับเขาเป็นศิษย์ ทางหนึ่งมอบหมายให้เขาเปิดร้านหมอตระกูลหวังดังเดิม แม้แซ่หวังทว่าคนตระกูลหวังกลับไม่อาจสอดไม้สอดมือกับทรัพย์สินที่หญิงสาวยกให้หวังเหยียน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากกินแต่ก็ได้แต่นั่งมอง นี่เป็นการแก้แค้นคนใจแคบอย่างคนตระกูลหวังได้เป็นอย่างดี!!เพิงน้ำชาฝั่งตรงข้ามโรงหมอแห่งราชสำนัก เสียนจื่อรินชาส่งให้หญิงสาวทันทีที่นางเดินเข้ามานั่ง ผู้คนหันมามองทั้งสองคนด้วยสายตาสนอกสนใจข่าวลือมากมายหนาหู ชื่อเสียงแม้กู้คืนกลับมาได้ ทว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรีที่เคยแต่งงานมาก่อน อีกทั้งยังเคยมีเรื่องมีราวจนหย่าขาดกับสามีคนก่อนตอนนี้ยังมีเรื่องพัวพันคลุมเครือกับจื่อเสียนชินหวาง ให้อย่างไรฐานะของนางก็ไม่มีใครมองว่าเหมาะสมกับเขาไม่ว่าจะไปที่ใดข้างกายนางก็จะมีเขาเสมอ ไม่ว่านางจะทำอะไรเขาเองก็จะวนเวียนอยู่เคียงข้าง นานวันเข้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะประกาศข่าวดี ขุนนางที่รอวันคัดค้านถูมือรอ ขุนนางที่รอคอยชมความครื้นเครงเบิกตาเพื่อชมดูความวุ่นวายถึงอย่างนั้นจนแล้วจนรอดโรงหมอแห่งราชสำนักเปิดได้ครบปี ข่าวดีที่ทุกคนรอวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังไม่ถูกประกาศมีครั้งหนึ่งเสนาบดีกรมคลังทนไม่ไหว ค

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.5

    เซี่ยจื่อเตี๋ยเม้มปากเมื่อเขาผละไป นางอมยิ้มสบตากับเขา “กลับไปได้แล้ว”เขาจุมพิตหว่างคิ้วนางอีกครั้งหนึ่ง “ได้ ข้ากลับแล้ว เจ้าพักเถิด”ครั้งนี้นางปล่อยให้เขาเดินออกไปจริงๆ ทว่าทันทีที่ประตูปิดลงหญิงสาวก็ทิ้งตัวลงนอนคว่ำ ผ้าห่มถูกรวบขึ้นมาปิดใบหน้ากั้นเสียงหวีดร้องด้วยความขัดเขินนั้นเอาไว้“ให้ตาย...เขินชะมัด!”โรงหมอแห่งราชสำนักเปิดแล้ว...นี่คือความหวังของชีวิต ความยินดีของประชาชนในแคว้น การรักษาที่ไม่แบ่งแยก หมอที่ไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งบ่าวไพร่ในโรงหมอก็ได้รับการคัดเลือกเป็นอย่างดี ป้ายอักษรฝีพระหัตถ์ของฮ่องเต้‘ก้าวผ่านประตูโรงหมอแห่งราชสำนัก ทุกคนล้วนเป็นคนไข้ ไม่มีสูงส่ง ไม่มีต่ำต้อย ทุกผู้ล้วนเท่าเทียม’ความหมายชัดเจนไม่มีผู้ใดกล้ากังขา ที่โรงหมอนอกจากรับรักษาแล้ว เซี่ยจื่อเตี๋ยยังเปิดสอนหมอที่อยากเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวิชาแพทย์ ดังนั้นไม่เพียงมีหมอที่ยังเป็นมือใหม่ แต่ยังมีหมอที่มากประสบการณ์ หมอหลวง กระทั่งหมอที่ฝีมือเก่งกาจ ทุกคนล้วนเข้าๆ ออกๆ เพื่อแบ่งปันวิชาแพทย์ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สุขของคนไข้ ประโยชน์ของชาวบ้านและประชาชนในแคว้นหวังเหยียน...ก้าวเข้ามาประคองสองมือคารวะน

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 6.4

    “ข้าทำเอง” นางแย่งมาจากมือใหญ่ใช้เช็ดจมูก นางยังไม่หน้าหนาพอถึงขั้นให้เขาเช็ดน้ำมูกให้นะ!! “มิใช่ดึกมากแล้วหรือ”เขามองไปด้านนอกที่มืดสนิทและเงียบงัน “เกรงว่าคงล่วงเข้ายามอิ๋น[1]แล้วกระมัง”หญิงสาวลืมตาเงยหน้าขึ้นมองเขา “ไม่กังวลเรื่องชื่อเสียงแล้ว?”“ของผู้ใดเล่า ข้า?”นางถลึงตามองเขา “ก็ใช่น่ะสิ เป็นถึงท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์กลับรั้งอยู่ในจวนของสตรีที่เคยถูกสามีหย่า ชื่อเสียงหลังจากวันนี้ท่านจะเอาไปไว้ที่ใด?”เขาหัวเราะ “ข้าต้องสนใจไปไยว่าผู้คนข้างนอกนั่นจะคิดอย่างไรกับข้า ข้าสนเพียงเจ้าจะคิดเช่นไรไม่ดีกว่าหรือ”นางสบตาคมเข้มของเขานิ่ง เขาเองก็ไม่ยอมหลบมือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มของนางทีหนึ่ง “แต่หากเจ้าถือสา ชื่อเสียงของข้านี้ให้อย่างไรก็ต้องรบกวนเจ้ารับผิดชอบ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะไม่ทอดทิ้งข้า”“ท่าทางคล้ายเจ้าสาวกำลังจะถูกทอดทิ้งของท่านนี่มันอย่างไรกัน เป็นถึงจื่อเสียนชินหวางผู้ใดจะกล้าทำลายชื่อเสียงท่าน อีกอย่างท่านเป็นบุรุษ!”เขาหัวเราะกอดนางแน่นขึ้น “ท่าทางจะดีขึ้นแล้วจริงๆ ข้าสมควรกลับออกไปแล้วจริงๆ แต่...เจ้าดื่มยาก่อนข้าจึงจะกลับไป” เขาขยับลุกวางนางพิงหัวเตียง ประตูห้องถูกแง

  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 3.7

    เป็นอีกครั้งที่เยี่ยชิงอันมีอันต้องเย็นสันหลังวาบ ยิ่งตอนที่คนของเขาที่มีหน้าที่รายงานวิ่งมาจากที่ไกลๆ สีหน้าของอีกฝ่ายทำให้เขาเป็นกังวล และยิ่งเป็นกังวลกว่าเมื่อได้ยินสิ่งที่อวิ๋นซูฮวากราบทูล“หม่อมฉันออกมาตรวจตราเมล็ดพันธุ์และการนึ่งข้าวเปลือกของหมู่บ้านเปี้ยนหลี่ของจวนเยี่ยนกั๋วกง ทว่าอยู่ๆ แม่ท

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-21
  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 3.5

    เขาใจลอยอยู่นานมากเมื่อเหลือบมองอีกครั้งโจ๊กก็หมดถ้วย!!! ฝานจิ่นสิงมองถ้วยยาที่ถูกส่งมา “ขมมาก แค่กลิ่นยังรู้ได้ทันที ท่านจะต้อง...กลั้นใจดื่มให้หมด” นางหน้าเบ้เขาหัวเราะ “ข้าไม่ใช่เด็ก” จากนั้นเขาก็กรอกยาลงไปทั้งถ้วยในคราวเดียว “เจ้าบอกว่าจะมีคนมารับข้าในวันสองวัน ข้าอยากฟังแผนการของเจ้า”“ไม่มี”

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-21
  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 3.3

    นางก้มลงมองตัวเองที่ยังคงอยู่ในชุดสาวใช้ “จวนอัครมหาเสนาบดี” ทว่า...ที่นั่นเต็มไปด้วยองครักษ์วังหลวงที่ปิดล้อมแม้แต่แมลงยังบินผ่านยาก!!!“คุณหนูมิสู้เราไปขอความช่วยเหลือฮูหยินรองเจ้ากรมอาญา”“ไม่ได้” นางจะดึงพี่ใหญ่กับพี่เขยเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้ หากถูกจับได้... ยังไม่ทันได้รวบรวมความคิดก็มีกองทหาร

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-20
  • ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน   บทที่ 7.3 จบ

    ฝานจิ่นสิงยอมเดินไปอย่างไม่ใคร่จะเต็มใจนัก เยี่ยชิงอันเห็นก็ยิ้มออกมาบางๆ “ในราชสำนักเขาเป็นเสาหลักของขุนนาง เยือกเย็น สุขุม เฉลียวฉลาดรอบคอบ นึกไม่ถึงว่าข้างนอกนี่กลับเป็นสามีที่เชื่อฟังฮูหยินยิ่งนัก”“ท่านไม่พูดใช่หรือไม่เช่นนั้นข้าขอตัว” นางทำท่าจะเดินหนี เขาขยับเข้ามาขวาง“ขออภัย ข้าปากเสียเอง”

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-05
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status