LOGINไม่อยากเป็นของหวงชินอ๋อง บทที่ 6
นางน้ำตาไหลทันทีเมื่อเขากดแท่งเนื้อแช่ค้างไว้ก่อนจะดึงตัวเองออกไป
“แค่ก ๆ ๆ”
นางสำลักทันที แว่วเสียงชอบใจก่อนที่ปากหนาจะประกบดูดดุน เขาเลื่อนตัวลงขยับขาดันนางให้อ้าออกอีกครั้ง ดูดลิ้นนางจนเจ็บในขณะที่หัวลำหาทางเข้า
“อือ..” นางประท้วงเบา ๆ วันนี้เขาไม่รอให้นางปรับสภาพ สอดคราวเดียวเต็มลำยาวมิดหมดด้าม
“อ่า หวางชิง” เขาพึมพำบนริมฝีปาก แทะเล็มเมื่อเริ่มกระเด้าตัวเองลงมา
แฉะ แฉะ
“อือ อ่า ท่านอ๋อง”
นางเริ่มครางเรียกชื่อเขา มือเกาะบ่าแน่นร่างเล็กนางกำลังกระดอนขึ้นจากพื้น
เอ็นร้อนฝังแน่นในถ้ำรักนาง จังหวะกระเด้าช้า ๆ ในตอนแรกเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้น
“เสียวไหม หวางชิง”
กลีบสวรรค์นางแดงระเรื่อ เรือนร่างนางสั่นระริกจากฤทธิ์สุราและความเสียวซ่าน ร่างนางร้อนผ่าว ใจเต้นรัวจากความรัญจวนแทบขาดใจ
"อือ..."
เจียหลงคุกเข่าอยู่กลางหว่างขา ดันต้นขานางไว้ตรึงกับพื้นแน่น แบะออกด้านข้าง ดวงตาคมจ้องนาง
กลิ่นกายหวานนางและผิวเนียนราวหยกทำให้เขาลุ่มหลงยิ่งขึ้น
เขาดึงลำลึงค์ออกแล้วก้มลงโลมเลียร่องสวาทนางด้วยการ วนลิ้นลึก รัวปลายลิ้นบนเม็ดกระสัน และกลีบหวาน ซูดเอาน้ำที่ไหลเยิ้มไม่ขาดสายเข้าปากกลืนกิน
หลินชิงหวางครางเสียว ร่างกายสั่นระริก มือจิกพรมแน่นเมื่อเขาสอดลิ้นเข้าในโพรงรัก แหย่ลึกจนนางร้องออกมา
“ท่าน… อ๊า…”
หลินชิงหวางคราง สติพร่าเลือนจากฤทธิ์สุราและความสุขสม เจียหลงไม่หยุด เขาดูดดุนกลีบเนื้อ วนลิ้นหนำใจจนหลินชิงหวางถึงขอบสวรรค์ น้ำหวานไหลเยิ้มคละคลุ้งในอากาศ
เขาเลื่อนตัวขึ้นแนบหน้าที่ทรวงอกนาง ดูดดุนหัวนมข้างหนึ่งด้วยความกระสัน มือหนาเคล้นหัวนมอีกข้างแรงจนหลินชิงหวางครางลั่น ร่างกายโค้งรับการสัมผัสโดยไม่รู้ตัว น้ำตาซึมออกมา
เจียหลงยิ้มมุมปาก มองร่างสาวที่สั่นระริกด้วยความพอใจ เขาจับร่างหลินชิงหวางพลิกคว่ำ ดึงสะโพกนางให้ยกขึ้นอยู่ในท่าคลานเข่า หลินชิงหวางพยายามคลานหนี สติที่เหลือน้อยนิดบอกให้นางหลบหนี
แต่เจียหลงจับสะโพกของนางไว้แน่น ดึงร่างนางกลับมา เขายกตัวขึ้นเล็กน้อย โหย่งตัวเพื่อให้แท่งสวรรค์แข็งเกร็งอยู่ในตำแหน่งพร้อมสอดใส่ แล้วตอกตัวเองลงไปในทางรักของนางด้วยแรงกระแทกอันหนักแน่น
“อ๊า… ท่าน!”
หลินชิงหวางร้องออกมา ความเจ็บปวดผสมความเสียวซ่านทำให้ร่างนางสั่น โพรงรักแน่นหนึบตอดรัดเอ็นร้อน เขาครางด้วยความกระสัน จังหวะกระเด้าเร็วและลึก ขยับสะโพกตอกลงไปไม่หยุด
เสียงเนื้อกระทบกันดังกลบไปด้วยเสียงฝนที่ยังตกหนักนอกหน้าต่าง หลินชิงหวางถึงสวรรค์ครั้งแรก น้ำหวานไหลเยิ้มลงพรม ร่างกายอ่อนระทวย
แต่เจียหลงยังไม่หยุด เขากระเด้าต่อเนื่อง เป็นนานจนหลินชิงหวางแตกน้ำครั้งที่สอง ร้องครางด้วยความเสียวซ่านจนเสียงแหบแห้ง
นางมองทุกอย่างสั่นไหว แรงชายของเจียหลงช่างมีมากมหาศาล เขาเอาท่อนแข็งฝังลึกในร่างนาง และยังกระแทกกระทั้นต่อเนื่อง
เจียหลงยังไม่ถึงจุดสุดยอด กระเด้าด้วยจังหวะที่หนักแน่น มือลูบไล้บั้นท้ายกลมกลึง กลิ่นนวลนางและน้ำหวานทำให้เขายิ่งคลั่ง
เขาก้มลงซุกไซ้ที่ต้นคอของนาง ดูดดุนผิวเนียนจนทิ้งรอยแดง หลินชิงหวางครางเบา ๆ ร่างกายยอมจำนนต่อความสุขสม
“ชิงหวางตัวน้อย… เจ้าช่างร้อนจนข้าทนไม่ไหว”
เจียหลงพึมพำด้วยเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาจ้องมองร่างสาวที่สั่นระริกด้วยความปรารถนา เร่งจังหวะกระเด้า รู้สึกถึงโพรงรักที่ตอดรัดแน่น แต่เขายังควบคุมตัวเองได้ ไม่ยอมปลดปล่อย เขาต้องการให้หลินชิงหวางยอมจำนนอย่างสมบูรณ์
หลินชิงหวางนอนคว่ำ ร่างกายอ่อนแรงจากการถึงสวรรค์สองครั้ง น้ำตาไหลรินลงพรม นางรู้สึกถึงความร้อนของลำลึงค์ที่ฝังลึก
เสียงฝนและลมพัดโหมกลบเสียงครางของนาง ห้องเอกสารอวลด้วยกลิ่นกามารมย์และกลิ่นน้ำหวาน
หลินชิงหวางอยู่ในท่าคลานเข่า ร่างกายสั่นระริกจากความเสียวซ่านที่พุ่งถึงขีดสุด โพรงรักของนางชุ่มด้วยน้ำหวาน ผิวขาวเนียนแดงระเรื่อจากสัมผัสอันเร่าร้อนของชินอ๋อง
เขายังคงฝังแท่งสวรรค์ในทางรักของนาง จังหวะกระเด้าที่หนักแน่นทำให้หลินชิงหวางครางกระเส่า มือจิกพรมแน่นจนข้อนิ้วขาว
“อ่า อ๊าร์ ชินอ๋อง อ่า”
“เสียวไหม ชอบหรือเปล่าชิงหวางตัวน้อย...”
เจียหลงโหย่งตัวขึ้น ตอกท่อนลึงค์ลงในโพรงรักแน่นหนึบด้วยแรงกระแทกที่รุนแรง ทางรักของนางชอกช้ำแดงก่ำจากความเร่าร้อน
“ซี้ด... อ่า ชิงหวางตัวน้อย… เจ้าช่างทำให้ข้าลุ่มหลง”
เจียหลงพูดด้วยเสียงแหบพร่า เขาเร่งจังหวะตอกใส่ในถ้ำ ท่อนลำฝังลึกจนสุด หลินชิงหวางครางลั่น ร่างกายโค้งรับแรงกระแทก นางถึงขอบสวรรค์อีกครั้ง น้ำหวานไหลเยิ้มลงพรม
แต่เจียหลงยังคงไม่ยอมปลดปล่อย เขาควบคุมตัวเอง ดื่มด่ำกับความแน่นหนึบของโพรงรักและเสียงครางที่รัญจวนใจ
เมื่อความซ่านเสียวกระสันถึงขีดสุด เจียหลงดึงแท่งสวรรค์ออกจากโพรงรัก
เขายืนขึ้น ร่างกายแข็งแกร่งเปียกชุ่มด้วยเหงื่อ มือจับท่อนลึงค์แข็งชัน เขาดึงร่างของหลินชิงหวางให้ลุกขึ้นนั่ง มือหนาจับเส้นผมของนาง ดึงให้ดวงหน้าสะสวยแหงนขึ้น
หลินชิงหวางมองเขาด้วยดวงตาที่พร่าเลือน น้ำตาไหลริน เจียหลงเร่งชักท่อนลำด้วยความถี่เร็ว มือกำแน่น ดวงตาจ้องมองใบหน้าของหลินชิงหวาง
“อ้าปาก”
เสียงเขาแหบต่ำ ก่อนจะกระตุกเฮือก และครางลั่นเมื่อถึงจุดสุดยอด น้ำกามพุ่งออกจากรูเล็ก กระทบดวงหน้าสะสวยของหลินชิงหวาง หยดลงบนแก้ม ริมฝีปาก และคางของนาง
เขาแอ่นตัวด้วยความสุขสม ดวงตายังจ้องมองนางด้วยความหลงใหล แล้วจับท่อนเนื้อที่ยังแข็งตัวสอดเข้าในโพรงปากของหลินชิงหวาง
“ดูด… เลียให้สะอาด” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เปี่ยมด้วยอำนาจ
หลินชิงหวางสะดุ้ง รู้สึกถึงความร้อนของท่อนลึงค์ในปาก นางลังเล แต่ฤทธิ์สุราและความยอมจำนนทำให้นางทำตาม
นางดูดดุนและเลียอย่างเชื่องช้า ลิ้มรสน้ำกามที่ยังหลงเหลือ เจียหลงครางเบา ๆ มือลูบผมของนางด้วยความพึงพอใจ
เมื่อหลินชิงหวางทำตามคำสั่งจนเสร็จ เจียหลงดึงท่อนเนื้อออก เขาก้มลง ลูบไล้แก้มของนางเบา ๆ ใบหน้าของหลินชิงหวางเปื้อนน้ำกามและน้ำตา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอับอาย แต่เจียหลงมองนางด้วยความหลงใหล
“เจ้า… คือหลินชิงหวาง” เขากล่าว น้ำเสียงหนักแน่น “ข้ารู้แล้ว”
หลินชิงหวางใจหายวูบ ความจริงที่ถูกเปิดเผยทำให้นางตัวสั่น นางพยายามคลานถอยหนี แต่ร่างกายอ่อนแรงจากความสุขสมและฤทธิ์สุรา
เจียหลงจับแขนของนางไว้ ดึงร่างของนางกลับมา เขานั่งลงข้างนาง โอบกอดร่างสั่นระริกด้วยความนุ่มนวลที่ไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อน
“อย่ากลัว” เขากล่าวเบา ๆ มือลูบผมของนาง “ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า” แต่หลินชิงหวางรู้สึกถึงน้ำหนักของคำพูดนั้น นางรู้ว่าเจียหลงรู้ความจริงแล้ว และชีวิตของนางจะไม่มีวันเหมือนเดิม
เมื่อทั้งคู่ลุกขึ้น หลินชิงหวางรวบชุดขาดวิ่นมาปกปิดร่างกาย นางหนีออกจากห้องท่ามกลางสายฝน
นางรู้สึกถึงรอยสัมผัสของเจียหลงที่ยังคงหลงเหลือบนร่างกาย
เจียหลงยืนนิ่งในห้องเอกสาร มองตามร่างของหลินชิงหวางที่หายไปในความมืด สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความปรารถนา
เขารู้ว่านางคือหลินชิงหวาง และความรู้สึกที่เขามีต่อนางเริ่มซับซ้อนเกินกว่าความสงสัย เขานั่งลงที่โต๊ะ มือลูบคางพลางครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
อนุสกุลหลิว บทที่ 10กลางร่องเนื้อนิ่มแยกรอยปริอ่อนไหวและบวมช้ำ ต้องการให้เขากระแทกกระทั้นแรงขึ้น จึงโน้มกายไปด้านหน้าแล้วเป็นฝ่ายกระแทกไปด้านหลังจนนายท่านรองหัวเราะชอบใจเขาจับเอวนางไว้ส่งแรงทั้งกระทุ้งกระแทก ส่วนนางดันไปด้านหลัง จะเกิดเสียงดังแล้วอย่างไรเพราะในเวลานี้ในหัวสมองของทั้งคู่ขาวโพลน มีเพียงความซาบซ่านเสียวอวัยวะเพศเท่านั้นที่พวกเขารับรู้โยนีแดงก้ำบานออกรองรับแท่งค้ำกลางหว่างขา โหนกเนื้อราวกำลังถูกปริแยกด้วยของแข็งขนาดใหญ่ตลอดเวลาที่เขาเสียบคา ทั้งถี่รัวและบดแน่นพวงสวรรค์ใหญ่ย้อยกระแทกเสียดสีและแกว่งไกว บางคราวหลิวเทียนงัดขึ้นแล้วหยุดสูดปาก มือกำขยำนมแรงเสียวสะท้านจนยากจะอดกลั้น บางคราวกระทั้นจนถี่รัวราวต้องการทำโทษนางทั้งที่เป็นเขาเองที่ห่างหายไปหลายวัน“ซี้ดดด..”นางรู้ว่านายท่านรองอดกลั้นให้นางได้เสร็จสม เขาร้องครางกลั้นหายใจหลายครั้ง หยุดนิ่งจนท่อนเนื้อกระตุกแรงภายใน แล้วกระแทกต่อกระทุ้งจนนางกระดอนฉับพลันนายท่านรองถอดถอนแท่งสวรรค์ออกแล้วเดินถอยหลังหอบหายใจ หวางชิงหันตัวกลับมามอง
อนุสกุลหลิว บทที่ 9กึก!เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวใจของนางที่รัวแรงดั่งกลองศึก ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต คิดหาวิธีแก้ตัว คำพูดที่จะใช้เพื่อเอาตัวรอด“อนุชิง”ทว่า...เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาจากลำคอหนาของบุรุษตรงหน้าคือ นายท่านรองหวางชิงมิรู้ว่าตนเองจะถอนหายใจโล่งอกดีหรือหวั่นเกรงมากกว่ากัน“นายท่านรอง!”ครืด.... ตึง!ประตูห้องเก็บฟืนถูกปิดลงพร้อมเงาทะมึนด้านหลังจางหายจึงทำให้หวางชิงมองเห็นดวงหน้าคมสันของนายท่านรองถนัดชัดตา“ทะ ท่าน กลับมาแล้ว” นางทำเสียงอึกอักในลำคอ“วันนี้อนุชิงทำเสียงตะกุกตะกัก ทำอะไรผิดไว้หรือ”บุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มสวมกว้านหยกสีเขียวรวบผมตึง ใบหน้าเหมือนนายท่านหลิวซาง ทว่าความเข้มข้นแห่งบุรุษเพศชัดเจนยิ่งกว่า“ขะ ข้า หลงทาง”ดวงตานางล่อกแล่กกลอกไปด้านซ้ายที่ซึ่งจะมองไม่เห็นใบหน้าคมสัน ลมหายใจยังส่งเสียงฟืดฟาดระงับอาการตื่นเต้น
อนุสกุลหลิว บทที่ 8ร่างเล็กอรชรของหวางชิงบอบช้ำจากบทรักในทุกค่ำคืนจนนางจับไข้จริง นางนอนซมหนาวสั่น“เมิ่งหลัว แค่ก ๆ”“เจ้าคะ คุณหนูนอนก่อนนะเจ้าคะ นายท่านให้คนไปตามท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าหนาวยิ่งนัก แต่สักพักกลับร้อนดั่งไฟ”เสียงแหบแห้งพร้อมไอโคลกดังจนตัวโยนทำให้เมิ่งหลัวรีบถลาเข้าไปประคอง“คุณหนูดื่มชาเสียหน่อยนะเจ้าคะ ป้าฉีกำลังให้เด็กต้มโจ๊กคงอีกสักประเดี๋ยว”“ข้าไม่หิว อยากนอน”“โธ่ คุณหนู แล้วนี่นายท่านรองก็ไม่อยู่เสียด้วย”“เกี่ยวอันใดกับเขากัน แค่ก ๆ”“คุณหนูเจ้าคะ เมิ่งหลัวไปสืบความมา ยังไม่ทันได้เล่าให้คุณหนูฟัง”“สืบความเรื่องนายท่านรองใช่หรือไม่ เกือบสามอาทิตย์แล้วนะ ข้านึกว่าเจ้าลืมไปเสียแล้ว”“โธ่! คุณหนู คนรับใช้ในเรือนล้วนกลัวนายท่านรองทั้งสิ้น ข้าทะเล่อทะล่าโพล่งถามออกไปคงไม่เหมาะ จึงตะล่อมมาเรื่อย ๆ แล้วจับความสำคัญเอา”
อนุสกุลหลิว บทที่ 7“เมื่อครู่เจ้าว่าไม่อาบน้ำใช่หรือไม่”“ใช่ ท่านพี่เป็นอะไรไป เมื่อหัวค่ำท่านยังอ่อนโยนต่อข้า”หลิวซางไม่ตอบซ้ำยังลากนางไปทางอ่างน้ำ จับนางเปลื้องผ้าด้วยแรงชายจนอาภรณ์ขาดวิ่นแล้วโยนนางลงน้ำโครม! ซ่า! แค่ก ๆ ๆนางทะลึ่งตัวพรวดขึ้นสำลักน้ำ ลูบน้ำออกจากใบหน้า“ข้าอาบน้ำมาแล้ว เตรียมพร้อมสมสู่เสพกาม แต่ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าอาบอีกครั้ง ย่อมได้”“ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น ท่านพี่”หลิวซางกระชากเสื้อคลุมตนเองออกโยนทิ้ง แล้วก้าวลงไปในอ่าง แต่ยังไม่ลืมหยิบของบางอย่างมาด้วย สร้อยกระดิ่งร้อยเป็นตุ้มเล็ก ๆ ราวเจ็ดแปดตุ้ม ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งคล้ายกระดิ่ง“อะไร ท่านพี่เอาอะไรมา”“เหมี่ยนหลิง”“เหมี่ยนหลิง?”หลิวซางชูสูงตรงหน้าแล้วแกว่งจนเกินเสียงกังวานด้วยรอยยิ้มที่นางเห็นว่าช่างเหมือนกับหลิวเทียนไม่มีผิด อาจเพราะพวกเขาเป็นฝาแฝดกันใช่หรือไม่ทว่านางยังไม่กระจ่างข้อกังขา ท่านพี่พลันจับนางหั
อนุสกุลหลิว บทที่ 6มือนางครูดแผ่นหิน รวมไปถึงใบหน้าและนางคาดว่าคงแดงเห่อ“ซี้ดดด ร่องเจ้าดูดลำ อ่า อนุน้อย ข้าจะแตกใส่เจ้า”“อยะ อย่านะ อย่า”ดวงตาหวานดอกท้อเริ่มหวั่นเกรง เมื่อคืนนี้นายท่านมิได้หลั่งน้ำพิสุทธิ์ในกาย หากนางตั้งครรภ์นายท่านย่อมต้องรู้แน่ว่านางมีชู้กับชายอื่น“ซี้ดด อ่า เสียว อา ดี เด้าให้แรงเลย อ่า”นายท่านร่องย่อเข่าลงแล้วเฝ้าเอาแต่กระทุ้งสะโพกเสือกใส่ลำเอ็นเข้าถ้ำรัก จับขานางข้างหนึ่งขึ้นสูงเปิดอ้า เลื่อนมือลงด้านล่างถูบี้ติ่งเนื้อ“ตรงนี้ อ่า ซี้ดด แตกเลย อนุน้อย แตกน้ำให้ข้าได้เห็น”“อื้อออ อย่า ไม่ อ่า”ปากว่าไม่ แต่กายกลับเรียกร้อง ร่างของนางเคลื่อนไหวสอดรับนายท่านรอง เขากระทุ้งนางกดลงรับ เขาถอยห่าง นางดึงตัวยืดให้คล้ายหลุดแต่ไม่แล้วกระแทกลงตับ ตับ ตับเสียงเนื้อสองเนื้อกระทบแรงทุกคราวยามบรรจบกัน น้ำในร่องเปียกไหลลงนิ้วแกร่ง เขาส่งลิ้นชอนไชในรูหูบี้ติ่งแล้วซอยถี่“ซี้ดด อ่
อนุสกุลหลิว บทที่ 5“อ้าปาก”นางทำตามอย่างว่าง่าย รับเนื้อใหญ่เข้าปากเลียกินน้ำพิสุทธิ์จนหมดเกลี้ยง“น้องชิงชิงช่างร่านสมเป็นอนุ พี่ชอบ”“ปลดน้องได้หรือยังเจ้าคะ”“ยัง”“ยัง!”“อีกน้ำ”“แต่น้องช้ำไปหมด เจ็บแสบ”“พี่มีขี้ผึ้ง”พูดจบนายท่านกระโดดลงจากเตียงตรงไปยังสิ่งของที่เตรียมมาด้วยบนโต๊ะเล็ก หยิบตลับยาอันเล็กออกมาแล้วบางสิ่งที่ทำให้นางตื่นตระหนก“ท่านพี่ นั่นคือสิ่งใด”ในมือของหลิวซางคือห่วงหยกอันหนึ่งมีเชือกผูกปลายทั้งสองข้าง“แหวนหยก” เขายกชูพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย รอยยิ้มที่ทำให้นางเข่าอ่อนจนตัวยวบยาบ“ท่านพี่” น้ำเสียงสั่นเครือระคนสะท้าน“เวลาพี่สวมใส่ท่อนลึงค์ยาวนี้ ผูกเชือกไว้กับเอวจนแน่น ยามพี่กระแทกรูชิงชิง ตรงส่วนนี้” นิ้วชี้ยังเปื้อนน้ำวางลงตรงกลางแหวนหยก “จะกระแทกติ่งเม็ดกระสัน จุดที่ทำให้น้องชิงชิงแตกน้ำ”“ไม่ ไม่”นายท่านหลิวซางไม่ฟังเสียงทัดทาน ผูกเชือกรัดคาดเอวแล้วเข้าไปซ้อนด้านหลัง แต่ไม่ได้นั่งลง กลับดึงจนนางก้นโด่งขึ้นคล้ายท่า