Masukรอยยิ้มบนใบหน้าของนับหนึ่งค่อยๆ หายไป แววตาอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด มือเรียวกำด้ามไม้ถูพื้นในมือแน่นจนข้อข้อนขึ้นสีขาว เขาขบกรามแน่นจนสันสันเด่นชัด ก่อนจะเค้นเสียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามกดให้ราบเรียบที่สุด
“คุณลูน่า... เป็นแค่ลูกค้าประจำครับ”
ไซรัสหรี่ตาลง นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบส่องประกายวาวโรจน์ด้วยความนึกสนุกและถือดี
“หึ... ลูกค้าประจำ?”
ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาหานับหนึ่งช้าๆ บรรยากาศรอบตัวกดทับจนอากาศในร้านคล้ายจะหมุนวนด้วยความอึดอัด
“งั้นแสดงว่าเจ้าของร้านคิดไม่ซื่อกับเมียฉันสินะ... รู้ไหมว่ายุ่งกับเมียคนที่ไม่ควรยุ่ง มันจะจบยังไง”
สิ้นเสียงเรียบเย็นของไซรัส เชนและลูกน้องฉกรรจ์อีกคนก็ปราดเข้ามาล็อกแขนของนับหนึ่งไพล่หลังไว้แน่นทันที
นับหนึ่งตกใจ สะบัดตัวหนีแต่ไม่อาจสู้แรงมหาศาลได้ เขามองลูกน้องของไซรัสด้วยความตระหนก ก่อนจะหันไปสบตากับไซรัสด้วยความโกรธเกรี้ยว
“พวกคุณจะทำอะไร?! ผมแค่บริการคุณลูน่าเหมือนลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น!”
ไซรัสเอื้อมมือหนาไปบีบหมับเข้าที่ปลายคางมนของนับหนึ่ง แรงบีบมหาศาลจนหน้าของนับหนึ่งเชิดขึ้น ชายหนุ่มยื่นใบหน้าคมคายเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนรดแก้มอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความกดดัน
“ปากแข็ง...”
ไซรัสเอ่ยกระซิบเบาๆ ก่อนจะละมือออกแล้วกระดิกนิ้วเรียวยาวสั่งลูกน้อง เชนรีบส่งไอแพดเครื่องหรูมาให้ ไซรัสยื่นหน้าจอไปจ่อตรงหน้าของนับหนึ่ง... ภาพบนหน้าจอกำลังถ่ายทอดสดบริเวณหน้าบ้านพักของตระกูลกันตินันท์
นับหนึ่งเบิกตากว้าง จ้องมองภาพบนหน้าจอด้วยความตกใจและโกรธจัดจนร่างกายสั่นสะท้าน
ไซรัสทอดสายตามองปฏิกิริยานั้นอย่างเป็นต่อ ก่อนจะเอ่ยไล่เรียงประวัติออกมาอย่างใจเย็น
“พ่อป่วย... แม่ดูแลอยู่ที่บ้าน... ร้านคาเฟ่และร้านอาหารจีน ร้านละสี่สาขา... หึๆๆ”
นับหนึ่งเม้มปากแน่นจนได้รสเลือด เค้นเสียงสั่นเครือลอดไรฟันด้วยความความทรมานและเจ็บแค้นอย่างสุดแสน
“คุณต้องการอะไร?... ผมจะให้ทุกอย่าง แต่เลิกยุ่งกับครอบครัวผม”
ไซรัสยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขากวาดมือปอยๆ เป็นเชิงสั่งให้ลูกน้องปล่อยตัวนับหนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองร่างสูงโปร่งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเจ้าเล่ห์และตัณหาอันมืดมนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
“ถอดกางเกงสิ...”
นับหนึ่งถึงกับอึ้งตะลึงงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่เชื่อสายตาก่อนจะตวาดลั่นร้านด้วยความโกรธจัด
“จะบ้าหรือไงวะ!!”
ไซรัสเพียงแค่แค่นยิ้มเย็นชา นัยน์ตาสีฟ้าไร้ซึ่งความสงสารหรือความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น
“เลือกเอา... จะถอดกางเกงและทำให้ฉันพอใจ หรือจะยอมให้ครอบครัวไปเที่ยวปรโลก”
นับหนึ่งขบฟันแน่นจนสันนูนเด่นชัด เขากำหมัดเกร็งเตรียมพุ่งเข้าไปประเคนใส่ใบหน้าเหยียดหยันของไซรัส ทว่าเชนและลูกน้องกะจังหวะไวกว่า ปราดเข้าล็อกแขนพกไพล่หลังแล้วกดตัวเขาอัดเข้ากับเคาน์เตอร์ไม้อย่างแรง
ตึง!
ใบหน้าหล่อหวานแนบติดไปกับพื้นผิวเย็นเฉียบของเคาน์เตอร์ แขนสองข้างถูกตรึงไว้แน่นจนไร้ทางสู้ เขาดิ้นรนด้วยความเจ็บแค้นและหยาดน้ำตาแห่งความอดสูที่เอ่อคลอ ทว่ากางเกงของเขากลับถูกปลดและรั้งลงอย่างไม่ไยดี ไร้ซึ่งความเคารพในศักดิ์ศรี
เสียงปลดเข็มขัดโลหะดังกระทบกันชวนให้หัวใจของนับหนึ่งดิ่งลงสู่อเวจี
“ไอ้เหี้ยเอ๊ย!!”
นับหนึ่งสบถคำด่าออกมาทั้งน้ำตาพยายามสะบัดตัวหนีสุดชีวิต แต่ฝ่ามือหนาของไซรัสกลับฟาดลงบนผิวเนื้ออย่างแรงจนเกิดเสียงดัง เพี๊ยะ! รอยแดงเถือกปรากฏขึ้นทันตา ไซรัสเอียงมองผลงานด้วยสายตาเย็นชา ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางแตะที่ปลายลิ้น ก่อนจะสัมผัสบดคลึงรอบจีบอย่างจงใจย่ำยีให้สิ้นคราบ โดยไม่คิดจะมอบความอ่อนโยนหรือเปิดทางใดๆ ทั้งสิ้น
ไซรัสกระชากกลุ่มผมของนับหนึ่งอย่างแรงให้แหงนหน้าขึ้น ก่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องปล่อยมือและถอยออกไปรอด้านนอกร้าน...
เมื่อพันธนาการหลุดออก ไซรัสก็จับแก่นกายใหญ่โตราว11นิ้วรูดรั้งสองสามครั้งแล้วจ่อเข้าที่ปากทางด้านหลัง ก่อนจะกระแทกสะโพกโถมกายเข้าไปอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนในทีเดียวจนมิด
"อั่ก... อ๊ากกกกกกก!!!"
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอันแสนสาหัสแผดดังขึ้นพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย ร่างกายสั่นสะท้านราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไซรัสไม่รอช้า เริ่มโยกสะโพกขับเคลื่อนจังหวะหนักหน่วง ดุดัน และไร้ซึ่งความเมตตาตามแรงอารมณ์มืดมนที่คุกรุ่น ฝ่ามือหนาจิกกระชากผมรั้งศีรษะนับหนึ่งไว้ให้จำยอมรับความรุนแรงนั้น เสียงคำรามในลำคอของมาเฟียหนุ่มดังสอดประสานกับเสียงสะอื้นไห้ด้วยความทุกข์ทรมาน
ไซรัสโน้มตัวลงมาแนบชิด กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ข้างใบหูของคนที่อยู่ใต้ร่าง
“ครางออกมาดังๆ... ครางใต้ร่างฉัน! ศักดิ์ศรีของนายมันไม่เหลือพอจะไปเจอเมียฉันอีกแล้ว! จำไว้... นายเป็นแค่ของเล่นของฉันเท่านั้น!”
ฟันคมขบเม้มและร้อยรอยจูบสีเลือดอันดิบชื้นไว้บนซอกคอขาวรอยตราบาปที่สลักตอกย้ำความต่ำต้อยและย่ำยีหัวใจของผู้ชายตรงหน้าอย่างแท้จริง
“อ่าส์... ซี้ดดดด แม่ง! รัดแน่นดีเหมือนกันนี่หว่า”
“อึก! อ่า!... ฮึก!”
ไซรัสเชิดหน้าขึ้นครางกระหึ่ม สูดปากด้วยความรุ่มร้อนและความสะใจถึงขีดสุด สะโพกสอบโถมกายเข้าออกรุนแรงไร้ความเมตตา ร่างกายของนับหนึ่งสั่นสะท้านโยกคลอนไปตามจังหวะป่าเถื่อนทั้งน้ำตา เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นร้านสลับกับเสียงสะอื้นไห้ที่พยายามเค้นครางออกมาด้วยความทรมาน... เสียงแห่งความสิ้นหวังเหล่านั้น เปรียบเสมือนดนตรีบรรเลงชั้นเลิศที่ฟังดูไพเราะจับใจสำหรับไซรัสเหลือเกิน
จังหวะที่เร่งเร้าพุ่งทะยานสู่ความรุนแรงอย่างทารุณ ไร้ซึ่งความปรานี...
มือหนึ่งของไซรัสจิกกระชากกลุ่มผมของคนใต้ร่างให้แหงนรั้งมาด้านหลัง ขณะที่มืออีกข้างบีบเค้นบั้นท้ายเนียนอย่างหนักหน่วงจนขึ้นรอยนิ้วมือแดงเถือก ใบหน้าหล่อคมสันซุกไซร้ขบเม้มซอกคอและลาดไหล่ของชายหนุ่มจนเกิดรอยช้ำจ้ำ ไม่เว้นแม้แต่แผ่นหลังกว้างที่ถูกฝากรอยฟันไว้จนขึ้นสีเลือด
“อ่าส์... รับมันไปซะ!”
จังหวะสุดท้ายอันแสนรุนแรงและรวดเร็วบีบเค้นจนปวดร้าวไปถึงข้างใน ทว่าร่างกายของนับหนึ่งกลับไม่อาจปฏิเสธความรุ่มร้อนที่ถั่งโถมเข้ามาได้ ชายหนุ่มใต้ร่างเกร็งกระตุกอย่างแรง เผลอขยับสะโพกตอบรับอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ พร้อมส่งเสียงครางพร่าในลำคอด้วยความอดสู
“อย่างนั้น... ซี้ดดด... ดี!”
“อ่า! อื้อ!”
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือฟาดลงบนบั้นท้ายเนียนเป็นจังหวะ ดังประสานไปกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่เร่งเร้าจนสุดทาง ก่อนที่ธารน้ำรักสีขุ่นจะถูกฉีดอัดเข้าสู่ลึกสุดภายในช่องทาง ไซรัสกระตุกเกร็งสองสามครั้ง แล้วกระแทกสะโพกย้ำลงไปปิดท้ายอย่างป่าเถื่อน
ชายหนุ่มก้มมองผลงานอันบิดเบี้ยวของตัวเองด้วยรอยยิ้มเหยียดหยัน นัยน์ตาคมกริบเลื่อนมองนับหนึ่งที่ปลดปล่อยความสุขสมออกมาพร้อมกับเขาจนคราบรักเปรอะเปื้อนเลอะเทอะเต็มเคาน์เตอร์อย่างน่าอดสู
นับหนึ่งซบหน้าลงกับพื้นเคาน์เตอร์ หอบหายใจโรยแรงด้วยความบอบช้ำ มือกำเข้าหากันแน่นขณะที่หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บแค้นไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย ไซรัสค่อยๆ ถอดถอนตัวตนออก หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดทำความสะอาดแก่นกายตัวเอง แล้วโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี
เขาจัดแจงแต่งกายให้เรียบร้อย ก่อนจะหลุบสายตามมองร่างสั่นเทาตรงหน้า แล้วเอ่ยคำสั่งเรียบเย็น
“เตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าข้าวของให้พร้อม... พรุ่งนี้ฉันจะให้คนมารับนาย... ไปอยู่คฤหาสน์ของฉัน ในฐานะ... ของเล่น”
พูดจบ ไซรัสก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไร้ความปรานี...ชายหนุ่มรับบุหรี่ที่ลูกน้องยื่นส่งให้มาคาบไว้ที่มุมปาก ก่อนจะจุดมันด้วยไฟแช็กซิปโป้สีทองในมืออย่างสบายอารมณ์ เสียงฝากระทบกังวานเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ
ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะหลังของรถคันหรู พ่นกลุ่มควันสีเทาตลบอบอวลออกทางกระจกที่ค่อยๆ เลื่อนลง นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบปราดมองผ่านควันบุหรี่ไปยังนับหนึ่งที่กำลังพยายามจัดแจงเสื้อผ้าเข้าที่ด้วยร่างกายสั่นเทา... รอยยิ้มเหยียดหยันจุดขึ้นมุมปากอสูรร้าย ก่อนที่รถยนต์คันหรูจะค่อยๆ เคลื่อนตัวและแล่นลับหายไปในเงามืด
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านกระจกบานโตของคฤหาสน์เดสมอนด์...ลูน่าเดินจูงมือเซมัสลูกชายตัวน้อยวัยสองขวบลงมาจากชั้นบน ทว่าทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องอาหาร เรียวขาบางกลับต้องชะงักกึก ร่างกายแข็งเกร็งไปในทันตาภาพเบื้องหน้า... คือชายหนุ่มเรือนร่างโปร่งเจ้าของใบหน้าหวานที่เธอคุ้นเคย นั่งก้มหน้าเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมาด้วยแววตาบอบช้ำและไร้ชีวา ลูน่ารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอถูกสูบหายไป ชั่วขณะหนึ่งเธอแทบไม่อาจก้าวขาเดินต่อได้เลย“แด๊ดดี้!”เสียงสดใสของเด็กชายตัวน้อยแผดดังขึ้น เซมัสสะบัดหลุดจากมือผู้เป็นแม่ แล้ววิ่งร่าตรงเข้าไปหาไซรัสที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างน่ารัก ลูน่าขบกรามแน่น กำมือเข้าหากันจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อเพื่อสะกดข่มความแตกตื่นและเจ็บปวดในอก เธอพยายามกดความรู้สึกทั้งหมดลงไปใต้ใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับชายหนุ่มหน้าหวานคนนั้นอย่างเงียบเชียบนับหนึ่งค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองลูน่า นัยน์ตาคู่สวยเต็มไปด้วยความละอายและกล้ำกลืน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาปรายสายตาผ่านไซรัส ก่อนจะค้อมศ
ทันทีที่ลูน่าเดินลับหายเข้าไปในตัวอาคาร ไซรัสก็เอ่ยสั่งคนขับรถด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นและดุดัน“ออกรถ...”รถยนต์คันหรูทะยานออกจากประตูรั้วคฤหาสน์เดสมอนด์อย่างรวดเร็ว ไซรัสหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดต่อสายหาใครบางคนทันที สายตาของอสูรร้ายวาวโรจน์ไปด้วยความคลั่งไคล้และความแค้นที่อยากระบายเพียงไม่กี่วินาที ปลายสายก็ถูกกดรับ...(“ซะ... ไซรัสคะ”) เสียงของลีอาเอ่ยขึ้นอย่างสั่นเครือและประหม่า“เปิดห้องที่โรงแรมเดอะแกรนด์... เดี๋ยวนี้!” ไซรัสเค้นเสียงดุดันและหงุดหงิดสั่งใส่โทรศัพท์อย่างไม่ไว้หน้า“แต่งหน้า แต่งตัวด้วยชุดสีแดงไวน์... และใส่น้ำหอมกลิ่นเดียวกับน้องสาวเธอซะ”(“ไซรัส... คุณหมายความว่า...”)“ฉันให้เวลาสิบห้านาที ลีอา!” ไซรัสตวาดขัดขึ้นเสียงต่ำ นัยน์ตาสีฟ้าบิดเบี้ยวไปด้วยตัณหามืดมน“ถ้านานกว่านั้น... ฉันจะทำให้ตระกูลจิณณ์วราของพวกเธอพังวินาศภายในคืนนี้!”ติ๊ด!ไซรัสกดตัดสายทิ้งทันที ชายหนุ่มเอนหลังพิงเบาะรถแล้วบดขยี้ฟันแน่น... ภาพใบหน้าเย็นชาท้าทายของลูน่าในชุดราตรีสีแดงไวน์ยังค
หญิงสาวทำเพียงเชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างาม ส่งรอยยิ้มการเมืองไร้ความรู้สึกให้ดาริส แล้วเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ“จริงอย่างที่ไซรัสพูดค่ะพี่ดาริส... ยังดีที่ฉันมีไซรัสคอยดูแลอยู่แล้ว พี่ดาริสไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”ดาริสทำเพียงแค่ยักไหล่เบาๆ พร้อมกับจุดรอยยิ้มลึกล้ำที่มุมปาก ชายหนุ่มยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างนิ่งเฉย ปล่อยให้ความตึงเครียดจางหายไปในอากาศยามเมื่อน้องชายสร้างรังสีครอบครองอย่างเปิดเผยทันทีที่สลัดสายตาของพี่ชายออกไปได้ ไซรัสก็ปรับสีหน้าฉับพลัน ใบหน้าหล่อคมคายที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มละมุน อบอุ่น และแสนอ่อนโยนชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบชิดใบหูของลูน่าด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลต่อหน้าผู้คน ก่อนจะผายมือไปทางกลุ่มแขกเหรื่อชั้นสูงที่กำลังยืนล้อมวงรอทักทายเขาและคุณนายเดสมอนด์และในกลุ่มคนเหล่านั้น... คือ ‘ชัยวัฒน์ จิณณ์วรา’ และ ‘ดวงลออ จิณณ์วรา’ พ่อและแม่ของเธอเองลูน่ารับแก้วไวน์แดงจากถาดของบริกรรอบข้างมาถือไว้ด้วยท่วงท่างดงาม เส้นผมดัดลอนทิ้งปอยหวานเคลียข้างแก้มและชุดราตรีสีแดงไวน์ก่ำส่งให้เธอโดดเด่นด
ฟีนิกซ์เดินกลับออกมาพร้อมขวดไวน์แดงราคาแพงในมือ เขาก้าวเข้ามาหานอบน้อม ร่างสูงย่อตัวลงเล็กน้อยยื่นขวดไวน์ส่งให้คุณนายของเขาลูน่ารับขวดไวน์มาถือไว้ เธอไม่แม้แต่จะถามหาแก้วสเตมทรงสวยหรือแคร์ภาพลักษณ์ความสง่างามของคุณนายเดสมอนด์อีกต่อไป มือเรียวถอดจุกคอร์กออกแล้วยกขวดไวน์ขึ้นกระดกดื่มเข้าปากตรงๆ หยดน้ำสีแดงสดราวกับหยดเลือดไหลผ่านริมฝีปากบางลงมาตามลำคอระหง ตัดกับผิวขาวเนียนและชุดราตรีสีแดงไวน์อย่างเย้ายวนปนประชดประชันชีวิตฟีนิกซ์มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก บอดี้การ์ดหนุ่มยืนนิ่ง คอยสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ ด้วยความระมัดระวัง“ดื่มแบบนี้... ไม่กลัวนายท่านจะลงโทษหรือครับ” ฟีนิกซ์เอ่ยถามเสียงเรียบทลายความเงียบขึ้นเบาๆลูน่าลดขวดไวน์ลง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเย้ยหยันชะตากรรม เธอยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบไวน์ที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว“เขาจะคิดยังไง... ฉันไม่เคยแคร์อยู่แล้ว”ทว่า... พูดจบได้เพียงครู่เดียว เสียงก้าวขาหนักแน่นของรองเท้าหนังเนื้อดีก็ดังกังวานขึ้นมาจากด้านหลังฟีนิกซ์เบาๆ ร่างสูงใหญ่ของ ไซรัสก้าวเดินออกจากประตูโถงงานเลี้ยงตรงเ
หลังจากจัดการความแค้นและฝากรอยตราบาปไว้ที่คาเฟ่เรียบร้อยแล้ว ไซรัสก็เดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์เดสมอนด์ ชายหนุ่มอาบน้ำชำระล้างคราบไคลและกลิ่นอายอันโสมม ก่อนจะจัดการแต่งตัวด้วยชุดสูทสากลสีเข้มตัดเย็บพิเศษที่เน้นเรือนร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างของเขาอย่างเพอร์เฟกต์ร่างสูงก้าวไปยืนสงบนิ่งอยู่ตรงปลายบันไดหรูหรากลางโถงคฤหาสน์ นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบกวาดมองขึ้นไปด้านบนด้วยความรอคอย...กึก... กึก...เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะเชื่องช้าดังกังวานก้อง สะท้อนความเงียบสงัดภายในโถงกว้าง ก่อนที่ร่างบางของลูน่าจะค่อยๆ ก้าวเดินลงมาจากชั้นบนและภาพตรงหน้า... ก็ทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะลูน่าปรากฏตัวในชุดราตรีผ้าซาตินเข้ารูปสีแดงไวน์ก่ำดุจหยดเลือด เนื้อผ้าเงาวาวสะท้อนแสงไฟระยิบระยับขับเน้นผิวขาวเนียนให้โดดเด่น ตัวชุดดีไซน์อย่างประณีตและเย้ายวนอันตราย สายสปาเก็ตตีเส้นเล็กประดับด้วยสายโซ่สีทองระย้าโอบล้อมไหล่เนียน ตัวเสื้อเว้าลึกเผยเนินอกอิ่ม ขณะที่ด้านข้างและแผ่นหลังเปิดเปลือยเปล่า ทอดผ่านด้วยสายโซ่ทองคำและอัญมณีเม็ดเล็กที่ตกลงมาส่องประกายวับแวม
รอยยิ้มบนใบหน้าของนับหนึ่งค่อยๆ หายไป แววตาอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด มือเรียวกำด้ามไม้ถูพื้นในมือแน่นจนข้อข้อนขึ้นสีขาว เขาขบกรามแน่นจนสันสันเด่นชัด ก่อนจะเค้นเสียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามกดให้ราบเรียบที่สุด“คุณลูน่า... เป็นแค่ลูกค้าประจำครับ”ไซรัสหรี่ตาลง นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบส่องประกายวาวโรจน์ด้วยความนึกสนุกและถือดี“หึ... ลูกค้าประจำ?”ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาหานับหนึ่งช้าๆ บรรยากาศรอบตัวกดทับจนอากาศในร้านคล้ายจะหมุนวนด้วยความอึดอัด“งั้นแสดงว่าเจ้าของร้านคิดไม่ซื่อกับเมียฉันสินะ... รู้ไหมว่ายุ่งกับเมียคนที่ไม่ควรยุ่ง มันจะจบยังไง”สิ้นเสียงเรียบเย็นของไซรัส เชนและลูกน้องฉกรรจ์อีกคนก็ปราดเข้ามาล็อกแขนของนับหนึ่งไพล่หลังไว้แน่นทันทีนับหนึ่งตกใจ สะบัดตัวหนีแต่ไม่อาจสู้แรงมหาศาลได้ เขามองลูกน้องของไซรัสด้วยความตระหนก ก่อนจะหันไปสบตากับไซรัสด้วยความโกรธเกรี้ยว“พวกคุณจะทำอะไร?! ผมแค่บริการคุณลูน่าเหมือนลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น!”ไซรัสเอื้อมมือหนาไปบีบหมับเข้าที่ปลายคางมนของ


![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)