หน้าหลัก / มาเฟีย / รอยบาปใต้เงาทมิฬ / 5-เบื้องหน้างานสังคม

แชร์

5-เบื้องหน้างานสังคม

ผู้เขียน: มุนดัล
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-07 20:00:26

หลังจากจัดการความแค้นและฝากรอยตราบาปไว้ที่คาเฟ่เรียบร้อยแล้ว ไซรัสก็เดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์เดสมอนด์ ชายหนุ่มอาบน้ำชำระล้างคราบไคลและกลิ่นอายอันโสมม ก่อนจะจัดการแต่งตัวด้วยชุดสูทสากลสีเข้มตัดเย็บพิเศษที่เน้นเรือนร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างของเขาอย่างเพอร์เฟกต์

ร่างสูงก้าวไปยืนสงบนิ่งอยู่ตรงปลายบันไดหรูหรากลางโถงคฤหาสน์ นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบกวาดมองขึ้นไปด้านบนด้วยความรอคอย...

กึก... กึก...

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะเชื่องช้าดังกังวานก้อง สะท้อนความเงียบสงัดภายในโถงกว้าง ก่อนที่ร่างบางของลูน่าจะค่อยๆ ก้าวเดินลงมาจากชั้นบน

และภาพตรงหน้า... ก็ทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะ

ลูน่าปรากฏตัวในชุดราตรีผ้าซาตินเข้ารูปสีแดงไวน์ก่ำดุจหยดเลือด เนื้อผ้าเงาวาวสะท้อนแสงไฟระยิบระยับขับเน้นผิวขาวเนียนให้โดดเด่น ตัวชุดดีไซน์อย่างประณีตและเย้ายวนอันตราย สายสปาเก็ตตีเส้นเล็กประดับด้วยสายโซ่สีทองระย้าโอบล้อมไหล่เนียน ตัวเสื้อเว้าลึกเผยเนินอกอิ่ม ขณะที่ด้านข้างและแผ่นหลังเปิดเปลือยเปล่า ทอดผ่านด้วยสายโซ่ทองคำและอัญมณีเม็ดเล็กที่ตกลงมาส่องประกายวับแวม

ชายกระโปรงแหวกข้างสูงท้าทายสายตาเผยให้เห็นเรียวขายาวเพรียวสวยที่พันธนาการไว้ด้วยสายโซ่ทองระย้า และร้อยรัดเข้ากับรองเท้าส้นสูงสีทอง เสริมด้วยผ้าคลุมซีทรูปักดิ้นทองลากยาวทอดตัวอยู่เบื้องหลังดุจพญาหงส์สีเลือด

ดวงตาสีฟ้าของไซรัสเบิกกว้างด้วยความอึ้ง ลมหายใจของเขาสะดุดกึก อากาศในปอดคล้ายจะถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ไซรัสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างนี้... สัดส่วนนี้... และผู้หญิงตรงหน้า คนเดียวที่เขาทั้งโหยหา คลั่งไคล้ และอยากครอบครองไว้คนเดียวตลอดมา

ทว่า... เพียงชั่วครู่ ใบหน้าหล่อเหลาก็พลันเรียบตึงขึ้นมาทันที

ความรู้สึกอยากครอบครองถูกแทนที่ด้วยแรงหึงหวงและความไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า... เขาไม่พอใจ และเกลียดความจริงที่ว่า ชุดที่เซ็กซี่เย้ายวนใจขนาดนี้ ใครต่อใครในงานเลี้ยงคืนนี้ก็จะได้เห็นมัน ไม่ใช่เขาเพียงคนเดียว

ไซรัสขบกรามแน่นจนสัน นัยน์ตาสีฟ้าดุดันขึ้นจนแทบกลายเป็นสีฟ้าเข้ม เขาก้าวเท้าเข้าไปหาเธอทันทีที่ลูน่าเดินลงมาถึงขั้นบันไดสุดท้าย

“ฉันบอกเธอว่ายังไง?”

ไซรัสเค้นเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน จ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของลูน่าอย่างกดดัน

“ฉันไม่ชอบให้ภรรยาของฉันแต่งตัวเปิดเผยเกินไป...”

ลูน่าไม่ได้แสดงสีหน้าประหม่าหรือเกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวสามีตามกฏหมายเลยแม้แต่น้อย เธอทอดสายตามมองเขานิ่งๆ แววตาว่างเปล่าเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบราบ แต่สั่นคลอนโทสะของคนฟังได้อย่างร้ายกาจ

“ฉันชอบแบบไหนก็ใส่แบบนั้น... ตัวฉันไม่ใช่ของใคร”

ไซรัสถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าเขม็ง ความหงุดหงิดเดือดพล่านไปทั่วอก ทว่าตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา ลูน่าคือคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจของเขา ไม่เคยร้องขอความเมตตา และไม่เคยยอมสยบให้เขาเลยสักครั้งเดียว

มาเฟียหนุ่มถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะค่อยๆ จุดรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แฝงไปด้วยความมืดมิดยากจะหยั่งถึง เพราะเขารู้ดีว่าเขามี 'ไพ่ใบใหม่' อยู่ในมือแล้ว

“หึ... เดี๋ยวเราได้เห็นดีกัน ถือว่าคืนนี้ฉันจะยอมไปก่อน”

ไซรัสพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า ก่อนจะกางวงแขนออกข้างลำตัวเป็นเชิงให้เธอเข้ามาคล้องควง

ลูน่ารู้ดีว่าในงานเลี้ยงระดับไฮโซที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและอันตรายรอบด้าน เธอควรวางตัวอย่างไรในฐานะ 'คุณนายเดสมอนด์' หญิงสาวไม่แสดงอาการอิดออด เธอวางฝ่ามือเรียวสวยลงบนท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างสง่างาม เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยกิริยาที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันสูงศักดิ์

ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวเดินเคียงคู่กันออกไป เพื่อมุ่งหน้าสู่งานเลี้ยงค่ำคืนนี้... งานเลี้ยงที่จะเปลี่ยนชีวิตของทุกคนไปตลอดกาล

ภายในห้องโดยสารของรถลีมูซีนคันยาว บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างนุ่มนวล

ลูน่านั่งไขว้ห้าง เรียวขายาวสวยที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ทองคำโผล่พ้นรอยแหวกของชุดราตรีสีแดงไวน์ สายตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่างติดฟิล์มทึบอย่างละสายตา ไม่ยอมหันกลับมามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเลยแม้แต่วินาทีเดียว ระหว่างเธอกับเขาราวกับมีกำแพงหนาที่ไร้รูปร่างกั้นขวางเอาไว้

ขณะที่ไซรัสเอียงตัวนั่งเท้าแขนกับขอบประตูรถ ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ริมฝีปากล่างของตัวเองเบาๆ ไปมา นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบดุจอสูรร้ายจับจ้องเรือนร่างและใบหน้าหวานของคุณนายเดสมอนด์ไม่วางตา

ความเงียบที่ครอบคลุมอยู่นี้อาจทำให้อากาศในรถหนักอึ้งจนน่าอึดอัด... ทว่าสำหรับลูน่าแล้ว มันคือพื้นที่ปลอดภัยเดียวที่เธอใช้ตั้งหลัก เพราะความเงียบนี้ดีที่สุดสำหรับเธอในการรับมือกับเขา

กระทั่งรถลีมูซีนขับเคลื่อนมาจอดสนิทเบื้องหน้าพรมแดงที่ทอดยาวสู่อาคารจัดงานเลี้ยงระดับไฮโซ แสงไฟและพลาซี่จากกล้องถ่ายรูปของเหล่าสื่อมวลชนเริ่มส่องระยิบระยับ

ประตูรถถูกเปิดออก ไซรัสเป็นฝ่ายก้าวลงไปก่อนเป็นคนแรก ชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บหรูหราปรับสีหน้าและรังสีอันตรายให้กลายเป็นรอยยิ้มอบอุ่น สุภาพ และทรงอิทธิพล เขาหมุนตัวกลับมา ยื่นฝ่ามือหนาออกไปประคองลูน่าให้ก้าวลงจากรถด้วยความทะนุถนอมราวกับเธอคือทองคำล้ำค่า

เบื้องหน้าสายตาของคนในสังคม... ไซรัสคือสามีที่เพอร์เฟกต์และแสนดี รูปร่าง หน้าตา ฐานะ และการเอาอกเอาใจภรรยาทำให้ผู้หญิงทุกคนในงานต่างมองมาด้วยความอิจฉา

ลูน่าช้อนสายตาขึ้นมองเขา เธอค่อยๆ จุดรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก... แสร้งทำเป็นยิ้มส่งให้สามีตามบทบาทหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ นั่นคงเป็นเพียงโอกาสเดียวในชีวิตที่ไซรัสจะได้เห็นรอยยิ้มจากเธอ แม้มันจะเป็นเพียงรอยยิ้มเสแสร้งและไร้ซึ่งหัวใจก็ตาม

ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงคู่กันบนพรมแดงเข้าสู่โถงงานเลี้ยงขนาดใหญ่ที่ประดับประดาด้วยโคมไฟระย้าคริสตัล เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงนุ่มนวลเคล้าไปกับเสียงแก้วไวน์กระทบกัน ทันทีที่ 'คุณท่านและคุณนายเดสมอนด์' ก้าวเข้ามา สายตาทุกคู่ของเหล่านักธุรกิจและเซเลบริตี้ระดับประเทศต่างก็หันมามองเป็นตาเดียว เสียงพึมพำชื่นชมดังแซ่เซ็งไปทั่วทั้งงาน

“นั่นคุณไซรัสนี่... เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกจริงๆ

“คุณนายเดสมอนด์คืนนี้งดงามเย้ายวนจนผู้หญิงทั้งงานดับหมดเลยนะ”

ทว่าท่ามกลางคำสรรเสริญเหล่านั้น... ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘ดาริส เดสมอนด์’ พี่ชายร่วมตระกูลผู้ถือแก้วไวน์ทรงสูงอยู่ในมือ ก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหาคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มลึกล้ำที่ยากจะคาดเดา

ดาริสเมินเฉยไซรัสอย่างจงใจ สายตาคู่คมของพี่ชายจดจ้องไปที่ลูน่าด้วยความสนใจและตัณหาที่เก็บซ่อนไว้ไม่มิด เขาเดินเข้ามาหยุดเบื้องหน้า แล้วเลือกที่จะทักทายน้องสะใภ้ก่อนเพื่อหยามหน้าและลองดีกับน้องชายสายเลือดเดียว

“งดงามจนทำให้ไวน์ในมือฉันด้อยค่าไปเลยนะ... ลูน่า”

ดาริสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานนุ่มนวล ช้อนสายตามองลูน่าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความถือดี ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นเชิงทำความเคารพเธออย่างเปิดเผย

“ยินดีที่ได้พบอีกครั้งนะครับ... น้องสะใภ้”

ความเงียบคลุมเครือเกิดขึ้นชั่วครู่เมื่อดาริสเลือกที่จะมองข้ามประธานใหญ่แห่งเดสมอนด์ไปอย่างสิ้นเชิง

ไซรัสแค่นหัวเราะในลำคอบางเบา นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววเย็นเยียบและวาวโรจน์ด้วยความกร้าวร้าวที่เก็บซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มการเมือง ชายหนุ่มกระแอมขึ้นเสียงเรียบดักทางพี่ชายอย่างชาญฉลาดและสุภาพ

“หึ... ดูเหมือนพี่ดาริสจะตื่นตาตื่นใจกับ ‘ภรรยาของผม’ จนลืมมารยาทพื้นฐานไปนิดนะครับ”

หมับ!

มือหนาของไซรัสเลื่อนไปวาดวงแขนโอบรัดเอวบางของลูน่าเข้ามาชิดกายแน่นขึ้น สัมผัสหนักแน่นนั้นแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนและไร้ซึ่งความเกรงใจ ร่างบางของลูน่าถูกดึงเข้ามาแนบชิดกับแผ่นอกกว้างของไซรัสจนแทบไร้ระยะห่าง ไซรัสเหยียดยิ้มเย็นชา จ้องสบตากับดาริสตรงๆ โดยไม่เกรงกลัว

“พอดีช่วงนี้ลูน่าเธอไม่ค่อยสบาย... ผมเลยต้องดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ คงไม่สะดวกให้ใครมายืนคุยสนิทสนมนานๆ หรอกครับ... จริงไหมลูน่า?”

ไซรัสโน้มใบหน้าลงมาเอ่ยถามลูน่าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าฝ่ามือที่กดอยู่บนเอวบางกลับบีบเค้นลงมาอย่างตั้งใจตักเตือน ลูน่ารู้สถานการณ์ดีว่าท่ามกลางสนามอารมณ์และสงครามประสาทของสองพี่น้องเดสมอนด์ตรงนี้ เธอควรวางตัวอย่างไร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   9-เช้าที่แสนหนักหน่วง

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านกระจกบานโตของคฤหาสน์เดสมอนด์...ลูน่าเดินจูงมือเซมัสลูกชายตัวน้อยวัยสองขวบลงมาจากชั้นบน ทว่าทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องอาหาร เรียวขาบางกลับต้องชะงักกึก ร่างกายแข็งเกร็งไปในทันตาภาพเบื้องหน้า... คือชายหนุ่มเรือนร่างโปร่งเจ้าของใบหน้าหวานที่เธอคุ้นเคย นั่งก้มหน้าเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมาด้วยแววตาบอบช้ำและไร้ชีวา ลูน่ารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอถูกสูบหายไป ชั่วขณะหนึ่งเธอแทบไม่อาจก้าวขาเดินต่อได้เลย“แด๊ดดี้!”เสียงสดใสของเด็กชายตัวน้อยแผดดังขึ้น เซมัสสะบัดหลุดจากมือผู้เป็นแม่ แล้ววิ่งร่าตรงเข้าไปหาไซรัสที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างน่ารัก ลูน่าขบกรามแน่น กำมือเข้าหากันจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อเพื่อสะกดข่มความแตกตื่นและเจ็บปวดในอก เธอพยายามกดความรู้สึกทั้งหมดลงไปใต้ใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับชายหนุ่มหน้าหวานคนนั้นอย่างเงียบเชียบนับหนึ่งค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองลูน่า นัยน์ตาคู่สวยเต็มไปด้วยความละอายและกล้ำกลืน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาปรายสายตาผ่านไซรัส ก่อนจะค้อมศ

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   8-ชื่อเธอ [NC+]

    ทันทีที่ลูน่าเดินลับหายเข้าไปในตัวอาคาร ไซรัสก็เอ่ยสั่งคนขับรถด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นและดุดัน“ออกรถ...”รถยนต์คันหรูทะยานออกจากประตูรั้วคฤหาสน์เดสมอนด์อย่างรวดเร็ว ไซรัสหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดต่อสายหาใครบางคนทันที สายตาของอสูรร้ายวาวโรจน์ไปด้วยความคลั่งไคล้และความแค้นที่อยากระบายเพียงไม่กี่วินาที ปลายสายก็ถูกกดรับ...(“ซะ... ไซรัสคะ”) เสียงของลีอาเอ่ยขึ้นอย่างสั่นเครือและประหม่า“เปิดห้องที่โรงแรมเดอะแกรนด์... เดี๋ยวนี้!” ไซรัสเค้นเสียงดุดันและหงุดหงิดสั่งใส่โทรศัพท์อย่างไม่ไว้หน้า“แต่งหน้า แต่งตัวด้วยชุดสีแดงไวน์... และใส่น้ำหอมกลิ่นเดียวกับน้องสาวเธอซะ”(“ไซรัส... คุณหมายความว่า...”)“ฉันให้เวลาสิบห้านาที ลีอา!” ไซรัสตวาดขัดขึ้นเสียงต่ำ นัยน์ตาสีฟ้าบิดเบี้ยวไปด้วยตัณหามืดมน“ถ้านานกว่านั้น... ฉันจะทำให้ตระกูลจิณณ์วราของพวกเธอพังวินาศภายในคืนนี้!”ติ๊ด!ไซรัสกดตัดสายทิ้งทันที ชายหนุ่มเอนหลังพิงเบาะรถแล้วบดขยี้ฟันแน่น... ภาพใบหน้าเย็นชาท้าทายของลูน่าในชุดราตรีสีแดงไวน์ยังค

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   6-ปั้นหน้าไร้ที่ติ

    หญิงสาวทำเพียงเชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างาม ส่งรอยยิ้มการเมืองไร้ความรู้สึกให้ดาริส แล้วเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ“จริงอย่างที่ไซรัสพูดค่ะพี่ดาริส... ยังดีที่ฉันมีไซรัสคอยดูแลอยู่แล้ว พี่ดาริสไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”ดาริสทำเพียงแค่ยักไหล่เบาๆ พร้อมกับจุดรอยยิ้มลึกล้ำที่มุมปาก ชายหนุ่มยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างนิ่งเฉย ปล่อยให้ความตึงเครียดจางหายไปในอากาศยามเมื่อน้องชายสร้างรังสีครอบครองอย่างเปิดเผยทันทีที่สลัดสายตาของพี่ชายออกไปได้ ไซรัสก็ปรับสีหน้าฉับพลัน ใบหน้าหล่อคมคายที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มละมุน อบอุ่น และแสนอ่อนโยนชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบชิดใบหูของลูน่าด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลต่อหน้าผู้คน ก่อนจะผายมือไปทางกลุ่มแขกเหรื่อชั้นสูงที่กำลังยืนล้อมวงรอทักทายเขาและคุณนายเดสมอนด์และในกลุ่มคนเหล่านั้น... คือ ‘ชัยวัฒน์ จิณณ์วรา’ และ ‘ดวงลออ จิณณ์วรา’ พ่อและแม่ของเธอเองลูน่ารับแก้วไวน์แดงจากถาดของบริกรรอบข้างมาถือไว้ด้วยท่วงท่างดงาม เส้นผมดัดลอนทิ้งปอยหวานเคลียข้างแก้มและชุดราตรีสีแดงไวน์ก่ำส่งให้เธอโดดเด่นด

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   7-คุณนายเดสมอนด์

    ฟีนิกซ์เดินกลับออกมาพร้อมขวดไวน์แดงราคาแพงในมือ เขาก้าวเข้ามาหานอบน้อม ร่างสูงย่อตัวลงเล็กน้อยยื่นขวดไวน์ส่งให้คุณนายของเขาลูน่ารับขวดไวน์มาถือไว้ เธอไม่แม้แต่จะถามหาแก้วสเตมทรงสวยหรือแคร์ภาพลักษณ์ความสง่างามของคุณนายเดสมอนด์อีกต่อไป มือเรียวถอดจุกคอร์กออกแล้วยกขวดไวน์ขึ้นกระดกดื่มเข้าปากตรงๆ หยดน้ำสีแดงสดราวกับหยดเลือดไหลผ่านริมฝีปากบางลงมาตามลำคอระหง ตัดกับผิวขาวเนียนและชุดราตรีสีแดงไวน์อย่างเย้ายวนปนประชดประชันชีวิตฟีนิกซ์มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก บอดี้การ์ดหนุ่มยืนนิ่ง คอยสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ ด้วยความระมัดระวัง“ดื่มแบบนี้... ไม่กลัวนายท่านจะลงโทษหรือครับ” ฟีนิกซ์เอ่ยถามเสียงเรียบทลายความเงียบขึ้นเบาๆลูน่าลดขวดไวน์ลง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเย้ยหยันชะตากรรม เธอยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบไวน์ที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว“เขาจะคิดยังไง... ฉันไม่เคยแคร์อยู่แล้ว”ทว่า... พูดจบได้เพียงครู่เดียว เสียงก้าวขาหนักแน่นของรองเท้าหนังเนื้อดีก็ดังกังวานขึ้นมาจากด้านหลังฟีนิกซ์เบาๆ ร่างสูงใหญ่ของ ไซรัสก้าวเดินออกจากประตูโถงงานเลี้ยงตรงเ

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   5-เบื้องหน้างานสังคม

    หลังจากจัดการความแค้นและฝากรอยตราบาปไว้ที่คาเฟ่เรียบร้อยแล้ว ไซรัสก็เดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์เดสมอนด์ ชายหนุ่มอาบน้ำชำระล้างคราบไคลและกลิ่นอายอันโสมม ก่อนจะจัดการแต่งตัวด้วยชุดสูทสากลสีเข้มตัดเย็บพิเศษที่เน้นเรือนร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างของเขาอย่างเพอร์เฟกต์ร่างสูงก้าวไปยืนสงบนิ่งอยู่ตรงปลายบันไดหรูหรากลางโถงคฤหาสน์ นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบกวาดมองขึ้นไปด้านบนด้วยความรอคอย...กึก... กึก...เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะเชื่องช้าดังกังวานก้อง สะท้อนความเงียบสงัดภายในโถงกว้าง ก่อนที่ร่างบางของลูน่าจะค่อยๆ ก้าวเดินลงมาจากชั้นบนและภาพตรงหน้า... ก็ทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะลูน่าปรากฏตัวในชุดราตรีผ้าซาตินเข้ารูปสีแดงไวน์ก่ำดุจหยดเลือด เนื้อผ้าเงาวาวสะท้อนแสงไฟระยิบระยับขับเน้นผิวขาวเนียนให้โดดเด่น ตัวชุดดีไซน์อย่างประณีตและเย้ายวนอันตราย สายสปาเก็ตตีเส้นเล็กประดับด้วยสายโซ่สีทองระย้าโอบล้อมไหล่เนียน ตัวเสื้อเว้าลึกเผยเนินอกอิ่ม ขณะที่ด้านข้างและแผ่นหลังเปิดเปลือยเปล่า ทอดผ่านด้วยสายโซ่ทองคำและอัญมณีเม็ดเล็กที่ตกลงมาส่องประกายวับแวม

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   4-อำนาจ [NC+]

    รอยยิ้มบนใบหน้าของนับหนึ่งค่อยๆ หายไป แววตาอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด มือเรียวกำด้ามไม้ถูพื้นในมือแน่นจนข้อข้อนขึ้นสีขาว เขาขบกรามแน่นจนสันสันเด่นชัด ก่อนจะเค้นเสียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามกดให้ราบเรียบที่สุด“คุณลูน่า... เป็นแค่ลูกค้าประจำครับ”ไซรัสหรี่ตาลง นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบส่องประกายวาวโรจน์ด้วยความนึกสนุกและถือดี“หึ... ลูกค้าประจำ?”ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาหานับหนึ่งช้าๆ บรรยากาศรอบตัวกดทับจนอากาศในร้านคล้ายจะหมุนวนด้วยความอึดอัด“งั้นแสดงว่าเจ้าของร้านคิดไม่ซื่อกับเมียฉันสินะ... รู้ไหมว่ายุ่งกับเมียคนที่ไม่ควรยุ่ง มันจะจบยังไง”สิ้นเสียงเรียบเย็นของไซรัส เชนและลูกน้องฉกรรจ์อีกคนก็ปราดเข้ามาล็อกแขนของนับหนึ่งไพล่หลังไว้แน่นทันทีนับหนึ่งตกใจ สะบัดตัวหนีแต่ไม่อาจสู้แรงมหาศาลได้ เขามองลูกน้องของไซรัสด้วยความตระหนก ก่อนจะหันไปสบตากับไซรัสด้วยความโกรธเกรี้ยว“พวกคุณจะทำอะไร?! ผมแค่บริการคุณลูน่าเหมือนลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น!”ไซรัสเอื้อมมือหนาไปบีบหมับเข้าที่ปลายคางมนของ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status