Home / มาเฟีย / รอยบาปใต้เงาทมิฬ / 6-ปั้นหน้าไร้ที่ติ

Share

6-ปั้นหน้าไร้ที่ติ

last update publish date: 2026-09-08 20:00:47

หญิงสาวทำเพียงเชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างาม ส่งรอยยิ้มการเมืองไร้ความรู้สึกให้ดาริส แล้วเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ

“จริงอย่างที่ไซรัสพูดค่ะพี่ดาริส... ยังดีที่ฉันมีไซรัสคอยดูแลอยู่แล้ว พี่ดาริสไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

ดาริสทำเพียงแค่ยักไหล่เบาๆ พร้อมกับจุดรอยยิ้มลึกล้ำที่มุมปาก ชายหนุ่มยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างนิ่งเฉย ปล่อยให้ความตึงเครียดจางหายไปในอากาศยามเมื่อน้องชายสร้างรังสีครอบครองอย่างเปิดเผย

ทันทีที่สลัดสายตาของพี่ชายออกไปได้ ไซรัสก็ปรับสีหน้าฉับพลัน ใบหน้าหล่อคมคายที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มละมุน อบอุ่น และแสนอ่อนโยน

ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบชิดใบหูของลูน่าด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลต่อหน้าผู้คน ก่อนจะผายมือไปทางกลุ่มแขกเหรื่อชั้นสูงที่กำลังยืนล้อมวงรอทักทายเขาและคุณนายเดสมอนด์

และในกลุ่มคนเหล่านั้น... คือ ‘ชัยวัฒน์ จิณณ์วรา’ และ ‘ดวงลออ จิณณ์วรา’ พ่อและแม่ของเธอเอง

ลูน่ารับแก้วไวน์แดงจากถาดของบริกรรอบข้างมาถือไว้ด้วยท่วงท่างดงาม เส้นผมดัดลอนทิ้งปอยหวานเคลียข้างแก้มและชุดราตรีสีแดงไวน์ก่ำส่งให้เธอโดดเด่นดุจพญางหงส์ หญิงสาวปรับเปลี่ยนแววตาว่างเปล่าให้กลายเป็นรอยยิ้มเป็นมิตร ปั้นหน้าสดใสเข้าหาสังคมได้อย่างมืออาชีพ

เธอเดินเคียงคู่ไซรัสเข้าไปทักทายเหล่านักธุรกิจชาวต่างชาติด้วยภาษาอังกฤษที่สละสลวยและเป็นกันเอง เสน่ห์อันเยือกเย็นและความฉลาดเฉียบแหลมในการโต้ตอบของคุณนายเดสมอนด์ ทำให้นักลงทุนต่างชาติถึงกับเอ่ยปากชมไม่ขาดสาย

ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าของชัยวัฒน์และดวงลออ

“คุณพ่อ... คุณแม่...”

ลูน่ายกมือขึ้นไหว้ผู้เป็นพ่อและแม่อย่างนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มบาง ชัยวัฒน์มองดูลูกสาวคนเล็กในชุดราตรีงดงามหรูหรา หัวใจของผู้เป็นพ่อบีบรัดด้วยความรู้สึกผิดและเป็นห่วง

ผู้เป็นพ่อเอื้อมมือไปจับมือเรียวของลูกสาวไว้เบาๆ สายตาเต็มไปด้วยคำถามสารทุกข์สุกดิบที่อยากเอ่ยถามจากหัวใจ

“ลูน่า... เป็นยังไงบ้างลูก? สบายดีไหม... ผอมลงไปหรือเปล่า”

ชัยวัฒน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเบาๆ สายตาเต็มไปด้วยความกังวลของพ่อที่รู้ดีว่าตนเองเป็นคนส่งลูกสาวเข้ากรงเล็บอสูร

ลูน่าเพียงแค่ยิ้มตอบไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยประโยคใด ไซรัสก็ก้าวขึ้นมาฉวยโอกาสตอบแทนทันทีด้วยรอยยิ้มสมบูรณ์แบบของลูกเขยผู้แสนดี

“อยู่กับผม... คุณพ่อคงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ” ไซรัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สุภาพ และดูน่านับถือ “ผมดูแลภรรยาของผมอย่างดีที่สุดเสมอ... ใช่ไหมครับลูน่า?”

ชัยวัฒน์ปัดสายตาไปมองหน้าลูกสาวอีกครั้ง ลูน่าสบตากับผู้เป็นพ่อ เธอส่งรอยยิ้มรับคำพูดนั้นบางๆ เพื่อไม่ให้พ่อต้องคิดมากหรือเป็นทุกข์

ชัยวัฒน์เห็นลูกสาวยินยอมและมีรอยยิ้ม จึงได้แต่พยักหน้ารับคำอย่างยอมจำนน แม้ในใจจะยังคงรู้สึกถึงความอึดอัดที่ปกคลุมอยู่ก็ตาม

“ถ้างั้นพ่อก็วางใจ...” ชัยวัฒน์ถอนหายใจเบาๆ

ตลอดทั้งคืน ไซรัสพาลูน่าเดินทักทายแขกผู้มีเกียรติคนสำคัญคนแล้วคนเล่า ฝ่ามือหนาของมาเฟียหนุ่มยังคงประคองโอบรัดเอวบางไว้ไม่ยอมปล่อย แสดงความรักและความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยจนบรรดาไฮโซและมาเฟียร่วมวงการต่างมองมาด้วยความอิจฉา

“คุณไซรัสนี่ตาคมจริงๆ นะครับ ได้ภรรยาทั้งงดงาม ฉลาด แถมยังวางตัวดีไม่มีที่ติขนาดนี้”

“เหมาะสมกันราวกับภาพวาดจริงๆ น่าอิจฉาคุณไซรัสเหลือเกินครับ”

เสียงชื่นชมและสายตาอิจฉาริษยาดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วงานเลี้ยง ไซรัสรับคำชมเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มทรงอิทธิพล เขากระชับอ้อมแขนโอบเอวลูน่าแน่นขึ้นอีกนิด... บีบเค้นลงบนเรือนร่างงามที่ฉายโชว์ต่อหน้าผู้คน เพื่อตอกย้ำให้เธอและทุกคนในงานรู้ว่า

ไม่ว่าใครจะชื่นชมหรือหลงใหลเธอมากมายแค่ไหน... ‘ลูน่า ลัลล์ลลิน เดสมอนด์’ ก็เป็นพันธนาการเลอค่าที่มีไว้ให้ ‘ไซรัส เดสมอนด์’ ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว

ลูน่ายิ้มรับคำสรรเสริญของแขกเหรื่อรอบข้างด้วยท่วงท่าสูงสง่า ก่อนจะหันไปประสานสายตากับไซรัสแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ไซรัสคะ... ฉันขอตัวไปสูดอากาศข้างนอกสักครู่นะคะ”

ไซรัสอ้าปากเตรียมจะเอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างสามีที่แสนดีและเป็นห่วงภรรยา

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะทันได้เอื้อนเอ่ยประโยคใด ร่างบางในชุดราตรีสีแดงไวน์ก่ำก็หมุนตัวเดินนวยนาดแยกตัวออกไปทันทีโดยไม่รอฟังคำอนุญาต ชายกระโปรงซาตินพริ้วไหวผายแหวกเผยเรียวขายาวสวย สะกดทุกสายตาในงานให้มองตามอย่างหลงใหล

ไซรัสยังคงรักษาใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มอบอุ่นต่อหน้าสังคมไว้ได้อย่างไม่มีรอยปริแตก ทว่านัยน์ตาสีฟ้าคมกริบกลับวูบไหวด้วยความไม่พอใจที่ถูกลบเหลี่ยม

ชายหนุ่มเบนสายตาเฉียบคมไปยังมุมหนึ่งของห้องโถงงานเลี้ยง... จุดที่เหล่าบอดี้การ์ดประจำตำแหน่งอยู่ เขาส่งสายตาและพยักหน้าให้ ฟีนิกซ์เป็นสัญญาณเรียบสั้น ทว่าเปี่ยมไปด้วยคำสั่งและอิทธิพลมืด

ฟีนิกซ์ที่อยู่ในชุดสูทสากลสีดำสนิท ร่องรอยบาดแผลและความเจ็บปวดจากการถูกซ้อมเมื่อช่วงบ่ายยังคงระบมอยู่ใต้ร่มผ้า ค้อมศีรษะรับคำสั่งอย่างสงบนิ่ง ใบหน้าคมขรึมเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เขาไม่รอช้า รีบก้าวเท้าเดินตามหลังคุณนายเดสมอนด์ออกไปห่างๆ ในระยะที่สุภาพเพื่อจับตาดูเธอตามหน้าที่

ทิ้งไว้เพียงไซรัสที่ถือแก้วไวน์ยืนยิ้มแย้มผสานคำทักทายผู้คนในงานต่อไป... โดยที่ในใจของเขากำลังนับถอยหลังรอเวลาสำหรับ บทลงโทษและการลากเอาของเล่นชิ้นใหม่เข้ามาฉีกกระชากหัวใจของเธอในวันพรุ่งนี้

ลูน่าก้าวเท้าผละออกจากความวุ่นวายภายในห้องโถงงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยหน้ากากทางสังคม มุ่งหน้าออกสู่ระเบียงกว้างด้านหลังอาคาร

บรรยากาศภายนอกแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบ ลมยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามาปะทะผิวพรรณเนียนนุ่ม ช่วยปัดเป่าความอบอ้าวอึดอัดที่ติดสะสมอยู่ในอก

สวนดอกไม้สไตล์อังกฤษที่ประดับตกแต่งอย่างประณีตส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เคล้าไปกับเสียงน้ำพุกลางสวนที่สาดกระเซ็นดังเอื่อยๆ อยู่อย่างไร้จังหวะ

ร่างบางเดินช้าๆ ไปตามทางเดินหิน ชายกระโปรงสีแดงไวน์พริ้วไหวไปตามแรงลม เธอหยุดนิ่งแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก... ก่อนจะเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันกลับไปมองเบื้องหลัง

“คำสั่งเหรอ...”

ฟีนิกซ์ที่ก้าวตามมาอย่างเงียบเชียบยังคงรักษาระยะห่างไว้อย่างนอบน้อมและสุภาพ ใบหน้าคมขรึมเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เขาเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ครับ... คุณนาย”

ลูน่าถอนหายใจออกมาเบาๆ ความเหน็ดเหนื่อยจากการแสร้งทำเป็น 'สามีภรรยาที่รักกันดี' ตลอดหลายสี่ชั่วโมงที่ผ่านมากลืนกินพลังงานของเธอจนแทบไม่เหลือ

หญิงสาวก้าวเท้าเดินต่อไปยังก้อนหินประดับก้อนใหญ่ข้างขอบน้ำพุ ก่อนจะทอดตัวลงนั่งอย่างไม่อินังขังขอบกับความหรูหราของชุดราตรีที่สวมใส่

“ฉันอยากได้ไวน์สักขวด...”

คำขอเรียบสั้นทำเอาฟีนิกซ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลถึงกับต้องเลื่อนสายตาขึ้นมองคุณนายของเขา นัยน์ตาคมกริบฉายแววสงสัยและแปลกใจเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

“ขวดเลยหรือครับ?”

ลูน่าเอียงใบหน้าหวานหันกลับไปสบตาเขา แววตานิ่งเฉยว่างเปล่า ตอบกลับด้วยคำสั้นๆ ทว่าเด็ดขาด

“ใช่”

ฟีนิกซ์หลุบสายตาลงต่ำ หลีกเลี่ยงการสบตากับหญิงสาวตรงๆ เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปฏิเสธอย่างนุ่มนวลตามหน้าที่

“ผมปล่อยคุณนายอยู่เพียงลำพังไม่ได้ครับ...”

ลูน่าไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำอ้อนวอนหรือออกคำสั่งบังคับ เธอเพียงแค่ยื่นมือเรียวไปรั้งชายกระโปรงซาตินขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วชี้ลงไปที่ข้อเท้าขาวเนียนของตัวเอง...

ข้อเท้าข้างที่บวมแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจากการต้องเดินปั้นหน้ารับแขกบนส้นสูงห้านิ้วมาตลอดทั้งคืน

ดวงตาของฟีนิกซ์จ้องมองข้อเท้าบวมแดงนั้น หัวใจของบอดี้การ์ดหนุ่มกระตุกวูบด้วยความรู้สึกเห็นใจและสงสาร เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง... รู้ดีว่าด้วยสภาพร่างกายเช่นนี้ ลูน่าคงไม่อาจก้าวเดินหนีไปไหนไกลได้เลยในระยะเวลาสั้นๆ

ฟีนิกซ์ค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม ไม่เอ่ยคำทัดทานอีกต่อไป

“รอสักครู่ครับ คุณนาย”

พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยงอย่างรวดเร็ว เพื่อไปเอาไวน์แดงตามที่คุณนายของเขาต้องการ... ทิ้งให้ลูน่านั่งรับลมเย็นอยู่ริมน้ำพุเพียงลำพังใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   15-แผน

    ลูน่านั่งนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ฝ่ามือเรียวทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากันจนเล็บเกือบจิกเข้าเนื้อ ยามที่เสียงตวาดลั่นอย่างป่าเถื่อนของไซรัสเหวี่ยงลงมาจากชั้นบนคำสั่งระยำที่บีบคั้นให้นับหนึ่งครางชื่อของมันดังรอดออกมา พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนของหัวเตียงที่กระทบกระแทกกับผนังห้องอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงกิจกรรมอันดิบเถื่อนและไร้ความปราณีที่กำลังเกิดขึ้น เสียงนั้นดังสนั่นเสียจนสะท้อนลงมาถึงชั้นล่าง ตอกย้ำความอัปยศและความเจ็บปวดร้าวลึกในใจของลูน่าอย่างโหดเหี้ยมหญิงสาวตัดสินใจลุกขึ้นทันที ความอุจาดเกินกว่าจะทนฟังต่อได้ เธอช้อนตัวอุ้มเซมัสขึ้นแนบอก พยายามบดบังใบหน้าของลูกน้อยไม่ให้รับรู้ถึงความโสมมของผู้เป็นพ่อ ลูน่าก้าวเดินออกจากคฤหาสน์ที่เปรียบเสมือนนรกด้วยท่วงท่าสง่างามทว่าเร่งรีบ โดยมีฟีนิกซ์และนีน่าก้าวตามมาติดๆ“ไปห้าง Desmond Mall ฉันกับลูกจะไปนั่งทานข้าวข้างนอก”ลูน่าเอ่ยสั่งฟีนิกซ์ด้วยน้ำเสียงเรียบ เย็นชาไร้ความรู้สึก ฟีนิกซ์เพียงโค้งศีรษะรับคำเล็กน้อยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ครับ คุณนาย”เขาทำหน้าที่อย่างรวดเร็วด้วยการวิทยุเรียกรถย

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   14-คนรักในความลับ

    หญิงสาวผละตัวออกมาเล็กน้อย มือเรียวสองข้างยื่นไปประคองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของนับหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยเย็นชาใส่คนทั้งโลก บัดนี้กลับฉายสะท้อนเพียงภาพของชายตรงหน้าด้วยความรักทั้งหมดที่มี“ฉันรักคุณนะคะ นับหนึ่ง... ไม่ว่ายังไง ฉันก็รักคุณ... คุณคือรักแรก และเป็นรักเดียวในชีวิตของฉันตลอดไป”คำสารภาพรักแผ่วเบาทว่าตราพึงในใจ...ใช่แล้ว... ‘นับหนึ่ง’ ไม่ใช่แค่เพื่อนคนสนิท หรือแค่เจ้าของร้านกาแฟที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอทว่าเขาคือ ‘คนรัก’ เพียงคนเดียวของลูน่า... ความรักที่ถูกซ่อนไว้ในเงาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะถูกไซรัสเอาปืนจ่อหัวบังคับเข้าพิธีแต่งงาน และที่สำคัญที่สุด... ไซรัสไม่เคยล่วงรู้ความลับข้อนี้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียวมาเฟียหนุ่มเข้าใจมาโดยตลอดว่านับหนึ่งเป็นเพียง 'หมาก' และของเล่นที่ใช้ป่วนประสาทเพื่อตอกย้ำให้เธอเจ็บปวด ไซรัสแค่โชคดีก็เท่านั้น... โดยหารู้ไม่ว่า การดึงตัวนับหนึ่งเข้ามาในคฤหาสน์เดสมอนด์ด้วยความบ้าคลั่งของตัวไซรัสเองนั้น... คือการทำให้ลูน่าที่เคยสงบเงียบเดินเข้าสู่ความเกมแค้นเพื่อเอาคืนอย่างสาสมโดยไม่

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   13-สงครามประสาท

    นับหนึ่งละล่ำละลักเอ่ยเสียงแผ่วพร่า สองเท้าก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความตื่นตระหนก“ทำไม... ทำไมถึงยังไม่หนีไปครับ! พวกการ์ดกับคุณไซรัสกำลัง...”ลูน่ายกนิ้วชี้เรียวขึ้นแตะริมฝีปากบางที่มีรอยแผลและคราบเลือดแห้งกรังของตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาเงียบ นัยน์ตาคู่สวยทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนปนเรียบเย็น“ชูว์...” ลูน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวทว่าสงบนิ่ง “ยิ่งพวกมันปักใจเชื่อว่าฉันกระโดดหนีออกไปข้างนอก... คฤหาสน์หลังนี้ก็ยิ่งเป็นสถานที่ๆ ปลอดภัยที่สุด”นับหนึ่งมองรอยแผลคราบเลือดบนริมฝีปากและเสื้อผ้าของเธอด้วยความใจเสีย หยาดน้ำตาคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสารและเป็นห่วง“แต่คุณไซรัส... เขาบ้าคลั่งมากนะครับ ถ้าเขาจับคุณได้คราวนี้...”“ปล่อยให้มันคลั่งไป...” ลูน่าตัดบทพร้อมกับจุดรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก รอยยิ้มเหยียดหยันที่ท้าทายทุกสิ่งบนโลก“เกมล่าเหยื่อที่มันชอบ... ฉันจะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เอง”หญิงสาวเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาสบตานับหนึ่งอีกครั้ง“เข้าไปพักผ่อนซะคุณนับหนึ่ง... คืนนี้ไม่มีใครท

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   12-ความรักที่บิดเบี้ยว

    “อยากทำอะไรก็ทำเลยสิ...” เธอยังคงตอบเขานิ่งๆ“ตอบฉันมา! เมื่อกี้เธอกับมันกำลังจะทำอะไรกัน!”ไซรัสคำรามลั่นด้วยโทสะที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววคลั่งไคล้บิดเบี้ยว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะสยบความพยศของคนตรงหน้า ฝ่ามือหนาบีบกระชากเรือนร่างบางเข้ามาชิดกาย ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากหนาลงมากดทับริมฝีปากกระจับสวยงามของลูน่าอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนทว่าลูน่าในยามนี้กลับไม่ได้ยืนนิ่งเป็นหินอีกต่อไปหญิงสาวออกแรงดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง สองมือเรียวยกขึ้นทุบตีและชกเข้าที่แผ่นอกกว้างและไหล่หนาของไซรัสอย่างไม่ย่อท้อ เสียงกำปั้นกระทบเนื้อดังขึ้นในความเงียบ ทว่ายิ่งเธอทุบตีและดิ้นรนมากเท่าไหร่ มันกลับยิ่งไปกระตุ้นความอยากเอาชนะและตัณหาอันมืดมนของอสูรร้ายให้พุ่งสูงขึ้นไซรัสแค่นเสียงเหี้ยมในลำคอ ชายหนุ่มออกแรงบดขยี้ริมฝีปากงามอย่างดุดัน ก่อนจะ ขบกัดริมฝีปากบางของเธออย่างแรงจนเลือดสดๆ ซึมไหลออกมารสชาติคาวเลือดหวานละมุนคละคลุ้งในโพรงปาก... ลูน่าเจ็บปวดจนคิ้วขมวดเป็นปม ทว่าความแค้นและความรักตัวเองกลับสั่งการให้เธอพลิกสถานการณ์ในเสี้ยววินาทีมือเรียวที่ว่า

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   10-อิสรภาพชั่วคราว

    ขณะเดียวกัน... ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองบรรยากาศสงบและสว่างไสวแตกต่างจากคฤหาสน์เดสมอนด์ราวฟ้ากับนรก เซมัสเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบกำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขอยู่ในร้านเสื้อผ้าเด็กแบรนด์หรู โดยมีนีน่าพี่เลี้ยงสาวคอยดูแลและหยิบจับชุดน่ารักๆ ให้ลองอย่างเอาใจใส่ลูน่านั่งจิบกาแฟร้อนอยู่ตรงโซนพักผ่อนของร้าน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยแววตาอ่อนโยน... เป็นเพียงมุมเดียวในชีวิตที่เผยให้เห็นความอบอุ่นของคุณนายเดสมอนด์ฟีนิกซ์ ยืนคุมเชิงสงบนิ่งอยู่ไม่ไกลในระยะที่สุภาพ ใบหน้าคมขรึมเรียบเฉย ทว่าร่องรอยความระบมบนใบหน้าและกิริยาการยืนที่ฝืนเกร็งเพียงเล็กน้อย ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาอันแหลมคมของลูน่าไปได้“ข้อเท้าฉัน... หายดีแล้วล่ะ” ลูน่าเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่หันไปมอง “แล้วแผลของคุณล่ะ... ฟีนิกซ์”ฟีนิกซ์ชะงักไปเล็กน้อย บอดี้การ์ดหนุ่มหลุบสายตาลงต่ำ ค้อมศีรษะตอบรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม“ผมสบายดีครับ คุณนาย... ขอบคุณที่เป็นห่วง”ลูน่ายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยหมองลงเล็กน้อยยามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า รวมถึง

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   11-คนใจดี

    ทันทีที่เห็นเหตุการณ์ ลูน่าก็เบิกตากว้าง ร่างบางรีบลุกพรวดพุ่งเข้าไปหาเขาทันที มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนับหนึ่งแล้วดึงเขาไปที่ซิงค์ล้างจาน จัดการเปิดก๊อกน้ำให้สายน้ำเย็นจัดไหลผ่านรอยแดงเถือกบนหลังมือของเขา“แช่น้ำไว้ก่อนนะคะ รอเดี๋ยว...”เธอเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเป็นกังวล ก่อนจะรีบหันไปเปิดช่องฟรีซเพื่อหยิบน้ำแข็งมาประคบให้อย่างเบามือ นับหนึ่งทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวผ่านม่านน้ำตา... ทั้งตกตะลึง ทั้งซาบซึ้งใจจนหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยพากันร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ขอบคุณนะครับ...”ลูน่าเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาไหววูบด้วยความสงสารก่อนจะพยักหน้ารับ “ไม่เป็นไรค่ะ... เดี๋ยวฉันทำแผลให้นะ”พูดจบ เธอก็จูงมือเขาให้เดินตามออกไปยังโซนห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ร่างบางเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะกลับมานั่งลงตรงหน้าและเริ่มต้นทำแผลให้อย่างเงียบเชียบและเบามือตลอดเวลาที่เธอทำแผล ชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งสุดหัวใจ รู้ตัวอีกที... ใบหน้าของเขาก็โน้มเข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status