เข้าสู่ระบบ“อาการบาดเจ็บของพวกเจ้าหายแล้วสินะ” อิงหลิวเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อไม่เห็นรอยแผลบนร่างของสัตว์อสูรทั้งสาม“รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนเต็มที่เลย” เสียงร้องของไป๋จูดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะพาร่างของตนเดินเข้ามาหาผู้เป็นนาย“พลังบ่มเพาะในตัว มันเพิ่มขึ้นด้วยใช่ไหม!?” เสวี่ยเฟยร้องออกมาด้วยความตกใจ หลังเจ้าตัวลอ
ความเจ็บปวดที่ราวกับว่าร่างกำลังถูกเผา และกระดูกในกายที่ถูกทุบจนแหลกละเอียด คือความรู้สึกที่นางกำลังเผชิญอยู่ ซ้ำความเจ็บปวดเหล่านั้นเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังบังเอิญที่ระดับพลังบ่มเพาะของนางก็ถึงเวลาที่ต้องเลื่อนระดับด้วยเช่นกัน และเมื่อทั้งสองเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นพร้อมกัน ความเจ็บปวดแล
“แล้วมันอย่างไรล่ะ? เสี่ยวหาน นางจะครอบครองรากวิญญาณอะไร หรือจะมีพลังแตกต่างจากผู้อื่น มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเรา” สวีหลานเยว่พูดขึ้นมา ด้วยแววตาที่เผยชัดถึงความสงสัย“มันอาจจะไม่เกี่ยวกับพวกเราก็จริง แต่ข้ากลับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง รากวิญญาณของนางนั้นดันมีความคล้ายคลึงกับต้นตระกูลของข้า” สิ้นเสี
อิงหลิวมองดูภาพตรงหน้าด้วยความสับสน แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้รอช้า ทันทีที่นางได้สติแล้ว นางก็จัดการพาตัวเองและสัตว์อสูรทั้งสามเข้ามิติของตนเองทันที และในเวลานั้น ก่อนที่ประตูมิติของนางจะปิดตัวลง นางก็ทันได้เห็นภาพที่ตัวนางยากจะลืมเลือน กลางท้องฟ้าที่กำลังปั่นป่วน กลับมีประกายของแสงสีทองผ่าลงมา และ
อิงหลิวผู้นั้นที่ในชาติแรกนางได้กลายเป็นธิดาสวรรค์ของตระกูลมู่บนดินแดนนภา หลังคนของตระกูลมู่ไปพบเข้า ข้าก็หาทางกำจัดไปก่อนเรียบร้อยแล้ว แม้จะกำจัดได้ไม่หมด แต่นางคนนั้นคงไม่มีวันได้มาที่ดินแดนนภาแล้วล่ะ และของสำคัญอย่างถุงมิติที่คนของตระกูลเฟยส่งต่อมาเรื่อย ๆ จนตกอยู่ในมือของเฟยฮวา ซึ่งเป็นคนในตระกู
ในวันนั้นวันที่ข้าพาร่างของตัวเองขึ้นรถยนต์ตรงหน้าแล้วขับไปชนสตรีคนนั้น ทำไมข้าถึงได้ไม่รู้สึกตัว? ระหว่างที่ข้าหลบหนีเพราะถูกตามล่าจากมือปราบ ไม่สิ ต้องเรียกว่าทหารตำรวจที่มหาเศรษฐีผู้นั้นจ้างมา และมีอยู่วันหนึ่งที่ข้าบังเอิญเจอนิยายที่ถูกทิ้งในห้องพักที่ข้าเช่าพัก เนื้อหาในนิยายมันคล้ายคลึงกับชีวิ







