เข้าสู่ระบบ"พวกพี่เป็นชายกำยำอาจจะกินเยอะหน่อย พวกน้องๆอย่าตกใจกันนะ ครับ" พี่ไอซ์เอ่ยบอกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเริ่มลงมือกับข้าวมันไก่ของเขา
ด้านพี่ช้างก็ลงมือทานไปเงียบๆเช่นเดียวกัน เธอกับแป้งก็ลงมือทาน ข้าวมันไก่ของตัวเอง หวายตักเข้าปากได้คำแรก ก็ต้องแปลกใจที่อยู่ๆที่นั่งด้านขวามือของ เธอซึ่งก็คือที่นั่งหัวโต๊ะก็มือคนๆหนึ่งเข้ามานั่ง เธอเงยหน้าขึ้นมองจึงได้เห็นว่าคนที่มานั่งคือใคร พี่เป้' ไหนพี่ช้างบอกว่าอาจารย์เรียกพี่เขาไปไง แล้วไฉนพี่เป้ถึงมาโผล่ที่ร้านเร็วขนาดนี้ได้ "อ้าวไอ้เป้ ทำไมอาจารย์เขาปล่อยมึงมาเร็วจัง" พี่ไอซ์เอ่ยถามแทนคนทั้งโต๊ะ พร้อมกับยื่นข้าวมันไก่จานหนึ่งไปให้พี่เป้ "เมียอาจารย์โทรมาตาม เลยบอกให้กูไปหาพรุ่งนี้แทน" "อ่อ" "แล้วพวกแป้งมากินข้าวกับพวกมันได้ไงเนี่ย “บังเอิญมาเจอกันที่ร้านนี่แหละค่ะ” ในตอนนี้เหมือนว่าฉันจะเป็นคนเดียว ที่ตั้งหน้าตั้งตาทานข้าวมันไก่ของตัวเองโดยที่นอกจากจานข้าวตรงหน้าฉันก็ไม่ได้หันไปมองอะไรอีก ยิ่งไม่มองไปทางด้านข้างที่มีร่างสูงที่แสนคุ้นเคยนั่งอยู่ จึงได้แต่นั่งตัวแข็งจนกระทั่งจัดการข้าวมันไก่ในจานตัวเองเสร็จ เธอก็รีบเอ่ยขอตัวทันที ไม่คิดจะนั่งอยู่ต่อแม้แต่เสี้ยววินาที “ขอตัวก่อนนะคะพี่ๆ” “แป้งเดี๋ยวฉันไปรอที่ร้าน เฉาก๊วยนะ จะได้สั่งเผื่อแกไปด้วยเลย” เอ่ยจบเธอก็เดินออกจากร้านข้าวมันไก่ทันที ไม่ได้หันกลับไปมองยังโต๊ะอาหารอีก สามชายหนึ่งหญิงสาวก็ได้แต่มองตามร่างบางในชุดนักศึกษาไปด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป “น้องหวายเขาเป็นอะไรรึเปล่าน้องแป้ง ดูเขารีบร้อนยังไงไม่รู้” ไอซ์เอ่ยถามออกมา “น้องเขาอาจจะรับสภาพการกินของมึงไม่ได้มากกว่า” ช้างเอ่ยขึ้นต่อ “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เห็นบ่นๆว่าอยากกินเฉาก๊วย คงกลัวว่าจะหมดเลยรีบไปมากกว่า” แป้งเอ่ยตอบคำถามทุกคนด้วยรอยยิ้ม ไอซ์กับช้างต่างเชื่อที่แป้งพูด คงมีเพียงแค่เป้เท่านั้นว่ามันไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้น และรู้ดีเป็นอย่างยิ่งอีกด้วยว่าเหตุผลที่แท้จริงก็คือตัวเขาเอง เห็นทีว่าสามวันที่เขาตั้งใจจะไม่ให้เธอเจอหน้า เผื่อที่จะให้เวลาเธอสักหน่อยดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย ยิ่งทำให้เธอยิ่งหนีเขามากขึ้นอีกด้วย เห็นทีคงจะต้องคุยกันให้รู้เรื่องเสียที หมดเวลาปล่อยเด็กเล่นแล้ว เป้คิดแล้วก็ยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยเรื่องที่ทำเป็นนึกได้กับน้องสาวตน “แป้งมีกระเป๋าที่อยากได้ไม่ใช่เหรอ วันนี้พี่ได้ยินแม่พูดว่าจะไปห้าง ทำไมแป้งไม่ไปดูกระเป๋ากับแม่เลยล่ะ” ข้อความที่ถูกส่งเข้ามาทางแชทในแอพสนทนาสีเขียวซึ่งปรากฏชื่อผู้ ส่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอทำให้หวายกดเข้าไปดูข้อความที่ถูกส่งมาทันที -ฉันติดรถพี่ช้างไปหาคุณแม่ที่ห้างนะ เฉาก๊วยส่วนของฉันฝากแก จัดการด้วย- เธออ่านข้อความแล้วก็กดตอบไปว่าโอเคตามด้วยส่งสติ๊กเกอร์รูปหัวใจไปให้ ยัยแป้งที่เหมือนรอแชทของเธออยู่ก่อนแล้วจึงส่งรูปสติ๊กเกอร์กอดกันกลับมา เธอเห็นแล้วก็ยิ้มออกมาก่อนจะเก็บมือถือลงในกระเป๋าสะพายสีดำใบเก่ง ไม่รู้ว่าถ้าเธอขอยกเลิกเฉาก๊วยที่สั่งไปเหลือแก้วเดียวจะยังทันหรือเปล่านะหวายคิด แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยถามคนขาย เฉาก๊วยสองแก้วก็ถูกวางลงที่เคาน์เตอร์ซะก่อน อ่า ไม่ทันแล้ว ไม่เป็นไร ฉันกินสองแก้วก็ได้ หลังจากที่จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย หวายก็ถือแก้วเฉาก๊วยออกมาทั้งสองแก้ว เดินมาครู่หนึ่งจึงเข้าเขตมหาลัยไม่ไกลนักมีม้านั่งที่ว่างอยู่หวายจึงนั่งลงที่ม้านั่งตัวนี้ คิดว่าจะนั่งทานเฉาก๊วยของเธอหมดแล้วจึงค่อยไปที่ร้านเหล้าพี่เค วันนี้เธอเตรียมชุดมาเปลี่ยนจึงไม่ต้องกลับไปที่คอนโดก่อน แต่เดี๋ยวก่อนนะ ไหนถุงชุดเธอล่ะ หายไปไหนแล้ว เธอว่างแก้วเฉาก๊วยลงที่ม้านั่ง ก่อนจะเริ่มมองหารอบๆตัวรอบๆม้านั่งพลางคิดไปว่าตัวเองไปลืมไว้ที่ไหนนะ เมื่อนึกย้อนกลับไปก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ถือถุงใส่ชุดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนอยู่ที่ร้านเฉาก๊วยแล้ว นึกออกแล้ว ต้องลืมเอาไว้ที่ร้านข้าวมันไก่แน่เลย ต้องรีบกลับไปเอาแล้ว หวายเตรียมตัวรีบไปเอาถุงใส่เสื้อผ้าของเธอที่น่าจะอยู่ที่ร้านข้าวมันไก่ แต่เสียงข้อความจากแอพสีเขียวก็ดังขึ้นอีกครั้ง เธอจึงหยิบมือถือออกมากดดูข้อความด้วยความเร่งรีบ -ลืมบอกแกไป แกลืมถุงเสื้อผ้าเอาไว้ ฉันเลยฝากพี่ชายฉันเอาไปให้แกแล้ว- ข้อความจากแป้งทำเอาเรื่องร้อนใจเมื่อครู่ของเธอหายไป เปลี่ยนเป็นเรื่องกวนใจที่เข้ามาแทน เมื่อครู่แป้งบอกว่าให้พี่ชายเอาของมาให้เธอ พี่ชายแป้งก็คือพี่เป้น่ะสิ แปลว่าหลังจากนี้ฉันต้องเผชิญหน้ากับพี่เป้อย่างนั้นเหรอ “หวาย” ยังไม่ทันที่เธอจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ เสียงเรียกคุ้นหูก็ดังมาจากทางด้านหลังของเธอซะแล้ว หวายในตอนนี้แข็งทื่อไปทั่วทั้งตัวโดยอัตโนมัติ “พี่เอาของที่เราลืมไว้มาให้ แล้วก็มีเรื่องอยากจะคุยกับเราด้วย”ตอนพิเศษ 4พยานรัก"วันนี้กินไรกันดีอ่ะแก ฉันอยากกินอาหารญี่ปุ่นได้ไหม"เป็นยัยแป้งเพื่อนสนิทของเธอที่เอ่ยถามขึ้น พร้อมกับที่เจ้าตัวยื่นโทรศัพท์มือถือที่กำลังอยู่ในหน้าแอพสั่งอาหารที่มีชื่อร้านอาหารญี่ปุ่นปรากฏอยู่"แกจะกดสั่งอยู่แล้ว ไม่ต้องถามฉันก็ได้มั้ง" เธอเอ่ยกับเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งน้องสามีของเธอด้วย"ถามเป็นมารยาทไง เพื่อนเป็นคนมีมารยาท งั้นกดสั่งเลยนะ""ตามใจแกเลย" เธอตอบพลางยิ้มเวลาผ่านไปไม่นานอาหารก็มาส่ง ยัยแป้งรีบวิ่งไปรับด้วยความเร็วแสง ก่อนที่จะรีบจัดแจงเปิดกล่องอาหารญี่ปุ่นอย่างกระตือรือร้นสุด ๆ"รีบมากินเร็วแก"ยัยแป้งควักมือเรียกเธอให้รีบเข้าไปหา เมื่อหวายเดินมานั่งที่โซฟาแล้วยัยแป้งจึงดันกล่องข้าวมาให้เธอ"ข้าวหน้าแซลมอน ฉันสั่งมาให้ ตรงฉันยังมีไข่ม้วนกับซูชิด้วยนะ" แป้งโฆษณาก่อนจะหันมาเปิดกล่องอาหารให้เพื่อนสาวเสร็จสรรพหวายนั้นเมื่อได้เห็นหน้าตาของอาหารร่วมไปถึงกลิ่นของอาหารตรงหน้าที่เข้ามาปะทะเข้าที่จมูกก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาในทันที เธอยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองก่อนที่จะกุลีกุจอวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็วแป้งที่เห็นท่าทางของเพื่อนสนิทก็ร้อนใจรีบสาวเท้าตามไปดู
ตอนพิเศษ1'เราเลิกกันเถอะ พี่ไม่ได้รักหวายแล้ว'พี่เป้เอ่ยประโยคที่ทำให้ฉันนิ่งค้างไปในทันทีที่ได้ยิน ซ้ำยังไม่รอให้ฉันตอบกลับไปเขาก็หันหลังเดินจากไปทันที'เลิกกัน ไม่รักแล้ว' คำว่าเลิกกับคำว่าไม่รักคือคำพูดของผู้ชายที่เธอรักและกำลังจะแต่งงานด้วย เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมันออกมาจากปากของเขาผู้ชายที่ดูว่ารักเธอมาก และไม่เคยมีอะไรทำให้เธอต้องรู้สึกสงสัยในความรักของเขาหวายค่อย ๆ ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดแรง พี่เป้ที่เอ่ยคำตัดสัมพันธ์เมื่อครู่ราวกับไม่ใช่คนที่เธอคุ้นเคย แววตาของเขาที่มองมาก็เช่นเดียวกัน มันเป็นแววตาที่ว่างเปล่าและไร้ความรู้สึก อะไรทำให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลงแบบนี้กันนะทำไมถึงหมดรักล่ะทำไม....ความคิดในหัวของเธอในเวลานี้วนเวียนคิดหาเหตุผลอยู่นานเป็นเพราะว่าเธอดูไม่สนใจงานแต่งของเราเหรอ ใช่แบบนั้นหรือเปล่า เธอต้องถามเข้าให้รู้เรื่อง เราต้องปรับความเข้าใจกันให้ได้ เธอจะไม่ยอมเสียเขาไปเด็ดขาด!!!คิดได้เช่นนั้นเจ้าของร่างบางก็รีบกุลีกุจอลุกขึ้น ก่อนจะวิ่งไปที่ประตูห้องของตนอย่างรวดเร็ว หมายจะรีบก้าวตามชายคนรักไปเพื่อรั้งเขาเอาไว้แต่ครั้นเมื่อ
“คุณปัณณธรค่ะ คุณเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและยังหล่อเหลามากแบบนี้ ไม่ทราบว่ามีแฟนหรือยังคะ” หลังจากที่อริสาถามออกไป ร่างสูงที่เธอสัมภาษณ์ก็เงียบไปครู่หนึ่ง จนเธอนึกว่าจะไม่ได้คำตอบแล้วถึงได้เอ่ยออกมา “มีแฟนแล้วครับ อีกทั้งคบกันมานานจวนจะเข้าปีที่หกแล้ว” “เอ่อ คำตอบของคุณปัณณธรคงทำให้สาวๆครึ่งประเทศร้องไห้แน่นๆเลยค่ะ ดิฉันเห็นคุณนิ่งไปนานนึกว่าจะไม่อยากตอบคำถามนี้ซะอีก” “ไม่ใช่ผมไม่อยากตอบครับ ความจริงผมแค่คิดว่าจะตอบออกไปยังไงดี” “ยังไงนะคะ” อริสาถามต่อย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก และรอให้เขาอธิบายเพิ่มต่อให้ “จะว่ายังไงดี คบกันมาจะหกปี ตอนนี้ผมรู้สึกไม่อยากเป็นแฟนกับเธอแล้วครับ” คำตอบของร่างสูงทำให้บรรยากาศภายในสตูดิโอเงียบไปหมด “เอ่อ ขอบคุณที่คุณปัณณธรมาให้สัมภาษณ์ในวันนี้นะคะ สัมภาษณ์ เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ” อริสารีบจบสัมภาษณ์ทันที เมื่อเธอรู้สึกว่ากำลัง ถามถึงสิ่งที่ไม่ควรถามออกไปซะแล้ว “ในเมื่อคุณสัมภาษณ์ผมเสร็จแล้ว อย่างนั้นจะเป็นอะไรไหมครับถ้า ผมอยากจะขอเป็นฝ่ายขอสั
บทที่ 25/1บทส่งท้าย ห้าปีผ่านไป หลังจากเรียนจบหวายก็เริ่มทำงานที่บริษัทนิตยสารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่มีนิตยสารชื่อดังหลายประเภททั้งด้านแฟชั่น ธุรกิจ ข่าวสาร การท่องเที่ยว และอื่นๆอีกมากมาย เธอเข้ามาในฐานนะช่างภาพฝึกหัด จนกระทั่งได้เป็นช่างภาพประจำของบริษัทได้สำเร็จ ส่วนใหญ่ภาพถ่ายที่เธอถ่ายก็จะเป็นประเภทด้านแฟชั่น นางแบบ เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ วันนี้งานที่เธอถูกไหว้วานให้มารับหน้าที่ถ่ายภาพแทนไม่ใช่ด้านที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่นเลย แต่เกี่ยวกับธุรกิจ เห็นว่าเป็นนักธุรกิจที่จะมาในวันนี้กว่าจะตอบรับให้สัมภาษณ์ได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆเลย ทางบริษัทติดต่อไปหลายครั้งกว่าเจ้าตัวจะย่อมใจอ่อนมาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ เดิมที่พี่คนที่รับหน้าที่ถ่ายรูปให้กับประเภทธุรกิจโดยตรงวันนี้ดันไม่สบายกะทันหัน เธอจึงถูกไหว้วานให้มาทำหน้าที่แทนเพราะดูเหมือนเธอจะว่างพอดีที่จะมาแทนได้ ส่วนช่างภาพคนอื่นๆไม่ออกไปทำงานนอกสถานที่ก็ล้วนแล้วแต่ มีงานรอถ่ายอยู่ก่อนแล้วทั้งนั้น “ขอบคุณหวายมากนะที่มาช่วย ไม่ได้เราพี่คงแย่แน่ๆเลย” พี่อริสา นักข่าว
“พี่ไม่ปล่อย” เขาเอ่ยขึ้นเสียงแข็ง อีกทั้งยังรู้สึกเป็นห่วงเธอมาก และรู้ว่าเธอพยายามจะให้เขาปล่อยเพื่อจะหลบเขาและเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอแน่ถ้ายังไม่ว่ายใจ เพราะฉะนั้นเข้าจึงจัดการอุ้มร่างบางขึ้น และพาเธอเดินเข้าไปในห้องนอน ถึงร่างบางในอ้อมแขนของเขาจะขัดขืนทว่าเขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอลงไปเมื่อเดินเข้ามาในห้องแล้วเข้าจึงยอมปล่อยเธอลงในที่สุด“หวายไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ พี่เป้ช่วยออกไปก่อนได้ไหมคะ” ครั้งนี้เธอย้ำกับเขาอย่างใจเย็น“ทำไมล่ะ”“หวายอยากอาบน้ำแล้วไงคะ อยู่แบบนี้มันก็เปียกไปหมดจริงไหม”“นั่นสิ งั้นพี่เองก็ต้องรีบอาบน้ำด้วยเหมือนกัน ดีจะได้อาบพร้อมกันไปเลย” พูดจบเขาก็อุ้มร่างบางไปในห้องน้ำทันที“เราน่ะชุดว่ายน้ำชิ้นบนหลุดทำไมไม่บอกพี่” เขาเอ่ยถามเธอเมื่อวาง เธอลงที่อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และทำการเปิดน้ำใส่ในอ่างให้อย่างเสร็จ สรรพ“พี่เป้รู้ได้ยังไงคะ” คนตัวเล็กกว่าถามขึ้น เธอในตอนนี้นั่งกอดตัวเอง เอาไว้แน่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่นี้“ก็เพิ่งรู้แน่ชัดเมื่อกี้แหละ ทำไมอายพี่เหรอ” เขาเย้าต่อ เมื่อครู่ตอน อุ้มเธอเข้ามาเมื่อมองสำรวจทั้งตัวของเธอดีๆจึงได้เห็นว่าสายผูกชุดว่ายน้ำที่ เขาเห็นซึ่งจะมีผูกอยู
บทที่ 24/1ห้วงเวลาแห่ง (รัก)เวลาล่วงเลยมาถึงสามทุ่มกว่าๆนั่นแหละ หวายกับเป้ถึงได้กลับมาทิ้งตัวนั่งลงที่ห้องนั่งเล่นภายในวิลล่าของตน พร้อมกับข้าวของไม่น้อยที่พวกเขาหอบหิ้วมาจากถนนคนเดิน“ตอนเดินไม่เห็นเป็นไรเลย ทำไมตอนนี้ทำเป็นหมดแรงไปซะแล้ว” เป้เอ่ยแซวแฟนสาวของเขา“พลังแฝงไงคะรู้จักไหม” เธอตอบเชิงขบขัน“เหมือนรู้จักดีเลยด้วยซ้ำ คุณแม่พี่กับยัยแป้งก็มีพลังแบบนี้เหมือนกันนี่”“ไม่เท่านั้นหรอกค่ะ ความจริงแล้วพวกผู้หญิงแบบเรามีพลังอย่างนี้กันทุกคน” หวายเอ่ยพลางหัวเราะขึ้นมา“พี่นี่สงสารผู้ชายทั้งโลกขึ้นมาทันทีเลยครับ” เขาเองก็ทำท่าทางตื่นกลัวรับมุขเธอตอบกลับไป“ก่อนจะสงสารพวกเขา พี่ควรสงสารตัวเองนะคะ เพราะพี่น่ะต้องเจอกับตัวถึงสามคนด้วยกัน ทั้งคุณแม่พี่ ทั้งยัยแป้ง แล้วก็หวายอีก”“ทำไมพี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนข่มขู่อยู่เลยนะ” เป้ทำทีแกล้งเอา มือแทบไว้ที่อบราวกับเสียขวัญ“ก็กำลังข่มขู่อยู่จริงๆไงคะ เป็นไงเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหม”“กลัวครับ กลัวจังเลย” เป้ทำทีเป็นร้องโวยวายออกมาอย่างตื่นกลัว ก่อนจะคว้าร่างบางมากอดเอาไว้ อีกทั้งยังโวยวายไม่หยุด ทั้งคู่หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน เป้แก
เธอกับพี่เป้พากันนั่งลงที่ม้านั่งแห่งหนึ่งในสวนสาธารณะ ซึ่งด้านหน้าติดกับสระน้ำกลางสวนขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศรอบๆที่มีต้นไม้และสระน้ำรวมด้วยเวลานี้อากาศกำลังเย็นสบายดียิ่งนัก“ดีขึ้นไหมคะพี่เป้ อยากให้หวายพากลับห้องเลยไหม” เธอเอ่ยถามร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างตัวอย่างเป็นห่วง“นั่งรับลมที่นี่สักพักดีกว่า
“หวานขอโทษนะคะพี่หวาย หวานไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ครั้งนี้หวานถึง ขั้นยกมือขึ้นไหว้ ตอนนี้เธอได้ทั้งความสงสารจากพี่แป้งและก็หากเคลียร์ปัญหากับพี่หวายได้ ในอนาคตเธออาจมีมิตรเพิ่มขึ้น “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หลายครั้งพี่ก็พูดแรงๆกับเราไปเหมือนกันถือว่า หายกันไปก็แล้วกัน” เธอจำต้องพูดดีเอาไว้ก่อน เ
บทที่ 15/1เรียกมันว่า อาการของคนคลั่งรักหวายยังจำได้ดีครั้งแรกที่ริมฝีปากของเธอถูกเขาครอบครองหรือถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือถูกบังคับจูบกับเขาในตอนนั้น เวลานั้นเธอทั้งรูปสึกโมโห กลัวและเสียขวัญเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าครั้งนั้นทำเอาเธอรู้สึกกลัวไม่อยากเห็นหน้าเขาไปเลย ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วที่เธอจะรู้สึกแบบ
เธอคิดว่าเขาคงยุ่งๆกับอะไรอยู่จึงไม่ได้ส่งข้อความไปถามเช่นกัน “ข้าวต้มปลามาส่งแล้วครับ” นี่คือประโยคแรกที่เขาเอ่ยขึ้นหลังจากที่เจอหน้าเธอ หวายเอื้อมไปรับถุงข้าวต้มปลามาถือเอาไว้ด้วยใบหน้างง “หวายไม่ได้สั่งนี่คะ” “ใจพี่สั่งมาครับ” เสียงขรึม



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



