Masukก่อนหน้าที่จะแยกย้ายกันออกไปทำงานในวันเดียวกัน
“วันนี้ทศมีนัดอะไรพิเศษหรือเปล่า” สืบสานถามคนรักที่งอแงสองแขนคล้องคอเขาเอาไว้หลวม ๆ ท่าทีแง่งอนของทศวรรษทำให้สืบสานใจอ่อนยวบ เขาไม่เคยแข็งใจได้เลยสักครั้งที่อีกฝ่ายทำตัวออดอ้อนเขาแบบนี้ สายตาพราวระยับจับจ้องดวงหน้าของคนรักไม่วางตา
“จะมีได้ยังไงล่ะครับ วันพิเศษสำหรับเราสองคนทั้งที วันนี้เราหยุดไม่ได้เหรอครับ” ทศวรรษริมฝีปากเบะคว่ำ ใบหน้างอง้ำวันพิเศษทั้งที แทนที่จะดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์ให้หนำใจสิ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมหยุดอยู่บ้านเฉย ๆ แถมยังบีบจมูกที่เชิดรั้นนั้นอย่างมันเขี้ยว
“เป็นเจ้าของบริษัทแบกชีวิตลูกน้องไว้บนบ่าหลายคน…อย่าลืมสิ”
“วันเดียวเอง” ทศวรรษยังคงต่อรองไม่เลิกแถมยังจุ๊บปลายคางของคนรักอย่างเอาใจ ไล่ลงมาที่ลำคอ ไหปลาร้า สองมือสืบสานเองก็วางไว้ที่บั้นท้ายปล่อยให้ลูกแมวของเขาได้คลอเคลียอย่างพอใจ ทศวรรษเอาแต่ใจแค่ไหนเขารู้ดี และก็เป็นเขาเองที่ทำให้อีกฝ่ายเสียนิสัยขนาดนี้
“เดี๋ยวก็ไปทำงานสายหรอก” สืบสานหลุบตามองคนรักที่จ้องมองด้วยความน้อยใจ จนอดที่จะหอมแก้มขาวนั้นแรง ๆ สองสามทีไม่ได้
“จะสายแค่ไหนกันเชียว” ทศวรรษว่า…วันนี้ทศวรรษตั้งแต่ตื่นเช้ามาก็ใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พอสืบสานลืมตาตื่นมาเขาก็ทำตัวเกาะอยู่ด้านหลังเหมือนโคอาล่า อยากกอด อยากหอม และในใจก็หวาดกลัว…ไม่รู้ว่าความกลัวที่ว่านั่นคืออะไร แต่เอาเป็นว่าตอนนี้เขาไม่อยากอยู่ห่างจากสืบสานไปสักเสี้ยววินาที เขากอดอีกฝ่ายแนบแน่นอยู่หน้าประตูห้องคอนโดไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายออกไปทำงานสักที
“หอมก่อน หากทศพอใจพี่ถึงจะไปทำงานได้” ทศวรรษยื่นข้อแลกเปลี่ยนอย่างเอาแต่ใจ และทั้งชีวิตเขาบางทีหากปล่อยอีกฝ่ายหลุดมือไปเขาไม่อาจไปตามหาสืบสานคนที่สองได้อีก
ผู้ชายตรงหน้าคนนี้ไม่เพียงให้ความรัก ให้ความอบอุ่นแก่เขา แต่กลายเป็นโลกทั้งใบอย่างที่เคยบอกเราผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย มากเกินกว่าจะปล่อยมือให้อีกฝ่ายจากไปง่าย ๆ ไม่มีสืบสานอยู่ตรงนี้ก็คงไม่มีทศวรรษเจ้าของบริษัทอย่างทุกวันนี้
“ตรงไหนน้าที่หอมที่สุด ตรงนี้หรือตรงนี้” สืบสานไล่ปลายนิ้วชี้เรียวยาววาดเส้นไปตามแผ่นหลังจากบนลงล่างก่อนจะลากผ่านตรงร่องก้นไปอย่างทะเล้น
“ทะลึ่ง” ทศวรรษถลึงตาใส่ก่อนจะทุบอกอีกฝ่ายเบา ๆ
“หึ หึ” สืบสานหัวเราะในลำคอน้อย ๆ ที่ได้แหย่แมวขาวของเขา ไม่มีร่องรอยเล็บฝากไว้ให้คันยุบยิบในใจ วันนั้นก็เหมือนจะนอนไม่หลับ ปากที่เบะคว่ำเหมือนเด็ก ไหนจะร้องเรียกอย่างเอาแต่ใจ บางครั้งก็ยั่วยวนจนแทบอยากจะบีบเคล้นให้แหลกละเอียดคามือ ผู้ชายที่ไว้ทรงผมลากไทรหัวทองตรงหน้า กำลังเงยหน้าจ้องมองเขาด้วยแววตาขบขันและรอคอยอย่างใจจดใจจ่อก่อนจะได้รับจุมพิตที่หว่างคิ้วเบา ๆ พรมจูบไปทั่วกรอบหน้า หยุดที่ริมฝีปากบางที่ทาลิปกลอสกลิ่นสตอเบอร์รีเคลือบไว้อีกชั้น จากจูบละเลียดละไมในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นจูบอย่างโหยหา เราอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้แต่ดูเหมือนว่าตัวทศวรรษเองเหมือนไม่รู้จักพอกับสัมผัสนั้น ยิ่งสัมผัสยิ่งโหยหา ลิ้นร้อนปัดป่ายไปทั่วโพรงปาก แผ่นหลังทศวรรษแนบชิดกับประตูห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่ามีอ้อมแขนแข็งแรงโอบกอดเขาเอาไว้ไม่ให้แผ่นหลังเสียดสีกับบานประตู
สืบสานยังคงเป็นคนที่ถนอมเขายิ่งกว่าใคร…
“อื้อ” เสียงหอบกระเส่า เสียงครางเครือ เสียงเฉอะแฉะของน้ำลายดังก้องไปทั่ว ก่อนจะสบตากันกอดกันอยู่อย่างนั้น หางตาของทศวรรษแดงระเรื่อชวนให้ลงมือแกล้งหนัก ๆ เสียจริง แต่ว่าตอนนี้ต้องไปทำงานแล้ว
“...คืนนี้” สืบสานว่าพลางกลั้วหัวเราะในคอพร้อมกับจูบขมับของคนรักที่ตัวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขน ทศวรรษพยักหน้าไม่ตอบอะไร พลางซบหน้าลงกับลาดไหล่นั้นสักพัก
“ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกด้วยนะครับ พยากรณ์อากาศวันนี้ตอนบ่ายจะมีฝนตกด้วย ขับช้า ๆ ไม่ต้องรีบ ทศไม่ไปไหนจะรอพี่ที่ร้าน”
“รับทราบครับ” ไม่พูดเปล่าสืบสานยังทำมือวันทยหัตถ์สามนิ้วเรียวแตะตรงหางคิ้วเหมือนทหารอีกด้วย ทศวรรษหัวเราะก่อนจะดันหลังอีกฝ่ายให้ออกไปทำงาน
“เล่นบ้าอะไร ไปทำงานได้แล้ว”
“สมใจแล้วไล่กันเลยนะ” สืบสานเป็นฝ่ายค่อนขอดเสียเอง
“ช่วยไม่ได้พี่มักน้อยเองต่างหาก” ทศวรรษหันมาตอบอย่างทะเล้น
“หากพี่มักมากทศคงลุกไม่ขึ้นแน่ ๆ” สายตากรุ้มกริ่มที่มองมาทำเอาใบหน้าทศวรรษร้อนผ่าว ทศวรรษดันหลังอีกฝ่ายให้รีบไปทำงาน สืบสานที่เพื่อน ๆ ต่างมองว่าเป็นผัวตัวอย่าง พ่อพระนัมเบอร์วันแต่ความจริงทะลึ่งตึงตังอย่าบอกใคร ไม่ได้ถือศีลอดอย่างที่ใครเขาว่า แต่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้อย่างมิดชิด หลบเร้นสายตาของคนอื่นได้อย่างแนบเนียนต่างหาก
แต่พออยู่บนเตียงเท่านั้นแหละ…รสนิยมชมชอบ มองที่ภายนอกไม่ได้จริง ๆ
ทศวรรษโบกมือส่งคนรักที่เดินหายเข้าไปในลิฟต์ก่อนจะเตรียมตัวเดินทางไปทำงานเช่นกัน มีเพียงอยู่ต่อหน้าสืบสานคนรักเท่านั้นที่ทศวรรษจะทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต กระทืบเท้างอแงเอาแต่ใจ ด้านไม่ดีของเขามีเพียงแต่สืบสานที่ได้เห็น
แต่ภาพลักษณ์ที่ลูกน้องพนักงานในบริษัทมองมา ทศวรรษเป็นเจ้านายที่รู้จักใช้พระเดชและพระคุณในการปกครองคน และไม่เคยด่ากราดลูกน้องต่อหน้าคนอื่น ๆ เขาจะเรียกไปต่อว่าเป็นการส่วนตัว ทำดีได้รับคำชม ทำผิดพลาดก็ติเตียนเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีศักยภาพ อีกทั้งว่ากันว่าไฟในการทำงานของเจ้าตัวไม่มีวันหมดเป็นเพราะคนที่คอยอยู่เคียงข้างคนนั้น
โทรศัพท์สายนั้นเปลี่ยนชีวิตของทศวรรษไปจนหมดสิ้น
กว่าสิบปีที่ผ่านมา พริบตาเดียวภาพเหล่านั้นกลับกลายเป็นกล่องความทรงจำที่ถูกพับเก็บลงไป บ้างตกหล่น บ้างขาดหาย แถมผู้ชายผมทองตรงหน้ายังกลายเป็นคนแปลกหน้าที่สืบสานไม่รู้จักอีกด้วย…
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







