Masukสภาพแต่ละคนที่กลับมาถึงคอนโดทศวรรษในสภาพทุลักทุเล มะเดี่ยวเป็นคนที่เมาน้อยที่สุดในบรรดาห้าคน แกรปที่เรียกมาต้องหยุดรถเป็นระยะเพื่อเปิดกระจกให้คนเมาอ้วกไปตลอดทาง
“เช็ดครก พวกห่า” มะเดี่ยวบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็คอยประคองแต่ละคนขึ้นห้องไป ทศวรรษที่ยังพอมีสติเดินเหินเองได้ แต่ก็ต้องคอยเกาะกำแพงไปตลอดรวมไปถึงคอยพยุงสานฝันที่เมาคอพับ เมื่อเห็นเตียงต่างคนต่างอยู่ในสภาวะทิ้งตัวไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แล้วในไลฟ์ของสามสาวก็ฉายภาพเหตุการณ์เด็ดทุกฉากทุกตอน มีทั้งคนชอบใจที่ได้เห็นทศวรรษที่นาน ๆ ที่จะมาจอยในไลฟ์ รวมไปถึงลูกหลานอีลีทอย่างสานฝัน และวาฬตัวใหญ่ที่พวกเขากำลังวางแผนจะหว่านแหจับ ไม่รู้ว่างานนี้ใครจ้องจะจับใครแต่เป้าหมายที่ว่ากลับยิ้มกริ่ม นั่งสูบบุหรี่โดยมีเด็กหนุ่มที่หน้าตาเหมือนทศวรรษกำลังคุกเข่ามอบความสุขสมให้ มือหนึ่งคีบบุหรี่ มือหนึ่งกลับถือโทรศัพท์เป้าหมายแกว่งไปแกว่งมาด้วยสีหน้าและอารมณ์ที่ซับซ้อน
บ่ายสามต้นตาลที่ฟื้นเป็นคนแรกลุกไปอาบน้ำแต่งตัวและเริ่มลงมือทำอาหาร มะเดี่ยวและปลายฟ้าที่สวมชุดเมื่อคืนเดินหาวออกมาในสภาพอิดโรย
“อีห่ามึงจะตำอีกนานไหม กูนึกว่าฟ้าถล่ม” มะเดี่ยวโวย
“เอ้า ถ้าอีตัวไหนแดกกูตบปากแตก” ต้นตาลว่าพลางบีบมะนาวลงไปในครก
“กี่โมงกี่ยามแล้วมึง” ปลายฟ้าถามพลางเดินไปควานหาน้ำไปตู้เย็น
“บ่ายสามแล้วอีห่า นั่นนอนหรือตาย” ต้นตาลบ่นกระปอดกระแปด
“ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วไปดูอีทศซิ” มะเดี่ยวนึกอะไรขึ้นได้ก่อนจะเอ่ยถามต้นตาลด้วยความใคร่รู้
“มึงว่าผู้ที่อุ้มอีทศเมื่อคืนนั่นใช่อีพี่โตปืนใหญ่ปะ…กูจำแทบไม่ได้”
“แดกก่อนค่อยว่ากัน ตอนนี้หัวสมองกูตื้อไปหมด แม่งไปอย่างหงส์กลับอย่างหมาของแท้”
“อีต้นมึงต้องโทษอีมะเดี่ยว กรอกเหล้าเหมือนน้ำเลยอีห่า กูนี่โชกไปด้วยเหล้า เปียกยันร่องก้น” ปลายฟ้าบ่นอุบ
“เหล้าหรือขี้เอาดี ๆ” ต้นตาลแขวะ
“ปากเสีย!” ปลายฟ้าสะบัดหน้าหนีก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องทศวรรษพร้อมกับไปเรียกน้องผัวอีทศให้มากินข้าวกินน้ำ
ท่ามกลางอาหารมื้อแรกของวัน
ต้นตาล : “อีทศ น้องผัวล่ะ” ต้นตาลที่ชะเง้อคอมองหาใครอีกคน ทศวรรษตาปรือเดินออกมาในสภาพผมเผ้าเปียกชุ่มพลางเช็ดผมไปด้วย
“ยังไม่ตื่น รายนั้นบอกว่ากินก่อนเลย” ต้นตาลพยักหน้า ทศวรรษเดินมาทิ้งตัวลงอย่างแรงข้าง ๆ ต้นตาล
ทศวรรษ : “กระดูกกระเดี้ยวกูหักหมดแล้วมั้ง”
ต้นตาล : “สม…วาดลวดลายไม่ดูสังขารเลยอีห่า” ทั้งสี่ต่างก็กินไปด้วยคุยไปด้วย
“ซู้ด ซู้ด” เสียงซดน้ำแกงของปลายฟ้าทำเอาคนทั้งสามชะงัก
ต้นตาลเอ็ดเสียงดังทันที : “อีปลายแดกได้เหี้ยมาก”
ปลายฟ้า : “ถือว่าเวทนาคนแฮ้งก์”
มะเดี่ยว : “นี่อีต้น กูละสงสัยมึงเอาเวลาที่ไหนไปทำมาหาแดกของพวกนี้คะ ไม่ไปเปิดร้านข้างผับนอกจากจะได้ใส่บาตรในตอนเช้าแล้ว แวะซดต้มแซ่บร้อน ๆ ก่อนนอนได้อีกต่อ”
ต้นตาล : “กูเปิดแล้วค่ะ”
ทั้งสามคน : “หา…!”
ทศวรรษ : “ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
มะเดี่ยว : “อีทศมึงไม่รู้ไม่แปลก แต่พวกกูตัวติดกับมันแทบทุกวัน มึงไปเปิดตอนไหนอีต้น”
ต้นตาล : “โอ๊ย…ก็มึงจำที่กูโพสต์ถามหาคนเซ้งร้านข้าง ๆ ร้านวิกผมกูได้ปะ คือร้านมันใหญ่ ค่าเช่าแพงด้วยไงคนเลยไม่เอา ไป ๆ มา ๆ วันนึงกูไปแดกส้มตำร้านประจำแล้วแม่ค้าแกไปไหนไม่รู้ พี่สาคือปกติคอยล้างจานเป็นลูกมือเลยอาสาตำให้ ตอนนั้นกูหิวแทบจะล้มช้างได้ทั้งตัว ใครตำไม่สำคัญ แดกได้เป็นพอ…”
ปลายฟ้า : “อย่าบอกว่าแม่ครัวร้านมึงคือพี่สา”
ต้นตาล : “เออ…มันไม่ใช่แค่อร่อยธรรมดานะมึง แบบแสงออกปาก อีกอย่างพี่เขามีปัญหากับครอบครัวพอดี กูเลยตัดสินใจทุบกระปุกหมูเซ้งซะเลย”
มะเดี่ยว : “แม่บุญทุ่มของแท้”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







