Masukทั้งห้าคนต่างก็แปลงโฉมในคอนโดของทศวรรษ สานฝันเจ้าภาพงานวันเกิดวันนี้ก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
มะเดี่ยว : “อีทศมึงปล่อยให้ตัวเองโทรมอย่างงี้ได้ไงอีห่า เสียของหมด มา…เดี๋ยวกูจะเสกเบ้าหน้าจากลูกเป็ดขี้เหร่ที่ร้องไห้เตร็ดเตร่ในทุ่งหญ้าสะวันนา กลายเป็นพญาหงส์ขาวที่นอนแช่ตัวอยู่ในอ่างบลูลากูน”
ทศวรรษ : “…หน้ากูเหี้ยขนาดนั้นเลย?”
มะเดี่ยว : “ขนาดนั้นเลยค่ะ” ทศวรรษหน้างอง้ำแต่ก็ไม่พูดอะไรออกไปอีก ทางด้านสานฝันหลังจากที่แต่งตัว แต่งหน้าเสร็จก็นั่งรอพลางมองดูนั่นนี่ในห้องนอนทศวรรษไปเรื่อยจนไปเจอเอกสารเที่ยวบินและแผนการท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึงนี้ ในหัวก็ผุดแผนการขึ้นมาเป็นฉาก ๆ
สานฝัน : “วันนี้พวกพี่ไม่ไลฟ์กันเหรอคะ”
ต้นตาลที่กำลังตบแป้งอยู่นั้นเป็นฝ่ายตอบ “ไลฟ์สิจ๊ะ แต่ว่าตอนนี้ต้องแปลงร่างซะก่อน เดี๋ยวบรรดา FC จะตกใจเอา” พูดเสร็จก็หัวเราะร่วน
ปลายฟ้าที่กำลังหาเสื้อผ้าอยู่ในกองที่วางเรี่ยราดบนพื้นเอ่ยขึ้นมา “มีวลีแสงและสีทำให้ผีกลายเป็นคน แต่กูว่าไม่จริง”
มะเดี่ยว : “ทำไม” มือที่กำลังสะบัดแปรงบรรจงแต่งแต้มเครื่องสำอางลงบนใบหน้าของเพื่อนรักอย่างขะมักเขม้น อดที่จะถามออกมาไม่ได้
ปลายฟ้า : “กูว่ารองพื้นที่ดี ที่เหมาะกับสภาพสีผิว ไหนจะโทนการแต่งหน้า อย่าพึ่งว่าตัวเองขี้เหร่ถ้ายังไม่แต่งแต้มเครื่องสำอาง คอต้องไม่ลอยแบบว่าหน้าฉันแต่คอใคร”
มะเดี่ยว : “ถูก…มึงดูสภาพอีทศตอนนี้” มะเดี่ยวจับใบหน้าของทศวรรษที่แต่งหน้าได้เพียงครึ่งเดียวหันไปให้บรรดาคนอื่น ๆ ดู แม้แต่สานฝันยังอดอุทานไม่ได้
ทอฝัน : “พี่ทศสวยมาก”
ปลายฟ้า : “เห็นมะ”
ทศวรรษ : “ฝันเองก็สวยเหมือนกัน”
สานฝัน : “ไม่เป็นไร งานนี้ฝันอยากให้พี่ทศเฉิดฉาย”
ต้นตาล : “จะว่าไปตั้งแต่อีทศมีผัวก็ไม่ค่อยได้ออกล่าราตรีกับพวกเราเลย”
มะเดี่ยว : “สมน้ำหน้ามัน ใครบอกให้มีผัวไว อยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือนเป็นไงละคะ”
ปลายฟ้า : “เพราะฉะนั้นคืนนี้อีทศมึงเฉิดฉายให้เต็มที่ พวกกูจะคอยถือสปอตไลต์ให้มึงเอง”
สานฝัน : “เต็มที่ไปเลยค่ะพี่ทศ มื้อนี้ฝันเป็นเจ้าภาพเอง”
ทศวรรษ : “…”
FISRT PARADISE
สถานที่จัดงานปาร์ตีวันเกิดของสานฝันเป็นผับย่านการค้าชื่อดัง สิบกว่าโต๊ะด้านหน้าเวทีต่างก็ถูกจับจ้องโดยเจ้าของงานวันเกิด ของขวัญวันเกิดต่างก็ถูกจัดส่งไปที่บ้านของเจ้าตัว งานนี้เป็นครั้งแรกที่สานฝันได้เปิดหูเปิดตาท่องราตรีอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนของฝั่งทศวรรษ แต่งานนี้เองเช่นกันที่ทำให้สานฝันได้รู้จักกับความรักอีกครั้ง…
ในไลฟ์ช่องของบรรดาสามสาวต่างมีผู้ร่วมสนุกจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คือเป้าหมาย เมื่อเหล้าเข้าปากความโศกเศร้าที่มีก็ถูกละลายไปพร้อมกับแอลกอฮอล์ในสายเลือด เราต่างก็รู้ว่าเป้าหมายในครั้งนี้คืออะไร และรู้ดีว่าวาฬตัวนั้นไม่ปรากฏตัวที่นี่ง่าย ๆ ถ้าไม่มีแรงจูงใจและแม่เหล็กดึงดูดความสนใจที่มากพอ
ตอนแรก ๆ ทศวรรษก็ยังคงไว้ตัว ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับแสงสีเหล่านั้น นานแล้วที่เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ แต่ละครั้งที่มาก็จะมีสืบสานมาด้วยทุกครั้ง น้อยครั้งที่สืบสานจะปล่อยให้เขาไปกับเพื่อนฝูง ไม่ใช่ไม่ไว้ใจแต่เพราะทศวรรษไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองน่ะ…เย้ายวนและมีเสน่ห์ล่อสายตาเก้งกวางขนาดไหน พอเวลาล่วงเลยไปไม่รู้ว่าใครเป็นคนกรอกเหล้าเพียว ๆ การแสดงบนเวทีก็เร้าใจมากเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นผับบาร์ทั่วไป ไม่ใช่บาร์เกย์ แต่ทว่าคืนนี้กลับมีโชว์พิเศษจากทางร้านที่ไม่รู้ว่าไปสรรหาบรรดานายแบบกล้ามโตพวกนี้มาจากไหน หน้าตาไม่ต้องถามถึง เทียบกับพวกดาราได้สบาย ดีเจเองก็บิ้วอารมณ์เหล่าผีเสื้อราตรีทุกคนต่างโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเมามัน โดยเฉพาะน้องใหม่อย่างสานฝันที่แดนซ์กระจายจนมะเดี่ยวต้องอ้าปากค้าง
ทศวรรษเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำอีท่าไหน มือที่ชูขึ้นโบกไปมาให้กับเหล่าบรรดาแดนซ์เซอร์ชายบนเวทีก็ถูกฉุดกระชากขึ้นไปบนเวที กลายเป็นควีนที่ผู้ชายเปลือยกล้ามสวมชั้นในตัวจิ๋วรายล้อม
ต้นตาลเองก็ส่งเสียงเชียร์ด้านหลัง “สู้เขาอีทศ อย่าไปยอม” เสียงโหวกเหวกโวยวายไม่รู้ใครเป็นใคร ต่างก็มารุมล้อมคนงาม บ้างจับมือขาวของทศวรรษมาลูบหน้าอกเปลือยเปล่าของตัวเอง บ้านก็ซ้อนหลังโอบเอว ทศวรรษที่ถูกพิษของแอลกอฮอล์เล่นงานยืนแทบไม่ไหว สีหน้าและท่าทางในตอนเมานั้นช่างยั่วยวน นัยน์ตาที่หวานเชื่อมยามช้อนสายตาจ้องมองฝ่ายตรงข้ามทำเอาคนถูกจ้องมองทำตัวไม่ถูก ทศวรรษถูกโอบกอดอยู่กลางเวทีที่เปลี่ยนสเต็ปโยกย้ายไปตามจังหวะ ไม่รู้จังหวะสุดท้ายผิดคิวหรืออย่างไร บวกกับหัวสมองที่มึนเบลอทศวรรษจึงเสียหลักเกือบตกเวทีแต่ทว่ามีอ้อมกอดแข็งแกร่งที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากกอดเอวเล็กไว้แน่นพร้อมดึงเข้าหาตัว ก่อนจะพลิกอุ้มในท่าเจ้าสาว เสียงกรีดร้องข้างล่างดังกระหึ่ม ทุกสายตาต่างก็โฟกัสไปในทางเดียวกันบนเวที ก่อนจะมีเสียงแปดหลอดของต้นตาล มะเดี่ยว ปลายฟ้า ดังขึ้นมา
“เพื่อนหนูค่ะ เพื่อนหนู ทางนี้” ทศวรรษจึงถูกอีกฝ่ายอุ้มลงทางเวทีไปยังหน้าโต๊ะที่สามสาวต่างโบกไม้โบกมือให้
“ขอบคุณครับ” ทศวรรษกระซิบข้างหูเพื่อขอบคุณอีกฝ่ายที่อุ้มเขาลงมาข้างล่างเวที อีกฝ่ายไม่พูดอะไรก่อนจะล่าถอยไป
ค่ำคืนนี้ต่างฝ่ายต่างเป็นที่จดจำ…
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







