Masuk“คืนนี้ผมมีธุระ มีอะไรเกิดขึ้นไม่ต้องตาม”
“คะ ครับ?”
“แค่เล่นตามน้ำไปก็พอ”
“จะให้เรียกภพพานมาด้วยไหมครับ” นลัทถามพลางก้มหน้าจัดแจงกำหนดการล่วงหน้าในมือและหมายจะควักโทรศัพท์ออกมาติดต่อเด็กเลี้ยงของคุณโตอย่างภพพาน แต่พอเงยหน้าเห็นสีหน้าที่ว่างเปล่าแถมยังเท้าแขนจ้องมองอย่างไม่วางตา นลัทเองก็ทำตัวไม่ถูก
“สนิทกันดีนะเดี๋ยวนี้”
“ไม่ครับ ไม่เลย” นลัทแทบอยากจะเอาแฟ้มปิดหน้าเสียซะให้รู้แล้วรู้รอด เวลาเอ่ยถึงภพพานต่อหน้าคุณโตทีไรเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแสนโวลต์กำลังช็อตเขาอยู่ในอากาศ ไหนบอกเป็นแค่เด็กเลี้ยงไง…ก็ไม่รู้ใครเลี้ยงใคร เอ่ยชื่อยังไม่ได้เลย นลัทเก็บสีหน้าก่อนจะแสร้งถาม
“ก็ถ้าคุณโตเมาผมจะได้ไปรับ”
“ไม่ต้อง”
“จะนอนที่คลับเหรอครับ”
“โมเตล”
“หา…” เตวินทร์ยกยิ้มที่มุมปาก
“เตรียมเอกสารชุดหนึ่งไว้ให้ผมก็พอ”
“…” รอยยิ้มของคุณโตทรงโจรมาก นลัทกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ คืนวันศุกร์สุดสัปดาห์นี้ขอให้ชีวิตของเขาราบรื่นและผ่านได้ด้วยดีด้วยเถิด พ่อคุณโตนาน ๆ ติดต่อกันทีก็จริง แต่ก็เป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพล เกิดลูกชายเขาเป็นอะไรมา เลขาคนสนิทอย่างเขาจะมีหน้าไปพบกับคุณเตโชได้อย่างไร โอ๊ยอยากตาย!
คลับฮิปฮอปยอดนิยมในสุขุมวิทแห่งหนึ่ง
เป็นสถานที่ที่ทศวรรษนัดมาเอาโทรศัพท์คืนจากอีกฝ่ายที่ไม่รู้บังเอิญหรือตั้งใจหยิบติดมือไปกันแน่ แถมยังเล่นตัวสุด ๆ กว่าจะนัดแนะกันได้กินเวลานานร่วมสัปดาห์
ต้นตาล : “จำไว้นะอีทศ ว่ามึงต้องทำยังไงก็ได้ให้อีพี่โตพิศวาสจนอยากจะเย”
ทศวรรษได้แต่เกาแก้มแก้เก้ออยู่อย่างนั้น คนมันไม่ได้มีใจจะยั่วยวนยังไงวะ
ทศวรรษ : “สับคอแล้วลากออกจากคลับไปไม่ดีกว่าเหรอ”
ต้นตาล : “นี่มันถิ่นใคร มึงแหกตาดู คลับนี้อีพี่โตก็เป็นหุ้นส่วน แต่ถ้าหิ้วมึงไปกินข้างนอกใครจะไปสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ”
ทศวรรษ : “แต่ว่า…”
มะเดี่ยว : “เพื่อผัวท่องไว้”
ทศวรรษ : “…”
ปลายฟ้า : “คิดเสียว่าทำบุญ”
ทศวรรษ : “ตั้งแต่กูเสียตัวมาก็ไม่เคยโดนใครจับไม้จับมือมาก่อน กูต้องทำใจนิดนึงไหม” ทศวรรษกลอกตา สีหน้ากระอักกระอ่วนเต็มทน
ต้นตาล : “อาจจะคุยกันถูกคอก็ได้ ฮีดูสะอาดสะอ้านขึ้น หล่อเหลาเชียวเดี๋ยวนี้”
ทศวรรษ : “แล้วมึงรู้ได้ไงว่าฮีจะพกของสำคัญมาด้วย”
ต้นตาล : “เอ้าอีนี่ ฮีเป็นนักลงทุน เล่นหุ้น เล่นหวย ว่ากันว่าฮีจะมีแล็ปท็อปเครื่องเล็ก ๆ ที่ติดตัวอยู่ตลอด”
มะเดี่ยว : “สำคัญขนาดนั้นไม่มีใครคิดขโมยเหรอวะ”
ปลายฟ้า : “พวกเราละหนึ่ง”
ต้นตาล : “สำคัญคือตอนเห็นแล็ปท็อปเครื่องนั้น ห้ามจับด้วยมือเปล่า โอเค๊ รอยัยหนูซานจาเท่านั้น”
มะเดี่ยว : “แล้วไหนกันชนที่มึงว่า”
ต้นตาล : “น้องผัวอีทศจะตามหลังพวกเรามาสมทบอีกครึ่งชั่วโมงพร้อมเพื่อนและชายหนุ่มคนสนิทระดับเดียวกันแล้วหนึ่ง”
มะเดี่ยว : “แล้วอีกหนึ่งล่ะ”
ต้นตาล : “คนนี้ต้องวัดดวง พ่อฮีก็ใหญ่ไม่แพ้กัน พื้นเพทางบ้านระดับบิ๊กที่ออกหน้าชนเรื่องทุน 25 ล้านคราวก่อนไง”
มะเดี่ยว : “เชี่ย! มึงไปรู้จักมักจี่เขาได้ไงอีต้น” ต้นตาลกลอกตา
ต้นตาล : “กูไม่ได้รู้จักเขา เขาก็ไม่รู้จักกู แต่ยัยเด็กซานจานั่นไม่แน่ เห็นว่าเคยเป็นโจทก์เก่ากัน”
มะเดี่ยว : “ไม่ใช่รุมกินโต๊ะพวกเราหรอกนะ”
ต้นตาล : “เออน่า…จับวาฬให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน” เมื่อพูดคุยกำชับเสร็จสรรพในรถแล้วก็เป็นทศวรรษที่เดินนำไปก่อนยี่สิบนาที แล้วที่เหลืออีกสามสาวก็ตามเข้ามา หลังจากนั้นไม่นานกลุ่มของสานฝันก็ตามมาสมทบ แต่นั่งคนละกลุ่ม สังสรรค์กันเป็นปกติ และไม่ได้เดินเข้ามาทำความรู้จักกัน แม้ว่าภายในคลับจะสลัวแต่ทั้งสองโต๊ะที่อยู่เบื้องล่างก็แอบส่งสายตาให้กันตลอด
ภายในห้องรับรองส่วนตัว ทศวรรษปั้นหน้าแทบไม่ถูกเมื่อถูกสายตาอีกฝ่ายจับจ้องไม่วางตา
“สวัสดีครับพี่โต” ทศวรรษเรียกคนตรงข้ามเหมือนสมัยที่ยังเรียนอยู่
“ดีครับน้องทศ ไม่เจอกันตั้งนาน…นมโตขึ้นตั้งเยอะ” ทศวรรษค่อนขอดอยู่ในใจ เว้นวรรคได้เหี้ยมาก
“พี่โตเองก็เหมือนกัน”
“พี่โตตั้งแต่ไหนแต่ไร ใคร ๆ ก็ว่างั้น” พร้อมกับยักไหล่ด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่ในสายตาของทศวรรษ พี่โตก็ยังเป็นไอ้หนุ่มจิ๊กโก๋เหมือนสมัยก่อนอยู่ดี ว่ากันว่าเงินทองไม่สามารถซื้อรสนิยมได้…เห็นทีท่าจะจริง
“…พี่โต”
“ฮ่า ๆ” เตวินทร์หัวเราะร่วนเมื่อได้แหย่คนตรงหน้า
“อยากได้นี่เหรอ” พร้อมกับชูโทรศัพท์เจ้าปัญหา
“ของทศนี่ครับ”
“ถ้าพี่ไม่ให้ล่ะ”
“แล้วต้องทำยังไงพี่โตถึงจะคืนให้ทศละครับ”
“นั่นสิ…ต้องทำยังไงน้า”
“ว่าแต่…มีปัญหากับไอ้สืบเหรอ” ทศวรรษหลุบตาจ้องมองแก้วน้ำเปล่าตรงหน้า
“ก็นิดหน่อยครับ”
“สีหน้าและท่าทางคงไม่หน่อยมั้ง”
“พี่โตครับ ผมอยากได้โทรศัพท์คืน” ทศวรรษพูดพร้อมกับแบมือไปตรงหน้าอีกฝ่าย แต่เตวินทร์กลับวางมือตัวเองลงพร้อมกับจับมือที่เย็นเยียบนั้นไว้แทน
“ถ้าทศเปลี่ยนใจ พี่ไม่ติดนะ” แม้ภายในใจทศวรรษจะกรีดร้องเป็นหมื่น ๆ คำแต่ทำได้เพียงเม้มปาก ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จออกไปเท่านั้น
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็


![What is a divorce? [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




