Masukมะเดี่ยว : “มึงแน่ใจนะว่าวิธีนี้ได้ผล” ทั้งสี่กำลังสุมหัวกันในวันพฤหัสฯ หากคืนวันศุกร์ผิดพลาด วันเสาร์พวกเขาที่จองไฟลท์บินเอาไว้จะได้หนีไปกบดานกันทันที
ต้นตาล : “หรือมึงมีวิธีอื่น”
ทศวรรษ : “แล้วมึงรู้ได้ไงว่า… (วาฬ) ที่ว่าจะมีเอกสารลับดีลการปั่นหุ้น”
ต้นตาล : “กูก็แค่คาดเดา อีกอย่างกูก็ไม่รู้จักใครอื่นนอกในตลาดหุ้นอีกแล้ว แล้วกูก็เชื่อว่าอีพี่โตต้องรู้ จะลากตลาดให้ปั่นป่วนได้คงไม่ลงกันทีละร้อยสองร้อยหรอกมึง โน่นหลักร้อยล้าน”
ปลายฟ้า : “คนเรากู้เงินมีหลายแบบ แต่กูงงกะเคสนี้มากค่ะ ไม่ได้อะไรนอกจากความสะใจ ดีไม่ดีเสียหมดหน้าตักอีกต่างหาก”
ต้นตาล : “ฉิบหายไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้ไงมึง”
มะเดี่ยว : “เหี้ยมาก”
ต้นตาล : “กูหรือมัน”
มะเดี่ยว : “ทั้งคู่ค่ะ แต่เหี้ยคนละแบบ มึงยังเหี้ยแบบมีธรรมาภิบาล”
ต้นตาล : “กูควรดีใจไหมแบบนี้ มึงจะชมกูดี ๆ ไม่ได้เลย?”
มะเดี่ยว : “คนดี ๆ ที่ไหนจะคิดแผนแบบนี้ได้”
ทศวรรษ : “…” เงยหน้ามาพยักหน้าน้อย ๆ เห็นด้วยกับความคิดของมะเดี่ยว ดีที่พวกเขาเป็นเพื่อนกัน
ต้นตาล : “อะไรอีทศมึงก็เห็นด้วยกับมันว่างั้น”
ทศวรรษ : “แผนมึงดีจริงแต่กูไม่อยากลากคนอื่นมาลงน้ำด้วยว่ะ”
ต้นตาลกลอกตา : “หรือมึงมีคนอื่นที่รู้เรื่องคอมพ์ดีกว่ายัยเด็กซานจานั่น”
ทศวรรษส่ายหน้าแทนคำตอบ
ต้นตาล : “มึงไม่ต้องห่วงงานนี้กูหาไม้กันหมาช่วยพวกเราได้ละส่วนหนึ่ง ผิดพลาดจริงมึงก็กลายเป็นทาสรักรอการลงทัณฑ์จากอีพี่โตหรรมใหญ่ ส่วนพวกกูอีกสามคนที่เหลือโน่น เผานั่งยางค่ะอีดอก ดีไม่ดีเหลือแต่ตอตะโก ดีกว่านี้นิดหน่อยนมปลอมซิลิโคนจากอเมริกาของอีปลายยังพอให้หมาตำรวจตามหาซากเจอ”
มะเดี่ยว : “อีห่ามึงก็พูดซะน่ากลัว”
ต้นตาล : “เพราะว่าพ่อฮี คุณเตโชมีอิทธิพลจริง ไม่งั้นคนในวงการไม่เยินยออิพี่โตเรียกว่าเสี่ยโต ๆ หรอก”
ปลายฟ้า : “ภารกิจนี้ไม่รู้ว่าใครจะลงทัณฑ์ใคร”
มะเดี่ยว : “ยังกะพวกเราเป็นตัวแทนแห่งดวงจันทร์ลงทัณฑ์โจรชั่วเลย”
ต้นตาล : “ปฏิบัติการลับฉบับ H ต่างหากล่ะ”
มะเดี่ยว : “เฮ็ดอะไรอี๊กกกก”
ต้นตาล : “HUM ต่างหากละอีดอก กูอยากจะรู้นักที่ว่าปืนใหญ่นีลอาร์มสตรองมันจะสักแค่ไหนเชียว” ต้นตาลพูดพลางเบ่งกล้ามที่ต้นแขนที่ใหญ่เป็นลอนสองก้อน
ทุกคนที่เหลือ : “เชี่ย!@” พลางมองสีหน้าต้นตาลด้วยความขยาด
ทางด้านวาฬที่ว่าก็กำลังนั่งพาดขาทอดอารมณ์อยู่ที่ห้องทำงาน เลขาส่วนตัวที่พ่วงตำแหน่งเบ๊เอ่ยเตือนนัดหมายในตอนบ่าย
“คุณโตครับตอนบ่ายมีประชุมฟังสรุปงบประมาณประจำปีนะครับ” แต่เจ้านายก็ยังเอาแต่หมุนโทรศัพท์ในมือเล่นไม่ทุกข์ร้อนอะไร ออกจะอารมณ์ดีซะด้วยซ้ำ ปกติสีหน้ายังกะไปกินรังแตนที่ไหนมาตอนเลขาอย่างเขาเอ่ยเตือนเรื่องการประชุมแต่ละครั้ง หรือว่ามีอะไรดี ๆ?
“รู้แล้วแหละน่า”
“ว่าแต่พรุ่งนี้ผมมีงานอะไรด่วนหรือเปล่า” เพราะเลขาที่ว่าแก่กว่าหลายปี แถมยังทำงานได้อย่างสารพัดนึก เรียกได้ว่าเป็นผู้บริหารตัวจริงของบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราแห่งนี้ก็ได้ ไม่มีเลขาอย่าง…นลัท บริษัทคงไม่ราบรื่นมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนเจ้าของบริษัทตัวจริงอย่างเตวินทร์หรือเสี่ยโตแค่อยากหาอะไรทำฆ่าเวลา แต่กิจการดันรุ่งเรืองเสียอย่างงั้น
“ไม่มีครับ”
“ดี งั้นผมลา” นลัทหางคิ้วกระตุก ก่อนจะขานตอบรับแบบแกน ๆ
“ครับ…ว่าแต่เรื่องนั้นคุณโตจะทำจริง ๆ เหรอครับ”
“ทำไม เด็กนั่นให้มาเตือนเหรอ” เตวินทร์ที่กำลังทอดอารมณ์หดขากลับมานั่งปกติตามเดิม ก่อนจะหมุนเก้าอี้ไปมาแต่สายตากลับจ้องมองสีหน้าลูกน้องคนสนิทไม่วางตา
“…ครับ แต่ผมเห็นด้วยว่างานนี้ไม่ได้ขายหมูอย่างที่ฝ่ายนั้นกล่าวอ้าง อีกอย่าง…เหมือนว่าเบื้องบนกำลังสั่งให้จับตามองตลาดอยู่นะครับ”
“อ่าฮะ” เตวินทร์พลางจ้องมองโทรศัพท์มือถือของใครบางคนที่สั่นครืดคราด มีสายต่อเข้ามาอยู่เนือง ๆ เขาเคาะมือลงกับโต๊ะพลางใช้ความคิด
“เฮ้อ…มีแต่คนหลอกใช้น่าเบื่อชะมัด” นลัทเองก็เงียบไม่เอ่ยคำใด ไม่รู้ว่าเจ้านายกำลังคิดอะไร และวางแผนอะไรอยู่ ภายนอกเหมือนจะเป็นผู้ชายเสเพลไม่เอาการเอางาน แต่อย่างว่าคุณโตมาพร้อมกับดวงของแท้ เกิดบนกองเงินกองทองไม่พอ ลงเงินทำธุรกิจอะไรก็ปัง ถ้าตามหลักโหราศาสตร์คุณโตจะต้องมีราหูที่เด่นแน่ ๆ ลงทุนเปิดร้านกาแฟทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เปิดเพราะขี้เกียจไปรอคิว ขี้เกียจต่อแถว เลยลงทุนเปิดร้านกาแฟของตัวเองซะเลย เดินเข้าไปในร้านก็มีคนชงให้กินทันที แต่ละแห่งจะมีห้องเล็ก ๆ ส่วนตัวของคุณโตโดยเฉพาะเอาไว้ดื่มด่ำและพูดคุยเล็ก ๆ น้อย ๆ กับลูกน้องคนสนิทอย่างเขา ดีลเมล็ดพันธุ์กาแฟจากเชียงราย ตอนนี้ขยายสาขาที่สามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมยังทำเรื่องสีเทา ๆ ได้รุ่งอีกต่างหาก
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







