ANMELDEN“ผมต้องใช้เวลาเลียแผลใจอีกนานเลย”
“งั้นดีเลย พี่ช่วยเลีย”
“…” อีพี่โตแม่งเชี่ยมาก วกเข้าเรื่อง 18+ ได้หน้าตาเฉย
“คงต้องใช้เวลาจริง ๆ ครับ”
“น่าสงสารจริง ๆ” แม้จะพูดออกไปอย่างนั้น แต่สีหน้าของเตวินทร์มีความสะใจและความชอบอกชอบใจที่เห็นความทุกข์ของผู้อื่น โดยเฉพาะโจทก์เก่าอย่างไอ้สืบ แม่งตอนนั้นโดนมันสาวหมัดใส่ไม่ยั้งเพราะคนตรงหน้านี่แหละ ตอนนี้เป็นไง…อยากจะหัวเราะใส่หน้าแม่ง!
“ถ้าทศเลือกพี่ในตอนนั้นคงไม่มีวันนี้หรอก”
“พี่โตครับ ทศอยากได้โทรศัพท์คืน” ทศวรรษตัดบท
“แทงใจดำสินะ”
“พี่โตชอบทศจริง ๆ เหรอครับ หรือว่าแค่อยากเอาชนะพี่สืบ”
“ถ้าพี่บอกทั้งสองอย่างล่ะ”
“แล้วพี่ทศชอบทศที่ตรงไหนเหรอครับ”
“ทุกตรง!”
“แต่ว่าทศไม่ชอบพี่โตเลยสักตรง”
“ตอบตรง ๆ แบบนี้พี่ก็เสียใจแย่สิ”
“ไม่ใช่ว่าพี่โตมีคนที่ชอบอยู่แล้วเหรอครับ” แม้สีหน้าจะราบเรียบ แต่แววตาที่วูบไหวของอีกฝ่าย ทศวรรษก็คิดว่าตัวเองเดาถูกและถือแต้มต่ออยู่นิดหน่อย
“พี่โตเป็นคนมีเสน่ห์ คงไม่ขาดแคลนคนข้างกายหรอกมั้งครับ”
“ไม่ขาดก็จริง แต่ก็ไม่มีใครเหมือนทศเลยสักคน”
“ฝาแฝดก็ยังไม่มีอะไรที่เหมือนกันสักอย่างเลย จะไปหวังให้ใครต่อใครเหมือนอย่างที่เราต้องการได้ยังไงล่ะครับ”
“…ก็จริง แต่พี่ก็ยังอยากได้ทศอยู่ดี”
“ผมไม่ใช่ของเล่นนะครับ”
“พี่ก็ไม่ได้บอกนี่ว่าจะให้เราเป็นของเล่น”
“ผมจริงจัง”
“พี่ก็จริงใจ” ในใจทศวรรษอยากจะลุกไปถีบยอดหน้าแม่งให้หงายหลังไปเลย ไม่อยากจะคีพลุครักษาฟอร์มอะไรอีกต่อไปแล้ว ได้แต่นั่งเม้มปากก้มมองแก้วน้ำตรงหน้าเพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
“โกรธพี่เหรอ”
“ผมมีสิทธิ์โกรธด้วยเหรอครับ”
“มีสิ”
“…พี่โต”
“เรียกเสียงหวาน ๆ แบบนี้ค่อยรื่นหูหน่อย เอาแบบนี้ละกัน” สักพักก็มีบริกรนำเครื่องดื่มหลากสีแก้วเล็ก ๆ เรียงรายตรงหน้าสลับฟันมา แถวละสิบแก้ว ทศวรรษมองไม่วางตา พลางร้องเชี่ย! ในใจไม่หยุด นี่อี่พี่โตกะจะล่อเขาจริง ๆ
“ถ้าทศเป่ายิ้งฉุบชนะพี่ได้ อยากให้พี่ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น” แน่ะ! เจ้าเล่ห์แล้วหนึ่ง…ทศวรรษหรี่ตา พลางใช้หัวคิด ก็ไอ้คนตรงหน้าเห็นอย่างนี้แต่เรื่องวัดดวง เรื่องไพ่ เก่งนัก เคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับโลกในวงการไพ่โป๊กเกอร์ที่จัดการแข่งขันที่ลาสเวกัส แล้วการที่ผันตัวเองมาเป็นเทรดเดอร์มือทอง เปิดบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศนั่นก็ไม่ได้อาศัยเพียงแค่โชคช่วยอย่างเดียว ทศวรรษจำคำที่ต้นตาลกรอกหูเขามาตลอดหลายวันนี้ “ฮีฉลาดเป็นกรด มึงต้องระวัง เห็นทรงเหมือนขี้ยาอย่างนั้น มันสมองเรื่องคำนวณคณิตศาสตร์ระดับเทพ!!”
“ถ้าผมแพ้ล่ะครับ” เหมือนว่าเตวินทร์เองก็นั่งรอคำพูดนี้ของทศวรรษอยู่แล้ว สองแขนกางแผ่ที่พนักพิง ขาข้างหนึ่งยกขึ้นมาวางพาดกระดิกเท้าไปมา ก่อนจะเท้ามือเอียงหน้ามองทศวรรษด้วยสีหน้าและรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์
“เดี๋ยวพี่ค่อยบอก” ทศวรรษย่นหัวคิ้วเข้ากันทันที เกิดอีกฝ่ายขอเรื่องที่เขาทำให้ไม่ได้เล่า
“เกิดพี่โตขอเรื่องในสิ่งที่ผมทำให้ไม่ได้ล่ะครับ” ทศวรรษยังคงวางท่านอบน้อม แม้ว่าภายในจะเดือดปุด ๆ ทำได้เพียงแต่ตีอกชกลมอยู่ภายในใจเท่านั้น
“ทำได้แน่ ๆ ทำได้แน่นอน” เตวินทร์ตอบแทบจะทันทีพร้อมกับยกแก้วเหล้าสีอำพันชูใส่หน้าฝ่ายตรงข้ามก่อนจะกระดกจนหมดแก้ว
“ฮู่! เหล้าที่ว่าร้อนแรงก็ยังสู้คนตรงหน้าพี่ไม่ได้จริง ๆ” ทศวรรษช้อนสายตามอง สายตาสอดประสานกัน หากเป็นสืบสานที่มองเขาด้วยสายตาหวานเชื่อมแบบนี้คงจะดีไม่น้อย บรรยากาศดี อาหารและเครื่องดื่มก็ดี แต่เสียดาย…ทศวรรษเบือนหน้าหนีไปอีกทาง
“ว่าไง เราจะเริ่มกันได้หรือยัง”
“ถ้างั้นผมขอเปลี่ยนกติกานิดหน่อย”
ชั่วโมงหนึ่งผ่านไป หลังเที่ยงคืนเหล่านักท่องราตรีกำลังคึกคักที่สุด ในที่สุดทศวรรษก็ลงมาด้านล่างอยู่ในท่าเจ้าสาว แถมสองคนนั้นยังคลอเคลียกระซิบกระซาบกันไปตลอดทาง ก่อนจะออกไปทางออกด้านหลัง สามสาวที่เหลือรีบลุก ส่วนสานฝันเป็นคนจัดการเรื่องบิลจ่ายก่อนค่อยเคลียร์กันทีหลัง แล้วค่อย ๆ ดักรออยู่ตรงทางออกอยู่สักครู่ สิบห้านาทีผ่านไป ทศวรรษก็เป็นฝ่ายขับรถสปอร์ตราคาแพงระยับออกมาด้วยความเร็วระดับเต่าคลาน ก่อนจะนำรถไปจอดยังจุดหมายปลายทางที่ได้วางแผนกันเอาไว้ สองมือเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ อีกอย่างแล็ปท็อปที่ต้องการก็ยังถูกเก็บไว้ใต้เบาะคนขับ เมื่อม่านในโมเตลปิดลง สามสาวที่เหลือก็รีบมุดด้านข้างเข้ามาเคาะกระจกรถเบา ๆ ทศวรรษที่กำลังตั้งสติเพราะอาการแพนิกตอนขับรถของตัวเองอยู่นั้นรีบเปิดประตูรถออกไปข้างนอกด้วยดวงหน้าที่ซีดเซียวเหมือนไก่ต้ม
ต้นตาลได้สติก่อนจะตบหลังทศวรรษเพื่อปลอบใจ “มึงเก่งมากอีทศ”
มะเดี่ยว : “ว่าแต่อีพี่โตเมาจริงหรือจ้อจี้คะ”
ทศวรรษ : “น่าจะน็อกจริง”
ปลายฟ้า : “แล้วเมื่อกี้ฮีอุ้มมึงมาได้ไง”
ทศวรรษ : “เรื่องมันยาว มึงรีบจัดการเถอะ”
จากนั้นทั้งสี่คนก็รีบลากตัวคนเมาที่อยู่ในสภาวะทิ้งตัวเข้าไปในห้อง โดยมีซานจานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ซานจาเมื่อเห็นพี่น้องมหาลัยที่คุ้นเคยก็เอ่ยทักด้วยความดีใจ
“พี่ต้น”
ต้นตาล : “เราแน่ใจนะว่าไม่มีใครตามมา”
ซานจา : “แน่ใจครับ”
ต้นตาล : “ดีงั้นพี่ฝากด้วย” ก่อนจะยื่นแล็ปท็อปขนาดพกพาเครื่องหนึ่งที่บางเฉียบแถมยังน้ำหนักเบาให้อีกฝ่ายไปจัดการด้วยมือที่สวมถุงมือพลาสติกใส
ทศวรรษเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ “น้องจาใช้เวลานานไหม”
“ไม่นานหรอกพี่ทศ เชื่อมือผมได้”
“งั้นพี่ฝากด้วย” ซานจาจัดการเชื่อมต่อกับแล็ปท็อปอีกเครื่องที่เปิดอ้าอยู่หน้าจอมีโค๊ดอะไรไม่รู้วิ่งวุ่นจนลายตา
“มีเอกสารเยอะมาก พี่ทศอยากได้อะไรครับ” ซานจาหันมาถาม
“เอกสารเกี่ยวกับการปั่นหุ้นทั้งหมด รวมไปถึงสัญญาหรือการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย คาสิโน ค้าของเถื่อน” ซานจาพยักหน้าพลางใช้ความคิด
“ถ้าเป็นผมคงไม่เก็บไว้ในนี้แน่ ๆ” ปากจะว่าแบบนั้นแต่สองมือก็กดยิก ๆ
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







