Masuk“คุณ…” สืบสานเองก็ไม่รู้จะถามอะไร แม้ร่างกายจะเย็นเฉียบตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่ก็ไม่กล้าถามออกมา แม้จะปักธงคนผิดไว้ในใจบ้างแล้วก็ตาม เรื่องนี้มันใหญ่เกินไปจนเขาไม่สามารถตัดสินใจอะไรสั่ว ๆ ออกมาได้ ตอนนี้เองก็เช่นกัน
“คุณคงไม่ได้ทำอะไรผิดมาใช่ไหม” ทศวรรษเหยียดยิ้ม แถมยังยอกย้อนถามกลับ
“คุณเป็นห่วงผมเหรอไง?”
“…” สืบสานไม่ตอบ แต่ทศวรรษก็รู้คำตอบดี คำว่ารักของเรามันกลายเป็นอดีต กลายเป็นฝุ่นที่ปลิดปลิวล่องลอยอยู่ในอากาศ รู้ว่ามีอยู่แต่ไม่สามารถคว้ามาไว้ในมือได้อีก เป็นวันวานที่หวานหอมสำหรับเขาเพียงคนเดียว สืบสานที่ความจำเสื่อมไม่ต่างจากเมมโมรีเปล่าที่รับภาพและความทรงจำในช่วงเวลานี้เท่านั้น
“ช่างเถอะ ก่อนหน้านี้คุณเป็นคนแพลนทริปนี้ จะทำอะไรต่อไปล่ะ” จู่ ๆ ทศวรรษก็เปลี่ยนเรื่องจนสืบสานเองก็ตั้งตัวไม่ทันได้แต่ถอนหายใจก้มมองแพลนที่วางบนกระเป๋าเดินทางตรงหน้า
“กินก่อนค่อยว่ากัน” สงครามเย็นระหว่างพวกเขาทั้งคู่จึงยุติลงในเวลานี้
อาหารที่ทางเรียวกังนำเสนอจะเป็นอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมสำหรับไคเซกิ (Kaiseki) โดยปรุงจากวัตถุดิบชั้นดีตามฤดูกาลต่าง ๆ เสิร์ฟในมื้อเย็น โดยมื้อเย็นมื้อแรกนี้พวกเขาเลือกหม้อไฟ แม้ว่าสืบสานจะความจำเสื่อมแต่ความเคยชินที่แสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัวทำให้ทศวรรษต้องอึ้งหลายครั้ง ครั้งนี้เองก็เช่นกัน ที่อีกฝ่ายตีไข่ดิบอย่างคล่องแคล่ว เมื่อคีบผักที่สุกจากในหม้อมาคลุกเคล้ากับไข่ดิบก่อนจะคีบเข้าปาก ไหนจะเนื้อปลาที่ลวกอย่างดีตักในจานรองของทศวรรษ ทำเหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน เมื่อก่อนสืบสานเพราะตัวเองอายุมากกว่าเลยมักทำตัวเป็นแฟนที่เหมือนพ่อพ่วงมาด้วยอีกหนึ่งตำแหน่ง ดูแลคนรักตั้งแต่เรื่องการกิน การนอน เพื่อน ๆ มักล้อว่า
“พี่สืบทำให้หมดแบบนี้อีทศก็เป็นง่อยสิคะ”
“พี่เต็มใจครับ” ก่อนจะหันมาลูบหัวคนรักที่แอบอิงซบไหล่พร้อมกับสีหน้าทะเล้นใส่บรรดาเพื่อนสาวทั้งหลาย สืบสานขวัญใจพี่สาวกะเทย เก้ง กวางเองก็ไม่แพ้กัน เพราะนิสัยชอบเทกแคร์ เอาใจใส่ และที่สำคัญรักและเข้าใจทศวรรษเป็นอย่างดี เที่ยวคลับ เข้าบาร์ไม่เคยห้าม ขอแค่บอกว่าไปกับใคร หากสืบสานมีเวลาจะไปด้วยและรอรับกลับ ขอให้คนรักสนุกให้เต็มที่ไม่ต้องพะวงเรื่องขากลับ แวะไปส่งบรรดาเดอะแก๊งของทศวรรษครบทุกคนก็เดินทางกลับบ้านของเราโดยไม่ปริปากบ่น เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร เป็นมาตลอดจนทศวรรษก็เคยชินจนเสียนิสัย คิดว่าสืบสานจะอยู่ข้างกายทำให้ตลอดไป สืบสานที่คอยทะนุถนอมเอาใจใส่ ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ตะเกียบถูกวางลงบนชาม สืบสานชะงักก่อนจะเงยหน้ามาถาม
“อิ่มแล้วเหรอ” เขากวาดสายตามองไปยังเนื้อปลา ผักต่าง ๆ ยังพร่องไม่ถึงครึ่ง แถมตอนอยู่บนเครื่องบินอีกฝ่ายแทบจะไม่กินอะไรเลยด้วยซ้ำ
“อือ” เมื่อเห็นทศวรรษทำท่าจะลุก
“จะไปไหน”
“จะแช่อ่าง”
“นั่งลง” ทศวรรษปากงอง้ำแต่ก็ยอมนั่งลงอย่างว่าง่าย
“เพิ่งกินอิ่มอย่าเพิ่งแช่น้ำร้อน กระเพาะจะทำงานได้ไม่ดี” ทศวรรษเหลือบไปเห็นโบชัวร์ของคราฟเบียร์เพราะก่อนหน้ามัวแต่หมดอาลัยตายอยากเลยไม่ทันสังเกตว่าที่เรียวกังแห่งนี้มีคราฟเบียร์แบรนด์ตัวเองด้วย นักธุรกิจคราฟเบียร์อย่างทศวรรษไม่รอช้าที่จะสั่งมาทันที 2 ขวด ด้วยสีหน้าที่แตกต่างเมื่อกี้ลิบลับ เหมือนได้พบกับขุมทรัพย์ขนาดใหญ่
อะไรของเขา สืบสานย่นคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ทศวรรษตรงหน้าอารมณ์เปลี่ยนไวจนคนตามไม่ทัน บทจะซึมก็ซึม บทจะเศร้าก็เศร้า ดวงตาที่จ้องมองขวดเบียร์ตรงหน้าเป็นประกายก่อนจะรินแล้วเลื่อนแก้วมาไว้ตรงหน้าเขา
“คุณลองชิมดูสิ แล้วลองวิจารณ์”
“จะดีเหรอ” สืบสานเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ ชิมเบียร์เขาในร้านแล้วนั่งวิจารณ์เนี่ยนะ นี่มันล่อตีนชัด ๆ
“บ้านคุณก็ทำเบียร์แต่คุณไม่ลองชิมของแบรนด์อื่นเลยคุณจะแตกไลน์ใหม่ออกมาได้ยังไง” ทศวรรษว่า
“คุณเองก็ทำคราฟเบียร์”
“ผมก็ชิมอยู่นี่ไง” อีกอย่างเบียร์ประเทศอื่น ๆ ไม่มีใครใส่น้ำแข็งกินอย่างคนไทย มีแต่แช่แก้วให้เย็นแล้วรินเบียร์ใส่แก้วแค่นั้น
“เป็นวุ้นด้วย” ฟองเบียร์ติดอยู่บนริมฝีปากทศวรรษแต่เขาไม่ได้สนใจ หัวสมองกำลังประมวลผลถึงขั้นตอนและวัตถุดิบที่หมัก ดวงตาพลันมีประกายและตื่นตัว ความมีชีวิตชีวาเริ่มฟื้นคืนกลับมาอย่างเห็นได้ชัด
อาจเป็นเพราะมีความชอบที่เหมือนกัน พวกเขาเลยสุมหัวกันพูดคุยเรื่องคราฟเบียร์ที่กำลังจิบอยู่ สืบสานเองแม้พื้นเพเดิมจะไม่ใช่สายปาร์ตี้หรือคอทองแดงแต่เขาก็ไม่ได้คออ่อน ดื่มได้หลายชนิดเพียงแต่หากมีทางเลือกก็จะไม่ดื่ม เขาชอบขั้นตอนการทำพวกเหล้าเบียร์แบบนี้มากกว่า ต้องคอยอาศัยความเอาใจใส่ และกรรมวิธีเลือกสรรวัตถุดิบก็สำคัญไม่แพ้กัน
“คุณว่าทำมาจากอะไร” น้ำซุปในหม้อเดือดปุด ๆ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากคนทั้งสอง สืบสานเองก็ลองจิบแล้วดมอยู่หลายครั้งก่อนจะครุ่นคิด
“All Grain ทำเบียร์จากเมล็ดข้าว”
“ผมก็ว่างั้น ไม่ว่าจะกลิ่น และรสชาติ” ยามที่ทศวรรษพูดถึงเรื่องเบียร์ชีวิตพลันสดใส สีหน้าและท่าทางชวนให้มองตามและอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรออกมา เจ้าตัวลองจิบและชิมหลายอึก ก่อนจะใช้ลิ้นเล็ก ๆ นั้นแลบเลียฟองบนริมฝีปาก ภาพนั้นมันช่าง…สืบสานกระแอมไอก่อนจะยกเบียร์ขึ้นจิบไล่ภาพเมื่อครู่ออกจากในหัว
“ไม่รู้ว่าใช้มอลต์อะไร นี่เมื่อก่อนเราก็หาวิธีทำมากมายตอนที่ผลผลิตข้าวราคาตกต่ำ ถ้าทำได้จะเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนหลายกลุ่มเลยนะ” ทศวรรษพูดด้วยความลืมตัว ตอนนี้สืบสานเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจของทางที่บ้าน ที่คราฟเบียร์เกิดยากเกิดเย็นจนต้องแอบต้มเถื่อนก็เพราะนายทุนรายใหญ่กีดกันนี่แหละ ร่างกฎหมายไม่เหลือทางรอดให้รายเล็กเลย กว่าคราฟเบียร์จะถูกกฎหมายก็สู้กันมาหลายสิบปี
ตอนนี้พวกเขาทั้งสองก็ต่างอยู่กันคนละฝ่าย ทศวรรษยิ้มแหย
“ช่างเถอะ” ก่อนจะยืดตัวกลับไปเหมือนเดิมจ้องมองเบียร์ในแก้วด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“น่าจะใช้ Pale malt ส่วน Specialty Malts ก็จะใช้สำหรับเพิ่มสี กลิ่น รสสัมผัสให้ดีขึ้นเช่น Crystal Malt, Caramal Malt” ทศวรรษหรี่ตาพลางชั่งใจก่อนจะถามกลับ
“เชื่อถือได้แค่ไหน”
“คุณก็คนทำเบียร์ลองดูไม่เสียหายนี่” ทศวรรษจดสูตรอย่างรวดเร็วในโทรศัพท์ก่อนจะเชิดหน้า “ถ้าไม่อร่อยจะตะบันหน้าคุณให้แหกเลยคอยดู”
“เอาสิ” สืบสานเองก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี บรรยากาศพลันคลี่คลาย และสืบสานก็พอจะรับมือและจับจุดกับคนตรงหน้าได้บ้างแล้ว และเขาชอบที่เห็นอีกฝ่ายหน้างอง้ำแบบนี้เหมือนเด็กไม่รู้จักโตกระเง้ากระงอดเหมือนเด็กประถม ทำให้เขาอยากแหย่เจ้าตัวอยากจะจิ้มให้โกรธจะได้โป่งพองเหมือนบอลลูน ดีกว่านั่งนิ่งซึมกะทือเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากเป็นไหน ๆ แต่ที่แน่ ๆ ทั้งสองคนต่างไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังการเล่นละครตบตาของแต่ละคน เราต่างก็สวมหน้ากากจอมปลอมเข้าหากัน ใครถูกจับได้ก่อนถือว่าแพ้!
“คุณหัวเราะอะไร”
“เปล่า”
“รีบ ๆ กินเลย” ทศวรรษเทผักที่เหลือใส่หม้อทั้งหมด ก่อนจะคน ๆ ด้วยความโมโห ผักสุกแล้วต้องตักให้อีกฝ่ายอีก
“นี่ทางร้านมีสาเกท้องถิ่นด้วยนะ คุณไม่ลอง?” ทศวรรษคล้อยตามคำเชื้อชวนของอีกฝ่าย สาเกก็เหมือนเหล้าขาวของไทย ทศวรรษเติบโตมาในสมัยที่ทุกบ้านเคยหมักเหล้าขาวไว้กินกันเอง ก่อนจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แป้งหมักสีขาวที่เอามาตำจนละเอียดกลิ่นเหล้าขาวที่ลอยไปตามลมยามต้มเหล้า กว่าจะได้น้ำเมาสีใสต้องผ่านกรรมวิธีมากมายเท่าไหร่ ภายในหัวทศวรรษครุ่นคิดอย่างหนัก
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็





![เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

