ANMELDEN“รจรินทร์ กับ พิสุทธิ์รำพึงจะต้องไปสู่จักรวาล” ทั้งสี่คนต่างโอบกอดกัน บ้างร้องโห่หิ้วให้กับโปรเจกต์นี้ แม้ว่าจะมีเพียงชื่อและคำพูดที่วาดฝันลม ๆ แล้ง ๆ แต่สำหรับพวกเขาทั้งสี่มันคือจุดเริ่มต้น ไม่ปัง พังไม่เป็นท่าก็ไม่เป็นไร วันหนึ่งเรื่องพวกนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องขำขันในวงเหล้า หรือไม่อาจพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเขาทั้งสี่คน ไม่มีใครรู้อนาคต แต่ถ้าไม่ยอมลงมือทำวันนี้ ความฝันที่มีก็ลอยห่างออกไปเรื่อย ๆ ทำให้มันจบ ๆ ไปซะ จะได้ไม่ต้องค้างคาใจ
“กูให้โอกาสตัวเองในการลุก 3 ครั้ง ถ้าครั้งสุดท้ายไม่ปังก็ช่างแม่งมันเถอะ” ต้นตาลว่า
“เอ้าอีนี่ปากเสีย ยังไม่ทันได้วิ่งเลยอีห่า” ปลายฟ้าสวนทันควัน
“ก็มันจริง อย่างน้อยก็ไม่เจ็บมาก คนเรามันต้องคิดเผื่อความผิดหวังไว้บ้าง ถ้าสมหวังก็ดีไป ถ้าผิดหวังอย่างน้อยยังเหลือลมหายใจให้ไปต่อ” ต้นตาลตอบตามความจริง ธุรกิจสายนี้ดาราตัวท็อปก็ยังลงมาเล่น มาทำกันหลายคน ใครสายป่านยาวคนนั้นรอด ที่ไม่รอดก็มีถมเถ
“เอาน่า อย่างน้อยชีวิตนี้ก็ได้ลงมือทำ ไม่มีอะไรให้เสียดาย” ทศวรรษพูดพลางเงยหน้ามองท้องฟ้า ท้องฟ้าครามสีสดใสมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
“นี่ ๆ แต่งตัวมาพร้อมเสิร์ฟขนาดนี้มาไลฟ์กันเถอะ ให้โลกได้รู้ว่ากาฬสินธุ์มีดีอะไร” มะเดี่ยวพูดพลางหมุนตัวเหมือนเดินอยู่บนแคทวอร์ก รองเท้าบูตส้นสูงสีดำเวลาเดินทิ้งหลุมเล็ก ๆ ไปตามทาง
“กูละกลัวว่าพวกมึงจะมีฉากเด็ดให้โลกได้จำ” ทศวรรษส่ายหน้าน้อย ๆ พลางมองแต่ละคนที่เดินกระย่องกระแย่ง ดินบนผืนนาไม่ได้แข็งเหมือนปูนซีเมนต์ในห้าง แต่งตัวไม่ดูภูมิศาสตร์กันเลย รองเท้าผ้าใบยังยุบเลยค่ะ นับประสาอะไรกับรองเท้าส้นตึกพวกนี้
“ดีสิ ช่องเราจะได้ติดลมบน” ต้นตาลยิ้มหน้าระรื่นพลางเอามือทัดหู บ้างเท้าสะเอวโพสท์ท่านั่นนี่ไปเรื่อย ปลายฟ้าที่เตรียมขาตั้งกล้อง พร้อมกับวางกล้องถ่ายวิดีโอลงบนแท่น
“เอาล่ะมาถ่ายรูปหมูกันได้แล้ว”
“หมู่ค่ะ หมูอะไร” ต้นตาลเอ็ดเบา ๆ เพื่อน ๆ เลยปรายหางตาไปมองเป็นตาเดียว ก็ไอ้เอวลอยที่ใส่ปิดพุงกลม ๆ ที่ยื่นออกมาไม่ได้ด้วยซ้ำ
“อีต้นมึงอยู่ตรงกลางอ้วนฉุเบียดคนอื่นตกเฟรมหมด” ปลายฟ้าเริ่มแขวะ
“เอ้าอีนี่ มึงก็ถ่ายกูให้ผอมที่สุดสิคะ” ต้นตาลกับปลายฟ้าเริ่มเปิดเวทีโต้วาทีกันอย่างออกรส
“มึงก็ยอมมันหน่อยไม่ได้เหรอ” ทศวรรษเป็นกรรมการ หันไปมองหน้าปลายฟ้า แต่เจ้าตัวกลับสวนทันควัน
“เรื่องความสวยใครเขายอมกันคะอีทศ อีแม่พระ” ภาพหมู่ที่ได้แต่ละภาพต่างก็ไปกันคนละทิศละทาง บ้างยืน บ้างนั่ง เรียกได้ว่าโพสต์ไม่ซ้ำจำท่าไม่ได้ ก่อนจะไลฟ์เม้ามอยกับผู้ชมทางบ้านเหมือนอย่างเคย ปลายหางตาทศวรรษเห็นตัวอะไรสีน้ำตาลวิ่งมาด้วยความเร็วแสงมาแต่ไกล ก่อนจะใช้ศอกสะกิดหัวไหล่ต้นตาลเบา ๆ
“มึง มึง”
“อะไรของมึงอีทศ”
“มึงว่าวัวจะขวิดคนใส่สีแดงมะ”
“วัวที่ไหนจะขวิดได้ ควายยังพอว่า”
“แต่กูว่าวัวที่นี่แหละ” ทศวรรษตอบพลางกระโจนหนีก่อนเป็นคนแรก
ว่ากันว่าเพื่อนแท้จะยืนหัวเราะจนท้องแข็งก่อนจะยื่นมือช่วยเหลือ ในกรณีนี้ก็เช่นกัน
“อีต้น หนี!!” ทศวรรษตะโกนสุดเสียง ทั้งสามคนหันมามองพร้อมกล้อง ก่อนจะแตกฮือหนีกันไปคนละทิศละทาง ปลายฟ้าที่ถือกล้องไลฟ์สดอยู่นั้นถ่ายทอดเหตุการณ์ทุกอย่าง แม้แต่คนทางบ้านยังหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งกับชะตากรรมของคนในไลฟ์ ต้นตาลล้มลุกคลุกคลาน เนื้อตัวเต็มไปด้วยโคลน ก่อนจะกระโจนลงไปในบึงใกล้ ๆ เพื่อหาทางเอาตัวรอด เสียงโหวกเหวกโวยวายของคนทั้งสี่ดังไปทั่วบริเวณ เรียกบรรดาไทยมุงบ้านใกล้เรือนเคียงมายืนชมการแสดงโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท พรอปหน้าผมที่ใส่ ต่างก็เรียกเสียงฮาของลูกเล็กเด็กแดงได้เป็นอย่างดี ภาษาพูดอีสานดังเซ็งแซ่ทั้งสามคนที่ยืนหอบอยู่บนคันนาต่างก็หัวเราะจนตัวโยน รวมไปถึงต้นตาลที่หัวเราะท้องแข็งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ด้วยเช่นกัน เหตุการณ์นั้นหลายเพจนำไปตัดต่อเป็นมีมตลก ตัดต่อคลิปสั้นลงในแพลตฟอร์มต่าง ๆ มากมาย รวมไปถึงของขวัญที่ผู้คนส่งมาให้อย่างล้นหลามในช่องไลฟ์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ในชีวิตคนทั้งสี่ที่ไม่มีวันลืม
พอมีสติเห็นเพื่อนสาวลอยคออยู่ในบึง ก่อนจะช่วยกันดึงต้นตาลที่ลอยคออยู่ในบึงขึ้นมา แต่เพราะน้ำหนักมาก และเพื่อนสาวตัวดียืนหัวเราะเยาะเสียนาน เลยสบโอกาสดึงมะเดี่ยวกับทศวรรษลงไปด้วย จากผู้ช่วยเหลือกลายเป็นผู้ประสบภัยเช่นกัน และที่ตลกมากที่สุดคือ วิกผม ฟองน้ำต่างลอยตุ๊บป่องขึ้นมา ต้นตาลและมะเดี่ยวที่คลุมเน็ตผมเพื่อใส่วิกผม เนื้อตัวเปียกปอนบ้างมีพวกตะไคร่ จอกแหนติดตามร่างกายดูตลกมากในตอนนี้ ทางด้านสานฝันที่เป็นแฟนตัวยงอันดับหนึ่งส่งดอกกุหลาบหลายดอกรัว ๆ รวมไปถึงอีกแอคเคาน์หนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นใครต่างก็แข่งกันส่งของขวัญแบบไม่มีใครยอมใครให้กับสี่คนในจอด้วยเช่นกัน
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







