Mag-log inและการตกแต่งทั้งหมดที่ว่าจะเป็นใครไม่ได้….ทศวรรษรู้สึกสะดุ้งทันทีเมื่อรู้สึกถึงอ้อมแขนที่กำลังสวมกอดเขาอย่างหลวม ๆ ที่บริเวณเอว อีกทั้งปลายคางของอีกฝ่ายยังวางไว้บนบ่าของเขา น้ำเสียงเจือไปด้วยความออดอ้อน
“ทศ สวยหรือเปล่า”
“อะไรที่ว่าสวยครับ” ทศวรรษแกล้งถาม
“บ้านของเรา”
“สวยครับ สวยมาก ว่าแต่…ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“พี่กับที่บ้านมาอยู่ที่นี่เกือบอาทิตย์แล้ว”
“มิน่า…” ทศวรรษโคลงศีรษะ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมแม่ของเขากับคุณหญิงพรรณพิลัยถึงสนิทสนมชิดเชื้อถึงขั้นเรียกกันว่าคุณพี่คุณน้อง เพราะขนโขยงกันมาอยู่ที่นี่เป็นสัปดาห์แล้วต่างหาก ยิ่งนายแม่จันทร์ทิพย์แม้จะดูโผงผางปากร้าย แต่เนื้อแท้กลับเป็นคนเข้ากับคนง่าย ใจกว้าง พูดจริง ทำจริง ไม่งั้นไม่สามารถคุมคนงานครึ่งร้อยได้อยู่หมัด อย่าว่าแต่คนงาน แม้แต่พ่อของเขายังแทบไม่มีปากมีเสียงในบ้าน
“เมียพี่งอนหนีออกจากบ้านไปไกลขนาดนั้นก็ต้องเร่งมือกันหน่อย”
“ใครเมียพี่” สืบสานผละออกก่อนจะจับตัวภรรยาเด็กที่กำลังน้อยใจเขาอย่างขีดสุดให้หันหน้ามาประจันกัน
“ยังโกรธพี่อยู่เหรอ” สืบสานจับมือทั้งสองข้างของคนตรงหน้าเอาไว้กอบกุมอย่างหลวม ๆ พลางแกว่งมือเบา ๆ
“ไม่ได้เหรอครับ” นัยน์ตาคู่นั้นเจือไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ ก่อนจะก้มลงมองฝ่ามือทั้งคู่ที่จับกันอยู่ แววตาวูบไหวที่มองมาเมื่อครู่แถมยังไม่ยอมสบตา คุณเขางอนจริง ๆ แหละ สืบสานยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นสีหน้าบูดบึ้งของคนรัก ที่เมื่อก่อนพวกเขาต่างก็พ่อแง่แม่งอนใส่กันบ่อย ๆ แต่สืบสานไม่เคยรำคาญเลยสักครั้ง และเป็นเขาเองที่ทำให้แฟนเด็กนิสัยเสีย เอาแต่ใจกับเขาอย่างนี้
“แล้วทำไมมากันทั้งบ้านละครับ”
“มาตามหาคน” สืบสานตอบพลางก้มลงมองใบหน้าของคนรักที่เม้มปากน้อย ๆ เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
“…ผมไม่ได้เอาอะไรมาเลยนะครับ” ทศวรรษร้อนตัวเผื่อมีของสำคัญหาย และคนที่น่าสงสัยที่สุดก็จะเป็นใครไปไม่ได้เลย
“ไม่ใช่สิ่งของหรอก แต่เป็นนี่” สืบสานจับมือของทศวรรษมาทาบตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเอง จังหวะที่เต้นไม่ช้าไม่เร็ว แต่กลับทรงพลัง
“แล้วทศก็ใจร้ายมากนะ”
“ก็พี่ใจร้ายกับทศก่อนนี่ครับ” ทศวรรษเงยหน้าสบตากับสืบสาน สีหน้าและแววตาจริงจัง ไม่เจือแววขี้เล่นเหมือนก่อนหน้า
“ผมตัดสินใจแล้วครับ ระหว่างเรา…” แต่สืบสานกลับไม่ยอมให้คนตรงหน้าพูดจนจบประโยค
“แล้วไม่ถามหน่อยเหรอว่าพ่อแม่พี่มาทำไม” ทศวรรษส่ายหน้าแทนคำตอบ เขาไม่รู้ ไม่อยากรู้ แล้วก็ไม่อยากคาดเดาอะไรอีกต่อไปแล้ว สืบสานขยับเท้าเข้ามาจนร่างกายทั้งสองแนบชิดกันกว่าเดิม เขาสวมกอดทศวรรษเต็มรัก กอดรัดร่างกายของอีกฝ่ายจนสุดวงแขน กอดอยู่อย่างนั้น แต่ไหล่ของทศวรรษกลับรู้สึกถึงความเปียกชุ่ม ทศวรรษจึงยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังที่สั่นน้อย ๆ นั้นเบา ๆ อย่างที่เคยบอกเอาไว้แต่แรกว่าสืบสานไม่ใช่คนที่จะยอมเสียน้ำตาให้กับอะไรง่าย ๆ แต่มีเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาต้องหลั่งน้ำตาบ่อยเหลือเกินในช่วงนี้ และสืบสานก็ไม่อายที่จะร้องไห้อ้อนวอนคนคนนี้ไม่ให้ปล่อยมือไปจากเขา
“ให้โอกาสพี่ได้อธิบายอีกครั้ง…ได้ไหม” ร่องรอยของความเสียใจเจือมากับประโยคคำถามนั้น สืบสานร่างกายใหญ่โตค่อย ๆ ย่อตัวลง เหมือนกำลังจะคุกเข่าทศวรรษเลยรั้งเอวอีกฝ่ายเอาไว้
“จะทำอะไรครับ” สืบสานที่ตาแดงก่ำเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะคุกเข่ากับพื้นลงไปดังตุ๊บ
“พี่อยากขอโทษ ขอโทษทุกอย่างที่ทำลงไป ขอโทษที่ทำให้ทศต้องเสียใจ” สืบสานพูดพลางโอบเอวบางนั้นซุกหน้าเข้ากับหน้าท้องของทศวรรษเหมือนเด็กน้อยที่ร้องไห้จ้าเมื่อถูกผู้ใหญ่ดุด่า
ทศวรรษลูบหลัง ตบหลังเบา ๆ ให้สืบสานใจเย็นลงหน่อย ทศวรรษเองอดไม่ได้ที่จะโอบรอบคอนั้น สองมือประคองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาพลางลูบไล้เช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
“ลุกขึ้นมาคุยกันดี ๆ ก่อนเถอะครับ”
“ได้” สืบสานลุกขึ้นมา แต่ก็ยังโอบกอดทศวรรษท่ามกลางดวงจันทร์ที่ส่องสว่างท่ามกลางหมู่ดาว ลมพัดกลิ่นหอมของรวงข้าวมาให้ได้กลิ่นเป็นระยะ ๆ เสียงร้องของจิ้งหรีดเรไร ขับกล่อมให้บรรยากาศรอบตัวดูสงบและราบเรียบ ไม่ปรุงแต่ง เราต่างก็กอดกันอยู่อย่างนั้น เวลาผ่านไปสักพักทศวรรษเป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน
“ข้อแรกทศมีสิทธิ์ที่จะโกรธ
สอง ทศจะให้โอกาสหรือไม่ให้ก็ได้เป็นสิทธิ์ของทศ
สาม…คนเราวิ่งหนีอดีตได้ แต่หนีความจริงไม่ได้ ยังไงพี่ก็เป็นลูกชายคนโต มีบริษัทใหญ่โตที่ต้องดูแล อย่าลืมว่าพ่อแม่แก่ชราลงไปทุกวันนะครับ”
ทศวรรษกำลังเตือนให้สืบสานว่าอย่าทำผิดเป็นครั้งที่สอง บางทีเขาอาจไม่โชคดีเหมือนอย่างครั้งแรก ต่อให้เขาไม่ได้เป็นสะใภ้คุณาปกร แม้ไม่ได้อยู่ในฐานะคนรัก แต่ยังอยากจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน พวกเขาคบหากันมาตั้งสิบกว่าปี จะให้ตัดขาด ทำเป็นไม่รู้จักกันเลยคงเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยยังเหลือความห่วงใยเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กัน
“พี่รู้ และพี่ก็รู้แล้วว่าต้องทำยังไงต่อไป”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็




![สถานะเมียในสมรส [Omegaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


