ANMELDEN“ไม่ว่าพี่จะเลือกทางไหน ผมก็เข้าใจและพร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่” ทศวรรษก็ยังคงเป็นทศวรรษ ก้าวออกจากบ้านคุณาปกรมาจนถึงตอนนี้ไม่เอ่ยปากรั้งเขาไว้สักคำ ไม่เคยพูดดีเอาเข้าตัวเอง ไม่เรียกร้องอะไรให้ตัวเองแม้แต่น้อย สืบสานกอบกุมใบหน้าที่เหมือนจะซูบตอบไปเล็กน้อย นิ้วโป้งเกลี่ยแก้มขาวด้วยความทะนุถนอม
“แล้วไม่ถามเรื่องหย่าหน่อยเหรอ” ทศวรรษส่ายหน้าโดยไม่เสียเวลาไตร่ตรองแม้แต่น้อย
“แล้วถ้าพี่ไม่อยากหย่าล่ะ”
“ก็เป็นเรื่องของพี่แล้วล่ะครับ”
“แล้วเราอยากหย่ากับพี่จริง ๆ เหรอ แถมยังทิ้งแหวนวงนี้เอาไว้อีกต่างหาก” สืบสานล้วงมือไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะแบมือให้คนตรงหน้าได้ดู
“ก็ทศเป็นคนพูดเองนี่ครับว่าถ้านอนกันครบสามครั้งจะยอมปล่อยพี่ไป”
“แล้วเราตัดใจปล่อยพี่ลงเหรอ”
“ทำไงได้ละครับ คนเราพออายุมากขึ้น ความคิดความอ่านก็เปลี่ยนไป ความรักของเราไม่ใช่เรื่องของคนสองคนตั้งแต่แรก หากพ่อแม่พี่ไม่เห็นด้วย แม้ว่าเราจะรักกันมากขนาดไหนก็ไม่มีทางเดินไปจนสุดทางได้อยู่ดี มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มีพ่อแม่จึงมีเรา อีกอย่างภาระและหน้าที่เราทั้งสองก็ต่างกัน ชีวิตคนเราไม่สามารถสมหวังไปเสียทุกอย่าง” พอพูดถึงตรงนี้น้ำเสียงเริ่มอ่อนลง ทศวรรษไม่อยากเรียกตัวเองว่าผู้เสียสละ และไม่อยากให้คำว่าเรารักของเขาฉุดรั้งอีกฝ่ายให้ตกต่ำลงมา
สืบสานควรไปได้ไกลกว่านี้ ไม่ว่าจะหน้าที่การงาน หรือทรัพย์สินเงินทอง ที่ผ่านมาเขาก็ให้ชีวิตดี ๆ กับสืบสานเหมือนบ้านคุณาปกรไม่ได้เลย
ไวน์ขวดละแสน ที่นอนหลังละล้าน ยังไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ อาหารการกินในแต่ละมื้อที่คนในบ้านมองว่าเป็นมื้อธรรมดา แต่วัตถุดิบเหล่านั้นคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำไม่มีวันเอื้อมถึง
ร้านอาหารที่สานฝันชอบไปกินเป็นร้านประจำ แต่ละมื้อไม่ต่ำกว่าห้าพันถึงหนึ่งหมื่น ไม่ก็มิชชิลินสตาร์ระดับสามดาว แม้ว่าทางบ้านทศวรรษจะไม่ได้ขัดสนแต่จะให้เขาเอาเงินจากการขายที่ดินไปปรนเปรอคนรักอย่างนั้นก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เขาให้ชีวิตแบบนั้นกับสืบสานไม่ได้ แม้แต่รถตู้ที่คนทั้งบ้านนั่งมายังดัดแปลงทำขึ้นพิเศษราคาไม่ต่ำกว่าสิบล้าน เงินสามร้อยล้านในบัญชีแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ดูกระจอกไปเลยเมื่อเทียบกับบ้านคุณาปกรที่มีแม้กระทั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เรือยอชต์ที่จอดโง่ ๆ ที่พัทยา ไหนจะไพรเวทคลับที่ทางครอบครัวจ่ายเงินค่าสมาชิกทิ้งไว้ทั้งในและต่างประเทศปีละแปดหลัก
เขาทั้งสองแตกต่างกันเกินไป และเส้นทางชีวิตก็สวนทางกัน ไม่มีใครชอบสะใภ้ที่ตั้งบริษัทขึ้นมาแข่งกับกิจการกับครอบครัวของฝั่งสามีหรอก
เขาไม่อยากให้สืบสานถูกใช้เป็นฉนวนในการโจมตีท่านเจ้าสัว ไม่อยากให้สืบสานต้องหันหลังให้ครอบครัวอีก สิบปีที่ผ่านมาก็เพียงพอแล้ว ทศวรรษโอบกอดสืบสานกลับเช่นกัน และเขาก็อยากจะขอบคุณสืบสานเช่นกันที่ดูแลเขาอย่างดีมาตลอดสิบปีนี้
ทศวรรษไม่เคยรู้มาก่อนว่าการถูกรัก และเจอคนรักที่ดีเป็นยังไง มองเขาเป็นดั่งเจ้าหญิงตัวน้อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นผู้ชายสูงตั้ง 170 เซนฯ อาสาขับรถ ดูแลตั้งแต่หัวจรดเท้า ได้รับความรักและความเอาใจใส่จนผองเพื่อนอิจฉาและเหม็นเบื่อจนกลอกตาขาวใส่ทุกครั้งที่พวกเขาพลอดรักกันต่อหน้า จนเมื่อมาเจอกับผู้ชายตรงหน้า ผู้ชายที่เพียบพร้อม เป็นขวัญใจเหล่าเก้งและกะเทย หล่อ รวย กีฬาเด่น แถมยังเรียนเก่งอีกต่างหาก ทศวรรษแทบไม่เชื่อตาตัวเองว่าผู้ชายที่เสมือนเทพบุตรเดินดินคนนี้จะขอเขาคบเป็นแฟน ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 อีกในตอนนั้น แต่ทว่าตอนนี้ความโชคดีเหล่านั้นไม่ได้คงอยู่ตลอดไป งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา รักกันมากแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยมือกันไปอยู่ดี
แยกย้ายกันไปเติบโต…น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
สืบสานที่เห็นทศวรรษเงียบไปนานก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไร ก่อนจะบรรจงสวมแหวนลงเดิมนั้นลงบนนิ้วนางข้างซ้าย จุมพิตหลังมือขาวนั้นย้ำ ๆ สองสามครั้งก่อนจะยิ้มบาง ๆ พลางกดนิ้วลงบนหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปมของคนตรงหน้า
“คิดอะไรมากมาย”
“ไม่รู้สิครับ ตอนนี้มีเรื่องมากมายให้คิดเต็มไปหมด”
“ที่พ่อแม่ที่มาครั้งนี้ก็มาสู่ขอเรานั่นแหละ” ทศวรรษที่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายหันมาถามด้วยความไม่แน่ใจ…
“อะไรนะครับ!” สืบสานมุมปากยกยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าเหวอของทศวรรษที่กำลังอ้าปากเป็นรูปตัวโอ เขาเลยกุมมือที่เย็นเฉียบทั้งสองข้างนั้นเอาไว้เอ่ยช้า ๆ ชัด ๆ อีกครั้ง
“พ่อกับแม่พี่มาขอสู่เรากับทางบ้าน มีการพูดคุยเรื่องสินสอดทองหมั้นกันเอาไว้คร่าว ๆ”
“หา…”
“จริง ที่พี่พูดมาจริงทุกคำ ไม่เชื่อถามสานฝันได้”
“แล้ว…?”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







![ผัวผมดุนะพี่ (4P) [YAOI]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)