LOGINเมื่อส่งแขกกลับทศวรรษก็ได้เวลาซักไซ้ไล่เลียงกับแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ที่อุ้มลูกสาวของเขาลงมาส่งแขกด้วย ทศวรรษยืนข้าง ๆ ก่อนจะกระทุ้งสีข้างเบา ๆ เอ่ยเรียก
“แม่…ไปไงมางั้นบ้านนั้นถึงมาที่นี่ได้”
“ไม่ดีหรือไง” ขนาดไฟท้ายของรถตู้หายลับตาไปกับความมืดมิดแล้วนายแม่ยังมองตามยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งอยู่ได้ มองตาละห้อยเชียว
“มองตามขนาดนี้แม่ไม่ไปนอนกับเขาเลยล่ะ”
“แหมอีทศ…อุ๊ย” แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ตาโตก่อนจะเรียกเสียงหวาน
“แหมลูกทศ น้อยอกน้อยใจไปได้”
“อี๋ ลูกทงลูกทศอะไร มีอะไรก็พูดมา อย่ามาเล่นลิ้น” ทศวรรษยกนิ้วชี้ทำท่าขู่เจ้าตัวขาวในอก เพราะรู้ว่านอร่าเป็นลูกรัก เป็นขวัญกำลังใจของนายแม่ พลันเหลือบไปเห็นกำไลทองข้อเท้าทั้งสี่ ทศวรรษก็เอ็ดตะโรเสียงดังทำเอาเจ้าก้อนแป้งในอกร้องเหมี้ยวเพราะว่าตกใจ
“แม่!! ไหนตอนแรกไม่อยากเลี้ยงไง ทำไมเอากำไลข้อเท้าหนูให้แมวใส่”
“ไหนแมว ไม่มี๊!!!”
“แม่…” ทศวรรษกระทืบเท้างอแง เริ่มแหกปากโวยวายเสียงดังทันที
“แม่ อย่าเดินหนีกลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง” พอจะเข้าไปใกล้ประชิดตัว ทศวรรษก็จามทันที ฮัดชิ้ว ๆ สองสามครั้งติด เขาถูจมูกป้อย ๆ จมูกเจือเสียงครืดคราดทันทีเวลาหายใจ ก่อนจะถอยห่างออกมา
“สมบัติคงหารสามละมั้ง” ทศวรรษแกล้งเย้าแหย่
“ใครบอก เอ็งไม่ได้สักแดงนึงเลยต่างหาก ฮ่า ๆ” ทศวรรษทำได้เพียงเท้าสะเอว กลอกตา ก่อนจะส่ายหน้าหัวเราะน้อย ๆ ให้กับภาพตรงหน้า แมวที่เขาตั้งใจซื้อให้สืบสานซึ่งตรงกับวันครบรอบแต่งงานปีที่ 3 บัดนี้แมวตัวนั้นก็ยังไม่ทันได้ส่งมอบและเซอร์ไพรส์ ความรู้สึกในตอนนั้นกับตอนนี้แตกต่างกันลิบลับ
ดีแล้วที่นอร่าถูกเลี้ยงโดยแม่ของเขา…สองเท้าเดินย่ำเท้าไปตามทาง ไม่ได้กลับเข้าบ้านในทันทีเพราะสามคนที่เหลือหลังทานเสร็จก็รู้สึกว่าเป็นส่วนเกินเลยขอออกมาก่อน มาดูบ้านที่สร้างเสร็จใหม่เอี่ยมพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านแม่ของทศวรรษ เขาเลือกที่ดินแปลงนี้เพราะว่าไม่ไกลจากบ้านเดิมของเขา อีกทั้งไม่ไกลจากโรงงานที่ตั้งใจจะย้ายการผลิตมาจากเวียดนาม
บ้านหลังนี้ทศวรรษและสืบสานตั้งใจออกแบบให้เป็นตัวยู เพราะนอกจากจะเป็นบ้านของพวกเขาทั้งคู่แล้ว ยังเป็นบ้านพักคนชราของคนทั้งสามอีกด้วย เพราะเพศสภาพที่เลือก บั้นปลายชีวิตอาจจะต้องหาบ้านพักคนชราสักแห่งเอาไว้พักพิงเลยได้บ้านหลังนี้ขึ้นมา และพวกเขาไม่ได้มาอยู่ฟรี ยังช่วยออกเงินในตอนที่ทศวรรษและสืบสานเริ่มทำคราฟเบียร์ ในตอนนั้นเหมือนโยนเงินลงน้ำอีกทั้งกฎหมายเรื่องคราฟเบียร์ยังไม่ผ่านในสภา แต่มะเดี่ยว ปลายฟ้า ต้นตาลต่างก็ยื่นให้อย่างไม่อิดออด สืบสานเองก็จดจำบุญคุณในครั้งนั้นเอาไว้ได้ขึ้นใจ บ้านหลังนี้ก็เปรียบเสมือนของขวัญที่สืบสานและทศวรรษต่างก็มอบให้คนทั้งสาม และยินดีหากพวกเขาจะใช้ชีวิตที่นี่ ทศวรรษเองก็เป็นคนมีเพื่อนไม่มาก เพราะส่วนมากตั้งแต่คบหาดูใจกับสืบสานเหมือนว่าโลกของทศวรรษจะถูกย่อส่วนลงมา สองคนตัวติดกันตลอดเวลา จนเพื่อน ๆ ค่อนแคะว่าอีทศติดโคยผัวจนโงหัวไม่ขึ้น หลงผัวหัวปักหัวปำ
ว่ากันว่าคนเราเมื่ออายุ 30 ขึ้นไปเพื่อนจะมีน้อยลง ทศวรรษเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่สามคนนี้เปรียบเสมือนคนในครอบครัวของเขาไปแล้วด้วยซ้ำ เป็นความผูกพันที่บางทีมีเงินมากมายก็หาคนจริงใจอย่างสามคนนี้ไม่เจอ จากกะเทยหัวโปกปอน ๆ ในรั้วมหาลัย กลายเป็นนักธุรกิจ บ้างอินฟลูเอนเซอร์ แถมความสัมพันธ์ยังเหนียวแน่นยิ่งกว่ากาวตราช้าง รักกันฉันเพื่อนส่วนหนึ่ง ทันทีที่ตัดสินใจจะลงขันทำธุรกิจร่วมกัน ต่างกันเห็นพ้องต้องกันในเรื่องของการกู้ยืมเงินจากธนาคาร หยิบยืมคนอื่นไม่สู้กู้แบงก์ดีกว่า เงินทองเรื่องละเอียดอ่อนและเปราะบางเกินกว่าที่คิด ขนาดครอบครัวพี่น้องคลานตามกันออกมายังแตกคอ นับประสาอะไรกับเพื่อนฝูงที่ไม่มีสายเลือดเดียวกันสักหยด ต่อให้วันนี้พวกเขาจะรักกันดี แต่ไม่มีใครรู้อนาคต แต่หนี้ที่กู้ยืมจากธนาคารก็พันผูกพวกเขาให้ตัวติดกัน เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน รวมกันเราอยู่ แยกกันตายหมู่ทันที และที่ไม่ยอมทุบกระปุกหมูเพราะในกระเป๋าแต่ละคนมีเงินไม่เท่ากันอยู่แล้ว หากบริหารธุรกิจผิดพลาดอย่างน้อยยังเหลือไพ่ใบสุดท้ายให้หายใจได้ต่ออีกหนึ่งเฮือก หากเส้นทางสายนี้ไม่ได้ปังอย่างที่หวัง และภาระหนี้ก้อนหนี้ก็ทำให้พวกเขาโฟกัสกับงานได้มากขึ้น เสมือนมีหนี้เป็นแรงผลักดัน เสียงสามคนวี้ดว้ายถ่ายนั่นนี่ในบ้านใหม่มาแต่ไกล แสงและสี โทนที่เลือกใช้เมื่อมองมาจากทางเข้าบ้านดูอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ทศวรรษยืนมองอยู่ตรงข้าง ๆ สืบสานอยู่นาน ทางเท้าที่เดินเข้าตัวบ้านปูด้วยหินอ่อนสีขาว ที่แปลกตาคือมีบ่อน้ำตกมีลูกกลม ๆ สีขาวขนาดใหญ่หมุนวนรับน้ำตลอดเวลา แถมยังมีปลาคาร์ฟแหวกว่ายในบ่ออีกตั้ง 8 ตัว
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







