LOGIN“อ้อ แล้วแกว่าฉันควรจะยกโทษให้กับความดื้อด้านและหัวขบถของแกไหมล่ะ”
“หากตัดเรื่องนี้ออกไป มีครั้งไหนที่ผมทำให้พ่อหนักใจบ้าง” ท่านเจ้าสัวเองก็เม้มปากจ้องมองลูกชายตรงหน้าที่ตอนนี้ปีกกล้าขาแข็ง และยืนหยัดด้วยสองขาของตัวเองมาหลายปี เงินในบัญชีของลูกชายภายใต้เงินกงสีอีกฝ่ายไม่เคยถอนไปใช้แม้แต่บาทเดียว จากไปเพียงแค่ตัวจริง ๆ
“ฉันก็อยากจะรู้ว่าทศวรรษอะไรนั่นมีดีอะไรนัก แกถึงได้…”
“ที่ผมมาในวันนี้จะบอกคุณพ่อว่า ทศวรรษจะย้ายมาอยู่ที่นี่”
“แก…” ท่านเจ้าสัวถอนหายใจได้แต่จ้องมองหน้าลูกชายที่เอาแต่นั่งก้มหน้าหลุบตามองพื้นอยู่นั่น
“นี่เป็นความคิดแก?” สืบสานเงยหน้าขึ้นมามองเอกสารปึกใหญ่ที่ถูกเลื่อนมาข้างหน้า เขาเปิดดูพร้อมกับพยักหน้าช้า ๆ
“ใช่ครับ หากคุณพ่อไม่เห็นด้วย—” มันเป็นเอกสารที่เข้าเก็บรายละเอียดและวิเคราะห์จากการเข้าไปในไลน์การผลิต สิ่งเดิมที่มีมันดีอยู่แล้วนั่นก็จริง แต่ทว่าความเก่าบางครั้งก็เป็นเพียงการยึดติด ควรจะตีตลาดคนรุ่นใหม่ที่เป็นทั้งแรงงาน และผู้เสียภาษีคนใหม่ มากกว่าให้ความเก่าความขลังที่เคยมีตายไปกับกาลเวลา
“ฉันจะกลับไปคิดดูอีกที” สืบสานจ้องมองหน้าพ่อตัวเองด้วยความไม่เชื่อหู
“ทำไม? ฉันไม่ได้แก่กะโหลกกะลาขนาดนั้น” ท่านเจ้าสัวว่าพลางสะบัดหน้าไปอีกทาง สืบสานยิ้มให้กับตัวเอง
“แต่ผมมีเรื่องจะขอร้องคุณพ่อสักข้อ ถ้าคุณพ่อตกลงผมจะให้สูตรเครื่องดื่มใหม่ที่ผมคิดได้ให้คุณพ่อลองไปปรึกษากับบอร์ดบริหาร”
“แกกล้าเสนอข้อแลกเปลี่ยนกับฉัน ไอ้ลูกเวร” ท่านเจ้าสัวโวยวายเสียงดังก่อนจะตบโต๊ะดังลั่น สืบสานเองก็จ้องตาไม่กะพริบเช่นกัน
“แกตั้งบริษัทคราฟเบียร์อะไรนั่นคิดจะทำอะไรกันแน่”
“คนละเส้นทาง ใครใคร่ค้าก็ค้า ให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจไม่ดีกว่าเหรอครับ”
“ไอ้สืบ!”
“ถ้าคุณพ่อตกลงไลน์การผลิตไม่ซ้ำกันแน่” ก่อนจะยื่นกระดาษที่ยับย่นไปด้านหน้าท่านเจ้าสัว พร้อมกับฝ่ามือที่ทับกระดาษนั้นไว้หนักแน่น ท่านเจ้าสัวขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างชั่งใจ
“ฉันตกลง”
“แม่ไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้ทศวรรษอะไรนั่นมาอยู่บ้านเรา” คุณหญิงพรรณพิลัยแผดเสียงดังลั่นห้องนั่งเล่นเมื่อลูกชายเอ่ยเจตจำนงของตัวเองออกมา
“แต่แม่คะ นักข่าวเริ่มขุดคุ้ยเรื่องของบ้านเราแล้วนะคะ อีกอย่างข่าวช่วงก่อนที่บริษัทของพี่สืบได้รางวัลนักข่าวก็เริ่มเล่นข่าวกันมาบ้างแล้ว” ทอฝันช่วยพูดให้อีกแรง
“แต่ว่า”
“แม่คะ ต่อให้พวกเราอยากจะปกปิดมากแค่ไหน แต่ความจริงก็คือความจริงพี่สืบแต่งงานแล้ว…จะให้แยกกันอยู่ก็คงไม่ดีจริงไหมคะ” สานฝันช่วยอีกแรง
“แต่งได้ก็หย่าได้” พรรณพิลัยเชิดหน้าตอบอย่างไม่ยอมแพ้
“หรือว่าคุณแม่อยากให้พี่สืบออกไปอยู่กับพี่ทศที่คอนโด” สานฝันสุมไฟโทสะของผู้เป็นมารดาให้ใหญ่ขึ้น
“ยัยสานฝัน!”
“ตาสืบแล้วเมื่อไหร่เราจะทำเรื่องหย่าล่ะหืม” ผู้เป็นแม่เอ่ยถามเสียงอ่อน พอเห็นลูกชายไม่ตอบเธอก็ยิ่งมีน้ำโห
“หรือว่าทศวรรษอะไรนั่นบีบบังคับลูก แม่หาทนายเก่ง ๆ ไว้ให้เราแล้วนะ”
“การหย่าไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คุณแม่คิด หากอีกฝ่ายไม่ยอมก็คงต้องยืดเยื้อกันไปหลายปี ไม่สู้ให้เขาตัดใจถอยไปเอง”
“พี่สืบ!” สานฝันร้องเสียงหลงก่อนจะพูดอะไรไม่ออก ขนาดเธอเป็นคนนอกยังใจหายกับประโยคที่ได้ยิน แล้วพี่ทศเล่า…หากได้ยินเข้าจะทนได้ยังไง สานฝันหน้างอง้ำพาลโกรธพี่ชายตัวเองไปด้วยอีกคน
“ไม่ได้การล่ะ แม่ต้องไปถามพ่อเราซะก่อน ต่อให้แม่อนุญาตแต่พ่อเขาไม่ยอมก็คงจะทำอะไรไม่ได้ แม่ช่วยลูกได้เท่านี้แหละ” พรรณพิลัยพูดปลอบใจลูกชายก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวขึ้นไปชั้นสองของบ้าน สืบสานนั่งถอนหายใจไม่พูดอะไรอีก
“พี่สืบใจร้าย” สานฝันพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินสะบัดหน้าหนีขึ้นไปชั้นสองอีกคน
“พี่สืบ”
“ช่างเถอะ ไหน ๆ เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว” ทอฝันอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ว่าเธอปลอบใจคนไม่เก่ง ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี แล้วก็ไม่รู้ว่าการที่พี่เขย เธอก็ไม่รู้ว่าจะเรียกคู่สมรสของพี่ชายว่าอะไร แต่การที่อีกฝ่ายมาอยู่ที่นี่เธอก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร แต่หัวอกของผู้เป็นแม่คงร้อนรุ่มเหมือนมีไฟสุมหากอีกฝ่ายก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







