LOGINตั้งแต่ทศวรรษกลับไปสืบสานก็ไม่มีสมาธิอ่านรายงานในมือเลยสักนิด เขาปิดแฟ้มบนโต๊ะดังพรึบนั่งคลึงหัวตาก่อนจะเดินไปยังไลน์การผลิตเพื่อดูงาน เสียงอธิบายของหัวหน้าการผลิตรวมไปถึงเสียงของเครื่องจักรที่กำลังทำงาน ขวดแก้วที่เรียงรายเลื่อนผ่านเขาไปขวดแล้วขวดเล่าก็ไม่อาจดึงสติของสืบสานให้อยู่กับเนื้อกับตัวได้
พลันหัวสมองของเขาก็นึกถึงเรื่องคราฟเบียร์ ภาพที่เขาเปิดถังหมักแล้วพบกับกลิ่นเหม็นบูด ถังหมักเบียร์กลับกลายเป็นน้ำคลำที่เน่าเหม็น ภาพแฟลชแบล็กต่าง ๆ ทยอยเข้ามาในหัวจนร่างกายเริ่มโงนเงนต้องเอนหลังพิงผนัง ผู้จัดการฝ่ายเห็นท่าไม่ดีก็รีบพยุงตัวลูกชายเจ้าของบริษัทด้วยความตื่นตระหนกและกังวล
หากลูกชายท่านเจ้าสัวเป็นอะไรขึ้นมาที่นี่คงไม่ดีแน่
“ผมว่าคุณรีบออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ ไม่ต้องตรวจแล้ว” วินัยหัวหน้าฝ่ายผลิตเอ่ยอย่างลนลาน
“ขอโทษด้วยครับ” ใบหน้าสืบสานขาวซีดเหมือนคนป่วย พักสักพักก็ถูกพยุงให้ออกจากไลน์การผลิตไป วินัยได้แต่ส่ายหน้าให้ชายหนุ่มรุ่นราวคราวลูก
“เฮ้อ!” แม้ว่าสืบสานจะเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน แต่ยังไงก็เป็นลูกไม้ที่ตกไกลต้นจากท่านเจ้าสัว คนเราปณิธานต่างกัน การใช้ชีวิตย่อมต่างกันเป็นธรรมดา เขามองเห็นไฟในดวงตาคู่นั้น ไฟที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งให้ทันกับยุคสมัย จะว่าไปโรงงานเบียร์แห่งนี้ก็เปิดและผลิตมาอย่างยาวนาน ทุกสิ่งทุกอย่างมั่นคงและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไร แม้จะมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมาแต่ก็มีกลิ่นอายของเบียร์ในรูปแบบเดิม
แม้วินัยจะทำงานที่นี่มายาวนานเกือบครึ่งชีวิต แต่วินัยเองก็ยังคงจะอยากเห็นบริษัทเบียร์ที่เขาทำเปลี่ยนแปลงและครองตลาดเป็นอันดับ 1 อีกครั้ง แต่ท่านเจ้าสัวกลับเป็นคนที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรง่าย ๆ แต่ลูกชายกลับเป็นคนสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ให้เข้ากับยุคสมัยได้เป็นอย่างดี ดูได้จากการสรุปเอกลักษณ์ของฉลาก รสชาติ และบรรจุภัณฑ์ที่เห็นทีจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคดิจิตอล 2026 แต่เบื้องบนก็ปัดตกทุกครั้ง
วินัยได้แต่ถอนหายใจ วางคนไม่ถูกกับงาน…แต่กลับบอกว่าอีกฝ่ายทำงานไม่ได้เรื่อง เสียดายคน! ตัวเขาเป็นเพียงพนักงานตัวเล็ก ๆ ไม่สามารถก้าวก่ายไปยังการบริหารเบื้องบนได้ ก็แค่เสียดายศักยภาพของลูกชายท่านเจ้าสัวก็แค่นั้น…
วันนี้สืบสานตัดสินใจที่จะเข้าหาพ่อของตัวเอง เขาสูดลมหายใจอยู่หน้าห้องทำงานชั้นสองของบ้านอยู่นานพร้อมกับชามะลิหนึ่งแก้ว ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูนั้น
“เข้ามา” เมื่อได้ยินเสียงตอบรับ เขาเข้าไปพร้อมกับวางชามะลิที่ส่งกลิ่นหอมและควันฉุยวางลงบนโต๊ะทำงานของผู้เป็นพ่อ จะว่าไปเส้นผมสีดอกเลา ความเหี่ยวย่นของหางตา ท่านอายุมากถึงเพียงนี้…สืบศักดิ์เงยหน้ามองลูกชาย
“มีอะไร” สืบสานได้แต่ยืนมือกอบกุมตรงหน้าท้องอยู่อย่างนั้น สืบศักดิ์ที่ก้มหน้าอ่านเอกสารไม่ทันไรก็เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
“นั่งลงสิ หรือจะให้ฉันเชิญ”
“ขอบคุณครับ” ท่านเจ้าสัวเอนตัวพิงพนักพิงเก้าอี้หนังราคาแพง ถอดแว่นตาวางไว้บนโต๊ะ สองมือประสานกันบนตัก
“มีอะไรก็ว่ามา”
“ผม…ผมอยากจะขอโทษคุณพ่อ”
“เรื่องอะไรล่ะ”
“เรื่องของผมที่ผ่านมา”
“แกทำไว้ตั้งหลายเรื่อง แกอยากจะขอโทษฉันเรื่องอะไรกันแน่ พ่อหนุ่มนั่นหรือเรื่องบริษัท”
“ผม”
เมื่อเห็นแววตาและสีหน้าของลูกชาย แม้ว่าเขาจะโกรธลูกชายเรื่องการแต่งงานของเจ้าตัว แต่พอเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ความโกรธ ความเกลียดชังบวกกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น และต้องขอบคุณเทคโนโลยีรวมไปถึงโลกที่เปิดกว้างขึ้นทำให้พ่ออย่างเขาพอจะใจเย็นและลองฟังลูกมากขึ้น
สืบสานลูกชายของเขาไม่ได้ผิดแผกไปจากคนอื่นสักเท่าไหร่ มีคนมากมายที่เป็นเหมือนลูกชายของเขา เมื่อสองเดือนที่แล้วเขาก็ยังไปงานแต่งงานของลูกบ้านอื่นเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เป็นผู้ชายสองคน โลกไปไกลถึงเพียงนี้ บางทีอาจมีแต่พ่ออย่างเขาที่ติดหล่มอยู่ที่เดิม
“แกคงโกรธฉันมากล่ะสิ”
“…” สืบสานลังเลและไม่มั่นใจ เขาจึงไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมามากนัก
“ผมแค่หวังว่าพ่อจะยกโทษให้ ผมอาจเป็นลูกที่ไม่ดี ทำให้พ่อผิดหวัง แต่ผมก็มั่นใจว่าผมไม่เคยสร้างปัญหาและความเดือดร้อนให้ใคร ที่ผ่านมาผมทำดีมาตลอด”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







