Mag-log inมาสเปิดประตู แต่สิ่งที่ฉันเห็นคือ ผู้ชายวัยสามสิบ เขาดูสะอาดราวกับผ้าที่โดนไฮยีนแช่มาหลายวัน ยิ้มบางๆ ให้มาส แล้วเข้ามาโอบเธอ
ฉันกระแอม เพื่อให้รู้ว่าตรงนี้มีไม้หลักไม้ตอยืนอยู่ เขาดูกระดากใจ ก่อนหันมามองฉันอย่างพิจารณา
ก็ว่าอยู่ คนมันสวย แต่เดี๋ยวก่อน ฉันควรรู้สึกยังไงที่มาสมีแฟน แถมเป็นผู้ชาย ฉันไม่มีอย่างที่เขามีสักหน่อย ควรยกธงขาวเลยไหม?
ฉันผู้มีส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสามเซนติเมตร กำลังเผชิญหน้ากับผู้ชายที่สูงกว่าเพียงเล็กน้อย นั่นทำให้ฉันขอบคุณมรดกชิ้นนี้จากพ่อ
มุมปากฉันยกขึ้นข้างหนึ่ง
มันต้องกวนๆ แบบนี้ ไอ้เจนมิน!
ในขณะที่อีกฝ่ายรับรู้ได้ว่ารอยยิ้มของฉันหมายความว่าอย่างไร
"เอ่อ พี่กฤษณ์คะ นี่เจนมิน และเจนมิน นี่พี่กฤษณ์ แฟนมาสเอง
ไม่พูดอะไรที่ไม่ควรพูดนะ"
ฉันฟังประโยคนี้แล้วรู้ว่าควรพูดอะไร แน่นอนว่า ฉันเป็นคนรู้จักกาละเทศะ
"เมื่อคืน เรานอกใจคุณ และมันเกิดขึ้นด้วยความรัก"
ฉันเน้นพยางค์ที่ว่า'ความรัก' หมอนั่นปั้นหน้าไม่ถูก แต่ส่งแววตาประสงค์ร้ายมาทางฉัน
"แค่วันไนท์สแตนด์ค่ะ พอดีมาสเมา พี่กฤษณ์ขา พี่กฤษณ์คนดี ไม่งอนมาสนะคะ"
"พี่..."
เขานิ่งคิด คิ้วขมวด คงจะไม่ถามว่าเราได้กันท่าไหนนะ เขาคงไม่ต่ำทรามเท่าความคิดของสาวน้อยวัยฉกรรจ์อย่างฉัน
"ที่จริง ระหว่างหญิงหญิง ก็ไม่มีอะไรเสียหาย"
ฉันนึกภาพว่าจะมีอะไรสึกหรอบ้าง แต่ก็นึกไม่ออก ก็คง ประมาณนั้นแหละนะ คนอะไรใจใหญ่ปานฟ้ากว้าง เห็นความสัมพันธ์ฉาบฉวยแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเป็นฉันล่ะก็ ต้องตกตายไปตามกัน ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง
"ห้ามมาสดื่มเหล้าแล้วนะ พี่จะโกรธมาก ถ้ามาสนอนกับผู้ชายคนอื่น แล้วถ้าติดโรคขึ้นมา หรือท้อง ลองคิดดูสิคะ"
เขาทำเสียงเล็กเสียงน้อย พูดคะขากับแฟน ฉันหมั่นไส้ซะไม่มี ในหัวฉันเริ่มประมวลผล ถ้ามาสนอนกับคนอื่นได้ง่ายๆ แปลว่าไม่ต้องลุ้นให้เธอบริสุทธิ์ผุดผ่อง เพื่อรอรักแท้อย่างฉัน ฉันถอนหายใจ อยากทิ้งตัวลงนอนหมดแรงในห้องนอนที่บ้านใจจะขาด
"แต่มาสปฏิเสธลูกค้าไม่ได้"
"บอกเขาไปเลย"
"ว่า?"
"ว่าแฟนหวง"
เขาขยิบตาให้มาส แล้วใช้หางตาเหล่มาทางฉันอย่างผู้ชนะ ฉันไม่โกรธหรอก ฉันไม่มีสถานะอะไร แค่ได้ค้างคืนที่นี่และครอบครองเธอเท่านั้นเอง
ตาเบือกนั้นมองฉันอีกที ก่อนเอ่ย
"กินน้ำหน่อยไหม?"
"ทำไม?"
"เผื่อจะดับไฟกลางอกได้"
ฉันรู้สึกได้ว่าทุกตารางนิ้วของหน้ายู่เข้าหากัน หน้าฉันคงเหมือนหมาพิทบูลเข้าไปทุกที แต่เป็นพิทบูลที่สง่างามล่ะนะ
"ถ้าไม่ว่าอะไร ขอเราใช้เวลาตามลำพังได้ไหม?"
เหมือนอกยิ่งมอดไหม้จนเหลือแต่ตอ ฉันกำมือแน่น ห้ามสีหน้าริษยาไว้ ไม่ให้กลายเป็นผู้แพ้ไปมากกว่านี้
เออ ไม่อยู่ก็ได้ ไปก็ไปวะ น้ำเสียงไล่นั้นจากมาส ดังกังวานในใจฉัน มันสะท้อนกลับไปกลับมาอย่างเจ็บปวด เป็นความจริงที่ว่า มาสไม่รักฉัน เหมือนตอนที่แม่ตาย ฉันใจสลาย กว่าฉันจะควานหาชิ้นส่วนใจที่แตกสลาย กลับมาต่อเป็นหัวใจดวงเดิมได้ครบ ก็ผ่านไปเป็นปีๆ
ฉันคว้ากระเป๋าแล้วพุ่งไปยังประตู แต่คุณกฤษณ์มีสายเรียกเข้า เขาออกไปคุยตรงระเบียง มีสีหน้าเหนื่อยหน่าย วันนี้วันจันทร์ ฉันเดาว่าเรื่องงาน
"พี่ต้องไปแล้ว กินโจ๊กนะคะ พี่ซื้อมาฝาก"
เกลียดคำว่า'คะ'จังเลยโว้ย
"จะไปจริงๆ เหรอคะ?"
มาสทำหน้างอ คุณกฤษณ์มีสีหน้าลำบากใจ พนักงานบริษัทก็แบบนี้ ถ้าคบกับลูกเจ้าของบริษัทอย่างฉัน มาสก็คงไม่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้
"มาสก็รู้ ว่าพี่ต้องไป"
เธองอนแหละ งอนมากด้วยฉันดูออก แต่งานย่อมสำคัญกว่าแฟน เหอๆ พวกผู้ใหญ่ก็แบบนี้
"มาสไม่เป็นไร มาสอยู่ได้"
กว่าเธอจะพูดประโยคนี้ ก็นานพอควร คู่รักโบกมือกันอย่างเชื่องช้า ราวกับมีเวลาชั่วนิรันดร์ ฉันทำเสียงจิ๊จ๊ะในปาก ไม่พอใจเบอร์สูงสุด
คุณกฤษณ์เดินออกไป โดยไม่สนใจฉัน ส่วนฉันกำลังจะเดินตามไป
แต่!
มาสดึงมือฉันเอาไว้
"กินโจ๊กด้วยกันก่อน"
"ไม่ล่ะ ไม่หิว"
ฉันพูดโดยไม่มองเธอด้วยซ้ำ
"ไม่อยากกินอาหารของศัตรู ไม่รู้จะใส่เสน่ห์ยาแฝดลงไปด้วยหรือเปล่า มาสกินคนเดียวเถอะ เจนมินขอลา"
"น่านะ เสียดายของ ไหนบอกว่าอยากรับผิดชอบไง? นี่มาสให้รับผิดชอบ กินโจ๊กด้วยกันก่อน"
ฉันอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็หุบปากลง แล้วอ้าปากอีกครั้ง ประโยคที่ฉันพูดกลับมามัดตัวฉันแน่น
มาสหัวเราะกับอากัปกิริยานั้น ฉันถอนหายใจแล้วมองเธอด้วยแววตารักใคร่ แทนอยากประชดให้เจ็บอย่างเดียวเหมือนที่ตั้งใจ
"เจนมินอะ"
รอยยิ้มของเธอทำให้ฉันนึกถึงคุณกฤษณ์ พวกเขาเหมือนกันตรงดูสะอาดตา และมีบรรยากาศน่าผ่อนคลายเวลาอยู่ใกล้ๆ เหมือนอยากให้คนอยู่ด้วยมาพักใจ อยากเล่าเรื่องร้อนๆ ให้ฟัง พอได้ฟังแล้ว พวกเขาก็จะปลอบว่าไม่เป็นอะไร
ฉันบึนปาก เพราะกำลังรู้สึกดีๆ กับคนที่ไม่ควร
มาสแกะโจ๊กใส่ถ้วย วางลงบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก แล้วทำไม้ทำมือให้ฉันนั่งลงจัดการด้วยกัน
ฉันนั่งลง เอาขาเบียดเธออย่างจงใจ เธอกินโจ๊กอย่างไม่รู้สึกตัว จนแรงขับทางเพศของฉันหายไปในอากาศ
"ที่มาสบอกว่า เจนมินมีแต้ม แต่ไม่บอกว่าแต้มเท่าไหร่ เพราะในใจมาส มีคนได้คะแนนเต็มร้อยไปแล้ว"
ฉันทำท่าเหมือนดึงศรที่ปักเข้าอกด้วยท่าทางโอเวอร์ เธอยิ้มออกมากับท่าทางของฉัน
"ทั้งสวย ทั้งตลก แถมเคลมว่ารวยอย่างนี้ กะจะให้คนอื่นไม่มีที่ยืนเลยหรือไง?"
ฉันวางช้อนลง หลังกินไปได้คำเดียว ไม่ว่าอาหารอะไรก็ไม่อร่อยเลยสำหรับฉัน
"คนดีๆ มีเยอะแยะ น่านะ ยิ้มหน่อย"
ฉันปั้นยิ้มจอมปลอมขึ้นมา เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องทู่ซี้จีบเธอต่อ ยิ้มนี้เป็นยิ้มที่คอยปลอบใจคนอื่นไม่ให้คิดมากเรื่องฉัน และมันก็ได้ผลทุกครั้ง
"เราคงทำบุญมาด้วยกันแค่นี้ จะไปทำใจที่วัด จะสวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วอธิษฐานขอให้เธอไปกันได้ดี โดยไม่มีฉัน!"
ฉันประกาศด้วยความริษยา ไม่มีสักขณะจิตเดียวที่เป็นแม่พระเหมือนปากพูด
"อาฮะ"
มาสเริ่มยิ้ม เมื่อฉันประชดแบบโอเวอร์ เล่นกับเธอ
"แล้วอย่ามาอ้อนวอนทีหลัง ขอให้เจนมินตอบรับความรู้สึก"
ฉันคว่ำปาก ส่วนเธอมองอาการนั้นอย่างเข้าใจ
"คบคนที่เขามีเจ้าของแล้ว มีแต่ความเจ็บปวด มาสบอกเจนมินตั้งแต่เนิ่นๆ เจนมินจะได้ไม่วืดไง"
ฉันค่อยๆ คลายความน้อยใจลง
"เอา อ้าปากหน่อย ตอนนอนกอดกันอะ รู้สึกเหมือนกอดท่อนไม้แข็งๆ กินเยอะๆ หน่อย เป็นคนกินยากเหรอ?"
"อาฮะ"
ฉันตอบเลียนแบบเธอ ก่อนยิ้มยียวน
"เดี๋ยวไม่มีแรงนะ"
"งั้นก็ให้คนอื่นออกแรงสิ"
มาสดันช้อนมาทางฉัน ฉันจึงอ้าปากเหมือนปลาทอง เธอคลี่ยิ้มออกมา ตอนฉันกินโจ๊กเข้าไป
เราไม่ได้พูดอะไรกัน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันกินอะไรจนหมด ตอนนี้ท้องฉันป่องเหมือนเด็กๆ ไปแล้ว
"เจนมินโชคดีจะตาย ยิ้มขอบคุณความโชคดีของตัวเองด้วย ห้ามทำหน้าบึ้ง หรือหมดอาลัยตายอยากแบบนั้น มันทำให้สัญชาตญาณความเป็นแม่ของมาสทำงาน"
"ถ้ามันทำงานแล้วจะเป็นยังไง?"
มาสหุบยิ้มแล้วโน้มตัวมากอดฉัน ลูบหลังอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นนั้นอ่อนหวาน และปลอบประโลมฉันจากเรื่องร้ายๆ จนเราน้ำตาซึมกันทั้งสองคน
"ถึงจะเป็นคนรักกันไม่ได้ แต่เป็นพี่น้องกันได้นะ ปรึกษามาสได้ตลอด"
"ถ้าบอกว่าจะแอบปันใจให้ จะดีใจกว่านี้ แต่นี่แสดงว่า ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง เจนมินยังไม่มีสิทธิ์มีความสุขแบบคนอื่นเขา"
ฉันกอดอกหันไปอีกทาง ส่วนมาสมองมาด้วยความเป็นห่วง เหมือนแม่เป็ดทอดสายตามองลูกเป็ดที่เดินตามตนเองเป็นแถว เป๋ไปเป๋มา แต่ไม่ได้มีอันตรายใดๆ กับลูกเป็ดของเธอ
ความรู้สึกชอบใครสักคนเริ่มทำงานเงียบๆ ในใจฉัน ฉันแอบมองเสี้ยวหน้าสวยด้วยความรู้สึกปะปนกันหลายอย่าง เช่น หลงใหล อยากรู้จัก ขณะเดียวกันก็อกหัก
และตอนนี้ก็รู้สึกมีแรงกายเต็มที่ เพราะเมื่อคืนฉันนอนหลับสนิท เพราะเหล้า หรือเพราะเธอคนนี้ทำให้ฉันลืมความเศร้าในใจไปจนหมด ฉันยังคงต้องหาคำตอบต่อไป และการรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ จะทำให้ฉันได้คำตอบ
แต่อีกใจหนึ่ง ฉันก็กลัว กลัวจะผิดหวัง กลัวจะไม่สามารถมูฟออนอารมณ์ลบพวกนี้ได้ เหมือนตอนแม่จากไป
ฉันผอมไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วนะ ฉันไม่ควรสานสัมพันธ์ พอเถอะเจนมิน แต่ฉันก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ฉันห้ามปากตัวเองไม่ได้
"ขอไอดีไลน์ได้ไหม?"
"ไม่ได้ เราไม่ควร..."
"ไหนบอกว่า จะเป็นพี่น้องกันไง งั้นขอไอจีก็ได้"
"ไม่ได้ ถ้าเจอกันครั้งต่อไป แล้วเจนมินน่าสนใจพอ มาสถึงจะให้คอนแท็กต์นะ"
ฉันบึนปาก ในใจเหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบแรงๆ จนจุก ถ้าว่ากันตามจริง อาจตายได้เลย เธอทั้งดึงทั้งผลักฉัน แต่ก็ชัดเจนที่จะไม่ให้โอกาสสานต่อ คนเพอร์เฟ็กต์แบบฉันจะไม่ทนอีกต่อไป
เพราะฉันเจ็บแล้วจำ!
-------------------------------------------------
บอกเลยว่ารักคนมีเจ้าของนั้น เจ็บปวดสุดๆ
เรื่องระหว่างเจนมินกับมาสจะจบลง ทั้งๆที่ยังไม่เริ่มเลยหรือไม่
โปรดติดตามนะจ้า ช่วยซัพพอร์ตนักเขียนคนนี้ด้วยนะค่าาาา
จะด้วยการกดไลค์ กดแชร์ กดเรตติ้ง หรือช่วยซื้ออีบุ๊คไปอ่านก่อนก็ได้
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTE1MDg3MjYiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0MzkyNjgiO30
ตัวเล่มก็มีขายน้า ไว้พร้อมแล้วจะลงขายสวยๆ เลยค่ะ
บันทึกของเจนมิน วันที่ 1ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความงวงนอน เหมือนสมองถูกทาบทับไปด้วยหมอกฝ้า จนไม่อาจคิดอ่านอะไรได้เหมือนปกติ ฉันไม่ชอบความเฉื่อยชาเหล่านี้ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้สิ่งแรกที่ทำให้ฉันเครียด คือ พ่อ พ่อเห็นคะแนนสอบปลายภาคของฉันด้วยแววตาเฉยเมย ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นโทสะก้อนใหญ่ ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้ทำให้พ่อพอใจนักเรื่องเรียน แต่ฉันก็มีดีเรื่องอื่น เช่นว่า..เช่นว่า..ไว้นึกออกฉันจะเขียนลงไปสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกดีในวันนี้ คือฉันเจอแมวหน้าตาขี้ริ้วขี้เร่ห์ ตรงใต้ตึกคณะ มันผอมโซ และเป็นเพียงลูกแมวที่ไม่รู้ว่าแม่หายไปไหน ฉันเข้าใจความอ้างว้างนี่ดี เลยซื้ออาหารเปียกให้มัน มองดูเจ้าเหมียวเลียอาหารจนหมด มันเข้ามาคลอเคลียร์ฉัน ความรู้สึกที่ว่าฉันเป็นคนสำคัญ มันก็ดีอย่างนี้เองบันทึกของเจนมิน วันที่ 2สิ่งดีๆที่ฉันอยากขอบคุณ เกิดขึ้นตอนฉันเล่นโซเชียลมีเดีย เห็นเด็กๆในทวีปห่างไกล เนื้อตัวมอมแมม&nbs
ฉันนั่งมองเสี้ยวหน้าของมาสด้วยความหลงใหล ไม่รู้ว่า ถ้าเราคบกันสักสามสิบปี ฉันจะรักเธอน้อยลงไหม? แต่ตอนนี้ฉันรักเธอ และอยากให้เธอฟื้นสักที แสงแดดสาดส่องลงบนเปลือกตาของเธอ ทำความระคายเคืองให้สุดที่รักของฉัน มันเป็นแบบนี้มาเดือนหนึ่งแล้ว แล้วเปลือกตาก็ค่อยๆ ขยับ ลืมตาขึ้น มาสตื่นแล้ว! มาสหันมามองรอบๆ ตัว แล้วก็ทำหน้าตกใจเมื่อเห็นฉัน "เจนมิน! เจนมินจริงด้วย เกิดอะไรขึ้น มาสตายไปเจอเจนมินได้ไง?" "ใครตาย ไม่มีใครตายทั้งนั้น มีแต่มาสนั่นแหละที่สลบไปหนึ่งเดือน" "ห้ะ?" "ใช่ เราต้องคุยกันยาวเลย" "ถ้าอย่างนั้น ที
ในมุมมองของมาส มาสอยากเป็นส่วนหนึ่งให้คนที่เป็นซึมเศร้าเลิกอาย และตระหนักความสำคัญของการรักษาตัว รวมไปถึงมีคนรอบข้างที่เข้าใจคนป่วย ปฏิบัติตัวกับคนป่วยอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะคนป่วยซึมเศร้าในไทยมีกว่าสี่เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทย มาสโพสต์ไดอารี่ที่มาสเขียน เพื่อไม่ให้ลืมเรื่องของเจนมินทุกช่องทางเท่าที่จำได้ ทั้งโซเชียล เว็บบอร์ด บล็อก หรือที่ไหนก็ตามที่มาสคิดออก โดยที่มาสไม่กล้าอ่านมันซ้ำอีก และวานให้ดีว่าพิมพ์ให้ด้วย เพราะมาสไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว อีกใจหนึ่งมาสกลัวว่ามาสจะเลิกเศร้า และเลิกคิดถึงเจนมินได้แล้ว คนที่มีอาการมากมายไม่ได้รับการรักษา ทำให้มีคนฆ่าตัวตายอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่จิตแพทย์มีทั้งยา และมีวิธีการบำบัดอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าโรคจะเกิดจากสภาพแวดล้อม พันธุกรรม หรือสารเคมีในสมอง
ในมุมมองของสราญ สราญเป็นคนมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เด็กๆ เสื้อผ้าต้องรีดจนเรียบ เรียงกันตามสี ไล่จากสีอ่อนไปสีเข้ม สราญแบ่งเวลาอย่างชัดเจน และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตอนคบกับยีนส์ ยีนส์ชอบบอกว่า ให้สราญผ่อนปรนกับตัวเองลงบ้าง แต่เวลาอ่านหนังสือ เวลาออกกำลังกาย สราญไม่เคยสละให้ยีนส์เลย นั่นแหละ ยีนส์ถึงได้สะสมความน้อยใจเอาไว้ และปะทุออกมา อย่างที่ทุกคนเห็น แต่ตอนนี้ เวลาที่สราญจัดสรรอย่างพอเหมาะ กลับกลายเป็นเวลาที่สราญเห็นหน้าคนหนึ่งลอยมาตลอดเวลา นั่นคือใบหน้าของพี่ดีว่า ตอนยิ้ม ตอนยียวน ตอนโกรธ ตอนใจลอย หรือตอนทำหน้าเฉยๆ ทุกโมเมนต์ปรากฏในหัวสราญ จนไม่เป็นอันทำภารกิจตามตารางงาน แถมการฝึกซ้อมทำอาหารกับแม่เทียนในวันนี้&n
มาสเขียนไดอารี่ฉบับนี้ขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเรื่องของคนพิเศษในใจมาส คนที่ชื่อเจนมิน มาสตื่นขึ้นมาด้วยสภาพแฮงก์ โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งข้างกาย สัมผัสแรกที่เห็นหน้าเธอ คือเจนมินสวยจนชวนหลงใหล ประเภทอยากตามตื๊อเป็นแฟนตลอดไป คำแรกที่เธอพูดกับมาสคือ 'สวยจัง' เธอคงไม่รู้ว่า เธอก็สวยไม่แพ้ใคร แววตาเศร้าสร้อยทำให้มาสอยากปกป้อง และที่น่าแปลกคือเธออยากรับผิดชอบคืนนั้นของเรา แน่นอนว่ามาสหัวเราะ เพราะสมัยนี้เขาไม่คิดแบบนั้นกันแล้ว เธอเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบๆ ตัวมาส หาข้ออ้างมาเจอด้วยการรับน้องบ้าง อยากหาเพื่อนกินข้าวบ้าง เธอไม่เคยหยุดพยายาม ที่จะรู้จักมาสให้มากขึ้น จนกระทั่งมีคนบอกเธอว่า มาสเป็นเมียน้อยคนอื่น มาสไม่เคยอายเรื่องระหว่างมาสกับพี่กฤษณ์ แต่ตอนนั้นมาสอายเ
ในมุมมองของมาส มาสขอร้องสราญเป็นครั้งสุดท้าย ขอเข้าไปหาเจนมินเพื่อร่ำลา สราญบอกมาสว่า เมื่อคุณเดชไปเตรียมสถานที่จัดงานศพ สราญจะโทรบอกมาส มาสรออยู่ที่ลานจอดรถนาน เสียงรถเข้าออกค่อยๆ เลือนหายไปจากโสตประสาทของมาส มาสได้ยินแต่เสียงเจนมินพูด เจนมินหัวเราะอยู่ในหัว คนคนนั้นจะพูดมากเฉพาะกับคนที่สนิทเท่านั้น เสียงที่แท้จริงที่มาสได้ยินในตอนนี้ คือเสียงลมหายใจของมาสเอง มันดังเพื่อแสดงว่า ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน แต่มาสก็ยังอยู่ ยังไม่ตาย แต่อยู่อย่างทรมาน และด้วยความรู้สึกผิด มาสยืนอยู่นาน จนตัวทั้งตัวกลายเป็นก้อนหิน ก้อนหินที่เจ็บปวดได้ มาสไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีเสียงสะอื้น มีแต่ห้วงลมหายใจขาดช่วง ทุกครั้งที่มาสคิดถึงเจนมิน ใจมาสเหมือนจะขาด เหมือนจะตายตามไป แต่ที่
ฉันแผ่แขนกางขาออก อยู่บนเตียงนุ่ม ในห้องมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ ในหัวฉันว่างเปล่า ไม่มีความคิดใดผุดขึ้นมา นอกจากหน้าของมาส ฉันว่าการรักษาโรคซึมเศร้าเป็นไปด้วยดี ฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ แต่
ฉันจ้องคนสาดน้ำเต็มตา ส่วนคนสาดก็จ้องมองกลับมาเต็มตา เธอหน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นในแวดวงสังคม ที่พ่อพาฉันไปหัดเข้าสังคมอยู่บ่อยๆ และเคยเห็นตอนที่เธอมาทวงคุณกฤษณ์คืนเมื่อวันก่อน วันนี้เธอสวมชุดเดรสสีอ่อน เพื
ก่อนหน้านั้นสองชั่วโมง ฉันแวะไปหามาสที่ห้อง โดยไม่บอกไม่กล่าว ด้วยชุดแบรนด์เหมือนอย่างเคย คืออันที่จริงแม้หลายคนจะบอกว่าฉันเว่อร์ แต่ฉันไม่มีชุดธรรมดาๆ เลย "แต่งตัวดูดีนะ"
เราโน้มหน้าเข้าหากัน ปากเราสัมผัสกันแผ่วเบา แค่สัมผัสเพียงเท่านั้น ฉันยังไม่ได้รู้ว่ารสชาติของมาสเป็นอย่างไร? เพราะฉันไร้ประสบการณ์ และตื่นเต้นเกินไป ก็อาจจริงที่ฉันซ้อมสถานการ







